
เพลิงรักร้อนซ่อนรักร้าย
ตอน 2
แม้จะปรับให้สีหน้าเป็นปรกติมากเท่าไหร่ แต่ชินกฤตก็ยังทันได้เห็นใบหน้าบิดาขาวซีดเผือดสียิ่งกว่ากระดาษ ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่ตลอดเวลากลับเคร่งขรึม รอบขอบตาลึกโบ๋ลงไป ประกายในดวงตามองสบกับเมียรักและลูกชาย เป็นแววตาของคนซึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ท้อแท้และสิ้นหวัง หมดสิ้นเรี่ยวแรงพยุงกายให้ก้าวเดินต่อไป เรือนกายสูงเพรียวที่เคยมีสง่าราศีกลับกลายเหมือนคนแก่พิกลพิการหงิกงอ ช่วยตัวเองไม่ได้และสั่นสะท้านเหมือนกับเรือลำใหญ่ล่องอยู่ในนาวาที่มีพายุลมแรง พร้อมจะล้มคว่ำและอับปางลงได้ในทุกเวลา
ทำไมพ่อถึงได้มีท่าทางแบบนั้น เกิดอะไรขึ้น?
“พ่อ...” ชินกฤตก็ไม่รีรอถลาวิ่งไปหาบิดาซึ่งยืนโงนเงนเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ปลายยอดถูกตัดทิ้งไปแล้วพายุใหญ่โหมกระหน่ำซ้ำจนฐานรากผุดขึ้นมาจากแผ่นดิน จนแทบจะพยุงกายเอาไว้ไม่ได้แต่ก็ยังฝืนเอาไว้ แล้วเพียงแค่เขาวิ่งไปถึง บิดาก็ลมลงในอ้อมแขน
“พ่อ...พ่อครับ” ชินกฤตร้องเรียกบิดาเสียงดังลั่น น้ำเสียงตื่นตระหนกระคนเบาหวิวและแหบเครือ มือหนึ่งสอดใต้ร่างบิดา อีกมือยกขึ้นทาบบนหน้าที่พอแตะลงไปก็รับรู้ถึงความเย็นจัดของร่างกาย ขณะหันไปมองชายอีกคนที่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนรักของพ่อ ร่วมหัวจมท้ายทำงานกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นซึ่งยืนมองอย่างเฉยเมย ในดวงตาไม่มีความรู้สึกผูกพันเลยสักนิด อะไรทำให้ผู้ชายตรงหน้าเขาเป็นแบบนี้ กรามหนาขบกัดบดเบียดจนนูนเด่น
“ดูแลพ่อให้ดีนะจอห์น แล้วอาจะมาใหม่” ไม่ใช่ไม่เป็นห่วงชายตรงหน้าซึ่งเป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่ เป็นครอบครัวที่เขามี รวมไปถึงเป็นครูคอยสอนสั่งแนะนำกลยุทธ์เล่ห์เหลี่ยมในเรื่องงานให้อย่างไม่เคยจะตระหนี่และหวงแหน แต่ความกดดันจากหุ้นส่วนที่โยนใส่เขามาเต็ม ๆ จนเขาเองก็แย่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ช่วยเหลือคนหัวแข็งได้ยังไงเหมือนกัน
ในตอนนี้ เขาจึงเป็นเหมือนกับคนใจร้ายไป ที่ทำให้พี่ชายถึงกับเป็นลมแล้วยังจะไม่ดูดำดูดีอีก ใครรู้เข้าก็ต้องหาว่าเขาใจดำ แต่การอยู่ของเขาอาจทำให้ทุก ๆ อย่างมันย่ำแย่ไปกว่านี้ก็เป็นได้ สู้เขาเลี่ยงไปเสียก่อน ให้ชินวุฒิได้มีโอกาสตั้งหลักตั้งตัวเองดึงเอาความสามารถที่มีทำให้คนอื่นเห็นจะเป็นการดีกว่า
แต่ตอนนี้ ก่อนอื่นชินวุฒิจะต้องยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นด้วย ไฟกำลังร้อน เหตุการณ์ในบริษัทกำลังย่ำแย่ ผู้ถือหุ้นทั้งหลายเริ่มหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจแล้ว บางรายถึงกับพูดเปรย ๆ เรื่องการถอนหุ้นอีกด้วย ถ้าหากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป บริษัทที่ร่วมกันสร้างมาตั้งแต่เล็ก ๆ จนเป็นบริษัทใหญ่และมั่นคงก็จะล้มครืนลงไปเพียงแค่พริบตาเดียว เขาซึ่งเป็นหนึ่งในคนซึ่งร่วมก่อตั้งทนให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ แล้วสิ่งที่เขาเสนอไปนั้นไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อทุก ๆ คน หากว่าชินวุฒิสามารถหาหลักฐานพิสูจน์ตัวเองได้ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนกล่าวอ้าง...
