ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวอสูร.

เจ้าบ่าวอสูร.

เมื่อความแค้นบดบังใจ รัชชานนท์จึงเริ่มแผนการทำลายล้างเพื่อสร้างความเจ็บปวดให้แก่ นทิชา หญิงสาวผู้ต้องกลายเป็นหมากในเกมที่ตนไม่ได้ก่อ ทว่าเสน่ห์อันหอมหวานของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยด้านชาของเขาอย่างไม่คาดคิด แม้สมองจะสั่งให้เกลียด แต่หัวใจกลับโหยหาจนเขาไม่อาจปล่อยมือได้ รัชชานนท์จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อล่อลวงให้เธอติดอยู่ในหลุมพรางแห่งความรักและความแค้นนี้ตลอดไป โดยที่นทิชาเองก็ยอมตกเป็นเหยื่อเพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว
ตอน
แชร์

ตอน 2

“คุณมีนไปไหน ส้มโอ...”

ร่างสูงสง่าในชุดสูทที่ผ่านการตัดเย็บอย่างดีจากช่างมืออาชีพเดินเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถงใหญ่ ขณะตวัดสายตาที่ซ่อนอยู่ภายในแว่นดำมองร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยของสาวใช้ที่ชื่อส้มโอ ที่กำลังยืนก้มหน้ารอรับคำสั่งจากเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชาสุดขั้ว โดยลืมไปว่าตัวเองนั้นยังอยู่ในบทบาทของคนตาบอดมองไม่เห็น

“คุณนนท์มองเห็นส้มโอด้วยหรือคะ...”

เสียงเหน่อแบบสุพรรณของส้มโอถามออกมาด้วยความสงสัย ก่อนจะก้มหน้านิ่ง เมื่อถูกรัชชานนท์ดุเสียงกร้าว

“แล้วคิดว่าฉันแกล้งตาบอดอย่างนั้นหรือ...”

ส้มโอหันไปมองหน้ามะนาวน้องสาวฝาแฝดที่มีน้ำหนักเกินร้อยไม่แพ้กันด้วยใบหน้ากังขา ก่อนจะรีบตอบชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายด้วยความหวาดเกรง

เมื่อก่อนรัชชานนท์ไม่เคยอารมณ์ร้ายแบบนี้ แต่พอรฎาพรเสียชีวิตไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชายหนุ่มก็โมโหร้าย ดุกร้าวจนน่ากลัว จนใครๆ ก็ไม่สามารถเข้าหน้าได้ติด ขนาดลำไยแม่ของหล่อนที่เลี้ยงรัชชานนท์มาตั้งแต่ยังแบเบาะยังไม่กล้าขัดใจเขาแม้แต่ครั้งเดียว

“คุณมีนอยู่ในห้องค่ะ เธอยังไม่สร่างไข้ดี...”

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเยาะด้วยความชิงชัง นัยน์ตาคมกร้าวกระด้างน่ากลัว “สำออยไม่ว่า เป็นมาเกือบอาทิตย์แล้วยังไม่คิดจะหายอีก...”

ทั้งส้มโอและมะนาวสาวใช้ต่างพากันอึ้งพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเจ้านายหนุ่มพูดถึงภรรยาสาวที่พึ่งแต่งงานกันมาได้เพียงอาทิตย์เดียวด้วยท่าทางรังเกียจอย่างเห็นได้ชัดแบบนี้ นี่ยังไม่รวมถึงการแยกห้องกันนอนระหว่างรัชชานนท์กับนทิชาตั้งแต่คืนแรกของการเข้าหออีกด้วยนะ

“คุณนนท์พูดเหมือน...”

“หุบปากได้แล้วส้มโอ แล้วไปตามคุณมีนมาพบฉันที่ห้องหนังสือ...”

พูดจบร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามของรัชชานนท์ก็หมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือที่อยู่ชั้นล่างปีกซ้ายของตัวคฤหาสน์ด้วยความคล่องแคล่ว โดยไม่ต้องให้ใครบอกทาง

ส้มโอทำหน้าทึ่ง ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยความแปลกประหลาดใจ

“ฉันว่าคุณนนท์แกเหมือนคนมองเห็นทุกอย่างเลย ว่าไหมมะนาว... ไปห้องหนังสือได้โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วยนำทาง... ” ส้มโอหันไปถามน้องสาวอย่างเคลือบแคลง

