
โซ่รักโซ่เสน่หา
ตอน 3
“ผมขอโทษ พอดีกำลังนั่งดูรูปเด็กเพลินๆ น่ะครับ”
“โห! ตายแล้ว... สงสัยวันนี้ฝนจะตกหนัก นักธุรกิจหนุ่มอย่างคุณรวิชญ์มีเวลามานั่งดูรูปเด็กถ่ายแฟชั่น”
เพียงฟ้าแสร้งทำเสียงสูงตกใจที่ได้รู้ว่าผู้ชายที่เธอกำลังโอบกอดอยู่เวลานี้ทำอะไรอยู่อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“ไหนคะ ขอฟ้าดูหน่อยสิคะว่าเด็กคนไหนที่ทำให้รวิชญ์ของฟ้าสนใจได้ขนาดนี้”
หล่อนเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือหยิบนิตยสารที่เขาเปิดทิ้งไว้มาดู
“อ๋อ เด็กสองคนนี้เอง... แต่เอ๊ะ แน่ใจนะคะว่าคุณสนใจเด็กสองคนนี้จริงๆ ”
เพียงฟ้าทำเสียงสูงขึ้นท้ายประโยคเมื่อเปิดไปดูอีกหน้าแล้วเห็นภาพนางแบบสาวรุ่นน้องอีกคนกำลังโพสถ่ายคู่กับเด็กที่ชายหนุ่มบอกว่าสนใจอยู่
“เด็กสิครับ... ผมอยากได้เด็กสองคนนี้มาถ่ายโฆษณาให้ผม”
“แล้วไปค่ะ... ถ้าเป็นแม่นางแบบสาวคนนี้ฟ้าไม่ยอมจริงๆ ด้วย”
เพียงฟ้าทำเสียงออดอ้อน
“เอ... ว่าแต่ฟ้ารู้จักเด็กสองคนนี้ด้วยหรือครับ”
รวิชญ์นึกถึงคำอุทานของหญิงสาวเมื่อครู่ เพราะในน้ำเสียงนั้นเหมือนจะรู้จักเด็กฝาแฝดในรูปนั้น
“ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอก ค่ะ... แต่เคยเห็นไปวิ่งเล่นอยู่ที่กองถ่ายเดียวกับฟ้าค่ะ”
“อืม... หน้าเด็กๆ เหมือนในรูปหรือเปล่า”
รวิชญ์ปรับสายตาจากหญิงสาวมาอยู่ที่รูปเด็กทั้งสองคนอีกครั้ง
“ก็เหมือนนะคะ เด็กๆ ไม่ได้แต่งอะไรมากมาย... ดูเหมือนคุณจะสนใจจังนะคะ”
น้ำเสียงเจ้าหล่อนเหมือนคนกำลังน้อยใจขึ้นมา
“โธ่ฟ้า ผมก็เห็นว่าคุณอยู่ในวงการนี้ ก็ถามเอาประวัติไว้บ้างสิครับ ตอนนี้ผมกำลังให้คุณน้องหาทางติดต่อกับผู้ปกครองของเด็กอยู่”
รวิชญ์รีบแก้พร้อมกับใช้มือหนาบีบเข้าที่จมูกอีกฝ่ายเบาๆ อย่างเอาใจ
“เฮ้อ... งั้นเดี๋ยวฟ้าช่วยอีกแรงแล้วกันนะคะ ฟ้าจะลองให้แซนดี้ ผู้จัดการส่วนตัวฟ้าลองติดต่อผู้จัดการส่วนตัวเด็กสองคนนี้ให้แล้วกันนะคะ”
เพียงฟ้าจำต้องหาทางช่วย เพราะคนวงการเดียวกันน่าจะหาทางได้ง่ายกว่า และอีกอย่างจะได้ตัดไม่ให้รวิชญ์มัวแต่ให้ความสนใจกับเด็กสองคนนี้จนไม่สนใจเธอ
“ขอบคุณฟ้ามากนะครับ”
“เพื่อคุณฟ้าทำได้ทุกอย่างค่ะ... ว่าแต่คุณจะให้รางวัลอะไรฟ้าดีล่ะคะ”
ไม่พูดเปล่า เพียงฟ้ารีบปิดนิตยสารตรงหน้า และทิ้งตัวนั่งลงบนตักเขาพร้อมกับโอบแขนเรียวไว้ที่รอบคอทันที
เพียงฟ้าส่งสายตายั่วยวนเชิญชวนให้เขา นักรักอย่างรวิชญ์ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหล่อนต้องการอะไรเป็นรางวัลในครั้งนี้ เขาค่อยๆ กดริมฝีปากเขาเข้ากับริมฝีปากเธอเบาๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงและค่อยๆ ผ่อนเป็นนุ่มนวลอีกครั้ง ชวนให้ร่างบางเคลิบเคลิ้ม
รวิชญ์ประคองหน้าเธอเอาไว้ ก่อนจะรุกล้ำมอบความหวานล้ำรุนแรงกับเธอมากกว่าเดิม ลิ้นอุ่นซอกซอนหาลิ้นที่ร้อนรุ่มของเธอ เวลานี้ทั้งหัวใจเขาและเธอเต้นระรัว รู้สึกวาบหวิวไปทั่วห้อง จนกระทั่งเขาต้องเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย
“นี่ถือว่าผมมัดจำไว้ก่อนนะครับ ถ้าติดต่อเด็กสองคนให้ผมได้เมื่อไร... คุณอยากได้อะไรบอกผมได้เลย”
“ฟ้าซะอย่าง... ว่าแต่คุณแน่ใจหรือคะว่าคุณจะให้ในสิ่งที่ฟ้าต้องการได้”
เพียงฟ้าส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้ชายหนุ่ม มือเรียวยังคงลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาอย่างหลงใหลอยู่เช่นเดิม
