ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามีพันธกาลรัก

สามีพันธกาลรัก

มิราวดีหญิงสาวผู้ถูกคู่หมั้นหักหลังจนชีวิตพังทลาย กลับได้รับความช่วยเหลือจากชายลึกลับที่มักปรากฏตัวในยามคับขันเสมอ เธอตัดสินใจแต่งงานกับเขาเพื่อรักษาตัวรอด โดยหารู้ไม่ว่าสามีคนนี้มีอายุยืนยาวมาหลายชั่วอายุคน ทว่าท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้น อดีตชาติอันขมขื่นกลับตามมาหลอกหลอน เมื่อวิญญาณปริศนาปรากฏตัวพร้อมทวงคืนร่างเพื่อชดใช้บาปกรรมเก่าที่เธอเคยทำไว้ในอดีต กลายเป็นบททดสอบความรักข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและพันธนาการที่ยากจะตัดขาด
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 1

ปีคริสต์ศักราช 20XX

ภายในห้องชุดคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง เสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น หญิงสาวรูปร่างเพรียวส่วนสูงราวกับนางแบบ ใบหน้าสวยหวาน ดวงตาสีดำกลมโต ริมฝีปากอิ่มเข้ากับรูปหน้า กำลังฮัมเพลงอย่างมีความสุขขณะที่เลือกหยิบเสื้อผ้าอยู่หน้ากระจก รอยยิ้มหวานปรากฏออกมาครั้นนึกถึงคำพูดของแฟนหนุ่มเมื่อสามวันก่อนที่ดังก้องในหัว

‘ที่รัก...เราแต่งงานกันนะ’

มิราวดีหยิบเสื้อผ้าขึ้นทาบตัวครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ยังไม่พอใจ วันนี้แฟนหนุ่มกำชับให้แต่งตัวสวยที่สุดด้วยแล้วยิ่งทำให้มั่นใจว่าจะต้องมีอะไรมาเซอร์ไพรส์อีกแน่นอน ดวงตากลมหันมองเสื้อผ้าหลายสิบชุดที่กองรวมอยู่บนเตียง หยิบยกขึ้นมาดูหลายทีโดยที่ยังตัดสินใจไม่ได้

พอได้ยินเสียงสั่นข้อความเข้าจึงเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นเปิดอ่าน รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าอย่างมีความสุข มองตัวอักษรบนจออย่างเขินอาย

มิราวดีวางโทรศัพท์ก่อนหันไปเลือกชุดต่อเมื่อรู้ว่าเสียเวลาไปนานพอสมควร มือหยิบชุดขึ้นทาบมองตัวเองสะท้อนจากหน้ากระจก ก่อนตัดสินใจเลือกชุดเดรสสั้นเหนือเข่าเข้ากับสีผิวและสีผม

เมื่อเลือกเสื้อผ้าที่จะสวมไปทานมื้อค่ำได้แล้ว หญิงสาวจึงรีบอาบน้ำออกมาแต่งหน้าทำผมใช้เวลาร่วมหนึ่งชั่วโมงกว่า มิราวดีส่องมองตัวเองหน้ากระจกอีกครั้งด้วยความมั่นใจ หยิบกระเป๋าและสวมรองเท้าที่เข้ากับชุดเดินออกจากห้องไป

ประตูห้องเปิดปิดอัตโนมัติผ่านลายนิ้วมือ เพราะยุคสมัยเปลี่ยนเทคโนโลยีความปลอดภัยจึงถูกปรับให้สะดวกสบายมากขึ้น มนุษย์แทบไม่ต้องทำอะไรเอง แม้จะเคยได้ยินคำบอกเล่าของย่าสมัยเด็กว่า เมื่อก่อนไม่ได้สะดวกสบายแบบนี้

“รอนานไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาหาแฟนหนุ่ม

ณัฏฐ์ แฟนหนุ่มของมิราวดีละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมองพลางส่งยิ้มให้