“ก็คุณนนท์เคยบอกพี่ตั้งหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนที่พี่ถามน่ะ ว่าเธอทำทุกอย่างได้ เพราะที่นี่คือบ้านของเธอ และเธอก็จำได้ทุกซอกทุกมุมของบ้าน แม้จะมองไม่เห็นก็ตาม...” ผู้เป็นแฝดน้องเตือนความจำของพี่สาวด้วยเสียงรำคาญ

“แต่เมื่อก่อนตอนที่คุณนนท์ตาบอดใหม่ๆ ทำไมไม่คล่องแคล่วแบบนี้ล่ะ”

ส้มโอยังไม่เลิกสงสัย มะนาวจึงตัดบท เพราะเป็นห่วงในความปลอดภัยของนทิชา หล่อนรู้ดีว่ารัชชานนท์เจ้านายของหล่อนนั้นเจ้าอารมณ์ขนาดไหน

“เราเลิกพูดเรื่องของเจ้านายดีกว่า รีบไปตามคุณมีนเถอะ ชักช้าเดี๋ยวคุณมีนจะเดือดร้อน”

“แล้วเรื่องคุณมีนอีก ไม่รู้ว่าโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน ฉันก็นึกว่ารักกันถึงได้แต่งงานกัน แต่ที่ไหนได้พอแต่งกันปุ๊บก็แยกห้องนอนกันทันที แถมคุณนนท์นะยังทำท่าทางราวกับขยะแขยงคุณมีนอีก...”

ไม่ใช่แค่ส้มโอคนเดียวหรอกที่คิดแบบนั้นแม้แต่มะนาวเองก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน เพราะท่าทีของรัชชานนท์นั้นแสดงออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อยว่ารังเกียจนทิชา จะมีก็แต่คุณมีนของหล่อนนั่นแหละที่แสดงท่าทีว่าหลงรักรัชชานนท์จนโงหัวไม่ขึ้น

“เรื่องของเจ้านายน่ะ ไปตามคุณมีนเถอะ ไปสิพี่ส้มโอ...”

ส้มโอพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นบันไดมุ่งหน้าไปยังห้องหอที่นทิชาพักอยู่อย่างรวดเร็ว เพราะหากมัวชักช้าอยู่ บ้านทั้งหลังได้ระเบิดแน่

“เข้ามาได้...”

น้ำเสียงกระด้างที่ยังคงมีผลให้สันหลังของหล่อนเย็นเยือกได้ทุกครั้งที่ได้ฟังของรัชชานนท์เอ่ยขึ้นเมื่อหล่อนได้เคาะประตูไม้สักแกะสลักงดงามบานใหญ่สองครั้ง

หญิงสาวรู้สึกได้ว่าขาของตนเองสั่นเทาแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงในการก้าวเดินไปข้างหน้า ลมหายใจที่ถูกสูดเข้าไปเพื่อเรียกความมั่นใจหลายต่อหลายครั้งไม่ได้ทำให้ต่อมความกล้าหาญของหล่อนทำงานดีขึ้นเลย มันทั้งกลัว มันทั้งสั่น ยิ่งการเผชิญหน้ากันครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดวันด้วยแล้ว หล่อนก็ยิ่งสั่นสะท้าน

สมองคิดไปต่างๆ นานาว่ารัชชานนท์กำลังคิดจะทำอะไรกับหล่อน กำลังจะทวงสิทธิ์ในร่างกายของหล่อนหรือเปล่า หรือว่าบางทีเขาอาจจะหาทางกลั่นแกล้งหล่อนอีกก็ได้

นทิชากระพริบตากลมโตหลายครั้งติดกันเพื่อขับไล่น้ำตาที่เอ่อล้นขอบตาให้เหือดแห้งหรือไม่ก็ให้มันไหลกลับลงไปในหัวอก คิดไม่ออกจริงๆ เลยว่ารัชชานนท์เกลียดชังอะไรตัวเองนักหนา ทำไมถึงได้ทำเหมือนกับว่าการแต่งงานในครั้งนี้คือบทหนึ่งของความแค้นยังไงยังงั้นแหละ

หรือว่าเขาต้องการเห็นหล่อน ผู้หญิงที่เขาซื้อได้ด้วยเงินเพียงสามแสนบาท ทรมาน เจ็บปวด และขาดใจตายไปอย่างทุกข์ทรมาน ผู้ชายอย่างเขาถึงจะพอใจ

กลีบปากที่มีสีสันขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากไข้ลดลงเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปจับลูกบิดทองเหลืองที่เย็นเฉียบพอๆ กับอุ้งมือของหล่อนแน่น และไม่ช้าประตูบานนั้นก็ถูกเปิดออกจนกว้างและอสูรร้ายที่นั่งอยู่บนรถเข็นตรงกลางห้องก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา

