
บ่วงร้ายพันธนาการรักจิ้งจอกบรรพกาล
ตอน 2
“ ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ คนไม่มีความรู้เช่นข้าจะช่วยท่านได้อย่างไร”
“ เช่นนั้นใครกันที่ช่วยข้าเอาไว้”
“ เป็นคุณหนูของข้าเจ้าค่ะ คุณหนูของข้าชอบช่วยเหลือคนนัก ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ก็ช่วยหมดทุกอย่าง เป็นโชคดีของท่านแล้วที่ได้เจอกับคุณหนูของข้า”
เสี่ยวชิงเริ่มพูดยกยอปอปั้นคุณหนูตนเองด้วยความน่าไม่อาย พูดทั้งวันก็ไม่จบสำหรับวีรกรรมคุณหนูของนาง
“ แล้วคุณหนูของเจ้าเป็นใคร”
ชายหนุ่มนึกใคร่รู้เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวชิง ที่เอ่ยคำสองคำก็นึกชมแต่คุณหนูตนเองไม่ขาดปาก ช่างเป็นสาวใช้ที่ภักดียิ่งนัก
‘รู้จักประจบเช่นนี้ชีวิตในจวนคงจะไม่เลวเลยทีเดียว’
“ เดี๋ยวอีกไม่เกินหนึ่งก้านธูปท่านก็จะรู้ว่าคุณหนูข้าเป็นใคร งดงามและใจบุญดุจดั่งบัวขาวมีเพียงเดียวเท่านั้น เมื่อเห็นท่านก็จะรู้ได้ทันที”
“ น่าสนใจยิ่งนัก พูดมาขนาดนี้ข้าก็อยากจะเห็นแล้วเหมือนกัน”
“ อย่าได้กะลิ้มกะเหลี่ยกับคุณหนูของข้าเชียวนะ นี่เป็นอาหารของท่าน อาการของท่านคงดีขึ้นมากแล้วท่านรีบมากินเถอะตอนที่อาหารยังร้อนๆ ข้าจะได้รีบกลับ ”
“ นางจะมาหรือ”
“ ต้องมาแน่นอนเจ้าค่ะ ถึงแม้ว่าข้าจะใส่ยาให้ท่านทุกวันแต่คุณหนูของข้าก็จะเข้ามาดูท่านวันละครั้ง”
“ เจ้าชิมรสหรือยัง”
ชายหนุ่มมองอาหารที่อยู่ในชามด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นนิสัยติดตัวตั้งแต่ยังเด็ก
“ เหตุใดข้าต้องชิมเจ้าคะ หรือว่าท่านกลัวตายฮ่าๆๆ คุณหนูของข้าไม่ใส่ยาพิษให้ท่านกินหรอกเจ้าค่ะไม่อย่างนั้นคุณหนูของข้าจะช่วยชีวิตท่านทำไมกัน ระแวงไม่เข้าเรื่อง รีบกินซะข้าเบื่อที่จะรอแล้ว”
เสี่ยวชิงหัวเราะอย่างไม่ไว้หน้าเมื่อเห็นท่าทีวางตัวของชายหนุ่มคนนี้
แม้เสี่ยวชิงจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้มีฐานะเป็นมาอย่างไร แต่คุณหนูของนางบอกว่าเขาจะต้องมีฐานะที่สูงส่งมากแน่
การปรนนิบัติที่ต้องให้ชิมอาหารก่อนที่ตัวเองจะลงมือกิน ก็ยิ่งยืนยันฐานะของเขาได้เป็นอย่างดี ‘คุณหนูของข้าฉลาดยิ่งนัก เช่นนั้นข้าจะยอมปล่อยไปก่อน’
เสี่ยวชิงยกยิ้มด้วยความพอใจ เมื่อนึกถึงความเฉลียวฉลาดของตนเอง
“ ข้าก็แค่ถามเจ้า ไม่เห็นต้องมีท่าทีดุร้ายเช่นนี้”
