ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ

โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ

ชีวิตของรินรุ้งพลิกผันจากพนักงานขายสู่พี่เลี้ยงเด็กที่สเปนตามคำสั่งแม่เลี้ยง เธอต้องรับมือกับลูกสาวจอมแสบของเซคิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ซ่อนความแค้นไว้ภายใต้หน้ากากเทพบุตร หลังสูญเสียคู่หมั้นไปนานแปดปี เขาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาเคยจูบในคืนฝนตก และหวังจะใช้เธอเป็นเครื่องมือล้างแค้น แต่ความไร้เดียงสากลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยปิดตาย ท่ามกลางอุปสรรคจากลูกสาวตัวน้อยที่หวงพ่อสุดชีวิต รินรุ้งต้องหาทางกำราบสองพ่อลูกก่อนที่กับดักเสน่หาครั้งนี้จะแผดเผาชีวิตเธอจนหมดสิ้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

“สงสัยว่ารินจะต้องไปทำงานตามที่แม่หาให้จริงๆ แล้วสินะ” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ หลังฟังข่าวร้ายที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวจากปากของเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องอย่างรัศมี พลางทอดถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่เจอ

“แต่พี่รินจะยอมลาออกง่ายๆ เหรอ มันไม่ใช่ความผิดพี่รินเลยนะ”

“ใช่ มันไม่ใช่ความผิดของรินเลย” จู่ๆ เสียงห้าวลึกของชายหนุ่มคนหนึ่งก็พูดขึ้นเป็นเชิงสนับสนุนขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในห้องพัก หลังจากมีคนไปบอกว่ารินรุ้งตื่นแล้ว

วารินทร์เป็นพนักงานรุ่นพี่ อยู่ในตำแหน่งผู้จัดการที่รินรุ้งค่อนข้างสนิท แต่สำหรับชายหนุ่มแล้ว เขายังมองว่ารินรุ้งคือคนพิเศษที่เขาคอยให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือทุกอย่างมาโดยตลอด จนใครๆ ก็มองออกว่าระหว่างคนทั้งสอง อาจไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าลูกน้องธรรมดาๆ เท่านั้น

“พี่วา...” รินรุ้งครางชื่อเขาเบาแผ่ว

“พี่ไม่ยอมให้รินลาออกง่ายๆ หรอก แล้วอย่างที่มี่พูดก็ถูก ปัญหาทุกอย่างไม่ใช่ความผิดรินเลย”

“ใช่ค่ะ ใครใช้ให้ขังพี่รินเอาไว้แบบนั้น”

“แล้วสรุปว่านี่มในฝีมือใครกันแน่คะ รินไม่เคยไปทำอะไรให้ใครเลยนะ”

“ตอนนี้พี่ก็กำลังสืบอยู่ แต่น่าเสียดายที่กล้องวงจรปิดส่วนท้ายรีสอร์ตดันเสียซะได้ แถมตัวที่ติดอยู่ที่เรือนเก็บของยังถูกถุงดำครอบไว้” วารินทร์บอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“แล้วจะทำยังไงกันต่อไปคะ เพราะนายสั่งฝ่ายบุคคลไปแล้วว่าให้พี่รินไปเขียนใบลาออก” มี่ถามต่อ

“ริน... ไปกับพี่” ผู้จัดการหนุ่มเจ้าของรูปร่างสูงโปร่งจับจูงรุ่นน้องคนสนิทเดินฉับไวออกจากห้องพัก รินรุ้งก้าวตามแทบไม่ทัน ไม่เคยเห็นวารินทร์โมโหและหุนหันพลันแล่นอย่างนี้มาก่อนเลยนับตั้งแต่รู้จักกันมา

***

ฝ่ายบุคคล

“มาเขียนใบลาออกเหรอจ๊ะ หนูริน” เสียงพนักงานฝ่ายบุคคลคนหนึ่งร้องทักขึ้น ข่าวล่ามาไวจนคนในแผนกเมาท์ไปได้สักพักแล้ว เรื่องที่รินรุ้งถูกไล่ออกอย่างละมุนละม่อม เพียงนั่งรอดูกันเท่านั้นว่าเจ้าตัวจะมารายงานตัวและกรอกเอกสารเมื่อไหร่

“ไม่ครับ มาเขียนบันทึกภายใน เรียกร้องความเป็นธรรม” วารินทร์ว่า สีหน้าผู้จัดการหนุ่มโกรธจัด หากกระนั้นก็ยังดูหล่อในสายตาสาวน้อยสาวใหญ่ของคนที่นี่ วารินทร์นั้นเป็นหนุ่มนักบริหารไฟแรง ทำงานเก่ง มีความเป็นผู้นำและฐานะที่บ้านก็ไม่ธรรมดาหรอก เป็นธรรมดาที่สาวๆ เพื่อนร่วมงานหลายต่อหลายคนต่างหมายปองเขา แต่เป็นที่น่าเสียดายที่สายตาของวารินทร์ไม่มีไว้เพื่อมองใครอื่น... นอกจากรินรุ้ง!

