ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย RULE SET : กฎของรามสูร

RULE SET : กฎของรามสูร

ชีวิตของแอรีสต้องพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเธอตัดสินใจเข้าทำงานและได้พบกับรามสูร ชายหนุ่มผู้เฉื่อยชาและเย็นชาที่ยื่นข้อเสนอให้เธอเป็นหมอนข้างส่วนตัวของเขา ด้วยความอวดดีทำให้เธอตกปากรับคำโดยไม่รู้เลยว่าการใกล้ชิดเขาจะทำให้เธอต้องสูญเสียทั้งตัวและหัวใจจนกลายเป็นของเขาในที่สุด รามสูรแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือเมียของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาจะไม่ยอมให้ชายหน้าไหนมาแตะต้องเธอเด็ดขาด หากใครกล้าฝ่าฝืนกฎนี้เขาพร้อมจะจัดการให้ถึงตาย
ตอน
แชร์

ตอน 1

ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่มีขนาดห้องค่อนข้างใหญ่มีของตกแต่งห้องเพียงแค่ไม่กี่อย่าง ตรงกลางห้องมีโซฟาตัวยาวที่สามารถเปลี่ยนเป็นเตียงนอนได้ รอบๆ โซฟามีข้าวของต่างๆ กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด ของที่ว่านั้นมันไม่ใช่ขยะแต่เป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรี ซึ่งประกอบไปด้วยกีตาร์ไฟฟ้า เบส กลองชุด และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับเล่นดนตรีอีกมากมาย ถัดจากนั้นเป็นห้องน้ำที่สามารถอาบน้ำและทำธุระส่วนตัวได้ และนอกเหนือจากนั้นในห้องห้องนี้ยังมีบาร์น้ำเล็กๆ ไว้สำหรับบริการคนที่อยู่ในห้องนี้อีกด้วย

เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มข้างนอกทำให้สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างครึกครื้นไปโดยปริยาย ที่นี่คือห้องพักนักดนตรีที่ค่อนข้างหรูหราไปสำหรับไว้นั่งพัก เพราะการตกแต่งห้องและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องนี้ทำให้รู้สึกว่าห้องนี้ไม่ต่างจากโรงแรมดีๆ เลยก็ว่าได้ จะขาดก็แค่เตียงนอนก็เท่านั้นส่วนที่เหลือมีครบทุกอย่าง

ที่เปรียบห้องห้องนี้เป็นเหมือนโรงแรมก็คงเป็นเพราะว่าตรงมุมห้องที่ไม่ค่อยเป็นที่สนใจสักเท่าไหร่มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนัวเนียกันอย่างเมามันอยู่ แต่จะว่านัวเนียกันก็คงไม่ถูกเพราะฝ่ายหญิงฝ่ายเดียวเท่านั้นที่เป็นฝ่ายกระทำทุกอย่าง ส่วนฝ่ายชายได้แค่นั่งนิ่งๆ ปล่อยให้ฝ่ายหญิงเป็นคนปรนเปรอให้กับเขาเป็นฝ่ายเดียวเท่านั้น

ร่างบางในชุดสุดเซ็กซี่เป็นฝ่ายนั่งอยู่บนพื้นห้องโดยใบหน้าของเธอกำลังซุกไซร้อยู่ที่หว่างขาของชายหนุ่ม ซึ่งเธอกำลังใช้ริมฝีปากของเธอมอบความสุขให้กับเขาด้วยความเต็มใจเพราะเธอมีความหวังเล็กๆ ว่าคนคนนี้จะพอใจแล้วเก็บเธอไว้เป็นคนข้างกาย ถึงความหวังนั้นจะเป็นฝันลมๆ แล้วก็เถอะ

“อืม”

