
นักศึกษาฝึกรักท่านประธาน
ตอน 3
ตอนที่ 2
ท่านประธานสายเปย์
“แค่ทางมาบ้านคุณก็ให้ความรู้สึกสดชื่นแล้ว”
กวีดีหันไปชวนหญิงสาวที่นั่งข้างๆคุยเพราะตลอดทางตั้งแต่ออกจากบริษัทบัวชมพูเล่นเอาแต่เงียบไม่ยอมพูดอะไร
“บ้านต่างจังหวัดก็แบบนี้แหละค่ะถ้ายิ่งไปถึงบ้านบัวแล้วคุณคงจะสดชื่นมากกว่านี้เพราะอยู่กลางทุ่งนา”
แค่เพียงคิดถึงบ้านบัวชมพูก็รู้สึกสดชื่นขึ้นเพราะที่นั่นมีความรักที่บริสุทธิ์ใจรอเธออยู่ความตั้งใจในตอนแรกหญิงสาวหวังว่าถ้าเรียนจบเธอจะกลับไปทำงานที่ตัวจังหวัดใกล้กับหมู่บ้านแต่สุดท้ายเมื่อแม่มาล้มป่วยแบบนี้บัวชมพูคงต้องเลือกที่จะหางานทำที่กรุงเทพฯเพราะคงได้เงินเดือนที่สูงกว่า
“บ้านน่าอยู่แบบนี้ถ้าฝึกงานเสร็จคุณจะกลับมาทำงานที่บ้านไหม”
กวีโยนหินถามทางเขาไม่กล้าถามหญิงสาวตรงๆว่าเธอจะทำงานที่ไหนเพราะกลัวจะทำให้ไก่ตื่นเสียก่อน
“คงหางานทำที่กรุงเทพฯเลยค่ะเพราะงานแถวบ้านก็มีแต่เงินเดือนไม่มากคงไม่พอค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการดูแลแม่”
คนตอบยังคงมองไปที่หน้าต่างตลอดสองฝั่งข้างทางทำให้หัวใจของบัวชมพูสดชื่นขึ้นเพราะมันคือบรรยากาศที่เธอคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำงานต่อที่บริษัทผมเลยส่วนเรื่องเงินเดือนคงจะให้มากกว่าตอนที่ฝึกงาน 2 เท่า”
กวีเล่นบทท่านประธานสายเปย์เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่จะทำให้บัวชมพูยอมทำตามความต้องการของเขาในอนาคตก็คงมีแต่เรื่องของการเงินที่เธอจำเป็นต้องใช้ในการดูแลมารดาเท่านั้น
“จริงหรือคะ ขอบคุณคุณกวีมากๆที่เมตตาบัว”
หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจแต่ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นความรู้สึกบางอย่างก็วาบหวิวขึ้นมาเมื่อถูกคนขับใช้มือหนาลูบไปที่ผมด้วยความอ่อนโยน
“เอ่อ...ถึงแยกหน้าแล้วเลี้ยวขวาเลยค่ะบ้านของบัวต้องออกไปกลางทุ่งนา”
สาวน้อยที่ทั้งชีวิตแทบจะไม่ได้มีโอกาสสัมผัสกับเพศตรงข้ามรีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันทีเพราะเธอไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยมันทำให้หัวใจรู้สึกเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
บ้านไม้ใต้ถุนสูงที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ดูรกร้างในตอนนี้สะดุดตาอยู่กลางทุ่งนาเพราะรอบๆบริเวณไม่มีที่อยู่อาศัยของใครอยู่ในบริเวณนั้นเลย
“ต้นไม้บ้านคุณดูรกมากสงสัยไม่มีเวลาได้ดูแล”