“เรียกร้องกับใครล่ะ นายไปเมืองนอกแล้ว จะกลับมาก็อีกสามเดือนโน่น” เสียงสาวใหญ่จอมเฮี้ยบซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล ร้องตอบแทนลูกน้องของเธอ

“ตายจริง... แล้วจะทำไงดีคะพี่วา” รินรุ้งครางแผ่ว สมองน้อยๆ คิดอะไรไม่ออกเสียแล้ว เพิ่งฟื้นยังไม่พอ ยังต้องมาเจอเรื่องเสียความรู้สึกอย่างนี้อีก นี่เธอจะต้องกลายเป็นคนตกงานจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย

“ก็ทำตามคำสั่งนายน่ะสิ เค้ายอมจ่ายล่วงหน้าให้เธอสามเดือนด้วยนะ สงสัยเธอคงไม่มีที่ยืนที่นี่แล้วล่ะ” จู่ๆ เปรมสินี เพื่อนพนักงานที่เป็นคู่แข่งกันมาตลอดของรินรุ้ง ซึ่งไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ในห้องฝ่ายบุคคลเมื่อไหร่ ก็พูดเยาะขึ้น

เปรมสินีไม่เคยมีทีท่าเป็นมิตรกับหญิงสาวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นี่ยังไม่นับเรื่องทำดีเอาหน้า แย่งลูกค้าแบบหน้าด้านๆ แล้วยังถนัดเรื่องฟ้องนาย พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วโยนให้คนอื่นอีกด้วย อันที่จริงดูเหมือนเปรมสินีเองจะสร้างศัตรูไปเสียรอบด้าน แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรเจ้าหล่อนได้ เพราะเป็นเด็กเส้น ทายาทไฮโซนามสกุลดังนั่นเอง

“ไม่ได้หรอก พี่ว่ามันไม่ยุติธรรมกับริน” วารินทร์โต้ เขาจะช่วยรินรุ้งอย่างเต็มที่ เพราะรู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวาน มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีคนวางแผนและจงใจให้รินติดอยู่ในนั้น เพื่อที่จะทำให้เธอถูกไล่ออก

“พี่วากำลังจะบอกว่ารินมันถูกแกล้งงั้นเหรอ” เปรมสินีตวาดถาม เสียงดังจนแทบจะเป็นเสียงกรีดร้อง แถมหน้าสวยๆ ขณะนี้ยังบูดบึ้งจนหมดสวยไปเสียอีก

“พี่ไม่ได้พูด แต่ดูเหมือนใครแถวนี้จะร้อนตัวนะ” ผู้จัดการหนุ่มโต้ ทั้งสองฝ่ายสบตากันอย่างหมายเอาชนะ

“พี่วา!” เปรมสินีตะเบ็งเสียงเรียกชื่อเขาจนลั่นห้องฝ่ายบุคคล ทำเอาบรรดาป้าๆ ที่ง่วนกับเอกสารต้องเงยหน้าขึ้นมามองหาคนต้นเสียงที่มาทำตัวโวยวายพอกันกับนางอิจฉาในละครก็ไม่ปาน พอรู้ว่าเป็นเปรมสินีก็ไม่ได้สนใจ เพราะรู้กันทั้งบริษัทว่ามีอยู่คนเดียวนี่ล่ะที่เหวี่ยงวีนได้ทุกโอกาส ทุกสถานการณ์ จนทุกคนต่าง

“เอาเถอะค่ะ รินกรอกใบลาออกก็ได้ พอดี...” รินรุ้งสบตาวารินทร์ครู่หนึ่ง เม้มปากแน่นเป็นเชิงคิดว่าจะบอกดีหรือเปล่า สุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้น “พอดีรินมีงานอื่นรออยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่วา” พูดจบ หญิงสาวก็นั่งลงและหยิบใบลาออกมากรอกเงียบๆ

