
โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
ตอน 3
มาดริด, ราชอาณาจักรสเปน
ยามความอบอุ่นของฤดูร้อนย่างเข้ามาทักทายมาดริด แสงแดดอันนุ่มนวลก็ช่วยให้สีของดอกไม้เพิ่มความสดใสมากยิ่งขึ้น ไม้ดอกไม้ใบหลากสีสันต่างก็พากันชูช่อเบ่งบาน ส่งให้บรรยากาศรอบข้างดูสวยงามไปหมด
ภายในตึกสูงที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมอันตระการตาคือที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสายการบินอันดับต้นๆ ของโลกอย่างสายการบินเทียร่าแอร์ไลน์
ในห้องประชุมที่ด้านหนึ่งเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงมาดริดในมุมสูงได้อย่างทั่วถึง ขณะนี้มีคณะกรรมการบริษัทประชุมอยู่จนเต็ม ต่างคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด จนกระทั่งการประชุมเสร็จสิ้นลง ซีอีโอหนุ่มจึงลุกขึ้นจากหัวโต๊ะและเดินกลับไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ไม่ไกลกันนัก
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่ง เอนหลังพิงพนักแล้วพักสายตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เฟอร์นันโด เลขานุการหนุ่มคนสนิทจะเข้ามา
“ปัญหาการคว่ำบาตรของบางประเทศที่กำลังเผชิญ อาจกระทบสายการบินเรา” การหารือเรื่องธุรกิจเริ่มขึ้นทันทีเมื่อเลขานุการหนุ่มนั่งลงตรงข้ามเขา
“ฉันรู้...” ซีอีโอหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่งทั้งที่ยังหลับตาอยู่อย่างนั้น
“ครับ เราอาจจะต้องเปลี่ยนเส้นทางการบิน” อีกฝ่ายรายงาน
“นายจัดการรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดทำเป็นรีพอร์ตให้ฉันก่อนที่จะประชุมใหญ่อีกครั้งก็แล้วกัน” เขาสั่งพร้อมลืมตาขึ้น ก่อนขยับท่านั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ
“ส่วนเรื่องมาตรฐานการบินของประเทศที่เราจะเปิดเส้นทางใหม่ๆ ก็เป็นที่น่าพอใจดีอยู่ครับ”
“ดีแล้ว” เขาตอบสั้นๆ
“ครับ”
“แล้วนายอย่าลืมโปรเจกต์ที่เคยคุยกันที่เขาใหญ่ล่ะ “
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ บอส”
“แล้วจับตาความเคลื่อนไหวของคู่แข่งเราด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายการบินเวลคัมแอร์ไลน์ของอิริคก้า พ่อของอบิเกล ฉันไม่อยากให้ฝ่ายนั้นรู้แผนงานของเรา รวมทั้งเรื่องที่เรากำลังจะขยายธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์ในเครือ”
ถึงแม้ว่ามารดาของทั้งทางเขาและอบิเกลต่างก็ต้องการให้ทั้งคู่แต่งงานกัน หากในความจริงแล้ว ทั้งเวลคัมและเทียร่าต่างเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่แทบจะเรียกว่าคู่แค้นเลยด้วย แต่มาดามพอลล่ากลับมีความหวังว่า การแต่งงานของลูกๆ จะช่วยให้ทั้งสองบริษัทหันมาร่วมมือกันแล้วสยบคู่แข่งรายอื่นๆ มากกว่า
แต่เซคิโอไม่คิดเช่นนั้น เขาไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องการแต่งงานเพื่อธุรกิจ เขาไม่มีวันร่วมหอกับผู้หญิงคนไหนแน่ๆ ถ้าเขาไม่ได้รัก แต่ถ้าเป็นแค่การร่วมเตียง เขาไม่คิดว่าจะเสียหายอะไร
“ไม่มีปัญหาครับ” เฟอร์นันโดตอบชัดถ้อยชัดคำ
“ส่วนเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ต้องเพิ่มมาตรการความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะภัยจากการก่อการร้ายมีมากขึ้นทุกวัน เข้าใจไหม”
“ครับบอส”
“ดี” ซีอีโอหนุ่มไล่สายตาตรวจเอกสารสักพักก็เอ่ยถามเลขานุการหนุ่มเมื่อนึกขึ้นได้ถึงอีกเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าธุรกิจ “เรื่องที่ให้ตามไปถึงไหนแล้ว” ซีอีโอหนุ่มเอ่ยถามถึงการสะสางความแค้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เจอตัวแล้วครับ” เฟอร์นันโดตอบ อดนึกทึ่งกับแผนการของซีอีโอหนุ่มอย่างเซคิโอไม่ได้ “ผมจะเร่งดำเนินการ พาเธอมาให้เร็วที่สุดครับ” เลขานุการหนุ่มบอกต่ออย่างนอบน้อม หลังจากพบเป้าหมายเขาก็วางแผนอย่างแนบเนียน รัดกุมจนเหยื่อตายใจ และเร็วๆ นี้เขาจะต้องได้ตัวเธอมาให้ผู้เป็นเจ้านายอย่างแน่นอน
“ดีมาก” เขาหรี่ตาแคบ “นายจะจัดการยังไงก็ได้ ขอแค่เอาตัวผู้หญิงคนนั้นมารับผลกรรมของเธอก็พอ” แววตาคมกล้าเปล่งประกายวาวโรจน์ “เพราะความแค้นของฉันมันรอไม่ได้”
“ครับบอส”
“งั้นก็ออกไปทำงานของนายได้แล้ว” เขาสั่งก่อนที่จะหยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมาพินิจ ซึ่งมันก็คือภาพถ่ายขนาดใหญ่ใบหนึ่ง “ถึงเวลาชำระแค้นระหว่างเรากันแล้วสินะ” เขาจ้องมองสิ่งที่อยู่ในมืออย่างหมายมาด แม้ว่าลึกๆ แล้วจะรู้สึกคุ้นหน้าคนในภาพนั้น คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน หากนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก!
