ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค

เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค

วรนิษฐ์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาพี่มาร์คเพื่อแจ้งข่าวว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ทว่าเขากลับตอบแทนด้วยความเย็นชาและยืนยันว่ารักเพียงแพร แฟนสาวของตนเท่านั้น แม้จะยอมรับลูกแต่เขาก็ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบในตัวเธอ พร้อมทั้งดูแคลนพรหมจรรย์ที่เสียไปว่าไร้ความหมายในยุคสมัยนี้ เมื่อความพยายามเรียกร้องความยุติธรรมผ่านผู้ใหญ่กลายเป็นเพียงการขู่เข็ญในสายตาเขา ความเจ็บช้ำจึงเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว วรนิษฐ์ตัดสินใจฟ้องหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้รัก แต่สามีใจร้ายกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
ตอน
แชร์

ตอน 2

วรนิษฐ์แทบล้มทั้งยืนเมื่อดูที่ทดสอบตรวจการตั้งครรภ์สามอันที่ซื้อมาตรวจและสามยี่ห้อ เธอมองแล้วมองอีกแทบล้มทั้งยืน มันเกิดขึ้นกับเธอได้ยังไง แค่คืนเดียวมันไม่น่าจะติดลูกได้เร็วขนาดนี้ เธอนั่งทรุดเข่ากับพื้นปิดหน้าร้องไห้แล้วมองที่ทดสอบการตั้งครรภ์อีกครั้ง

อึก! ฮือๆๆๆ

“พี่มาร์ค อึก! จะรู้ไหมว่าไวน์ท้อง ฮือๆๆ”

เธอร้องไห้พึมพำกับตัวเอง ตั้งแต่วันนั้นเช้ามาเขาก็เดินทางกลับประเทศไทยและไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย และเรื่องของเธอกับเขาในคืนนั้น เขาก็ไม่พูดถึง เขาทำเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องปกติไม่ได้สำคัญอะไร แต่สำหรับผู้หญิงอย่างเธอ ผู้หญิงที่แอบรักพี่ชายลูกชายของเพื่อนรักพ่อมาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก มันคือความสุขที่ได้มอบสิ่งมีค่าของลูกผู้หญิงให้เขา

“ไวน์จะไปหาพี่ จะไปบอกเรื่องลูกของเรา อึก! ฮือ”

เธอยกมือเรียวปาดน้ำตาพร้อมลูบท้องเล็กตัวเองไปมา อีกไม่นานท้องคงโตและทุกคนก็จะรู้ว่าเธอกำลังท้อง เธอลุกขึ้นยืนอย่างเข้มแข็งเพื่อไปเก็บกระเป๋าและติดต่อไปหามโนภฤศเพื่อบอกเขาว่าเธอจะเดินทางไปหาเขาที่เมืองไทย แต่พยายามติดต่อเท่าไหร่ก็ไม่มีการตอบรับ เขาไม่รับสายเธอที่โทรข้ามประเทศไปหาเขาเหมือนตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

“พี่มาร์คไม่รักไวน์ไม่เป็นไร แต่ไวน์รักพี่มาร์ค ไวน์จะไปหาและอยากรู้จังถ้าพี่รู้เรื่องลูก พี่จะดีใจหรือเสียใจกันนะ” เธอบอกตัวเองแล้ววางโทรศัพท์ในมือไว้แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของตนมาเก็บเสื้อผ้า

ประเทศไทย จังหวัดเพชรบูรณ์

ณ ไร่พันแสงเดือน ไร่สตรอว์เบอร์รีที่มีพื้นที่นับ 500 ไร่ และมีพื้นที่กว้างออกไปตามภูเขา และภูเขาใหญ่หลังบ้านก็เป็นเหมือนสมบัติของครอบครัวเขา บ้านเรือนไทยหลังใหญ่ประยุกต์กลางไร่สตรอว์เบอร์รีกำลังมีเจ้าของบ้านและแฟนสาวที่กำลังเล่นรักกันบนเตียงนุ่ม