รัชชานนท์ยังหล่อเหลาอย่างร้ายกาจเสมอในสายตาของหล่อน หญิงสาวไล่สายตาบนใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมที่ดูคล้ายกับรูปปั้นไร้ชีวิตของบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม

แม้ดวงตาคมกล้าที่หล่อนเคยได้พิศมองน้อยครั้งนักยังคงซ่อนอยู่ในเลนส์แว่นสีดำสนิท แต่แค่ปลายจมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากบางสีสดที่หยักได้รูปก็ทำให้ใบหน้าของรัชชานนท์สมบูรณ์แบบ หรือบางทีอาจจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าชายหนุ่มช่างดูหล่อเหลาราวกับไม่ใช่คนจริงๆ เป็นรูปปั้นที่จิตกรฝีมือเอกบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมา

แต่เขามีเลือดเนื้อ... มีชีวิตจริงๆ

ความปรารถนาในบางสิ่งบางอย่างระเบิดตูมครอบคลุมกายสาวในทันที และมันก็แผ่ซ่านมุ่งหน้าเข้าจู่โจมที่แก่นกลางลำตัวอย่างน่าละอาย

ทำไมหล่อนถึงได้คิดอะไรบ้าบอ ไร้ยางอายแบบนี้ได้ทุกครั้ง ยามที่เผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้นะ...

“คิดว่าต้องให้คนตาบอดอย่างฉันเดินไปเปิดประตูให้ถึงจะยอมเข้ามา...”

นี่คือคำพูดคำแรกที่เขาทักขึ้น น้ำเสียงยังเย็นกระด้างไม่เคยเปลี่ยนแปลง

“คุณนนท์มีอะไรกับมีนหรือคะ ถึงได้...”

น้ำเสียงตะกุกตะกัก ขณะก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติเมื่อรัชชานนท์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ใกล้หน้าต่างห้องขยับเข้ามาใกล้ ราวกับตาเห็น

ปฏิกิริยาเคมีระหว่างเขากับหล่อนทำไมมันถึงได้ตึงเครียดแบบนี้นะ และมันก็ทำให้หญิงสาวมึนงงสุดขีด เนื้อตัวร้อนผ่าวได้อย่างน่าหวาดกลัว

หล่อนจะต้องเก็บความรู้สึกที่มีต่อเขาให้ลึกมากกว่านี้ ต้องเก็บมันให้พ้นจากความรับรู้ของเขา...

“ผัวอยากจะเจอเมียต้องมีเรื่องอะไรด้วยหรือ...”

ชายหนุ่มระบายเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน แต่มันกลับทำให้หญิงสาวเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลัง หัวใจเต้นกระหน่ำแทบจะกระดอนออกมานอกทรวงอกกับคำพูดคำจาที่ตรงไปตรงมาของเขา

“ไม่ต้องถอยหนีหรอก เพราะฉันตาบอดแบบนี้จะไปทำอะไรเธอได้...”

หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก รู้สึกได้ถึงอันตรายที่เต้นเร่าอยู่ในบรรยากาศรอบตัว หล่อนไม่อาจจะล่วงรู้ได้เลยว่าชายหนุ่มคิดยังไง เมื่อดวงตาทั้งคู่ของเขาถูกปิดบังไว้ด้วยแว่นสีดำอย่างแน่นหนา แถมท่าทางของเขาทั้งหมดก็ถูกเคลือบทับไว้ด้วยความเย็นชา ห่างเหิน ไม่แยแสอย่างร้ายกาจ

“แต่คุณนนท์ทำเหมือนมองเห็นมีน... คุณนนท์รู้ว่ามีนอยู่ตรงไหน...”

เสียงหัวเราะคล้ายมาจากขุมนรกดังออกมาจากลำคอแกร่ง “ประสาทสัมผัสของคนเรามีตั้งหลายอย่าง เธออย่ามาตัดสินว่าคนตาบอดจะไม่มีทางรับรู้เรื่องใดๆ เพราะแม้ว่าจะมองไม่เห็น แต่กลิ่นและความเน่าเฟะของมันก็เข้ามาทางจมูกอยู่ดี...”

คิ้วโก่งที่ไร้การตกแต่งแต่งดงามราวกับถูกเขียนด้วยช่างฝีมือเอกระดับโลกขมวดเข้าหากัน “คุณนนท์ต้องการจะพูดอะไรกับมีนคะ...”

