ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จอมมารสองใจ

จอมมารสองใจ

เดลฟีน โบวิเย่ห์ เดอมาแตงค์ แสดงความรังเกียจต่อสิรินยา ภรรยาตามกฎหมายอย่างเปิดเผย เขาตอกย้ำว่าเธอเป็นเพียงตัวขัดขวางความสุขและไม่มีวันเทียบเคียงเมญ่าได้เลย ชายหนุ่มตั้งใจทำลายความรู้สึกของเธอให้ย่อยยับด้วยถ้อยคำที่โหดร้ายและการกระทำที่เย็นชา แม้สิรินยาจะรักเขาจนสุดหัวใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความเจ็บปวดที่ทวีคูณขึ้นทุกวัน เธอต้องเผชิญกับความชอกช้ำที่ไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด เมื่อสามีที่เธอรักเลือกที่จะเหยียบย่ำหัวใจของเธอให้แหลกคามือโดยไม่ใยดี
ตอน
แชร์

ตอน 2

2

สิรินยาถูกเลี้ยงดูต่างจากพี่สาวที่ได้แต่ของใหม่ๆ ส่วนหล่อนได้ของเก่า ของใช้แล้วจากคนเป็นพี่หรือของบุคคลอื่นที่ให้มา และถูกเลี้ยงดูจากน้าอ้อย น้องสาวของมารดาที่มาอาศัยอยู่ด้วย น้าอ้อยเลี้ยงดูสิรินยาแลกข้าวแลกน้ำและที่อยู่อาศัย ได้รับเงินค่าจ้างเล็กน้อยตามสมควร ด้านความรักไม่ต้องพูดถึง หล่อนแทบจะไม่ได้ไออุ่นจากพ่อและแม่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อ้อมกอดของทั้งคู่เป็นอย่างไร อบอุ่นมากแค่ไหน

แต่ด้วยความเป็นฝาแฝดกัน สิริยากรให้ความรักต่อน้องสาว หล่อนแบ่งปันสิ่งของให้เสมอ มักออกปากบอกบุพการีให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ ของเล่นหรืออุปกรณ์การเรียนให้สิรินยา หากแฝดพี่ไม่พูดแฝดน้องก็จะไม่ได้อะไรเลย แต่ไม่มีใครรู้ว่า ฃความรักของแฝดพี่ มักทำให้แฝดน้องโชคร้ายเสมอ เป็นเพราะสิรินยาจะถูกมารดาตีทุกครั้งที่ได้ของเหล่านั้น หาว่าหล่อนไปพูดข่มขู่ บังคับให้สิริยากรบอกให้พ่อแม่ซื้อของให้ ซึ่งในความเป็นจริง มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย สิรินยาจึงไม่อยากได้อะไรจากพ่อและแม่ หล่อนจะเก็บเงินจากเศษเงินที่ชาติชายและสาวินีเจียดให้ เพื่อซื้อของที่ตัวเองอยากได้ และหารายได้พิเศษด้วยการทำงานหลังเลิกเรียน

“แกจะร้องไห้หาสวรรค์วิมานอะไรหนักหนา อยากจะตายตามย่าแกไปหรือไง” สาวินีมองสิรินยาด้วยสายตาไม่พอใจ ยิ่งนานวันเข้า นางยิ่งขัดหูขัดตาลูกคนนี้มากขึ้น “ไป ไปขึ้นรถ เราต้องไปบ้านสวนของย่ากัน”

“ไปทำไมคะแม่” สิรินยาปาดน้ำตาราวกับเด็กน้อย ช้อนตามองมารดาด้วยประกายตาเศร้าสร้อย

“เปิดพินัยกกรรมย่าแกน่ะสิ” เสียงเกรี้ยวกราดของมารดาตอบกลับ

“ย่ามีพินัยกรรมด้วยหรือคะ”

หล่อนถามคนเป็นแม่ด้วยความสงสัย จำเนียรเป็นอดีตครู หลังจากเกษียณการทำงาน นางก็พักอาศัยในบ้านสวนแถวจังหวัดนครปฐมจนสิ้นอายุขัย ฐานะจำเนียรไม่ใช่คนร่ำรวย ไม่มีสมบัติมากมาย อยู่อย่างพอมีพอกิน สิรินยาจึงไม่คิดว่าจำเนียรจะมีพินัยกรรม

“ฉันก็ไม่รู้อะไรมากหรอก หลานลุงมีที่อยู่บ้านติดกับย่าแกเดินมาบอก แกรีบไปเถอะ รอแกอยู่คนเดียวนี่แหละ” สาวินีไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน นางรู้พร้อมญาติพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกับสามีเมื่อครู่นี้ ทั้งหมดต่างตกอยู่ในอาการตกใจ ไม่คาดคิดว่าจำเนียรจะมีพินัยกรรม พากันสงสัยว่าจำเนียรมีทรัพย์สินอื่นด้วยหรือนอกจากบ้านสวน “รีบตามมา ถ้าช้าฉันจะหวดแก”