หญิงสาวเจ้าของร่างแสนเซ็กซี่ครางออกมาด้วยความพึงพอใจเมื่อสิ่งที่อยู่ในปากของเธอที่เธอกำลังเล้าโลมอยู่นั้นมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนคับปาก ก่อนที่เธอจะปรือตาหวานเยิ้มของเธอขึ้นไปมองหน้าชายหนุ่มที่เธอกำลังปรนเปรอความสุขให้กับเขาอยู่เพื่อดูปฏิกิริยาโต้ตอบของชายหนุ่มคนนั้น

แต่..สิ่งที่เธอได้กลับเป็นเพียงแค่ความว่างเปล่า เพราะชายหนุ่มไม่ได้มองมาที่เธอเลยแม้แต่นิด แต่ที่ทำให้เธอคาดเดาอารมณ์ของเขาได้ยากมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเป็นเพราะว่าเจ้าของใบหน้านั้นใช้แมสปิดปากปิดบังหน้าตัวเองไว้ครึ่งหนึ่ง ส่วนที่โผล่มาก็แค่ใบหน้าส่วนบนซึ่งถูกประดับด้วยนัยน์ตาคมเข้มที่มองยังไงก็น่าดึงดูดใจแต่ตอนนี้มันถูกผิดบังด้วยเปลือกตาของเขาบอกกับบนหัวของเขามีหมวกสวมทับศีรษะไว้อีกเลยทำให้เธอแทบไม่สามารถเห็นใบหน้าของชายหนุ่มในตอนนี้ได้เลย มันเลยทำให้เธอไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เธอกำลังทำนั้นมันเป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับเขาหรือเปล่า หวังว่าจะมองเพื่อดูปฏิกิริยาตอบรับเผื่อว่าเธออาจจะได้ไต่เต้าไปอยู่ในจุดที่อยู่สูงเหนือกว่าคนอื่นแต่สิ่งที่ได้กลับกลายเป็นความเฉยชาและว่างเปล่า และมันก็ทำให้เขาเหมือนกับคนที่กำลังหลับ

แต่มีเพียงบางอย่างที่ทำให้รู้ว่าเขายังไม่หลับเพราะตอนนี้นิ้วมือของเขามันกำลังเคาะไปตามจังหวะเพลงที่เขากำลังฟังจากหูฟังที่เขาเสียบคาที่ใบหูทั้งสองข้างอยู่ มันเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอและดูเหมือนว่าเขาจะจดจ่อกับสิ่งสิ่งนั้นมากกว่าเธอเสียด้วยซ้ำการกระทำของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากแต่เธอก็เรียกร้องอะไรขึ้นมาไม่ได้เพราะกว่าเธอจะไต่เต้ามาอยู่ตรงหน้าเขาได้ในวันนี้ เธอต้องฟาดฟันกับผู้หญิงมากหน้าหลายตามาตั้งเท่าไหร่ เธอไม่ยอมให้โอกาสดีๆ แบบนี้หลุดพ้นมือของเธอไปแน่นอนและก็อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เธอมั่นใจว่าเขาไม่ได้หลับนั่นก็คือสิ่งสิ่งนั้นที่อยู่ในปากของเธอยังไงละ

คิดได้อย่างนั้นเธอก็ใช้ริมฝีปากของเธอทำหน้าที่ของมันต่ออย่างไม่ขาดตกบกพร่องเพราะเธอคิดว่าประสบการณ์ที่เธอได้สะสมมามันอาจทำให้ผู้ชายคนนี้พึงพอใจในตัวเธอได้บ้าง และเพราะความคิดเข้าข้างตัวเองของเธอนั้นทำให้เธอรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอื้อมมือของเธอขึ้นไปลูบไล้ร่างกายของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ

พรึบ!

และทันทีที่มือของเธอแตะถูกร่างกายของชายหนุ่ม ชายหนุ่มเจ้าของร่างก็ลืมตาของเขาขึ้นมาทันที เจ้าของนัยน์ตาคมเข้ม กับจมูกโด่งคมสัน เพียงแค่ส่วนประกอบแค่สองอย่างบนใบหน้าก็สามารถการันตีได้เลยว่าภายใต้แมสปิดปากอันนั้นต้องซ่อนความงดงามไว้อย่างแน่นอน และนั่นมันก็เป็นความจริงเพราะใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในแมสอันนั้นมันเป็นที่เลื่องลือในหมู่สาวๆเป็นอย่างมาก เพราะไม่อย่างนั้นพวกเธอคงไม่ฟาดฟันต่อสู้กันเพื่อใกล้ชิดกับผู้ชายคนนี้หรอก

หมับ!