ยักยอกเงินและทุจริต...เปิดเผยความจริงให้ทุกคนได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผิด เขาเชื่อว่าทุก ๆ คนก็พร้อมยอมรับให้ชินวุฒิกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมได้อีกครั้ง ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี อย่างเปิดเผยและงามสง่าอีกด้วย
ชินกฤตไม่สนใจว่าคนตรงหน้าพูดอะไร เพราะใจเขาอยู่ที่บิดา ซึ่งตอนนี้ร่างกายเย็นเฉียบเหมือนกับมีน้ำแข็งเกาะ ลมหายใจก็อ่อนแรง แม้กระทั่งลมหายใจควรจะออกมาจากจมูกก็ไม่มี
“แม่ครับพ่อเป็นอะไรไม่รู้ แม่เรียกหมอหน่อยครับ” แม้จะตกใจแต่เด็กหนุ่มก็ยังพอจะมีสติพอที่จะตะโกนสั่งให้มารดา ซึ่งตอนนี้ก็แทบจะลมจับไปอีกคนเรียกหมอโดยเร็ว
รอคอย...แต่ดูว่าอาการของบิดาดูจะไม่น่าไว้ใจเลย มารดาก็ชักช้างุ่มง่าม จะก้าวเดินแต่ละก้าวก็ช้าจนเหมือนกับเต่าคลาน ช้าเกินไปไม่ทันใจวัยรุ่นและทันต่ออาการของบิดาซึ่งดูเหมือนว่าจะแย่ลงเรื่อย ๆ ชินกฤตเลือกที่จะช้อนร่างไร้สติของบิดาขึ้น ถลาพาวิ่งออกไปนอกบ้าน พร้อมร้องตะโกนบอกมารดาให้วิ่งตามหลังมาติด ๆ
“แม่ครับ แม่เอากุญแจรถมาให้ผมด้วยนะครับ…พ่อครับ พ่ออย่าเป็นอะไรไปนะครับ ผมกับแม่จะพาพ่อไปหาหมอ” ชินกฤตร้องตะโกนบอกมารดาสลับกับเรียกชื่อบิดา เพื่อให้ท่านรับรู้ว่าตรงนี้ยังมีเขากับแม่เป็นห่วงและอยู่เป็นเพื่อนใกล้ๆ
หนึ่งหนุ่มน้อยกำลังเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่ อุ้มร่างผู้เป็นประมุขของบ้านเข้าไปในรถอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดไหลออกจากขมับและแผ่นหลัง มือสั่นเทาไล่ไปตามท่อนแขนกำยำและเรือนกาย แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นชินกฤตไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจ ร่างหนาใหญ่รีบหันหลังกลับไปประคองหญิงร่างเล็กมาที่รถ เขาแทบจะต้องยัดร่างมารดาให้ตามเข้าไปนั่งแนบข้างบิดา ก่อนวิ่งอ้อมไปอีกฝั่ง รีบก้าวขึ้นไปประจำตำแหน่งและพารถออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว
สองมือใหญ่จับพวงมาลัยรถไว้มั่น จนเส้นเอ็นตามข้อมือปูดโปน กรามหนาขบกัดจนแก้มนูนขึ้นสัน เหลือบสายตามองคนร่วมทางผ่านกระจกมองหลัง ในหัวใจกระตุกและหวาดหวั่น เมื่อใบหน้าบิดาที่เคยขาวราวกับกระดาษเริ่มจะมีสีคล้ำขึ้น เหมือนกับคนหายใจไม่ออก
‘พ่อครับ อดทนอีกนิดนะครับ ผมจะพาพ่อไปหาหมอ’
เขาอยากจะเปล่งเสียงออกไปบอกให้พ่อได้รับรู้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงขยับเปิดปากพูดไม่ได้ น้ำตาอุ่นร้อนเอ่อล้นคลอหน่วยตา อึดอัดอยากจะตะโกนออกไปดัง ๆ แต่ในลำคอตีบตันไปหมด ในอกเหมือนกับมีลมก้อนใหญ่ แม้จะบางเบาแต่กลับหนักจนหายใจไม่ออก ได้แต่เฝ้าภาวนาอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่าให้บิดาเป็นอะไรไปเลย
สิ่งที่เขาอ้อนวอน สวรรค์เบื้องบนคงจะไม่เห็นและไม่รับรู้ เพราะเพียงแค่รถเลี้ยวออกจากซอยขึ้นถนนใหญ่ก็มีรถมอเตอร์ไซค์ตามประกบติด ถ้าในช่วงไม่เกิดวิกฤติอย่างนี้ คนซึ่งเคยละเอียดรอบคอบอย่างชินกฤตก็คงจะมองเห็น แต่เพราะในสายตาเขาตอนนี้มีเพียงแค่ความเป็นความตายของบิดา จึงได้แต่เร่งรีบพารถคันใหญ่ไปยังโรงพยาบาลซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด
“เร็วหน่อยลูก พ่อจะไม่ไหวแล้ว”
น้ำเสียงเบาหวิวของแม่ลอยมากระทบหู ทำให้ชินกฤตเกิดอาการละล้าละลัง สั่นสะท้านไปทั้งตัวอย่างที่บังคับเอาไว้ไม่ได้ น้ำตาไม่รู้ว่ามันมาจากไหนเอ่อล้นคลอเบ้าจนแทบจะมองทางไม่เห็นและไหลอาบสองแก้มอย่างเร็ว
สองมือหนาจับพวงมาลัยประคองรถให้ผ่านโค้งที่ถ้าประมาทเพียงนิดเดียวก็มีหวังลงไปนอนอยู่ในคูน้ำและพงหญ้าข้างทางแทน แล้วเส้นทางก็ค่อนข้างจะเปลี่ยวด้วยว่าบ้านเขาอยู่ชานเมืองออกไป กว่าจะมีคนเข้ามาให้การช่วยเหลือ มันคงจะไม่ทันการ
คุณอาจจะชอบ