“อือ...ไม่เอานะคะมาร์ค แพรเหนื่อยแล้ว” เสียงแฟนสาวเอ่ยกระเง้ากระงอดเล็กน้อยเมื่อมือใหญ่ของแฟนหนุ่มกำลังซุกซน

“นะครับแพร ขออีกรอบนะ” เขาบอกเธอพร้อมกับเคลื่อนตัวคร่อมทับหล่อน

“มาร์คน่ะ หื่นเกินไปแล้วนะคะ แพรไม่ไหวแล้วนะคะ”

“แต่ผมไหว วันนี้ผมอยู่ในไร่ทั้งวันเลย เหนื่อยมากด้วย ขอกำลังใจอีกนิดนะ”

“ไม่แล้วมาร์ค แพรไม่ไหวแล้ว อีกอย่างแพรต้องกลับบ้านแล้วนะคะ เดี๋ยวแม่ของแพรจะว่าเอาได้ค่ะ”

“ท่านรู้ว่าคุณมาอยู่กับผม ท่านไม่ว่าหรอก อีกหน่อยเราก็จะแต่งงานกันแล้วนะแพร” เขาบอกแฟนสาว

“แล้วเมื่อไหร่คะ คุณย่ากับคุณพ่อของคุณไม่ชอบแพร แล้วเราจะได้แต่งงานกันจริงๆ เหรอคะ”

“คุณก็ลองท้องสิ ปล่อยตัวเองท้อง ยังไงคุณย่ากับพ่อของผมก็ต้องยอมรับคุณ”

“แต่มาร์คคะ แพรยังไม่อยากมีลูกตอนนี้ แพรยังไม่พร้อม” เธอบอกแฟนหนุ่ม

“ทำไมล่ะแพร ผมอายุเยอะแล้วนะ และผมอยากมีลูกกับคุณนะแพร” เขาบอกหล่อน

“แต่แพรยังอยากให้เราอยู่กันสองคนก่อนค่ะถ้าแต่งงานกัน แล้วเรื่องลูกเราค่อยมีตอนไหนก็ได้”

“ครับ สรุปคุณจะกลับใช่ไหม” เขาถามพร้อมเคลื่อนตัวไปนอนข้างๆ แทน

“งอนแพรเหรอคะ ไม่งอนนะคะ” เธอขยับตัวมานอนเกยทับบนอกของเขาพร้อมจูบที่หน้าอกเขาหนึ่งที

“ไม่ครับ แพรแต่งตัวเถอะ ผมจะไปส่งคุณที่บ้านเอง” เขาบอกแฟนสาว

“ค่ะ แพรรักมาร์คนะคะ”

“ผมก็รักแพรครับ” เขาบอกหล่อนแล้วลุกขึ้นลงจากเตียงไปแต่งตัวเหมือนกัน ตอนนี้เพิ่งจะสามทุ่ม

เช้าวันใหม่มาทักทาย อากาศแจ่มใสแต่เช้า แดดแรงแต่เช้า เมื่อเดินมายังชานของเรือนไทยที่เป็นเหมือนที่ชมบรรยากาศของไร่พันแสงเดือนแล้วก็ต้องยิ้มกับภาพตรงหน้าเมื่อตอนนี้เหล่าคนงานกำลังทำงานกันในไร่ มีเสียงร้องดังตะโกนข้ามหากันดูคึกคักทำให้มุมปากเหี่ยวย่นของคนวัย 72 ปี ยกยิ้มตามภาพที่เห็น

“คุณแม่ตื่นเช้าจังเลยนะครับวันนี้” เสียงแหบแห้งตามวัยของมนัสวินเอ่ยทักทายคุณแม่ที่รักของตนในตอนเช้า

“อือ...ก็บรรยากาศที่บ้านเราดีนี่ ว่าแต่เราเถอะพ่อวิน ไปไหนมาแต่เช้าฮึ” นางสะอางถามลูกชายคนเดียวของนางที่เป็นหม้ายเมียตายจากไปตั้งแต่คลอดหลานตัวดีอย่างมโนภฤศให้นางได้เลี้ยงดู

