
โซ่รักโซ่เสน่หา
ตอน 2
ชายหนุ่มเปิดดูรูปเด็กอยู่หลายคน ต้องยอมรับว่าเด็กๆ ที่เห็นหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดูกันทุกคน เพียงแต่ยังไม่ถูกใจกับเด็กกลุ่มนี้สักเท่าไร เขาจึงวางมือจากรูปที่ทางโมเดลลิงส่งมาให้ ปล่อยให้เลขาฯ หน้าหวานเป็นคนดูต่อไป
เขาคว้านิตยสารเล่มหนึ่งที่เลขาฯ หยิบติดมือมาด้วยขึ้นมาซึ่งเป็นนิตยสารแฟชั่นทั่วไปมาเปิดดู มือเรียวค่อยๆ ไล่เปิดดูทีละหน้า จนกระทั่งถึงกลางเล่ม มือที่กำลังจะเปิดหน้าถัดไปต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นรูปนางแบบสาวกำลังโพสท่าถ่ายคู่กับเด็กน้อยสองคน ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกันมากจนแยกไม่ออก
นางแบบสาวที่เขาเห็นนั้นจัดว่าสวยเซ็กซี่ถูกใจอยู่ไม่น้อย แต่ดูเหมือนว่าความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กที่มีใบหน้าเหมือนกันทั้งสองคนนั้นจะดึงเอาความสนใจจาเขาได้มากกว่า
รวิชญ์พลิกหน้าถัดไปเพื่อดูความน่ารักไร้เดียงสาของเด็กทั้งสองคน เขาพลิกจนกระทั่งภาพสุดท้ายซึ่งเป็นภาพที่เด็กสองคนถ่ายคู่กันในชุดสีชมพูสด ภาพความน่ารักของเด็กทั้งสองนั้นทำให้เขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
“คุณน้องครับ”
รวิชญ์เอ่ยเรียกเลขาฯ หน้าหวาน ทว่าสายตายังคงไม่ละจากภาพสุดท้ายนั้น
“คะ คุณรวิชญ์”
“เด็กสองคนนี้ทางโมเดลลิงได้ส่งมาให้ด้วยหรือเปล่าครับ”
เขายื่นนิตยสารให้เลขาฯ ดู โดยเปิดหน้าเด็กสองคนที่กำลังพูดถึงเอาไว้
“อ๋อ... น้องทอฝันกับน้องพาฝัน น้องสองคนนี้เขาไม่ต้องเอารูปไปฝากไว้กับทางโมเดลลิงแล้วค่ะ”
กนกวรรณเอ่ยชื่อเด็กทั้งคู่ขึ้นเหมือนเธอนั้นรู้จักเป็นอย่างดี
“คุณน้องรู้จักเด็กสองคนนี้ด้วยหรือครับ”
ชายหนุ่มดึงนิตยสารเล่มเดิมกลับมาดูอีกครั้งอย่างตั้งใจ
“โธ่... คุณรวิชญ์คะ ใครๆ ก็รู้จักน้องสองคนนี้ทั้งนั้นค่ะ ผลงานน้องเขาเยอะค่ะ ทั้งละคร ทั้งถ่ายแบบ เก่งนะคะ หาเงินให้พ่อแม่ได้ตั้งแต่เล็กเลย”
รวิชญ์นั่งฟังนิ่ง ขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่รูปของเด็กทั้งคู่ไม่วาง ในใจอดนึกไม่ได้ว่า ‘ทำไมนะ เขาถึงไม่เคยเห็นผลงานเด็กสองคนนี้เอาเสียเลย’
จะให้เขาเคยเห็นผลงานของเด็กคู่นี้ได้เช่นไรกัน ในเมื่อชีวิตเขาอยู่แต่กับงาน อยู่แต่กับเอกสารกองโต หรือไม่ก็โปรเจกต์งานใหม่ พอว่างเขาก็ไปหาความสำราญกับบรรดาสาวๆ นี่ถ้าไม่เป็นเพราะต้องหาเด็กมาโฆษณาโครงการบ้านเดี่ยวโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ ก็คงไม่ได้มานั่งเปิดนิตยสารอ่านอย่างวันนี้หรอก
“คุณรวิชญ์สนใจน้องทอฝันกับน้องพาฝันหรือคะ”
กนกวรรณสังเกตเห็นว่าเจ้านายหนุ่มดูจะให้ความสนใจกับสองนางแบบตัวน้อยนี้เป็นพิเศษ
“ผมว่าไม่ต้องหาเด็กแล้ว... คุณน้องหาทางติดต่อกับคนที่รับงานให้เด็กสองคนนี้แทน ผมอยากได้เด็กสองคนนี้มาถ่ายโฆษณาให้ผม”
“เอ่อ... ค่ะ น้องจะพยายามหาทางติดต่อให้นะคะ”
กนกวรรณรีบรับคำทันที นึกหนักใจอยู่ไม่น้อยว่าเธอจะติดต่อเด็กสองคนนี้ได้อย่างไร ลงเจ้านายต้องการแล้วก็ต้องเอามาให้ได้เสียด้วยสิ
“ติดต่อให้ได้... ค่าตัวแพงเท่าไหร่ไม่เกี่ยงนะ ผมต้องการเด็กสองคนนี้ และถ้าติดขัดหรือมีปัญหาอะไร คุยกับผมได้ทันทีนะ หรือถ้าต้องการให้ผมคุยตรงกับพ่อแม่เด็กคุณน้องนัดวันให้ผมได้เลยนะ”
“ค่ะ คุณรวิชญ์”
