
นักศึกษาฝึกรักท่านประธาน
ตอน 2
“เรียกบัวชมพูมาหาผมหน่อย”
ราตรีรีบทำตามคำสั่งของเจ้านายด้วยความสงสัยเพราะตลอดเวลาที่เธอมาทำงานในตำแหน่งหน้าที่นี้ยังไม่เคยเห็นเจ้านายให้ความสนใจกับนักศึกษาฝึกงานมาก่อนและจากสายตาที่เธอมองพอจะคาดเดาได้ว่ากวีกำลังแอบชอบบัวชมพูแต่เลขาก็ได้แต่สงสัยว่าทั้งคู่ไปเจอกันตอนไหน
“บัวทำอะไรผิดหรือเปล่าคะพี่ราตรีทำไมท่านประธานถึงเรียกพบคนเดียวแบบนี้”
สาวน้อยในชุดนักศึกษารู้สึกตื่นเต้นจนเหงื่อเริ่มซึมบริเวณฝ่ามือเพราะตั้งแต่มาทำงานที่นี่ยังไม่เคยมีโอกาสได้เจอกับ ท่านประธานแต่อยู่ดีๆกับถูกเรียกให้ไปพบเพียงคนเดียวทั้งที่นักศึกษาที่มาฝึกงานที่นี่มาด้วยกันถึง 3 คน
“คุณกวีเป็นคนใจดีแต่ถ้าเวลาถูกใครขัดใจขึ้นมาก็เป็นคนเจ้าอารมณ์อยู่เหมือนกันพี่ไม่รู้หรอกนะว่าท่านเรียกบัวไปด้วยเรื่องอะไรแต่ถ้าท่านว่ากล่าวอะไรก็อย่าเถียงจะดีกว่าเงียบฟังแล้วรอให้ท่านอารมณ์ดีแล้วค่อยชี้แจงเหตุผล”
ราตรีทำงานกับกวีมานานจนรู้จักนิสัยว่าท่านประธานคนนี้เวลาที่ใจดีก็ดีสุดจนน่าใจหายแต่เมื่อไหร่ถ้าถูกขัดใจเจ้านายของเธอก็พร้อมจะกลายเป็นคนโมโหร้ายได้ทันทีด้วยที่เป็นคนชอบจะเอาแต่ใจตัวเองเพราะถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ
“บัวชมพูค่ะ ขออนุญาตเข้าไปในห้องนะคะ”
เสียงที่แสนนุ่มนวลตรงข้ามกับเสียเมื่อเช้าที่ยังคงสั่นเครือดูมีความกลัวซ่อนอยู่ทำให้ท่านประธานถึงกับต้องแอบขำออกมา
“เข้ามา”
ทันทีที่ประตูเปิดออกกวีก็เปลี่ยนสีหน้าจะอมยิ้มเป็น เคร่งขรึมทันทีเพราะตอนนี้เขาต้องการสร้างภาพให้บัวชมพูรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้านายที่แสนดุและไม่ชอบให้ใครขัดใจเพราะสิ่งที่เขาต้องการบางทีบัวชมพูอาจจะขัดใจเขาก็ได้
“ได้ข่าวว่าแม่ของเธอป่วยไหนเล่าให้ฟังซิ”
บัวชมพูแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้านายของเธอเรียกมาเพื่อต้องการฟังอาการของแม่ถึงแม้เรื่องนี้หญิงสาวจะไม่ได้เก็บเป็นความลับแต่เธอก็ไม่คิดว่าระดับท่านประธานจะให้ความสนใจกับชีวิตครอบครัวของนักศึกษาฝึกงาน
หญิงสาวเล่าเรื่องราวของมารดาที่ป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบและตอนนี้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง กวีพยายามใช้คำถามเพื่ออยากรู้ถึงสภาวะครอบครัวที่กำลังประสบปัญหาทางด้านการเงินเพราะเขามองเห็นว่าเรื่องนี้อาจจะช่วยให้เขามีโอกาสใกล้ชิดสนิทกับบัวชมพูมากขึ้น
“พรุ่งนี้มาทำงานแต่เช้านะ ผมจะให้พาไปเยี่ยมแม่คุณที่บ้านหน่อย”
“ไปเยี่ยมแม่ ! เยี่ยมทำไมหรือคะ”
บัวชมพูถามออกไปด้วยความตกใจเพราะเธอไม่คิดว่าแค่การที่แม่ของนักศึกษาฝึกงานป่วยท่านประธานจะต้องสนใจถึงขนาดเดินทางไปเยี่ยมถึงที่บ้านเพราะบ้านของเธออยู่ไกลจากกรุงเทพอยู่มาก