“ไปรับหนูไวน์ ลูกของทรงพลมาน่ะครับแม่ หนูไวน์ไหว้คุณย่าสิลูก นี่แม่ของลุงเอง” เขาบอกพร้อมกับแนะนำคนที่ยืนด้านหลังตนเองให้กับแม่ที่รักได้รู้จัก

“สวัสดีค่ะคุณย่า” เธอยกมือไหว้ท่าน แม้จะไปอยู่สวีเดนตั้งแต่เด็กแต่เธอไม่เคยลืมประเพณีไทยบ้านเกิดตัวเอง

“อือ...หนูไวน์ลูกพ่อทรงพลกับแม่ลินดานั่นเรอะพ่อวิน โตขนาดนี้แล้วเหรอลูก สวยน่ารักมาก” นางยิ้มอ่อนโยนเอ็นดูเด็กสาวเมื่อนึกถึงครั้งที่เคยเห็นเธอตอนเด็ก

“คนนั้นแหละครับ หนูไวน์เพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ ผมพาหนูไวน์ไปพักผ่อนก่อนนะครับ”

“แล้วห้องหับจัดไว้ให้หนูไวน์หรือยังล่ะพ่อวิน”

“ผมให้คนจัดไว้ตั้งแต่วันก่อนแล้วครับแม่ ผมให้เด็กจัดห้องติดกับห้องไอ้มาร์คนั่นแหละ” เขาบอกท่าน

“อือ...ไปเถอะ หนูไวน์มาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนเถอะลูก ย่าเองก็จะไปดูในครัวว่ามีอะไรทานมั่งเช้านี่ แล้วพ่อมาร์ค ลูกชายตัวดีเราล่ะ ตั้งแต่เช้าแม่ยังไม่เห็นเลย” นางถามถึงหลานชายตัวดี

“ก็คงไปหาแฟนมันนั่นแหละครับแม่ มันหลงแฟนมันจะตาย”

มนัสวินพูดแล้วก็กัดกรามเล็กน้อยเมื่อนึกถึงหน้าแฟนลูกชาย เขาไม่ชอบ ไม่ถูกชะตากับเด็กคนนั้นเสียเลย ไม่รู้อะไรดลใจให้ลูกชายเขารักนักรักหนา

ใบหน้าสวยเปื้อนยิ้มของวรนิษฐ์เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีเมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสองฝ่าย

“ว่าแต่หนูไวน์ทานข้าวเช้ามารึยังลูก” สะอางถาม

“คุณลุงพาหนูแวะทานก่อนจะมาที่ไร่แล้วค่ะคุณย่า” เธอตอบท่าน

“อือ...งั้นย่าไม่กวนแล้ว ไปพักผ่อนเถอะลูก ว่าแต่จะมาอยู่นี่กี่วันกันลูก” นางถามกลับ

“ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ ว่าจะมาลองสมัครงานที่ไร่ของคุณลุงวินและคุณย่าดูค่ะ”

“หืม! หนูไวน์พูดเล่นอีกแล้ว ไปพักเถอะ เดี๋ยวลุงพาไปดูห้อง อีกอย่างพ่อกับแม่เรากำชับนักกำชับหนาให้ลุงดูแลหนูไวน์อย่างดี” มนัสวินก็แปลกใจเหมือนกันที่อยู่ๆ วรนิษฐ์อยากมาพักผ่อนที่ไร่ของตน

“ก็ไวน์ว่างงานตั้งแต่เรียนจบ พอจะทำงานคุณแม่กับคุณพ่อก็ไม่ยอมให้ไปสมัครงาน บอกว่าให้พักก่อน จนตอนนี้หนูจบมาได้สามปีแล้วค่ะ ยังไม่ได้ทำงานเลย ที่เรียนมาก็ลืมหมดแล้วมั้งตอนนี้” เธอบอกติดตลก