***
เขาไม่มีวันลืมเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตเขาเมื่อแปดปีที่แล้วได้เลย ในเวลานั้นเขากำลังมีความสุขอย่างล้นหัวใจ และกำลังเตรียมตัวจะเข้าพิธีวิวาห์กับแฟนสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ผู้ที่ครอบครัวมาตั้งรกรากอยู่ที่สเปนนานเกินสิบปี
ทั้งเขาและเธอบังเอิญรู้จักกันที่เมืองไทย โดยคราวนั้นเขาไปเที่ยวพร้อมกับหาโอกาสดูลู่ทางทำธุรกิจในฐานะของทายาทสายการบิน จากนั้นก็คบหา พัฒนาความสัมพันธ์ จนได้รู้ว่าเธอเป็นทายาทของโรงงานผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ที่ต่างก็เป็นบริษัทคู่ค้ามาตั้งแต่รุ่นปู่
มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจว่า ทำไมคนรุ่นหลานจึงไม่รู้จักกันมาก่อน หากนั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะทั้งคู่ก็ได้ตกหลุมรักและคบหากันจนถึงขั้นหมั้นหมาย และมีโครงการจะแต่งงาน ซึ่งนั่นจะถือเป็นการแต่งงานของสองกลุ่มธุรกิจที่ยิ่งใหญ่อันดับต้นๆ ของยุโรปเลยก็ว่าได้
แต่สุดท้าย ทุกอย่างที่วาดฝันไว้กลับพังครืนลงมาราวปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัด เมื่อคู่หมั้นสาวกลับประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตาเขา อย่างที่ชายหนุ่มไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้
ทุกครั้งที่เซคิโอคิดถึงอดีตคนรักที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ น้ำตาลูกผู้ชายก็พานไหลออกมาทุกครั้ง มันเป็นความอ่อนแอที่เขาได้แต่เก็บซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครรู้...
ด้วยความที่คู่หมั้นสาวเป็นผู้มีใจรักการปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนแต่งงานเธอจึงอ้อนวอน ขออนุญาตเขาตระเวนเที่ยวรอบโลกพร้อมจักรยานคันเก่งของเธอเสียก่อน แน่นอนว่าการเที่ยวรอบโลกของเธอ หนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทยที่ที่ทั้งคู่ได้พบกันครั้งแรก ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอมาเพียงลำพังกับเพื่อนๆ
แต่แล้วในวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่กำลังปั่นจักรยานระยะไกลอยู่นั้น ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เมื่อคู่หมั้นของเขาถูกชนแล้วหนี เธอถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หากหญิงสาวทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตระหว่างทาง โดยที่เขากำลังกอบกุมมือเธอเอาไว้ ในเวลานั้นความเจ็บปวดจากการสูญเสียแล่นปลาบไปทั้งหัวใจ ชายหนุ่มเคว้งคว้างและระคนความแค้น เขาต้องการจับคนผิดมาลงโทษให้ได้ แต่กลายเป็นว่ารถยนต์คันนั้นชนแล้วหนีไปอย่างไร้ร่องรอย
นับจากนั้นเขาจึงใช้เงินมหาศาลจ้างสำนักงานนักสืบเอกชนทั้งเมืองไทยและต่างประเทศจนกระทั่งรู้เบาะแส เพราะในเมื่อกฎหมายไทยไม่สามารถหาตัวคนร้ายมารับโทษได้ เขานี่ล่ะจะพิพากษาคนคนนั้นเอง
แล้วในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง ‘รินรุ้ง’ คือคนร้ายในวันนั้น แม้หลักฐานวันเกิดเหตุที่มีไม่มาก แต่นักสืบก็ตามสืบประวัติของเจ้าหล่อนมาให้เขาได้ ดวงตาคมกล้าเพ่งภาพถ่ายใบหน้าหญิงสาวอย่างเคียดแค้น แม้จะต้องใช้เวลานาน แต่เพื่อการล้างแค้น สิบปีก็ยังไม่สายมิใช่หรือ!