เธอสังเกตสีหน้าของแฟนหนุ่มดูไม่ดีนักจึงถามขึ้นว่า

“มีอะไรไม่สบายใจไหมคะ”

“มะ...ไม่มีหรอก” ชายหนุ่มยิ้มกลบเกลื่อน พลางลุกขึ้นจากโซฟา

“วันนี้คุณสวยมาก”

หญิงสาวยิ้มเขิน เมื่อได้รับคำชมจากอีกฝ่าย

“วันนี้มีอะไรเหรอ ทำไมถึงให้ฉันแต่งตัวสวย ๆ”

“ก็ดินเนอร์น่ะ” ณัฏฐ์ตอบพลางยิ้มเจื่อน ๆ ด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ในใจก็วิตกจนแทบทำอะไรไม่ถูก ถึงกระนั้นก็ยังยิ้มสู้แล้วพูดเสียงหวานให้แฟนสาว

“เราไปกันเถอะ เดี๋ยวจะหิวเอานะ”

“ค่ะ”

มิราวดีพยักหน้าเดินออกไปกับแฟนหนุ่ม เธอมีความสุขและไว้ใจเขามากที่สุด ณัฏฐ์คือคนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้างเธอมาตลอดตั้งแต่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน เปรียบเสมือนคนในครอบครัว ยิ่งมารู้ว่าเขาขอแต่งงานและพร้อมที่จะสร้างชีวิตเคียงคู่แล้ว ยิ่งทำให้มีความสุขราวกับว่าสวรรค์ไม่ได้ทอดทิ้งไปไหน

เสียงดนตรีขับบรรเลงในยามค่ำคืนของร้านอาหารบนดาดฟ้าโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมือง มิราวดีมองด้วยความตกใจและตื่นเต้นทันทีที่เดินเข้ามา ทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่มองจากตึกสูง แสงไฟบนถนน ดอกไม้ และเสียงเพลง รวมถึงกลิ่นหอมจากเทียนอ่อน ๆ ชวนผ่อนคลาย

ณัฏฐ์เดินเข้ามาสวมกอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง กระชับวงแขนแน่นพลางจุมพิตที่ไหล่มน

“ชอบไหม”

“ชอบค่ะ ชอบมาก” หญิงสาวปริ่มยิ้มอย่างสุขใจ ทุกครั้งที่เขาบอกว่าอยากให้เธอมีความสุข ก็ไม่เคยที่จะผิดหวัง ทั้งยังได้อยู่ในอ้อมกอดด้วยกันแบบนี้ก็ไม่มีสิ่งใดมาเทียบได้อีก

“ฉันรักคุณนะคะ” เป็นคำพูดที่ไม่ต้องใช้เวลาไตร่ตรองให้นาน เธอพูดออกมาด้วยความรู้สึกยินดี

“คุณหิวแล้ว เรามากินข้าวกันเถอะ” ณัฏฐ์เอ่ยพลางยกมือบอกให้บริกรเสิร์ฟอาหารที่สั่งไว้ เขาพาเธอมานั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำที่จัดเตรียมไว้พิเศษ ทั้งเมนูโปรด เสียงเพลงและความเป็นส่วนตัว

เธอตักอาหารเข้าปากพลางเหลือบมอง ก่อนวางช้อนส้อมลงเอื้อมมือ

หยิบน้ำดื่ม

“ขอบคุณมากนะคะ ความจริงแล้วให้ฉันทำอาหารกินด้วยกันก็ได้ค่ะ แค่ได้อยู่กับคุณก็พอ”

“แต่วันนี้เป็นวันพิเศษนะ วันที่เราพบกันครั้งแรกไง ผมอยากให้คุณเซอร์ไพรส์”

“ขอบคุณค่ะ เอ่อ...แล้วเรื่องงานแต่ง...” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลเพราะเกรงว่าการเตรียมจัดงานแต่งจะมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานที่กำลังก้าวหน้าของเขา

ณัฏฐ์นิ่งเงียบไปสักพักแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้ม

“เรื่องงานแต่งคุณไม่ต้องห่วง”

“ค่ะ ฉันกลัวว่าคุณจะไม่มีเวลาก็เลย...”

ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกุมมือของหญิงสาวและเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้ม

“ที่รัก ผมมีเวลาให้เสมอนะ ไม่ว่างานจะเยอะแค่ไหน ผมก็อยากให้วันแต่งงานของเราสองคนเป็นวันที่ดีที่สุด”

พอได้ยินแฟนหนุ่มพูดยิ่งทำให้หัวใจของมิราวดีเต้นเร็วขึ้นไม่เป็นจังหวะ แก้มสองข้างร้อนผ่าว จนซ่อนความเขินอายไว้ไม่มิด

“ขอบคุณนะคะที่อยู่เคียงข้างฉันมาตลอด”

“ผมยินดีและเต็มใจครับ”

ชายหนุ่มพูดพลางตักอาหารเข้าปากเหลือบมองหญิงสาวที่ยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะยกมือทำสัญญาณบอกให้บริกรนำช่อดอกไม้ใหญ่ที่จัดเตรียมไว้มา เมื่อดอกไม้ที่สั่งมาถึงแล้วเขาจึงลุกขึ้นรับดอกไม้แล้วเดินเข้ามาหาแฟนสาว ก่อนคุกเข่าลงข้างที่นั่งของเธอ

มิราวดีตกใจรีบขยับตัวลุกออกทันที

“ทำอะไรคะ ลุกขึ้นมาก่อนก็ได้ค่ะ”

“ไม่ครับ” เขาก้มหน้าลงพลางสูดลมหายใจเข้าแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว “ผมอยากมอบช่อดอกไม้นี้ให้คุณ ด้วยความจริงใจ ความรักที่ผม

มีให้คุณ ไม่ใช่เรื่องโกหกหลอกลวง...”

“คุณกำลังพูดเรื่องอะไรคะ ?” หญิงสาวงุนงง

“ผมอยากขอโทษในสิ่งที่ผมทำผิดกับคุณ” ณัฏฐ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า “ผมอยากให้คุณอภัยให้...”

“เดี๋ยวนะคะ คือฉันไม่เข้าใจค่ะ” เธอมองเขาพลางครุ่นคิด ในใจมีคำถามมากมายเกิดขึ้น ทำไมอยู่ ๆ แฟนหนุ่มจึงพูดออกมาแบบนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้จะมีปากเสียงหรือไม่พอใจกันบ้างแต่ไม่เคยทะเลาะให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลย อีกทั้งมีแต่เธอที่จะโดนเขาดุด้วยซ้ำไป

“คุณขอโทษทำไมคะ”

“ผมก็แค่...” ชายหนุ่มลุกขึ้น “อยากให้เราลืมเรื่องที่เคยโกรธกัน และอยากให้คุณรู้ว่าไม่ว่าผมจะทำอะไรผิดพลาดไปในอนาคต แต่ผมก็ยังรักคุณเสมอไม่เคยเปลี่ยน ผมรักคุณ”

คำพูดที่ออกมาจากใจ จากความรู้สึกที่ตัดสินใจยากนั้นทำให้ณัฏฐ์ต้องฝืนยิ้มมันออกมา เขาลังเลที่จะพูดความจริงแต่ก็ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว

“ฉันให้อภัยเสมอ ไม่ว่าคุณจะทำอะไรผิดร้ายแรงแค่ไหน” มิราวดีพูดด้วยความจริงใจ ยิ่งเห็นเขาทำแบบนี้แล้วกลับเป็นเธอที่รู้สึกผิดเข้าไปอีก

“ฉันรักคุณมากค่ะ”

ณัฏฐ์เดินเข้ามาหายื่นช่อดอกไม้ให้

“ดอกไม้แด่คนที่ผมรักครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวเอื้อมมือรับขณะที่เขาก้าวเข้ามาแล้วดึงเธอมากอด