“งั้นถ้าอยากทำงานก็ทำได้ เดี๋ยวลุงจะหางานที่เหมาะกับเราให้ทำ แต่ต้องถามพี่มาร์คเขาก่อนว่ามีตำแหน่งไหนว่างให้หนูไหม”

“พูดกันอยู่นี่แหละ แล้วเมื่อไหร่จะได้พักผ่อน ไปได้แล้วพ่อวินพาหลานไปพักผ่อนได้แล้ว” สะอางเอ่ยไล่พร้อมกับเดินเข้าไปในบ้านเพื่อจะไปดูในครัวว่าเช้านี้มีอะไรทานบ้าง ส่วนมนัสวินกับวรนิษฐ์ก็พากันเดินเข้าบ้านไปเหมือนกัน แต่ไปอีกทาง และมีเด็กรับใช้อีกคนที่ลากกระเป๋าเดินตามไปด้วยเช่นกัน

ด้านมโนภฤศที่ออกไปไร่แต่เช้า ดูปุ๋ยหมักที่โรงหมักปุ๋ยและโรงงานอบสตรอว์เบอร์รีของตนเองที่อยู่อีกมุมหนึ่งของไร่ก็กลับมาบ้านในตอนบ่ายโมง เพราะต้องกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปหาแฟนสาวในเมือง แพรไหมเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่เล็กๆ ในเมือง เมื่อก่อนเธอทำงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ แต่ลาออกมาเปิดร้านคาเฟ่ที่บ้าน เนื่องด้วยระบบการท่องเที่ยวของจังหวัดดีและเป็นที่นิยมของผู้คนด้วยที่จะเดินทางมาเที่ยวเขาค้อ

“ป้าพร ห้องนี้ใครมาอยู่ครับ ผมเห็นคุณพ่อให้มาทำความสะอาดห้องให้วันก่อนน่ะ” เขาถามป้าพรที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องข้างๆ ตน ก่อนจะบิดลูกบิดประตูเปิดเข้าห้องตน

“อ้อ...ลูกสาวของเพื่อนคุณวินน่ะคุณมาร์ค หนูไวน์ น่ารักมากเลยค่ะ” คำตอบของป้าพรแม่บ้านเก่าแก่คู่หูของคุณย่าตนเอ่ยตอบกลับมาทำให้เขานิ่งอึ้ง เพราะคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจออีกกลับมาอยู่ห้องข้างๆ ของตน

“ไวน์ เธอมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” เขาถามท่านกลับ

“เมื่อเช้าค่ะ คุณวินไปรับหนูไวน์มาเมื่อเช้าค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วป้าพรไปก่อนนะ เดี๋ยวคุณท่านจะรอค่ะ” นางตอบแล้วเดินจากไป ทิ้งให้มโนภฤศยืนนิ่งอยู่หน้าห้องตนและมองไปยังประตูห้องข้างๆ ที่ปิดสนิท ก่อนจะเดินมาหน้าห้องของแขกที่มาอยู่ข้างห้องตนแล้วยกมือขึ้นเคาะประตูสามครั้งติดต่อกันดังๆ

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

ด้านเจ้าของห้องเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องก็รีบลุกเดินมาเปิดประตูห้องทันทีด้วยคิดว่าเป็นป้าพรที่เพิ่งนำขนมตาลมาให้กลับมาอีก แต่พอเปิดประตูออกกว้างก็เห็นคนที่ตนเองคิดถึงและตั้งใจมาหายืนอยู่หน้าห้อง สาวเจ้าก็โถมกายเข้าโอบกอดเขาแน่นทันที ส่วนคนที่โดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวก็ดิ้นขัดขืนดันเธอออกห่าง

“ปล่อยพี่ก่อนไวน์ ปล่อยพี่ก่อน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันไม่ดี” เขาดิ้นและดันเธอออกห่างและเธอก็ยอมปล่อย

“ก็ไวน์คิดถึงพี่มาร์ค ทำไมคะ ทำไมไม่รับสายไวน์เลยตั้งแต่กลับมา ไวน์เป็นมะ...อื้อ...”