สิรินยาทำตามที่มารดาสั่ง หล่อนลุกขึ้นยืน ประนมมือไหว้เมรุอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามสาวินีไปที่รถยนต์ของบิดา แล้วเมื่อหล่อนนั่งประจำที่ รถยนต์ก็ขับเคลื่อนออกไปยังจุดหมายทันที

บ้านไม้ชั้นเดียวกลางสวนคือสถานที่เปิดพินัยกรรม บุตรธิดาทั้งสามของจำเนียรเดินทางมาพร้อมครอบครัว ทุกคนที่ก้าวขึ้นไปบนบ้านต่างเคลือบแคลงสงสัยเรื่องพินัยกรรม แต่ละครอบครัวพูดคุยกันมาตลอดทางเรื่องนี้ เท่าที่พวกเขารู้จำเนียรมีทรัพย์สินเพียงบ้านสวน และสวนผลไม้เนื้อที่เจ็ดไร่ ซึ่งลูกทั้งสามมีความเห็นตรงกันว่าจะขายทั้งหมดเพราะไม่มีลูกคนไหนอยากอยู่ที่นี่ แล้วนำเงินที่ได้จากการขายบ้านและที่ดินมาแบ่งเท่าๆ กัน ถึงแม้ว่าในพินัยกรรมจะระบุให้ใครคนหนึ่งก็ตาม

“อย่าลืมที่เราคุยกันไว้นะ ถ้าแม่ให้บ้านและที่ดินกับใคร ก็ต้องขายเอาเงินมาแบ่งเท่าๆ กัน” เกรียงศักดิ์ลูกชายคนโตของจำเนียรบอกจำรูญและชาติชาย น้องสาวและน้องชายเมื่อมาถึงบ้าน

“รู้แล้วน่า” จำรูญตอบกลับ “พี่ก็อย่าลืมก็แล้วกัน ไม่ใช่ว่าได้แล้วไม่แบ่งฉันกับชายล่ะ”

ความที่รู้นิสัยพี่ชายดีว่า ขี้เหนียว ขี้งกและเห็นแก่ตัว ทำให้หล่อนไม่มั่นใจว่าหากมารดายกสมบัติให้เกรียงศักดิ์ ข้อตกลงยังคงเหมือนเดิมหรือไม่

“ฉันไม่ลืมหรอก ตกลงกันยังไงก็อย่างนั้น”

เกรียงศักดิ์คิดทำตรงข้ามกับปากพูด หากพินัยกรรมระบุว่าเขาได้ครอบครองที่ดินผืนนี้ นั่นเท่ากับว่าชอบด้วยกฎหมาย มีหรือที่เขาจะแบ่งเงินให้น้องทั้งสองคน

จบคำพูดของเกรียงศักดิ์ ทนายจักรกฤตญ์ที่เดินทางมาถึงบ้านสวนของจำเนียรหลังสุดก็ก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมกับตามี เขาประนมมือไหว้ลูกทั้งสามของจำเนียร ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายตัวเดียวกันกับที่ลุงมีนั่ง เปิดกระเป๋าที่ตนถือมา หยิบซองสีน้ำตาลที่ปิดผนึกออกมาโชว์ให้ลูกหลานจำเนียรดู

“นี่คือพินัยกรรมของยายจำเนียรครับ ผมในฐานะทนาย และตามีในฐานะพยาน ทำตามคำสั่งของยายเนียรว่าวันเผาศพของยายเนียรคือวันเปิดพินัยกรรม ผมจึงบอกให้พวกคุณมาที่นี่ครับ” ทนายหนุ่มเกริ่น ก่อนจะเปิดซองที่ปิดผนึกออก หยิบพินัยกรรมออกมา “เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ผมขอเปิดพินัยกรรมนะครับ”

ลูกหลานของจำเนียรต่างพากันตื่นเต้นที่จะได้รู้ว่าบ้านสวนพร้อมที่ดินแห่งนี้จะตกอยู่ในมือใคร หรือถูกแบ่งสรรปันส่วนให้กับลูกทั้งสามเท่ากัน จักรกฤตญ์อ่านข้อความในพินัยกรรมจนถึงแก่นสำคัญ ที่ทุกคนพากันตั้งใจฟัง ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดขัดจังหวะ

“บ้านสวนและที่ดินจังหวัดนครปฐม เงินสดในบัญชีธนาคารสามแห่งรวมทั้งสิ้นเจ็ดล้านแปดแสนเก้าหมื่นสามพันสี่ร้อยบาท และที่ดินในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 70 ไร่ จังหวัดอยุธยา 80 ไร่ จังหวัดราชบุรี 35 ไร่ จังหวัดเชียงใหม่ 62 ไร่ และอุบลราชธานี 55 ไร่ ยกให้เป็นสมบัติของ นางสาวสิรินยา นาควลัยแต่เพียงผู้เดียว พินัยกรรมของคุณยายเนียรมีแค่นี้ครับ”

จำเนียรมีมรดกเป็นร้อยล้าน!