“เอาเป็นว่าคุณทำให้สำเร็จก่อนแล้วกัน แล้วคุณจะได้รู้ว่าผมให้คุณได้หรือไม่ได้”
รวิชญ์พูดพร้อมกดริมฝีปากลงที่แก้มนวลอีกครั้ง
“โอเคค่ะ ฟ้าจะคอยดู ว่าแต่คุณเคลียร์งานเสร็จหรือยังคะ... นี่ฟ้าตั้งใจมาชวนคุณออกไปช้อปปิ้งและหาอะไรทานกัน”
เพียงฟ้าทำเสียงออดอ้อนเหมือนที่เคยทำและเป็นผลให้เขาใจอ่อนไปกับเธอทุกครั้ง
“งั้นไปสิ... วันนี้ผมไม่มีงานอะไรต้องเคลียร์แล้ว ฟ้าอยากไปไหน ทานอะไร ผมตามใจฟ้าทุกอย่างเลย”
“จริงนะคะ”
รวิชญ์พยักหน้าแทนคำตอบ
เพียงฟ้าจ้องตาเขาอย่างงุนงง เพราะดูเหมือนว่าวันนี้รวิชญ์จะว่าง่ายไปหมดทุกอย่าง ถึงแม้ว่าเธอกับเขาจะควงคู่กันออกงานบ่อยครั้ง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะยอมไปไหนมาไหนกับเธอง่ายๆ อย่างเช่นวันนี้
เพียงฟ้าคิดได้เพียงเท่านั้นก็หยุดความคิด เมื่อเขาบอกให้เธอลุกขึ้น และค่อยๆ จับร่างบางออกจากตักเขาอย่างเบามือ เพื่อจะได้ลุกออกไปช้อปปิ้งตามที่เธอต้องการ
ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองหลวง เวลาบ่ายแก่ๆ จวนจะคล้อยเย็นเช่นนี้ทำให้ผู้คนค่อนข้างหนาตา ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ หรือบรรดานักศึกษาต่างพากันเดินขวักไขว่กันเต็มไปหมด ร้านอาหารต่างๆ ก็เต็มไปด้วยผู้คน บางร้านถึงขนาดรอคิวกันก็มี
ณรันดากับปานชนกจูงมือเด็กสองคนไว้คนละคน โดยคุณแม่เป็นคนจูงน้องพาฝัน ส่วนน้องทอฝันไปเดินอยู่ข้างปานชนกแทน เด็กทั้งคู่เดินผ่านไปตรงไหนก็มีแต่คนทักทายยิ้มให้ เพราะใครเห็นก็รู้จักทั้งนั้น บางคนเขามาขอถ่ายรูปด้วย เธอก็ไม่ขัดและยังคอยบอกให้ลูกสาวทำความเคารพทุกคนที่เข้ามาทักทาย ซึ่งทั้งคู่ก็ทำตามแต่โดยดี
ทั้งหมดเดินผ่านร้านอาหารหลายร้านเพื่อตรงไปยังร้านไอศกรีมตามที่ได้ให้สัญญากับลูกสาวทั้งสองคนไว้
“เฮ้อ... ไม่ได้มาเดินห้างซะนาน ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้” ณรันดาถึงกับบ่นอุบเมื่อเดินไปทางไหนก็เห็นแต่ผู้คนเต็มไปหมด
“เป็นธรรมดา เราชินซะแล้ว”
ปานชนกหันมายิ้มให้เพื่อนรักอย่างเข้าใจ
นานเท่าไรแล้วที่ณรันดาจะได้มีโอกาสออกมาเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าเหมือนอย่างวันนี้ เพราะวันๆ เธอเอาแต่ทำงานและใช้ชีวิตอยู่กับเด็กเล็กที่โรงเรียนอนุบาล นานๆ ครั้งจะได้ออกมาเปิดหูเปิดตาตามห้างใหญ่ๆ เช่นนี้ ส่วนเรื่องพาลูกสาวเธอไปเที่ยวหรือเดินเล่นซื้อของ มันกลายเป็นหน้าที่ของปานชนกไปโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อเสร็จจากงานของเด็กๆ เธอก็มักชอบพามาเดินเล่นหาอะไรกินไปเรื่อย ซึ่งณรันดาก็ไม่ได้ห้ามอะไร
“คุณแม่ขา จะถึงร้านไอติมแล้วค่ะ”
เสียงน้องพาฝันดังขึ้นเมื่อจำได้ว่าร้านไอศกรีมที่มารดาสัญญาว่าจะพามาทานอยู่แถวนี้
“จำได้แบบนี้คุณแม่ก็รู้หมดสิคะว่าน้าป่านพาหนูมาทานบ่อย”
ปานชนกเอ่ยพร้อมกับหยิกแก้มยุ้ยของเด็กน้อยที่ชื่อพาฝันหนึ่งที
“อ้าว มาทานกันบ่อยแล้วงั้นคุณแม่ว่าวันนี้งดดีกว่าไหมคะ”
ณรันดาได้ทีแกล้งลูกสาว
“ไม่นะคะ พี่ทอฝัน น้องพาฝัน อยากกิน”
สองพี่น้องตัวน้อยรีบพูดขึ้นพร้อมกันทันที น้องทอฝันจากที่เดินอยู่กับปานชนกรีบวิ่งมากระตุกแขนอีกข้างของณรันดา
“คุณแม่ล้อเล่นค่ะ... คุณแม่สัญญาแล้วก็ต้องทำตามสัญญาสิคะ ไปค่ะ ถึงร้านแล้ว”
ณรันดารีบรุนหลังลูกสาวทั้งสองเข้าไปด้านในร้านทันที
คุณอาจจะชอบ