ชายหนุ่มเอื้อมมือของเขาไปจับมือคู่นั้นของหญิงสาวเอาไว้ทันที และการกระทำของเขาทำให้เจ้าของร่างแสนเซ็กซี่หยุดชะงักการกระทำของตนเองไปทันที ก่อนที่เธอจะผละริมฝีปากของเธอออกจากสิ่งสิ่งนั้นของเขาแล้วเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเจ้าของมือคู่นั้นที่กำลังจับมือของเธอไว้แน่นอยู่

“มะ มีอะไรคะ”

เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัยก่อนที่ใจของเธอจะรู้สึกสั่นขึ้นมาเมื่อเผลอไปสบตากับเขาเข้า เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ช่างน่าดึงดูดใจนัก และมันก็ทำให้เธออยากครอบครองเขา เพียงแค่สบตากับเขาเธอก็ใจสั่นได้มากขนาดนี้ นี่ถ้าเธอได้นอนกับเขาเธอจะรู้สึกมีความสุขมากแค่ไหนกันนะ

“มือสกปรก ใครใช้ให้มาแตะต้องตัวฉัน”

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความเยือกเย็นมันเลยทำให้เจ้าของร่างที่นั่งอยู่ระหว่างขาของเขาตัวสั่นขึ้นมาได้ในพริบตา

“ขอโทษค่ะ ต่อไปฉันจะไม่ทำอีก”

เธอรู้ว่ามันเป็นข้อห้ามตั้งแต่ตกลงที่จะมาทำเรื่องแบบนี้กับเขาแล้ว ข้อห้ามของเขาคือห้ามจูบและห้ามแตะต้องตัวเขานอกจากสิ่งที่เขาให้เธอทำ มันเป็นข้อห้ามที่เธอบังเอิญฝืนแหกกฎทั้งๆ ที่รู้แก่ใจดี

“ไม่ได้เรื่อง”

ชายหนุ่มเอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วปล่อยมือของเธอให้เป็นอิสระแล้วใช่สายตาเรียกการ์ดที่ยืนเฝ้าประตูห้องมาลากผู้หญิงคนนี้ออกไป

“ไม่นะคะ ฉันขอแก้ตัวก่อน”

“ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง คุณหมดหน้าที่ของคุณแล้ว เชิญครับ”

แล้วหญิงสาวก็ถูกการ์ดตัวโตลากออกไปจากห้องก่อนที่ประตูห้องจะถูกปิดลงแล้วกลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายก่อนที่มือของเขาจะเอื้อมมารูดซิปกางเกงของตัวเองให้เข้าที่แล้วหลับตาของเขาลงอีกครั้ง

“เฮ้อ ไอ้เฉื่อย อารมณ์ไม่ดีก่อนขึ้นแสดงมันไม่ดีนะเออ”

ใช่ว่าห้องห้องนี้จะมีแค่ชายหนุ่มอยู่เพียงคนเดียว แต่ในนี้กลับมีผู้ชายอีกสองคนร่วมอยู่ด้วย และพวกเขาก็อยู่ในนี้แล้วตั้งแต่ต้น เพราะเรื่องแบบนี้พวกเขาเห็นมันจนชินตาและมันก็เป็นเรื่องปกติของพวกเขา มันเลยไม่ใช่เรื่องเดือดร้อนอะไรถ้าจะมีคนมาแสดงหนังสดที่แสนร้อนแรงต่อหน้าพวกเขา