ใบหน้าสวยซุกเขินอายปนดีใจอยู่ที่อกแกร่ง คำบอกรักและคำขอโทษของเขาทำให้รู้สึกว่าชีวิตนี้หากสวรรค์จะเล่นตลกอะไรอีก ขอมีเพียงผู้ชายคนนี้อยู่เคียงข้างก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวอีกแล้ว

มิราวดีหันไปมองแฟนหนุ่มเมื่อรถหยุดที่ข้างทาง

ดวงตากลมมองด้วยความสงสัยและแปลกใจ เส้นทางที่ไม่คุ้นเคยไม่ใช่ทางที่เคยไปส่งกลับคอนโด ประจำ ทั้งยังดูเปลี่ยวและน่ากลัว ทว่าความไว้ใจที่มีต่อเขานั้นยังไม่ลดลง

“ทำไมอยู่ ๆ ถึงมาที่นี่เหรอ”

แม้ใจจะรู้สึกหวาดหวั่นตามสัญชาตญาณ แต่เธอก็พยายามคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ

ณัฏฐ์นิ่งแล้วหันมายิ้มให้เธอ “มีที่ที่อยากให้ดูน่ะ”

หญิงสาวขมวดคิ้วมองด้วยความแปลกใจ เพราะวันนี้แฟนหนุ่มจะเซอร์ไพรส์เยอะมากเกินผิดวิสัย แต่ถึงกระนั้นความหวาดระแวงในใจก็ไม่ได้มีเพิ่มขึ้น

“ที่ไหนเหรอคะ”

ชายหนุ่มเอื้อมมือหยิบผ้าหนึ่งผืนขึ้นมา แล้วขยับตัวโน้มไปหาเพื่อปิดตา เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนจนเธอยอมแต่โดยดี

“ปิดเลยลงมาที่จมูกแล้วนะคะ” มิราวดีทักท้วงเมื่อผ้าที่ปิดตานั้น เกือบปิดทั้งใบหน้าจนหายใจไม่ออก ยิ่งพยายามใช้มือดันออกกลับยิ่งถูกดันปิดมาที่จมูกมากเท่านั้นราวกับว่าแฟนหนุ่มจงใจ แรงที่น้อยกว่าต้านทานไว้ไม่ได้ ซ้ำร่างกายกลับรู้สึกไม่มีแรงขึ้นมา