“ไปคุยกันในห้อง”

เขายกมือขึ้นปิดปากเธอเมื่อเธอจะพูดสิ่งที่เขาไม่อยากได้ยินออกมาพร้อมดันเธอเข้าไปในห้องและปิดล็อกประตูเรียบร้อย ก่อนจะปล่อยมือเธอ

“ทำไมคะ ก็ไวน์เป็นเมียพี่มาร์ค ยังไงทุกคนก็ต้องรู้” เธอบอกเขาทันทีเมื่อปากเป็นอิสระ

“แต่พี่ไม่ได้รักไวน์ และพี่ก็มีแฟนแล้ว เธอเลิกยุ่งกับพี่สักทีได้ไหม”

“ไม่มีทาง ไวน์ไม่มีทางเลิกยุ่งกับพี่มาร์ค พี่เป็นของไวน์แล้ว และไวน์ก็เป็นเมียพี่แล้ว พี่ต้องรับผิดชอบ” เธอตอบอย่างคนดื้อดึง

หึ!

มโนภฤศแค่นยิ้มแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งยังเตียงนุ่มของเธอแล้วพูดตอบกลับ

“ถ้าต้องรับผิดชอบ พี่คงมีเมียเป็นร้อยคนแล้วไวน์ อย่ามาโลกสวย แค่นอนด้วยกันเอากันครั้งเดียว มันไม่ได้ทำให้พี่เรียกเธอว่าเมียหรอกนะไวน์ อีกอย่างพี่ไม่ได้คิดอะไรกับเธอด้วย ที่ทำไปวันนั้นเพราะอยากสั่งสอนเธอและเห็นว่าเธออยากได้เลยสนองให้ เธอควรดีใจที่พี่สนองให้นะไวน์ แล้วเก็บของกลับสวีเดนไปซะ! อย่ามาอยู่ให้รกหูรกตาน่ารำคาญที่ไร่ของพี่ อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

“ไวน์ไม่กลับ ไวน์จะอยู่ที่นี่ พี่มาร์คต้องรับผิดชอบไวน์ก่อนที่ท้องไวน์จะโต” เธอตอบกลับเสียงดังพร้อมเดินมายืนตรงหน้าเขา

“ว่าไงนะ?” เขาเลิกคิ้วสงสัยในคำพูดของหล่อนพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นมองจ้องดวงตาแข็งกร้าวของเธอที่จ้องมายังตนเหมือนกัน

“พี่มาร์คต้องรับผิดชอบไวน์ก่อนที่ไวน์จะท้องโต ตอนนี้ไวน์ท้องค่ะ”

เธอบอกเขาให้กระจ่าง ด้านคนที่ได้ฟังถึงกับมึนตึ้บไปหมด อยากจะล้มตัวลงนอนให้มันเป็นเพียงฝัน คนที่เขาอยากให้อุ้มท้องลูกของเขากลับไม่ยอม คนที่เขาแสนชังแสนเกลียดไม่ชอบหน้ากลับอุ้มท้องลูกของเขา ให้ต่ายสิ ทำไมวันนั้นเขาพลาดได้ เขาพลาดถึงขั้นให้เธอมีลูกมาต่อรองเข้ามาในชีวิตเขาได้ยังไง

“พี่จะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอท้อง”

“พี่มาร์คก็พาไวน์ไปตรวจสิคะ และก็พาฝากท้องด้วย ที่ไวน์มาที่นี่เพราะไวน์มาหาพ่อให้ลูก ไวน์ยังไม่ได้บอกทุกคนหรอกค่ะว่าไวน์ท้อง”