ห้องห้องนี้ถูกจัดไว้เพื่อพวกเขาเป็นพิเศษ จัดไว้เพื่อใช้เป็นห้องพักนักดนตรีก่อนขึ้นแสดง ซึ่งห้องนี้จะมีแค่พวกเขาเท่านั้นที่ใช้ได้ ส่วนนักดนตรีวงอื่นๆ จะใช้ห้องอื่นที่อยู่ถัดออกไปพอสมควรและพวกเขาก็คือนักดนตรีประจำผับสุดหรูแห่งนี้ยังไงละ

“ยุ่ง”

ชายหนุ่มตอบเพียงแค่นั้นก่อนที่จะเข้าสู่หมดเงียบของเขาต่อ ถึงใบหน้าของเขาจะไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมาให้เห็นแต่คนสนิทอย่างพวกเขาก็พอเดาออกว่าตอนนี้ชายหนุ่มคนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่และนั่นมันเป็นการบอกไปนัยๆ ว่าพวกเขาไม่ควรยุ่งกับชายหนุ่มในเวลานี้ แต่...

“เออ กูลืมบอกมึง พรุ่งนี้นักร้องใหม่จะเริ่มทำงานวันแรกนะ”

เนื่องด้วยความสนิทเลยทำให้พวกเขาลดความเกรงกลัวนั่นลง

“เฮ้ย จริงดิ ผู้หญิงผู้ชายวะ”

ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น

“หญิง”

“วู้ววว เข้าทางกูละ”

ป๊าบ!

“เฉยไปเหอะมึง เอ่อ กูถือว่ามึงรับรู้แล้วนะ ยังไงก็อย่าใจร้ายกับนักร้องใหม่ของเราให้ละ สงสารเด็กมัน”

ชายหนุ่มหันไปตบหัวชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ เขาครั้งหนึ่งก่อนที่จะเบนสายตามองไปยังมุมห้องแล้วตะโกนบอกคนคนนั้นให้รับรู้กับสิ่งที่เขาพึ่งเอ่ยไป

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงประตูห้องดังขึ้นแล้วประตูห้องที่พวกเขาอยู่ก็ถูกเปิดเข้ามา

“ได้เวลาขึ้นแสดงแล้วครับ”

“อืม”

พวกเขาตอบรับเพียงแค่นั้นก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบเอาอุปกรณ์ดนตรีประจำตัวของตัวเองมาถือไว้ ซึ่งชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของใบหน้าอบอุ่นเป็นคนเล่นกีตาร์และร้องนำ ชายอีกคนหน้าตาทะเล้นเป็นคนเล่นในตำแหน่งมือเบส และคนสุดท้ายที่ดูเหมือนจะเป็นคนที่ลึกลับที่สุดและท่าทางเอื่อยเฉื่อยนั้นรับหน้าที่เป็นมือกลองของวง และพวกเขาทั้งสามคนก็เป็นนักดนตรีใต้ดินที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นในช่วงนี้

“ไอ้เฉื่อย ได้เวลาแล้ว”

“อืม”