“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน... รินรุ้ง!”
***
“ฮัดชิ้ว!”
หญิงสาวรีบควานหาผ้าเช็ดหน้ามาปิดจมูก นี่ถ้าไม่เพราะมีใครเอ่ยถึงก็คงเพราะจะไม่สบายแน่ๆ แย่จริง “ฉันชื่อรินรุ้งค่ะ” หญิงสาวเงยหน้า รายงานตัวกับชายหนุ่มรูปร่างสูง ซึ่งก็คือเฟอร์นันโด เลขานุการคนสนิทของเซคิโอที่มีหน้าที่ไปรับเจ้าหล่อนที่สนามบิน จากนั้นก็นำตัวขึ้นรถยนต์กระทั่งมาถึงคฤหาสน์โดยสวัสดิภาพ
รินรุ้งเดินทางมาถึงที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอ มันคือคฤหาสน์หลังใหญ่ในพื้นที่หลายร้อยเอเคอร์ สวนสวยประดับประดาด้วยต้นไซเปรสสูงใหญ่เรียงกันเป็นทิวแถว ตกแต่งอาณาบริเวณโดยรอบด้วยสวนสไตล์เรขาคณิตแบบสเปนที่ได้รับอิทธิพลมาจากสวนยุคโรมัน
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วนับหนึ่งถึงสิบในใจอย่างตั้งสติ
“มาแล้วเหรอ” หญิงวัยกลางคนถาม หากดวงหน้านิ่งแน่วเรียบตึงของนาง กอรปกับแววตาที่ไม่เป็นมิตร บอกชัดว่าไม่ต้อนรับหญิงสาวผู้มาจากต่างแดนเลยแม้แต่น้อย
“มิสหงสกรพงษา นี่คือมาดามวิเวียน แม่บ้านใหญ่ของที่นี่” ชายหนุ่มแนะนำให้รู้จัก วิเวียนก็คือคนเก่าคนแก่ของตระกูลกอนซาเลซ นางได้รับมอบหมายจากมาดามพอลลา ผู้เป็นมารดาของเซคิโอ ให้มาคอยดูแลเรื่องอยู่เรื่องความเป็นอยู่ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวเอ่ยทักทายด้วยภาษาอังกฤษพลางยื่นมือให้ตามธรรมเนียมฝรั่ง หากอีกฝ่ายกลับไม่ยินดียินร้าย นอกจากทำหน้าตึง ส่งแววตาเหยียดหมิ่นดูแล้วชวนอึดอัด
“เอาล่ะ มาก็ดีแล้ว รีบเข้ามาข้างใน เธอจะต้องคุยกับฉันยาว” วิเวียนเอ่ยสั้นๆ สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์เช่นเดิม
“เอ่อ...” หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ
“รีบตามมาสิยะ!” เสียงนั้นแสดงอำนาจบาตรใหญ่และจงใจข่มขวัญผู้มาใหม่อย่างเห็นได้ชัด
“อ้อค่ะ” เธอได้แต่เดินตามเจ้าหล่อนเข้าไป
เพียงก้าวแรกที่มาถึงรินรุ้งก็รู้สึกอึดอัดเสียแล้ว นี่ขนาดยังไม่เจอเจ้านายตัวจริง เธอยังรู้สึกอึดอัดพาให้ใจฝ่อได้ถึงเพียงนี้ ถ้าเจ้านายเกิดเป็นเหมือนแม่บ้านคนนี้ล่ะ เธอจะทำงานอย่างมีความสุขที่นี่ได้อย่างไรกัน หญิงสาวคิดขณะพาตัวเองมาถึงภายในห้องโถง ซึ่งก็ดูอลังการแบบที่เธอไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย
ที่นี่เป็นบ้านมหาเศรษฐี จากคำบอกเล่าของมารดา นายจ้างเธอรวยมาก และท่านมีพระคุณกับแม่เลี้ยงของเธอ งานที่เธอต้องมาทำงานที่นี่ นอกจากจะเพื่อเลี้ยงชีพตัวเองในยามตกงานแล้ว ก็เพราะรายได้มากถึงหลักแสนต่อเดือน ซึ่งแน่ล่ะว่าเงินบางส่วนเธอก็ต้องส่งกลับไปให้อัมพาด้วย
$$$$$$$$
คุณอาจจะชอบ