“ยังไงพี่ก็รับผิดชอบเธอไม่ได้ พี่ไม่ได้รักเธอไวน์ ได้ยินไหม พี่ไม่ได้รักเธอ พี่มีแฟนแล้วและพี่ก็รักเธอมาก ถึงไวน์จะท้อง พี่ก็จะรับแค่ลูก แต่ตัวไวน์ พี่ไม่ต้องการ เรื่องลูกถ้าท้องจริงพี่ยินดีรับแน่นอน” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พูดตามที่สมองประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่อาจยอมรับวรนิษฐ์ได้ เขาไม่ได้รักเธอและไม่เคยคิดจะรักด้วย

“หมายความว่ายังไงคะ พี่มาร์คจะไม่รับผิดชอบไวน์เหรอคะ พี่มาร์คได้ไวน์แล้วและพรากพรหมจรรย์ไวน์ไปด้วย”

“ผู้ชายสมัยนี้เขาไม่แคร์พรหมจรรย์กันแล้วไวน์ ไวน์เองก็น่าจะรู้ดีว่ายุคนี้มันยุคไหนแล้ว ไวน์ก็โตที่เมืองนอก ไวน์น่าจะรู้ดี”

“สำหรับคนอื่นไวน์ไม่รู้ แต่สำหรับไวน์มันสำคัญมาก ยังไงพี่มาร์คก็ต้องรับผิดชอบไวน์ แต่งงานกับไวน์ ถ้าพี่มาร์ครับผิดชอบ ไวน์จะบอกคุณย่ากับคุณพ่อว่าไวน์ท้อง”

“อย่ามาขู่พี่”

“ไม่ได้ขู่ ไวน์พูดจริงทำจริง”

“คิดว่าพ่อกับคุณย่าจะบังคับพี่ได้งั้นเหรอ จำไว้ว่าพี่ไม่มีวันรักเธอ เรื่องลูกพี่จะรอเขาคลอดแล้วเอามาเลี้ยงเอง ผู้หญิงคนเดียวที่พี่รักคือแพร” พูดจบแล้วเขาก็ลุกเดินออกจากห้องของเธอไปด้วยความเดือดดาล กล้านัก กล้าขู่เขาว่าจะบอกพ่อกับคุณย่า คิดว่าเขาแคร์เขาสนใจรึไง เชิญเลย แต่ถ้าจะให้รับผิดชอบไม่มีทาง เขาไม่ได้รักวรนิษฐ์