วารินทร์ได้แต่นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม มองเธอตาละห้อย ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ตัวเองชอบจะต้องไปทำงานที่อื่น นี่ถ้าเขารู้ว่ารินรุ้งต้องไปทำงานที่ไหน วารินทร์คงคลั่งตายในป่าเขาใหญ่นั่นแน่ๆ

***

รินรุ้ง หงสกรพงษา หญิงสาวชาวไทยวัยยี่สิบสี่ จบการศึกษาปริญญาโทด้านการจัดการโรงแรม ปริญญาตรีด้านมนุษยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัฐอันดับต้นๆ เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของข้าราชการใจซื่อมือสะอาดอย่างอภิชาติ หงสกรพงษา ส่วนนภาภรณ์ผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้านั้นจากโลกนี้ไปตั้งแต่รินรุ้งอายุเพียงแปดขวบด้วยโรคประจำตัว หญิงสาวจึงเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของผู้เป็นพ่อ

จนกระทั่งหญิงสาวอายุยี่สิบปี เขาก็ตัดสินใจแต่งงานใหม่กับอัมพาที่มีลูกติดกับสามีเก่า รินรุ้งจึงมีพี่สาวต่างพ่อแม่อย่างนาตาลีเพิ่มเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว สำหรับรินรุ้งแล้วไม่คิดว่านั่นจะกลายเป็นปัญหาในเวลาต่อมา หลังจากการจากไปของบิดาในช่วงสองปีที่ผ่านมา

หลังจากผู้เป็นพ่อล่วงลับไปแล้ว ก็ดูเหมือนแม่เลี้ยงและพี่สาวจะมีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้นทุกวัน รินรุ้งก็พยายามที่จะไม่ถือสา แต่ความอึดอัดที่เกิดขึ้นในบางครั้ง ทำให้เธอตัดสินใจออกไปหางานทำที่ต่างจังหวัด และย้ายมาพักที่โคราชในฐานะพนักงานของรีสอร์ตสวยระดับประเทศ แต่กระนั้นก็มิวายที่แม่เลี้ยงจะหาทางเคี่ยวเข็ญให้เธอทำงานตามใจ และข่าวร้ายที่เพิ่งได้ยินก็ทำให้หญิงสาวถึงกับนั่งงัน

“แกต้องไปทำงานที่สเปน” แม่เลี้ยงของเธอบอกในเย็นวันที่หญิงสาวเขียนใบลาออกและขับรถกลับกรุงเทพฯ

“สเปนเหรอคะ”

“ใช่”

“งานอะไรของแม่ งานผิดกฎหมายหรือเปล่า” รินรุ้งถาม

“เอ๊ะนังนี่ แกเห็นหน้าฉันเหมือนแม่เล้ารึยังไง งานสุจริตหรอกย่ะ ฉันรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่น ไม่ดีหรือไง ฉันฝากงานดีๆ ให้แก ได้เงินแล้วก็รู้จักส่งกลับบ้านด้วยนะ” คนเป็นแม่เลี้ยงเจ้ากี้เจ้าการ

รินรุ้งได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ สมองพลันนึกถึงวันที่บิดายังมีชีวิตอยู่เป็นเสาหลักและที่พึ่งให้ลูกอย่างเธอได้รู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย แต่เมื่อไม่มีพ่อแล้ว ชีวิตเธอก็เหมือนใบไม้ร่วงในลำธารกลางป่า ไม่รู้ว่ากระแสน้ำจะพัดพาไปยังแห่งหนตำบลใด...

“ยังไงก็ต้องไปใช่ไหมคะ”

“หรือแกจะทำงานที่ไทย เป็นลูกจ้างธรรมดาๆ รายได้แบบชักหน้าไม่ถึงหลังแบบนี้ไปจนตายรึยังไง เมื่อไหร่จะลืมตาอ้าปากได้ นี่ตั้งแต่พ่อแกตาย เงินทองก็ร่อยหรอลงทุกวัน”

‘เงินร่อยหรอลงเพราะใครล่ะ ตั้งแต่พ่อจากไปแม่ก็ไม่เห็นจะเพลาๆ เรื่องใช้เงินเลย’ รินรุ้งบ่นในใจ ก็ไอ้ที่ชักหน้าไม่ถึงหลังก็เพราะมีคนมาช่วยเธอใช้เงินอย่างไรล่ะ จะต้องให้เอ่ยชื่อไหมว่าใคร