รับคำแล้วเจ้าหล่อนก็รีบเก็บเอกสารทั้งหมดแล้วเดินออกจากห้องทำงานหรูของเจ้านายหนุ่มไปจัดการงานตามที่เพิ่งได้รับมอบหมายมาทันที
หลังจากเลขาฯ แยกออกจากห้องไป รวิชญ์ยังคงวนเวียนดูรูปเด็กสองคนอย่างหลงใหล เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกถูกชะตากับเด็กสองคนนี้อย่างบอกไม่ถูก รอยยิ้มหวานของทั้งคู่มันช่างดูคุ้นตาเขานัก
หลังจากที่พยายามนึกถึงรอยยิ้มของเด็กสองคนนี้ว่าเหมือนใครอยู่ แต่ดูเหมือนว่านึกเท่าไรก็นึกไม่ออก เขาจำต้องยอมแพ้เลิกให้ความสนใจกับรอยยิ้มนั้นเสีย แต่ยังคงพลิกดูรูปของเด็กคู่แฝดต่ออย่างสนใจ ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดรู้สึกผูกพันกับเด็กแฝดคู่นี้ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกัน ที่สำคัญไม่เคยเจอกันมาก่อนด้วยซ้ำ
“ไงคะรวิชญ์ หน้าตาดูมีความสุขจังเลย งานไม่ยุ่งหรือคะวันนี้”
เสียงหวานนุ่มหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเหนือประตูทางเข้าห้องทำงาน
“ฟ้า... ทำไมมาเงียบๆ ล่ะครับ”
เจ้าของห้องเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นร่างหญิงสาวหุ่นเซ็กซี่ยั่วตายั่วใจยืนพิงประตูห้องที่เพิ่งปิดสนิทเมื่อครู่
เพียงฟ้า นางแบบสาวหุ่นเซ็กซี่ คู่ควงคนปัจจุบันของรวิชญ์ ซึ่งดูเหมือนว่าคนนี้เขาจะควงคู่ออกงานอยู่บ่อยครั้ง และน่าจะเป็นผู้หญิงที่เขาคบหาได้นานที่สุดอีกด้วย จนใครต่อใครหลายคนต่างพากันพูดว่าหล่อนอาจจะเป็นตัวจริงของรวิชญ์ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ทำให้เพียงฟ้าค่อนข้างพอใจเป็นอย่างมาก
แต่สำหรับรวิชญ์แล้ว เขาไม่สนใจว่าใครจะพูดอย่างไร เพราะไม่เคยคิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหน สำหรับเพียงฟ้าก็เหมือนกับผู้หญิงหลายๆ คนที่เข้ามาเสนอตัวให้เขา และเขาก็ทำหน้าที่สนองตอบ จบแล้วก็จบกันไป ไม่มีการผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น
ใครเลยจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเวลานี้ที่เขาไม่พร้อมจะผูกมัดกับใคร เพราะหัวใจเขาไม่สามารถที่จะมอบให้ใครได้อีกแล้ว หลังจากที่สูญเสียผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่เคยสนใจไยดี ไม่เคยเห็นคุณค่า เห็นเธอเป็นเพียงของตาย เขาต้องการเมื่อไรก็ได้ เพราะมั่นใจว่าเธอไม่มีทางที่จะหนีจากไปไหน
แต่นั่นมันเป็นเพียงความคิดของเขาคนเดียวเท่านั้น เพราะเธอกลับกล้าทิ้งเขาไป นับจากวันนั้นทำให้รู้ว่าเขารักและปรารถนาที่จะให้เธออยู่เคียงข้าง แต่มันก็สายเกินไป เกินที่จะทำให้มันกลับมาเป็นเช่นนั้น
ที่รวิชญ์ยอมควงคู่ออกงานกับเพียงฟ้าได้นานจนเป็นข่าวลือไปต่างๆ นานา เป็นเพราะเขาชอบที่เพียงฟ้าไม่เคยที่จะทวงสิทธิ์อะไรจากเขา ผิดจากผู้หญิงคนอื่นที่คอยจะหาโอกาสจับเขาอยู่ตลอดเวลา อาจด้วยเพราะเธอเป็นสาวสมัยใหม่ ไม่ได้คิดอะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขายอมคบหากับเพียงฟ้าได้นานกว่าผู้หญิงคนอื่น
“ฟ้าไม่ได้มาเงียบๆ นะคะ คุณต่างหากที่กำลังสนใจอะไรอยู่ เลยไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู”
เพียงฟ้าค่อยๆ ย้ายร่างเย้ายวนเข้าหา โดยการโอบรอบคอโน้มหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อเหลาของเขา ปล่อยให้อกอวบอิ่มประชิดเข้ากับบริเวณไหล่กว้าง
คุณอาจจะชอบ