“ยังไม่ถึงเวลาหรอกเมียของฉัน...”

‘เมียของฉันเหรอ’

นี่เขาพูดคำนี้ออกมาได้เต็มปากได้ยังไง ในเมื่อการกระทำของเขาไม่ได้ตรงกับคำพูดเลยแม้แต่น้อย หล่อนมันก็แค่แม่พันธุ์ที่เตรียมไว้ผลิตลูกให้เขามากกว่า

“ฉันแค่ต้องการจะบอกให้เธอเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับค่ำคืนนี้ของเรา...”

ใบหน้างามเต็มไปด้วยความตกใจ กลีบปากสีสดเผยอออกจากกันอยู่ในสภาพค้างเติ่ง ขณะที่สมองอันน้อยนิดของตัวเองเตลิดคิดไปไกลถึงสิ่งที่เขาจะทำกับหล่อนบนเตียงนอน และจากเจ้าความคิดที่ไปไกลสุดกู่นี้ก็ทำให้แก้มสาวที่ซีดเซียวอยู่เมื่อครู่ซับเลือดฝาดขึ้น

“หลังจากที่ฉันใจดี... ปล่อยให้เธอนอนหลับอย่างเป็นสุขมาตลอดหนึ่งอาทิตย์...”

เขาพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำทั้งประโยค นทิชารู้สึกวูบวาบแปลกๆ ในช่องท้อง ทรวงอกอวบใหญ่คล้ายกับเบ่งขยายเต็มที่ กับคำพูดตรงไปตรงมาของรัชชานนท์