มิราวดีรู้สึกหวาดกลัวแต่ก็ต่อต้านอะไรไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามที่อยากทำจนกระทั่งสติของเธอเริ่มเบลอหายไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบความจริงอันโหดร้ายเมื่อลูกทั้งห้าต้องอดอยาก และญาติสามีกำลังวางแผนขายลูกสาวของเธอ หญิงสาวเด็ดขาดที่จะไม่ยอมทนเป็นเบี้ยล่างอีกต่อไป เธอประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องลูก สวรรค์เข้าข้างเมื่อเธอค้นพบระบบร้านค้าลับที่ช่วยให้กักตุนเสบียงได้แบบไม่อั้น เธอแอบสร้างความมั่งคั่งเงียบๆ เมื่อภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่มาเยือนและกวาดล้างหมู่บ้าน ญาติจอมละโมบต้องเผชิญความอดอยากแสนสาหัส ทว่าครอบครัวของเธอกลับนั่งกินเนื้อและข้าวอย่างสุขสบายไร้กังวล ถือเป็นการแก้แค้นที่สาสม
หน้าปกนวนิยาย ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
9.3
ใบไผ่ชายโสดวัยสามสิบปีต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อเขาได้กลับมาเกิดใหม่เป็น ลลิต ทารกน้อยผู้น่ารักซึ่งเป็นลูกชายของ ลออจันทร์ ตัวประกอบในนิยายชื่อดังที่เขาเคยอ่าน ทว่าในเส้นทางเดิมนั้นแม่ของเขาต้องพบกับจุดจบที่แสนเศร้าและน่าอนาถใจอย่างยิ่ง เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สองในร่างเด็กทารกเช่นนี้ ลลิตจึงตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องใช้ความสามารถและหัวใจทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องหม่าม้าให้พ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ต้องทำเช่นใดให้พวกท่านลุ่มหลง
8.5
เมื่อน้องชายวัยสี่ขวบขึ้นครองบัลลังก์ องค์หญิงรั่วเสียนจึงต้องรับภาระปกป้องอำนาจจากศัตรูรอบทิศ หนทางเดียวคือการผูกมัดใจเสนาบดีกัวผู้ทรงอิทธิพล ทว่าเขากลับปฏิเสธการแต่งงานและพยายามหาชายอื่นมาให้แทน นางจึงต้องงัดกลเม็ดการยั่วยวนทุกวิถีทางเพื่อสยบเขาให้ได้ แต่แล้วรั่วเสียนกลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเสนาบดีกัวไม่ได้มีเพียงคนเดียว! เรื่องราวความรักสุดเร่าร้อนในรั้ววังที่ต้องใช้เสน่ห์แลกกับการรักษาบัลลังก์ท่ามกลางความลับที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย เสน่หานางมารหน้าใส
8.1
โชคชะตาช่างเล่นตลกกับนางมารสาวผู้มีรูปโฉมงดงามและใสซื่อ แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่ดูไร้เดียงสา เพียงเพราะนางเลือกที่จะแสดงด้านที่ร้ายกาจออกมาเพียงเล็กน้อยเพื่อปกป้องตนเองในโลกแฟนตาซีอันโหดร้าย กลับถูกตราหน้าและตัดสินอย่างไม่เป็นธรรมจากคนรอบข้าง นางจึงตั้งคำถามต่อสวรรค์ว่าสิ่งที่นางทำลงไปนั้นมันผิดมหันต์ถึงเพียงนั้นเลยหรือ ท่ามกลางไฟแห่งความรักและความขัดแย้งที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของนาง
หน้าปกนวนิยาย ตำนานรักองค์ชายจอมโจร
8.7
หวังฉิงชวน นักศึกษาสาวที่กำลังเขียนบทละครประวัติศาสตร์ยุคจ้านกว๋อเพื่อจบการศึกษา กลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเธอเสียชีวิตกะทันหันแล้วฟื้นขึ้นในร่างของหยางเฉียนเฉียน ธิดาเจ้าเมืองอูเจี๋ยนในอดีต การย้อนเวลานี้ทำให้เธอได้พบความจริงที่ถูกบิดเบือนและได้พบกับเยี่ยคัง จอมโจรผู้ลึกลับซึ่งแท้จริงคือองค์ชายห้าแห่งแคว้นหมิ่นเย่ว ท่ามกลางความขัดแย้งและอุปสรรค ทั้งสองได้ร่วมกันสานต่อวาสนาและความรักอันมั่นคงที่ผูกพันข้ามภพชาติเพื่อครองคู่กันตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หัวใจของปฐพี
7.8
สตรีผู้หนึ่งเคยขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะมารดาแห่งแผ่นดินเคียงข้างโอรสสวรรค์ ทว่าชะตากลับพลิกผันส่งให้นางย้อนเวลากลับมาตื่นขึ้นในช่วงห้าปีก่อนหน้า การเกิดใหม่ครั้งนี้มอบโอกาสให้นางได้เลือกเส้นทางชีวิตของตนเองอีกครั้ง เมื่ออนาคตไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตายตัว อดีตฮองเฮาจึงต้องเผชิญหน้ากับทางแยกแห่งโชคชะตาและตั้งคำถามต่อจิตวิญญาณว่า แท้จริงแล้วตัวตนที่นางปรารถนาจะเป็นในชาตินี้คือใครกันแน่ การตัดสินใจเลือกก้าวเดินบนหนทางสายใหม่จะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์และกำหนดชะตาหัวใจของนางไปตลอดกาล