ชายหนุ่มเม้มปากแล้วตักโจ๊กขึ้นชิมรสก็รู้สึกพอใจเมื่อรู้สึกได้ว่ารสมือถูกปากเขาอย่างมาก ‘นานๆทีได้กินอาหารพื้นบ้านเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน’
“ อาหารพวกนี้เป็นคุณหนูของข้าที่ลงมือทำเจ้าค่ะ ส่วนมากจะใช้สมุนไพรล้ำค่าเป็นเครื่องปรุง หวานปากท่านแล้ว”
“ จะล้ำค่าแค่ไหนกันเชียว”
“ แค่ไหนนะหรือ แม้ว่าท่านจะขายเรือนท่านมาซื้อก็ไม่รู้ว่าจะพอซื้อหรือไม่”
“ แค่กๆๆ”
ชายหนุ่มสำลักโจ๊กที่กำลังกลืนลงคอเมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวชิง
บ้านของเขาออกจะใหญ่โตและร่ำรวย สมุนไพรแค่นี้มีหรือที่เขาจะไม่มีปัญญาซื้อได้อย่างไร ‘ปากช่างพูดนักสาวใช้คนนี้ แม้ต่าข้าเจ้าก็ไม่ละเว้น’
“ อ้อ แล้วข้าก็ชื่อเสี่ยวชิง ถ้าหากท่านอยากได้อะไรท่านก็ไม่ต้องเกรงใจ ท่านสามารถบอกข้าได้ตลอดเวลา เพราะคุณหนูของข้าสั่งข้าเอาไว้แล้ว”
“ อะไรก็ได้หรือ”
“ ใช่”
“ ข้าอยากกลับบ้าน”
“ นี่ก็ไม่ได้ ท่านพึ่งจะฟื้นท่านจะเดินทางได้อย่างไร”
“ ก็ไหนเจ้าบอกกับข้าว่าอะไรก็ได้”
“ นั่นก็ใช่ ถ้าอย่างนั้นข้าขอไปถามคุณหนูของข้าก่อน”
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้อ้าปากห้ามปรามเสี่ยวชิงก็วิ่งออกไปจากกระท่อมเสียแล้ว
“ คุณหนูเจ้าคะ”
“ ว่าอย่างไรเสี่ยวชิง”
มือเล็กที่กำลังตากสมุนไพรชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเสี่ยวชิงที่วิ่งมาด้วยความเหนื่อยหอบ ‘เด็กคนนี้ไม่รู้จักสำรวมเลยจริงๆ’
“ชายหนุ่มคนนั้นอยากกลับบ้านเจ้าค่ะ”
“ อะไรนะ เขาฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ”
“ ใช่เจ้าค่ะ”
“ แล้วเขาได้บอกหรือไม่ว่าจะตอบแทนพวกเราอย่างไร”
เสี่ยวชิงยืนครุ่นคิด ก็ไม่เห็นว่าชายหนุ่มจะพูดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
“ ไม่มีนะเจ้าคะ”
“ น่าสนใจยิ่งนัก ตื่นขึ้นมาอ้าปากได้ก็ร้องบอกจะกลับบ้าน คิดจะจากไปโดยที่ไม่ได้ตอบแทนข้าหรือ ฝันไปเถอะ!”
ฟางเซียนมีสีหน้าบูดบึ้งเมื่อนึกได้ว่าตนเองช่วยคนเสียเปล่า ทำบุญไม่ขึ้นจริงๆ
ช่วยหมาช่วยแมวยังได้บางอย่างเป็นสิ่งตอบแทนบ้าง แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับไม่ได้อะไร
ช่างไม่คุ้มค่ากับแรงที่เสียเปล่ายิ่งนัก ไหนจะสมุนไพรที่ล้ำค่าของนางอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม
“ ไม่ได้ ข้าจะปล่อยให้ทองอันล้ำค่าของข้าหลุดมือไปไม่ได้”
ว่าแล้วฟางเซียนก็รีบตากสมุนไพรให้เสร็จแล้วมุ่งหน้าไปที่กระท่อมน้อย
คุณอาจจะชอบ