“พี่ต้องการแบบนี้ใช่ไหม ไวน์หอบผ้าข้ามน้ำข้ามทะเลมาขนาดนี้ พี่ต้องรักไวน์ พี่ต้องมีไวน์คนเดียว ผู้หญิงคนอื่นไม่มีทาง ไม่มีทางที่จะได้พี่ไป ถ้าฉันไม่ยกให้” เธอบอกกับตัวเองอย่างหมายมาด ก่อนจะเดินไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เงาสวาทพี่เขยคลั่งสาท
9.5
“ไม่ให้เลียข้างล่าง... งั้นผมดูดข้างบนนะที่รัก” อดัมส์ยังมีอารมณ์ขี้เล่น แม้ในตอนจะร่วมรัก เขารีบผละออกมาจากง่ามขา จูบไซ้ขึ้นมาที่ท้องน้อย กระทั่งถึงเต้านมของหล่อน ครอบริมฝีปากดูดเลียอย่างโหยหาเอาเป็นเอาตาย “อุ๊ย... วันนี้คุณดำซาดิสม์จัง” อรทัยสะดุ้งเฮือก เมื่อทรวงอกอวบโดนมือใหญ่ของสามีบีบขยำอย่างแรง จากนั้นก็เกลือกใบหน้าฟอนฟัดอย่างไม่ลืมหูลืมตา อรทัยเสียวซ่านสุดๆ รีบบีบนมยัดปากเขาที่ค้อมลงมาดูดเลียหัวนมอย่างตะกละตะกลาม อดัมส์ดูดเลียสลับไปมาระหว่างยอดอกทั้งสองข้างเสียงดังซ่วดๆ เหมือนกำลังซดกลืนของอร่อย ทำเอาสาวน้อยที่แอบยืนดู เกิดอาการเสียวซ่านขึ้นมาที่ยอดอกของตัวเองอย่างควบคุมเอาไว้ไม่ได้ รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังโดนพี่เขยดูดนม
หน้าปกนวนิยาย รวมเรื่องสั้น_เรื่องราวความรัก อ่านเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ
9.0
สัมผัสรวมเรื่องสั้นหลากรสชาติที่เต็มไปด้วยไฟรักและแรงปรารถนา เริ่มจากมายหญิงสาวผู้ยอมจำนนต่อความต้องการของคุณอาหนุ่มอย่างเร่าร้อนโดยไม่คิดปฏิเสธ ต่อด้วยความสับสนของพี่ชายที่ต้องรับมือเมื่อน้องสาวที่เขาหมายปองกำลังจะไปมีรักกับชายอื่น อีกด้านหนึ่งกานต์เด็กหนุ่มวัยละอ่อนต้องกลายเป็นของกำนัลเพื่อชดเชยหนี้มาเฟียให้แก่เชอร์รี่สาวสวยสุดเซ็กซี่ และปิดท้ายด้วยบทพิสูจน์ใจสามีที่แต่งงานมาห้าปีแต่กลับถูกภรรยาขอให้เขาไปมีสัมพันธ์กับหญิงอื่นเพื่อกำเนิดทายาทแทนเธอ
หน้าปกนวนิยาย เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
หน้าปกนวนิยาย ปล้นหัวใจจอมเถื่อน
9.0
บุษกรจำใจสวมบทบาทแฟนสาวเพื่อปกป้องพีรายุจากหญิงอื่น แม้ต้องเผชิญสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่เธอก็พร้อมทำภารกิจนี้ให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย หญิงสาวแสร้งทำออดอ้อนขอให้เขาช่วยนวดไหล่คลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ทั้งยังจงใจตอกย้ำเรื่องการจดทะเบียนสมรสต่อหน้าศัตรูหัวใจเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ แม้ลึกๆ จะหวั่นใจกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด แต่เธอก็ต้องเดินหน้าแสดงละครตบตาต่อไปอย่างสุดความสามารถเพื่อทำตามเป้าหมายที่วางไว้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ร้ายริษยา [Jealous]
9.2
เมื่อความจนตรอกบีบคั้นให้ต้องเลือก ปริยกรจึงตัดสินใจสละสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตเพื่อแลกกับเงินมารักษาแม่ที่เจ็บป่วย ปาล ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่เธอแอบรักมาเนิ่นนานคือคนเดียวที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางความสับสนและไร้ทางออก เธอเลือกที่จะยอมศิโรราบต่อจุมพิตอันแสนหวานและสัมผัสที่ทำให้หัวใจสั่นไหว ปาลอุ้มร่างบางไปยังเตียงกว้างเพื่อเริ่มต้นค่ำคืนที่แสนเย้ายวนใจ แม้จะเป็นเพียงการแลกเปลี่ยน แต่ความโหยหาที่มีต่อชายในฝันกลับทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงเสน่หาที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจเทพบุตรจอมเถื่อน (ซีรีย์ยอดดวงใจเทพบุตรอัลเล็นโซ่ ลำดับที่ 3)
9.6
เซ็ทต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกคนสนิทหักหลังไปเข้าพวกกับศัตรู เขาจึงตัดสินใจลักพาตัวแพททิเซีย ลูกสาวลูกครึ่งของฟาวิโอ่มาเป็นตัวประกันที่คฤหาสน์เพื่อใช้ต่อรอง หญิงสาวผู้มีใจรักมั่นในตัวเซ็ทจึงยอมติดตามมาโดยไม่รู้ตัวว่าตนเองคือหมากในเกมแค้น ทว่าความงดงามและเสน่ห์อันบริสุทธิ์ของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยเย็นชาของเขา จากการลงทัณฑ์ที่ตั้งใจไว้กลับกลายเป็นความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ท่ามกลางไฟแค้นที่กำลังเปลี่ยนเป็นความรักอันเร่าร้อน