“แล้วพี่ลีล่ะ ไปด้วยกันหรือเปล่า” รินรุ้งหมายถึงพี่สาวซึ่งก็คือลูกติดของอีกฝ่าย

นาตาลีเป็นสาวสวย แต่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำงานจับจดไม่เป็นชิ้นเป็นอันกับเขาสักครั้ง จนบางครั้งตกเป็นขี้ปากชาวบ้านว่าไม่ทำงานทำการแต่มีเงินใช้แบบไม่บันยะบันยังแบบนี้ เห็นทีว่าจะมีเสี่ยเลี้ยง หรือไม่ก็เป็นเมียเก็บเศรษฐีกระเป๋าหนักที่ไหนเป็นแน่

รินรุ้งเองก็เจอกับตัว ชาวบ้านชอบถามข่าวคราวพี่สาวเธออยู่เรื่อย เธออยากจะบอกจริงๆ ว่าไม่รู้อะไรทั้งนั้น เพราะเธอก็ทำงานที่เขาใหญ่ จะกลับมากรุงเทพฯ ทีก็เดือนละครั้งสองครั้งตอนเงินเดือนออก เพื่อเยี่ยมแม่เลี้ยงนั่นแหละ

ล่าสุดเห็นว่านาตาลีไปรับจ้างทำงานผ่านโลกออนไลน์ โดยใช้ต้นทุนที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดนั่นก็คือความสวย และหน้าอกหน้าใจที่มีน้ำหนักมากกว่าสมอง แต่งหน้าทาปาก ใส่เสื้อผ้าเผยเนื้อหนังมังสาวับๆ แวมๆ แล้วก็รีวิวสินค้าต่างๆ ออกสื่อ

แต่ถึงปากจะบอกว่ารายได้ดี แต่นาตาลียังแบมือขอเงินแม่อยู่เป็นประจำ อย่าเรียกว่าขอเลย เรียกว่ารีดไถน่าจะเหมาะกว่า แล้วอัมพาก็มารีดไถจากรินรุ้งอีกต่อหนึ่ง อย่างกับห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศวิทยาอย่างนั้นล่ะ

“นังนี่ ไปกันหมดแล้วใครจะดูแลฉันเผื่อเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา” คนเป็นแม่ตวาดแว้ด ยกน้ำขึ้นมากระดกเอื๊อกๆ ก่อนจะเช็ดปากด้วยหลังมือแล้วพูดต่อ “แกคงไม่คิดจะให้ฉันอยู่คนเดียวจริงๆ ใช่ไหม นังริน”

“โธ่แม่... รินก็ถามเท่านั้น พี่เค้าอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน ว่าแต่งานอะไร แล้วไปกี่ปี”

“พี่เลี้ยงเด็กน่ะ นายจ้างใหม่แกมีลูกสาว น่าจะเจ็ดแปดขวบ แล้วก็ต้องการพี่เลี้ยงคนไทย”

“ทำไมต้องคนไทยล่ะแม่”

“นี่แกจะถามอะไรนักหนาล่ะ เตรียมเนื้อเตรียมตัวเดินทางเข้าเถอะ ไปถึงนู่นก็ไปถามเขาเอาเองละกัน”

“ด่วนขนาดนั้นเลยเหรอแม่”

“ก็ทางนายจ้างแกเขาเดินเรื่องให้หมด เห็นว่ารู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ที่เมืองไทย อะไรๆ ก็เลยง่าย แกแค่รอตั๋วเครื่องบินเท่านั้น ตอนนี้ก็เก็บเสื้อผ้าจัดกระเป๋าเดินทางไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน”

“ค่ะ”

“แล้วแกไปลาออกทางนั้นยัง ได้เงินชดเชยอะไรไหม”

“เงินชดเชยอะไรล่ะแม่ เค้าให้เขียนใบลาออก เค้าจะจ่ายเงินเราทำไม”

“เฮ้ย! อะไรกัน แบบนี้ฟ้องกรมแรงงานไปเลย มันเท่ากับบังคับให้ออกเลยนะนั่น”

“ไม่หรอกแม่ แล้วไหนแม่บอกทางนั้นเร่งมา ตอนโทรหารินก็เห็นบอกว่าไม่ต้องเสียดายเงินประกันไม่ใช่เหรอคะ แล้วนี่จะให้รินฟ้องอีก”

“ก็แหม... เงินใครก็อยากได้ ฉันก็เสียดายแทนแก”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ รินมาเหนื่อยๆ ขอไปพักผ่อนก่อนนะคะแม่” พูดจบก็ไม่รอฟังคำตอบ แต่เดินแยกตัวขึ้นไปยังห้องนอนของเธอทันที

