ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามีพันธกาลรัก

สามีพันธกาลรัก

มิราวดีหญิงสาวผู้ถูกคู่หมั้นหักหลังจนชีวิตพังทลาย กลับได้รับความช่วยเหลือจากชายลึกลับที่มักปรากฏตัวในยามคับขันเสมอ เธอตัดสินใจแต่งงานกับเขาเพื่อรักษาตัวรอด โดยหารู้ไม่ว่าสามีคนนี้มีอายุยืนยาวมาหลายชั่วอายุคน ทว่าท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้น อดีตชาติอันขมขื่นกลับตามมาหลอกหลอน เมื่อวิญญาณปริศนาปรากฏตัวพร้อมทวงคืนร่างเพื่อชดใช้บาปกรรมเก่าที่เธอเคยทำไว้ในอดีต กลายเป็นบททดสอบความรักข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและพันธนาการที่ยากจะตัดขาด
ตอน
แชร์

ตอน 3

ณัฏฐ์ขยับตัวนั่งที่เบาะเหมือนเดิม พลางมองคู่หมั้นหลับคอพับด้วย สีหน้าลังเล จะต้องทำจริง ๆ หรือ ผู้หญิงคนนี้คือคนที่กำลังจะแต่งงานด้วยและเป็นคนที่ไว้ใจเขามากที่สุด แต่ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้ว ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องตายทั้งคู่ และเธอก็บอกเองว่าต่อให้เขาทำผิดมากแค่ไหนก็อภัยให้ได้เสมอ

“ขอโทษนะ” เขาได้แต่เอ่ยขอโทษด้วยความผิดบาป แม้ใจยังลังเลอยากจะเลี้ยวรถกลับไปก็ตาม

“บ้าจริง !”

ส่วนลึกในใจตอกย้ำต่อความรักและความเชื่อใจที่มีให้กันจนไม่กล้าที่จะทำ ณัฏฐ์นั่งลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนตัดสินใจจะขับรถเลี้ยวกลับไปทว่า

ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ

เสียงเคาะกระจกทำให้เขาสะดุ้งหันไปมองด้วยความหวาดหวั่น คนด้านนอกทำมือเป็นสัญญาณบอกให้ออกมา ณัฏฐ์ทำอะไรไม่ถูกเพราะ ความกลัวกำลังครอบงำจิตใจ จึงทำตามที่อีกฝ่ายบอกโดยง่าย

“เงินอยู่ไหน”

ชายหนุ่มสะดุ้งพลางยกมือขึ้นไหว้ “ผมยังไม่มี ผม...”

ยังพูดไม่ทันจบณัฏฐ์ก็ถูกอีกฝ่ายต่อยล้มลงที่พื้น ครั้นจะทรงตัวยืนขึ้นก็ถูกกระทืบซ้ำอีกหลายที

“อั๊วบอกแล้ว ถ้าไม่มีเงินให้ก็ต้องตาย !”

ชายหนุ่มมองปืนที่อยู่ในมือชายร่างท้วมด้วยความหวาดกลัว พลาง

ยกมือขึ้นไหว้ของร้องชีวิต

“เฮียโชค...ผม...”

“จัดการมันซะ” สิ้นเสียงคำสั่งชายชุดดำอีกสามคนเดินเข้ามา ณัฏฐ์หวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก ร่างกายไม่มีแรงที่จะวิ่งหนีด้วยซ้ำ พลันนึกถึงเรื่อง

ที่ตัดสินใจลงไปก็รีบพูดออกมาทันที

“เฮีย ผมจะใช้หนี้ให้ !”

ลูกน้องทั้งสามคนหันไปมองเจ้านายรอฟังคำสั่งต่อไป

“ไหน ! เอาเงินมา”

ณัฏฐ์ชี้มือไปที่รถ

“อั๊วไม่ต้องการรถเก่า ๆ ของลื้อ !”

โชคชัยขึ้นเสียงด้วยความโมโหส่งสัญญาณให้ลูกน้องจัดการทันที ณัฏฐ์รู้ว่าวันนี้ตนไม่รอดจากความตายแน่ จึงรีบพูดออกมา

“ไม่ ๆ เฮีย...ผมหมายถึงผู้หญิง”

“ผู้หญิง ?” คนฟังหยุดชะงักมอง

ณัฏฐ์พยักหน้าและมองไปที่รถอีกครั้ง

“ไปดูดิวะ” คำสั่งของเจ้านายทำให้ลูกน้องหนึ่งในสามเดินเข้าไปดู ก่อนเดินมากระซิบที่ข้างหู โชคชัยพยักหน้ารับรู้และยกมือปัดสั่งให้อีกสองคนถอยออกมา

“ไปเอาตัวออกมา”

เมื่อร่างของหญิงสาวถูกอุ้มออกมาจากรถแล้ว โชคชัยมองสัดส่วนและรูปร่างหน้าตาอย่างพึงใจก่อนจะหันไปมองณัฏฐ์