หลังกจากเสียงจักรกฤตญ์เงียบลง ทุกคนที่อยู่ในอาการตกใจต่างหันมามองสิรินยาเป็นตาเดียว ด้วยความคาดไม่ถึงว่าจำเนียรจะมีสมบัติมากขนาดนี้ มูลค่าของทรัพย์สินที่จักกฤตญ์กล่าวมามีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว แค่ที่ดินในจังหวัดภูเก็ตก็ปาเข้าไปหนึ่งร้อยล้านกว่าบาทแล้ว ยังไม่นับรวมกับส่วนอื่นๆ อีก มูลค่าที่มากมายมหาศาลทำให้ความโลภเข้าครอบงำจิตใจพวกเขาทันที

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย นับถอยหลังสู่ความเสียใจของพ่อทูนหัว
9.5
ลูนาช่วยชีวิตลูกชายผู้สืบทอดมาเฟียทรงอิทธิพลที่สุดในนิวยอร์กอย่างเลียมโดยบังเอิญ แม้คนภายนอกจะมองว่าเขาโหดเหี้ยมและไร้หัวใจในกามารมณ์ แต่เขากลับปฏิบัติกับเธออย่างอ่อนโยนถึงขั้นยอมก้มกราบและเอาใจใส่ทุกรายละเอียดในยามร่วมรักเพื่อไม่ให้เธอเจ็บปวด ทว่าเลียมกลับมีคนรับใช้ทางอารมณ์ไว้เพื่อระบายความต้องการส่วนตัว เมื่อเขาตัดสินใจให้หญิงผู้นั้นเป็นคนตั้งครรภ์ทายาทแทน ความสัมพันธ์ที่เคยลึกซึ้งระหว่างเขากับลูนาก็เริ่มสั่นคลอนและเปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หมูตุ๋นอุ่นรัก
9.3
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นระหว่างจ้าวจันทร์และเพื่อนชายคนสนิทเริ่มชัดเจนกว่าที่เคย เมื่อการหยอกล้อเรื่องจูบนำไปสู่บรรยากาศชวนหวั่นไหว แม้เขาจะเสนอโบนัสเป็นเงินแสนเพื่อตอบแทนที่เธอช่วยดูแลห้องให้ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอใจฟูที่สุดกลับไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นความใส่ใจเล็กๆ อย่างการเตรียมแปรงสีฟันและของใช้ส่วนตัวไว้ให้พร้อมสรรพ การกระทำที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนนี้ทำให้จ้าวจันทร์มั่นใจว่าเขาก็มีใจให้เธอไม่ต่างกันแน่นอน
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนร้ายกลายรัก
9.2
ความสัมพันธ์ระหว่างมีนและตาร์ต้องสั่นคลอนเมื่อมีนสงสัยว่าแฟนหนุ่มวิศวะแอบนอกใจ เธอตัดสินใจเผชิญหน้าถามความจริงเรื่องคืนที่ผ่านมา แม้ตาร์จะยืนยันหนักแน่นว่าติดงานกลุ่มที่มหาวิทยาลัยจนแทบไม่ได้พัก แต่หลักฐานมัดตัวทั้งรูปถ่ายและข้อความจากหญิงอื่นที่ชื่อกีกี้กลับฟ้องชัดเจน ท่ามกลางความเสียใจและหวาดกลัวต่อท่าทีของอีกฝ่าย ตาร์กลับดึงเธอเข้าไปสวมกอดพร้อมคำขอโทษที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดในสิ่งที่เขาได้ทำลงไป
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้ายพ่ายรัก
9.6
ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อหนึ่งพยายามติดต่อเพลิงแต่กลับถูกเมินเฉยอย่างเย็นชา เมื่อเธอเดินทางไปหาเขาที่ห้องก็พบว่ารหัสผ่านถูกเปลี่ยนไปโดยไม่บอกกล่าว เพลิงตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยพร้อมไล่ให้เธอกลับบ้านไปเสียดื้อๆ ทิ้งให้หนึ่งต้องยืนเคว้งอยู่หน้าห้องด้วยความสับสนและเสียใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนรัก บทสนทนาที่แสนสั้นและห่างเหินนี้กลายเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าความรักของทั้งคู่กำลังเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ที่ยากจะประสานให้เหมือนเดิมได้อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย หลังจากเลิกกัน เธอถูกเจ้านายที่เป็นคนเลิกบุหรี่ไล่ตาม
9.2
ทายาทมหาเศรษฐีตกอับถูกเป่ยจิ่งชวนยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือ เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและปกป้องเธอจนเธอเชื่อมั่นในความรัก แต่สุดท้ายเธอกลับพบว่าตนเองเป็นเพียงหมากในกระดานของเขา เจียงอินจึงหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในวันที่เธอโดดเด่นและมีชายอื่นรุมล้อม เป่ยจิ่งชวนที่หึงหวงกลับพยายามอ้อนวอนขอให้เธอคืนดี แต่เธอกลับตอกหน้าเขากลับด้วยรอยยิ้มเย็นชาว่าตอนนี้เธอแต่งงานใหม่ไปเสียแล้ว