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หนี้ร้อนซ่อนสวาท
8.1
เมื่อครอบครัวติดหนี้ร้อยล้าน 'จันทร์ศิตางค์' สาวนักเรียนนอกจึงต้องกลายเป็นพี่เลี้ยงในบ้าน 'อติภัทร' นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้เป็นเจ้าหนี้ เพื่อสืบหาความจริงเรื่องหนี้สินภายใต้การปลอมตัวเป็น 'ลูกจันทร์' สาวบ้านนอกแสนซื่อ ทว่าแผนการลับต้องสั่นคลอนเมื่อเธอค้นพบความลับบางอย่างของเขา พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับเสน่ห์อันเย้ายวนและการเล้าโลมที่ยากจะต้านทาน แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่สุดท้ายเธอกลับติดกับดักเสน่หาและแรงปรารถนาของเจ้าหนี้หนุ่มรูปงามเสียเอง
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย คนโกง ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง
8.0
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สิบ ภาคินสามีมหาเศรษฐีของฉันแอบส่งรหัสลับนัดพบชู้รักต่อหน้าฉัน ก่อนจะทิ้งงานเลี้ยงไปหาเธอพร้อมคำโกหก เมื่อเธอมาหาที่บ้านพร้อมข่าวการตั้งครรภ์ ฉันจึงได้เห็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยมีให้ฉัน รวมถึงภาพการขอแต่งงานลับหลัง ทั้งที่ฉันเป็นภรรยาผู้ซื่อสัตย์และใช้ทักษะไซเบอร์กู้บริษัทเขาไว้ แต่เขากลับทรยศอย่างเลือดเย็น ในขณะที่ฉันกำลังหนีไปเริ่มต้นใหม่ รถของเรากลับจอดขนานกันในวันแต่งงานของเขา ฉันสบตาเขาก่อนจะทิ้งอดีตไว้เบื้องหลังตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เส้นทางของแฟนเก่า
8.5
ลลินาตัดสินใจทิ้งอดีตอันเจ็บปวดและหนีจากนัยน์ไปเมื่อสามปีก่อน ทว่าโชคชะตากลับเหวี่ยงให้เธอกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งในฐานะลูกน้องใต้บังคับบัญชา ความสัมพันธ์เก่าเริ่มปะทุขึ้นพร้อมคำถามถึงสถานะที่แท้จริง เมื่อเธอรู้ซึ้งว่าสำหรับมหาเศรษฐีหนุ่มอย่างเขา เธออาจเป็นเพียงความบันเทิงชั่วคราวเพื่อคลายเหงาเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ตอกย้ำความต่างชั้น ลลินาต้องเลือกระหว่างการยอมเป็นเพียงของเล่นในกำมือเจ้านาย หรือจะปกป้องหัวใจที่กำลังจะแตกสลายเป็นครั้งที่สอง
หน้าปกนวนิยาย คำสัญญาวิวาห์ลวง
8.0
ดานันตอบตกลงรับข้อเสนอสุดท้าทายเพื่อแลกกับอิสระจากพันธนาการของผู้เป็นพ่อ โดยเธอต้องทำภารกิจปราบพยศ คราม ทายาทมหาเศรษฐีผู้เกรี้ยวกราดที่เพิ่งสูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุ แม้ต้องเผชิญกับอารมณ์ที่รุนแรงและเอาแต่ใจของว่าที่สามีในนาม แต่ดานันกลับพบโอกาสสำคัญในการช่วยเหลือเขา เพราะอาการตาบอดของเขานั้นยังมีหนทางรักษาให้หายเป็นปกติได้ หน้าที่ของเธอจึงไม่ใช่แค่การดูแล แต่ต้องโน้มน้าวใจให้เขายอมเข้ารับการรักษาเพื่อกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย วอนฟ้าฝากรัก
9.6
พรฟ้าคุณหมอสาวจำใจต้องตั้งครรภ์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ตามคำขอร้องของผู้ใหญ่ที่เธอเคารพรัก โดยที่เธอไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าพ่อของเด็กเลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อผู้ใหญ่ท่านนั้นด่วนจากไป ความลับเรื่องตัวตนของพ่อเด็กจึงกลายเป็นปริศนาที่ทิ้งไว้ให้เธอเผชิญเพียงลำพัง ทางด้านฟาทิทนักธุรกิจหนุ่มผู้บ้างานและไม่คิดจะมีครอบครัว เขาตัดสินใจมอบเพียงสเปิร์มเพื่อตัดปัญหาเรื่องการสืบทายาทตามความต้องการของคุณยายเท่านั้น เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากพันธะเงียบงันนี้จะลงเอยอย่างไร