“เอ่อ... คือ... คุณนนท์...คือมีนอยาก...จะขอเวลา...” เอ่ยออกไปด้วยความหวาดหวั่น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 365 วัน ฉันจะ (ไม่) รักเธอ
8.6
ปฐพี ชายหนุ่มรูปงามผู้เย็นชาและเกลียดผู้หญิงเข้าไส้จนถูกขนานนามว่าเป็นปีศาจในคราบเทพบุตร กลับกลายเป็นคนที่จีน่า สาวสวยลูกครึ่งผู้สดใสแอบหลงรักมาโดยตลอด ทว่าความรักครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคและความลับที่เธอซ่อนไว้ เมื่อชายที่เธอรักกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับพี่สาวแท้ๆ ของตนเองด้วยเหตุผลบางประการ ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะทางครอบครัวที่บีบคั้น บทสรุปความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดาระหว่างเขาและเธอจะลงเอยอย่างไรในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย เงาแค้น
8.8
ความเศร้าโศกจากการสูญเสียคนรักที่ปลิดชีพตนเองหลังคลอดลูก กลายเป็นเพลิงแค้นที่รอวันสะสาง เมื่อเขาค้นพบตัวการที่ทำลายชีวิตแฟนสาว แผนการล้างแค้นสุดอำมหิตจึงเริ่มขึ้นด้วยการใช้เสน่ห์ล่อลวงศัตรูให้ตกหลุมรักเพื่อหวังทำลายหัวใจให้ตายทั้งเป็น ทว่าความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเผลอมอบความรู้สึกให้คนที่ไม่ควรรักจนเกิดเป็นความย้อนแย้งในใจ เขาจะเลือกเดินหน้าทำลายชีวิตเธอต่อ หรือจะยอมยุติความแค้นที่แสนทรมานนี้เพื่อหัวใจตัวเองในนิยายโรแมนติกดราม่าสุดเข้มข้น
หน้าปกนวนิยาย แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย
9.2
ชีวิตของเลอาต้องเปลี่ยนไปเมื่อพบหนังสือนิยายวายปริศนาหน้าบ้าน ซึ่งเนื้อหาภายในกลับทำนายอนาคตว่าเธอจะต้องตาย และแฟนหนุ่มสุดที่รักจะกลายเป็นนายเอกในความสัมพันธ์แบบสามเรา เลอาจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและปกป้องคนรักจากชายหนุ่มสองคนที่จะเข้ามาแย่งชิง ท่ามกลางอันตรายจากฆาตกรลึกลับที่จ้องเอาชีวิต เธอจะสามารถขัดขวางเส้นทางนิยายน้ำเน่านี้และเอาตัวรอดจากความตายได้หรือไม่ เมื่อเหล่าพระเอกในนิยายยังคงตามตื๊อแฟนเธอไม่เลิกรา
หน้าปกนวนิยาย แค่เมียคนใช้ (ฟิว&ใบบัว)
8.2
ภายใต้ความสัมพันธ์อันขมขื่นที่ถูกตีตราว่าเป็นเพียงนางบำเรอ ใบบัวต้องเผชิญกับถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามจากฟิว ชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้เพียงบนเตียงนอน เขาคอยย้ำเตือนสถานะที่ไร้ค่าเพื่อไม่ให้เธอริอาจก้าวข้ามเส้นมาสั่งสอนหรือเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ในฐานะเมีย ความรักท่ามกลางความแค้นและการกดขี่ในสังคมร่วมสมัยนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อหัวใจของคนใช้ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดีในวังวนแห่งตัณหาที่ไร้ซึ่งความให้เกียรติ
หน้าปกนวนิยาย เมียสำรองจ้างรัก
9.6
โปรย เมียสำรองจ้างรัก ในคืนฝนตกหนักเธอตกเป็นของเขาเพราะแผนการของแม่ เพราะมารดาของเขาอยากได้หลาน แต่ไม่อยากได้สะใภ้เกรดต่ำเช่นเธอ เธอถึงได้อุ้มท้องลูกของเขาจนคลอด ในวันที่เธอคลอดลูก ก็ถูกเฉดหัวออกไปจากบ้าน แม้แต่หน้าลูกก็ยังไม่ได้เห็น พร้อมด้วยเงินก้อนโตที่มารดารับไปเพื่ออยู่กับสามีใหม่ นางขายเธอให้เสี่ยตัณหากลับอย่างเลือดเย็น กว่าจะเอาชีวิตรอดมาได้ ก็ลำบากจนเลือดตาแทบกระเด็น 5 ปีต่อมา มารดาของเขาตาย เธอกลับมาอีกครั้งเพราะอยากพบหน้าลูก ในฐานะพี่เลี้ยงคนใหม่ การกลับมาเจอเขาอีกครั้ง ทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่คู่ควรในอีกไม่ช้า **************************************************** ตัวอย่างบางช่วงบางตอน... “เธอมาทำอะไรที่นี่” “เอ่อ...” “พี่เลี้ยงคนใหม่ของตากริชไงคะพี่ฤทธิ์” เสียงของรังรองดังขึ้น ทำให้มีนาไม่ต้องตอบคำถามชวนอึดอัดนั้น “พี่เลี้ยงคนใหม่ ใครใช้ให้แกรับผู้หญิงหิวเงินคนนี้เข้ามาทำงานในบ้าน แถมยังรับมาเลี้ยงลูกของพี่อีก” “พี่ฤทธิ์เป็นคนสั่งค่ะ” รังรองตอบพี่ชายหน้าตาย “สั่งตอนไหน” เริงฤทธิ์เอ่ยถาม สีหน้าของเขาดูกระด้าง คล้ายระเบิดเวลาที่เตรียมพร้อมจะปะทุได้ทุกเวลา ในขณะที่รังรองไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด “พี่ฤทธิ์บอกว่าให้เริงจัดการทุกอย่างตามต้องการได้เลย เริงก็จัดการให้แล้วไงคะ มีนจะมาดูแลตากริช และรับรองว่าตากริชจะไม่โดนหยิก โดนตี หรือทำร้ายเพราะดื้อเกินเหตุเหมือนพี่เลี้ยงคนอื่นแน่นอน เหตุผลเพราะอะไรพี่ฤทธิ์ก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ” **************************************************** “คุณฤทธิ์ต้องการให้ดิฉันทำยังไงเหรอคะ ถึงจะได้ดูแลลูก” เธอพูดกับเขาตรง ๆ ใจร้อนรนอยากดูแลลูกสุดหัวใจ เธอโทษตัวเองมาตลอดว่าเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องที่ไม่มีโอกาสได้ดูแลลูกเลย “มาเป็นนางบำเรอฉันสิ ฉันจะให้เธอดูแลลูก” เริงฤทธิ์พูดอย่างเป็นต่อ “คุณฤทธิ์!” มีนาอุทานอย่างตกใจ ไม่คิดว่าเริงฤทธิ์จะพูดแบบนี้ออกมา “ทำไมล่ะ นอนกับฉันถือว่าเธอมีบุญมากนะ” “มีบุญยังไงคะ” เธอทำหน้าไม่เข้าใจ “เพราะที่เคยนอนมาเป็นพวกกุ๋ยข้างถนนไม่ใช่เหรอ ผู้ชายที่เธอหนีไปกับมันตอนได้เงินก้อนใหญ่ไปจากคุณแม่เมื่อห้าปีก่อน”