“บอกแต่แรกก็จบแล้ว”

ณัฏฐ์กลืนน้ำลายพลางยกมือไหว้ถอยหนี ขณะที่มองแฟนสาวถูกอุ้มขึ้นรถของอีกฝ่ายไป กระทั่งรถของโชคชัยขับออกไปจนพ้นสายตาแล้ว เขาจึงขยับตัวลุกขึ้น ความรู้สึกผิดบาปไม่ได้เกิดขึ้นให้สำนึกแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขารู้สึกโล่งใจที่ใช้หนี้พนันก้อนนี้หมดและไม่ต้องมาตาย

หากมิราวดีกลับมาแค่พูดให้เข้าใจได้ว่าเธอเพียงแค่ถูกฉุดไป ส่วนเขา

นั้นถูกทำร้ายร่างกายจนปางตาย เพียงแค่นี้หญิงสาวก็ให้อภัย อีกอย่างเธอรักเขา แน่นอนว่าต้องยอมเข้าใจในสิ่งที่เขาทำลงไป

ร่างของหญิงสาวนอนอยู่บนฟูกในห้อง เธอขยับตัวพลางปรือตาขึ้นมาด้วยความงุนงง เรี่ยวแรงยังกลับมาไม่หมดแต่ก็พยายามฝืนขยับตัวลุกขึ้นมองสถานที่และห้องที่ไม่คุ้นเคย ซ้ำกลิ่นอับชื้นและสกปรกจนน่าตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

มิราวดีทบทวนเหตุการณ์เท่าที่จำได้ ตอนนั้นเธออยู่กับแฟนหนุ่มและเขาบอกว่าให้ใช้ผ้าปิดตา มันผิดแปลกวิสัยที่ทำแบบนี้ และหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย หญิงสาวลุกขึ้นจากฟูกนอนเก่าเดินสำรวจห้องที่ไม่มีแม้แต่ช่องระบายอากาศหรือหน้าต่างสักนิด สองเท้าเดินเข้าไปหวังจะเปิดประตูออก แต่ก็ได้ยินเสียงจากทางด้านนอกที่ทำให้ต้องเงี่ยหูฟัง

“อย่าคิดจะหนีอีก !”

มิราวดีสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงร้องของผู้หญิง จึงพยายามที่จะเอียงหูฟังความต่อไป

“จับมันไว้ดี ๆ อย่าทำให้สินค้าต้องเสียหาย”

สินค้าเหรอ

มิราวดีพลางนึกคิดด้วยความหวั่นใจ ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออกจึงรีบหมายจะเดินออกไปทว่ากลับมีหญิงสาวใบหน้าฟกช้ำถูกส่งตัวโยนเข้ามา เธอจึงรีบเดินออกไปแต่กลับถูกห้ามไว้

“ออกไปนะ ฉันจะกลับบ้าน !” หญิงสาวขึ้นเสียงเข้มข่ม

“จะกลับบ้าน” เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังของชายตัวใหญ่ ก่อนเดินเข้ามาหามิราวดี

“กลับไปไหน”

“ถอยไป” มิราวดีเดินเข้าไปหาหวังจะออกไปจากห้องแต่กลับถูกผลักลงที่พื้นอย่างแรง ดวงตากลมมองด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นสีหน้าของเจ้าของเสียงเป็นชายร่างท้วมใบหน้าหื่นกามดูไม่น่าไว้ใจ

“พวกคุณเป็นใคร ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งความ”

“แจ้งความ” เสียงหัวเราะสมเพชของชายร่างท้วมดังลั่นขึ้น “เอาเซ่ ถ้าลื้อหนีออกไปได้ แต่ทางที่ดีอยู่เฉย ๆ เตรียมเป็นสินค้าของอั๊วจะดีกว่า”

“หมายความว่ายังไง”

“จะบอกให้เอาบุญนะ แฟนของลื้อน่ะมันขายลื้อให้อั๊วแล้ว” โชคชัยหัวเราะยิ้มมองสินค้าอย่างพึงใจ เพราะงานนี้ได้เงินก้อนใหญ่แน่ ๆ

“ลื้อก็ทำตัวดี ๆ อยู่เฉย ๆ แล้วจะไม่เจ็บตัว”

เธอมองตามสายตาเมื่อเห็นหญิงสาวอีกคนที่นั่งโทรมอยู่ หน้าตาและตัวฟกช้ำจนปางตาย มิราวดีอยู่ในสภาวะตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ครั้นตั้งสติได้ก็หันไปมองประตูแต่ก็ไม่รู้ว่าปิดไปตอนไหน

พอกลับมานั่งทบทวนแล้วก็เข้าใจได้ว่าทำไมแฟนหนุ่มถึงนัดเธอออก

มาดินเนอร์และย้ำหลายครั้งว่าให้แต่งตัวสวย ๆ ซ้ำยังมอบดอกไม้ให้และพูดขอโทษในสิ่งที่ไม่เคยทำผิด และเป็นเธอที่หลงคารมจนพูดรับปากออกไป

“ไอ้คนชั่ว !”