กวีมองออกว่าพื้นดินตรงหน้าคงเคยเป็นสวนที่ดูสวยงามแต่ด้วยเจ้าของบ้านต้องมาล้มป่วยแบบนี้แล้วพ่อของบัวชมพูก็ใช้เวลาทั้งหมดในการดูแลภรรยาคงทำให้ต้นไม้ที่ไม่ได้รับการดูแลกลายเป็นรกร้างแทน
“ใช่ค่ะบัวเคยตั้งใจว่าฝึกงานเสร็จระหว่างหางานทำจะมาอยู่เป็นเพื่อนแม่สักพัก พ่อจะได้มีเวลาไปดูสวนความจริงแล้วสวนของบ้านบัวมีขนาดใหญ่มากนะคะมีผลไม้หลายชนิดเวลาขายแต่ละทีสร้างเงินได้ไม่น้อยแต่ตั้งแต่แม่เริ่มป่วยพ่อก็ไม่มีเวลาดูแลอีกเลย”
คำพูดของหญิงสาวทำให้กวีคิดอะไรบางอย่างได้เขาต้องการทำทุกอย่างเพื่อเป็นการเอาใจหญิงสาวที่นั่งข้างๆใครจะรู้ว่า ท่านประธานอย่างเขาจะกลายเป็นชายหนุ่มคลั่งรักที่ตกหลุมรักนักศึกษาฝึกงานแบบไม่มีเหตุผลมันคงเป็นพรหมลิขิตที่ทำให้เขากับเธอต้องมาเจอกันแต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตามกวีตั้งใจไว้แล้วว่าเขาจะทำทุกอย่างให้เธอเป็นของเขาให้ได้
“สวัสดีครับผมชื่อกวีเป็นเจ้านายของบัวชมพู”
ชายหนุ่มยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองแต่มีเพียงแค่พ่อของ บัวชมพูเท่านั้นที่ยกมือไหว้ตอบเพราะตอนนี้แม่ของเธอได้แต่นอนมองไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้
“ขอบคุณมากนะครับที่มาเยี่ยมภรรยาของผม”
ดิเรกรู้จากลูกสาวตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าวันนี้เจ้านายของเธอจะเดินทางมาเยี่ยมแต่ถึงแม้ว่าจะรู้ล่วงหน้าก็ไม่สามารถเตรียมการต้อนรับได้อย่างดีเพราะทุกอย่างเท่าที่มีก็ดีที่สุดแล้ว
“อาการของคุณแม่เป็นอย่างไรบ้างครับ”
ท่านประธานมัดมือชกเรียกคนป่วยว่าคุณแม่ตามแบบ บัวชมพูแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งหมดรู้สึกแปลกใจแต่อย่างไร
“มีแต่ทรงกับทรุดเพราะเราก็มีเงินรักษาแค่นี้ก็คงต้องตามแต่บุญแต่กรรมก็หวังแค่เพียงว่าให้บัวชมพูเรียนจบแล้วจะได้ทำงานมีเงินมารักษาแม่ให้ดีขึ้น”
กวีเลือกที่จะชวนดิเรกออกไปพูดคุยในส่วนของระเบียงหน้าบ้านโดยให้เหตุผลว่าเขาต้องการคุยเรื่องอะไรบางอย่างที่ไม่อยากให้คนป่วยได้ยินเพราะจะทำให้ไม่สบายใจ
“คุณกวีมีอะไรก็ว่ามาได้เลยครับ”
ดิเรกคิดว่าเจ้านายของลูกสาวคงจะมีเรื่องที่ไม่ค่อยดีนักพูดให้เขาฟังถึงได้เรียกออกมาคุยข้างนอกแบบนี้
“ไม่มีอะไรหรอกครับแต่ที่ผมไม่กล้าพูดตรงนั้นเพราะคิดว่าถ้าพูดออกไปบัวชมพูคงต้องปฏิเสธการช่วยเหลือจากผลแน่ๆ แต่ทุกอย่างที่ผมจะเสนอต่อไปนี้มันคือความจริงใจอยากช่วย บัวชมพูจากใจจริงหวังว่าคุณพ่อจะน้อมรับความหวังดีจากผมนะครับ”
คุณอาจจะชอบ