ชายหนุ่มที่เอาแต่เงียบมาโดยตลอด ครางรับก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแล้วจึงค่อยๆ พยุงร่างกายของเขาลุกขึ้นด้วยความเอื่อยเฉื่อย การกระทำของเขามันดูช้าในสายตาคนมอง แต่ไม่น่าเชื่อว่าคนท่าทางแบบนี้จะเป็นมือกลองที่รัวกลองอย่างบ้าคลั่งเวลาอยู่บนเวที คนนะ มันรู้หน้าแต่ไม่รู้ใจหรอก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย You're My Breakfast มื้อเช้าอันแสนอบอุ่น
8.3
ท่ามกลางแสงสีของเซี่ยงไฮ้ ฟู่ ชิงชวน ซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาแห่งเฉิงหยวนกรุ๊ปได้ปิดตายหัวใจจากความรักหลังถูกคนรักเก่าทรยศ ทว่าโชคชะตากลับนำพาให้เขาได้พบกับ ฟาง ซีอัน หญิงสาวผู้มุ่งมั่นที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศเพื่อเผชิญหน้ากับมรสุมหนี้สินพนันมหาศาลของลุง เธอตัดสินใจเข้าทำงานในบริษัทของเขาเพื่อกอบกู้สถานการณ์ครอบครัว การพบกันโดยบังเอิญครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ทลายกำแพงน้ำแข็งในใจ และเปลี่ยนความโดดเดี่ยวให้กลายเป็นความอบอุ่นที่พวกเขาโหยหา
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักไฟสวาท
9.4
คิมหันต์รั้งท้ายทอยปิ่นปักให้เข้ามารับจัมพิตที่แสนเร่าร้อน แม้หญิงสาวจะสับสนแต่สัมผัสนี้กลับปลุกเร้าความคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับอ้อมกอดที่เธอเคยได้รับเมื่อคืนก่อนหน้า ในขณะที่ชายหนุ่มผู้ปากแข็งว่าเกลียดชังเธอกลับตกหลุมพรางความหวานล้ำเกินห้ามใจ หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความปรารถนาที่ทวีคูณขึ้นทุกวินาที จนเริ่มนึกหวงแหนริมฝีปากคู่นี้และไม่ยอมให้ชายใดได้ครอบครองความละมุนที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ควรได้รับสัมผัสอันแสนพิเศษนี้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ของหวงผู้ชายเอาแต่ใจ
9.1
นิยายแนวโรแมนติกที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์อันร้อนแรงและเข้มงวด เมื่อเธอตกอยู่ในสถานะผู้หญิงที่เป็นดั่งของหวงเพียงหนึ่งเดียวของเขา ชายหนุ่มผู้มีนิสัยเอาแต่ใจและเต็มไปด้วยความครอบงำอย่างที่สุด เขาขีดเส้นตายไว้อย่างชัดเจนว่าเธอคือสมบัติส่วนตัวที่มีไว้ให้เขาชื่นชมเพียงผู้เดียวเท่านั้น โดยห้ามไม่ให้ผู้ชายหน้าไหนก็ตามบังอาจเข้ามาแตะต้องหรือเข้าใกล้เธอโดยเด็ดขาด หากใครกล้าลองดีจะต้องเผชิญกับความเกรี้ยวกราดของเขาที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเพื่อปกป้องสิทธิ์ในตัวเธอ
หน้าปกนวนิยาย รักใจดำแสนทรมาน : ภรรยาบาปของคุณฟู่
8.2
คืนวิวาห์กลายเป็นฝันร้ายเมื่อฟู่ฮันจุนตราหน้าเจียงอี้หานว่าเป็นฆาตกรทำลายพี่ชายเขาและประกาศจะทรมานเธอให้ตายทั้งเป็น ทว่าสถานการณ์บังคับทำให้เธอต้องเสียสละกายช่วยชีวิตเขาจนตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจ อี้หานพยายามปกปิดความลับท่ามกลางความเกลียดชังที่สามีมอบให้ แต่ขณะที่เขาทำร้ายจิตใจเธอกลับปกป้องเธอจากคนอื่นอย่างลับๆ แม้กระทั่งยกทรัพย์สินให้โดยที่เธอไม่รู้ตัว เมื่อความอึดอัดถึงขีดสุดจนเธอคิดจะหนี เขากลับรวบตัวเธอไว้พร้อมทวงถามถึงสายเลือดในท้องที่เธอซ่อนไว้
หน้าปกนวนิยาย เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)
9.2
ท่ามกลางพิษไข้ที่รุมเร้า บุษบาไม่อาจยอมให้ศรจากไปไหน สายตาที่สั่นคลอนของเธอทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่เคียงข้างเตียง ศรประคองใบหน้าหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดการทุกอุปสรรคเพื่อครองคู่กับเธออย่างถูกต้อง เขาโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม หวังเพียงให้ความอบอุ่นนี้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ แม้ในยามที่สติของบุษบาจะเลือนรางคล้ายฝัน แต่สัมผัสอันอ่อนโยนและคำว่ารักจากใจเขาก็ยังคงชัดเจนและตราตรึง