หญิงสาวตะโกนลั่นด้วยความโกรธและโมโหไม่คิดว่าแฟนที่คบกันมาเกือบสิบปี แถมกำลังจะแต่งงานกันกลับหลอกเธอมาขายให้กับใครก็ไม่รู้

“ไอ้บ้า ! ไอ้หน้าตัวเมีย %$#*#@!*&!!!....ไปตายซะ !”

ถึงจะก่นด่าไปมากสักเท่าไหร่ก็ไม่หายโมโห ตอนนี้แม้แต่เวลาเสียใจตัดพ้อต่อความรักที่มีต่อแฟนหนุ่มยังไม่มีด้วยซ้ำ มีแค่ความโกรธและหาหนทางหนีออกไปจากที่แห่งนี้ก่อน มิราวดีหันมองหญิงสาวที่นอนอยู่บนฟูกก่อนจะเริ่มเอ่ยถาม แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่ร้องไห้และพูดว่า ‘อยากตาย’ เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดี มันก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดเมื่อผู้หญิงถูกหลอกมาขายตัว และหมดหนทางที่จะหนี

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย BLOOD NIGHT รัตติกาลสีเลือด
9.3
โชคชะตาที่ผูกพันด้วยพันธสัญญาในอดีต ความรักที่แสนหวาน และเงาแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามา สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาที่ค้างคาใจเธอมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางบรรยากาศของรัตติกาลอันลึกลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่ไร้คำตอบว่าแท้จริงแล้วเกิดเหตุการณ์พลิกผันอะไรขึ้นกันแน่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน ความลับที่ถูกฝังไว้ในกาลเวลากำลังจะถูกเปิดเผยในเรื่องราวของแวมไพร์สุดเข้มข้นที่ผสมผสานความโรแมนติกและแฟนตาซีได้อย่างลงตัวเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว
9.8
เมื่อโชคชะตาพาแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยาข้ามกาลเวลามาสู่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันที่เธอไม่รู้จัก การปรับตัวในโลกใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีพี่หมอหนุ่มผู้อ่อนโยนคอยดูแลและชี้ทางสว่างให้ ความใกล้ชิดเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นความหวั่นไหว จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งท่ามกลางอุปสรรคแห่งยุคสมัย จากสาวหลงยุคสู่การเป็นฟ้ารดา มหานคร ทายาทห้างทองผู้มั่งคั่ง เธอจะเลือกเดินบนเส้นทางที่พรหมลิขิตขีดเขียนไว้เพื่อครองคู่กับเขาตลอดไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
7.9
เมื่อวิญญาณของนักฆ่าสาวผู้ไร้ความปรานีอันดับหนึ่งได้ข้ามมิติมาสวมร่างหญิงสาวผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ในยุคโบราณ เธอต้องเผชิญกับชีวิตที่แสนรันทดท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยามและการกลั่นแกล้งสารพัดจากผู้คนรอบข้างที่รุมสาปส่งเธออย่างไม่ใยดี ทว่าด้วยจิตวิญญาณของเพชฌฆาตสาวผู้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เธอจึงพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและเปลี่ยนโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ทุกคนต้องยำเกรงในความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทุกคนเคยดูแคลน
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวนาผู้ยากจนซ้ำสามียังพิการ
9.5
เมื่อนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายต้องข้ามเวลามาอยู่ในร่างหญิงอ้วนนิสัยร้ายกาจในปี พ.ศ. 2495 ท่ามกลางความยากจนในชนบทอีสาน เธอต้องเผชิญกับสายตาชิงชังจากสามีพิการขาหักทั้งสองข้างและลูกน้อยอีกสองคนที่ไม่ต้องการให้เธอมีชีวิตอยู่ ชีวิตใหม่ในฐานะภรรยาชาวนาที่ครอบครัวตั้งแง่รังเกียจจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมความท้าทายครั้งใหญ่ เธอจะใช้ความรู้ที่มีเพื่อกอบกู้สถานการณ์และเอาตัวรอดจากความเกลียดชังในบ้านที่แสนอัตคัดนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
9.5
เมื่อจิตมารหวนคืนสู่ภพภูมิใหม่ในฐานะองค์หญิงแห่งดินแดนเหมันต์ เป่ยฟางหรงจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหลี่จิ้ง เทพอัคคีผู้รับภารกิจขัดเกลาจิตใจนางไม่ให้เข้าสู่หนทางมืดมิด ทั้งคู่ต่างลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญด่านเคราะห์และกระชับความสัมพันธ์ในฐานะศิษย์อาจารย์ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อธรรมชาติของมารในตัวนางไม่อาจลบเลือน นำไปสู่บทสรุปอันแสนเจ็บปวดที่หลี่จิ้งต้องตัดสินใจสังหารลูกศิษย์เพียงคนเดียวด้วยมือของเขาเอง