“ตกลงผมไปไม่ได้ใช่ไหม ถ้าไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไรผมแค่ต้องการรู้ชีวิตของพนักงานของที่นี่ทุกคนถึงแม้ว่าคุณจะเป็นเพียงแค่นักศึกษาที่มาฝึกงานเท่านั้นแต่ในฐานะของเจ้าของบริษัท ผมต้องการดูแลความเป็นอยู่ของพนักงานไม่ว่าจะเป็นพนักงานแบบไหนก็ตามให้มีชีวิตที่ดี”
“ได้ค่ะ พรุ่งนี้บัวจะมาแต่เช้า”
สาวน้อยพูดด้วยเสียงสั่นเครือด้วยความตกใจทันทีเมื่อถูกอีกฝ่ายขึ้นเสียงใส่และเธอก็จำได้ดีที่ราตรีสอนไว้ว่าท่านประธานของบริษัทนี้ไม่ชอบถูกใครขัดใจ ชีวิตของนักศึกษาฝึกงานที่จะผ่านหรือไม่ผ่านก็อยู่ที่แค่ปลายปากกาของเจ้าของบริษัทบัวชมพูจึงทำได้แค่เพียงยินยอมทุกอย่างตามที่ท่านต้องการ
นักศึกษาฝึกงานเดินออกไปจากห้องแล้วกวีได้แต่ยิ้มอย่างพอใจอยู่คนเดียวเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกสนใจและถูกใจนักศึกษาคนนี้มากอาจจะเป็นเพราะสาเหตุของการพบกันครั้งแรกเธอเป็นเพียงแค่หญิงสาวที่ใบหน้าไร้เครื่องสำอางแต่มีความน่ารักอยู่ในนั้นหลายครั้งที่กวีคิดว่าการรู้สึกถูกใจในครั้งนี้บางทีมันก็ไม่มีเหตุผลมันคงเป็นบุพเพสันนิวาสที่ทำให้เขารู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวที่เขาแทบจะไม่มีโอกาสคุยด้วยเลย
ความเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังอายุน้อยๆทำให้กวีไม่ค่อยมีชีวิตเหมือนวัยรุ่นคนอื่นเท่าไหร่หลายครั้งที่เขาเฝ้าถามตัวเองว่าเมื่อไหร่จะมีแฟนเหมือนคนอื่นสักทีเขาก็ได้คำตอบให้กับหัวใจว่าทุกวันนี้เขาไม่ได้ปิดกั้นตัวเองเพียงแต่ยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้รู้สึกว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องรักใครสักคนแล้วแต่วันนี้แค่เพียงเขาได้สบตาเจอหน้าบัวชมพูหัวใจของเขามันก็มีแต่ คำว่าต้องเป็นคนนี้เท่านั้น
ความรักถึงแม้จะเข้าตาแล้วก็ตามแต่ท่านประธานของบริษัทก็ยังไม่ยอมที่จะลดตัวลงไปจีบรู้แค่เพียงว่าในฐานะที่เป็นเจ้านายเขาจะทำให้เธอตกหลุมรักเขาเองแต่ถ้าไม่สำเร็จกวีก็ตั้งใจว่าเขาจะทำทุกวิถีทางให้เธอเป็นของเขาโดยที่ตัวเขาเองไม่จำเป็นต้องจีบหรือบอกรักเธอก่อน
“ให้รู้กันไปว่านักศึกษาฝึกงานอย่างเธอจะกล้าปฏิเสธผู้ชายอย่างกวี”
กวีมั่นใจในความสำเร็จของตัวเองที่ไม่เคยมีอะไรที่เขาทำไม่สำเร็จถึงแม้ความรักครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกแต่เขาก็คิดว่ามันคงไม่อยู่เหนือการควบคุมของเขานิสัยที่เป็นคนรักศักดิ์ศรีไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครติดตัวกวีมาโดยตลอดแม้แต่มารดาก็ยังไม่กล้าที่จะขัดใจลูกชายคนนี้เลย
คุณอาจจะชอบ





