
พันธะหัวใจ(My Heart)
ตอน 2
“ถึงบ้านแล้วค่ะ” เปาวลีดันคนตัวหนาให้นั่งที่เดิม
“เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” กิตติไม่ทำตามหญิงสาว เขาขยับตัวหันข้างเข้าหาคนตัวน้อย จับบ่าบางให้หันหน้ามาคุยกัน
บ้าที่สุด ทำไมพูดไม่เข้าใจสักที
กิตติเกิดและโตที่ต่างประเทศ เมื่อเขาเรียนจบก็ขอพ่อแม่กลับมาอยู่เมืองไทยอาศัยคอนโดฯ ของพ่อแม่ที่ซื้อทิ้งไว้ที่กรุงเทพฯ ชายหนุ่มได้ทำงานที่บริษัทผลิตขายรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งที่ดังระดับโลกในสาขาเมืองไทย เขาทำงานด้วยมันสมองที่ได้เรียนมาจนเป็นที่ไว้วางใจของท่านประธาน และชายหนุ่มก็ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขาย
“ฟังพูดเข้า...เจียวยังไม่ได้แต่งงานกับพี่...เจียวจะเป็นภรรยาของพี่เกี๊ยได้ยังไงคะ” เปาวลีเขินอายในคำพูดของชายหนุ่มจนใบหน้านวลผ่องแดงระเรื่อไปจนถึงใบหู
“จำไว้นะเมื่อเจียวเรียนจบ ม.6 เราจะแต่งงานกันทันที และอย่าหวังจะได้ออกไปทำงานที่ไหน”
ดวงหน้ารูปไข่ที่ก้มหลบสายตาเขานั้นถูกมือหนาจับตรงปลายคางดันให้เงยขึ้นสบตากัน
“แต่เจียวอยากทำงานหาเงินช่วยพี่นี่คะ” เปาวลียังยืนยันนอนยันที่จะทำงานอยู่ดี
“ไม่ต้องคิดที่จะทำเลย...พี่จะเป็นคนหาเลี้ยงเจียวเอง” กิตติบอกให้น้องน้อยดูปากของตัวเอง ‘พี่จะทำงานเลี้ยงดูเจียวเอง’ ทุกคำพูด เขากลั่นกรองออกมาจากหัวใจ เน้นริมฝีปากทีละคำอย่างชัดเจนให้หญิงสาวได้เห็น
“แต่เจียวไม่อยากเป็นภาระของพี่นี่คะ” เปาวลีหยุดพูดเมื่อเจอสายตาดุดันบังคับชองชายหนุ่ม
“พี่รักเจียวทุกสี่ห้องหัวใจของพี่มันมีแต่เจียว...พี่จะไม่ยอมให้เจียวลำบากแน่นอน และการที่พี่จะเลี้ยงดูเจียว มันไม่ได้ลำบากอะไรเลย...เจียวเห็นศาลพระภูมินั้นไหม” กิตติพยักหน้าให้เปาวลีมองศาลพระภูมิที่ตั้งตระหง่านน่าเกรงขามอยู่ข้างรั้วหน้าบ้าน
“ทำไมคะ” เธอมองศาลตามมือของชายหนุ่มที่ชี้ให้เธอดู
“พี่จะสาบานต่อหน้าศาล” เขายกมือท่วมหัวตั้งจิตส่งใจถึงเทวดาฟ้าดิน
“พี่เกี๊ยอย่าสาบานเลยค่ะ...เจียวเชื่อแล้วค่ะ”
มือน้อยรีบยกขึ้นปิดเรียวปากหยักห้ามไม่ให้ชายหนุ่มพูด แต่ก็ถูกมือใหญ่จับกุมไว้...กิตติจูบกลางฝ่ามือหอมกรุ่นแล้วเอาไปแนบที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง บอกให้น้องฟังเสียงหัวใจที่เต้นแรงตึกตักๆ บอกว่ารักเธอคนเดียว
“ฟังนะยอดรักของพี่...พี่ขอสัญญาต่อหน้าศาลหน้าบ้านเรา ถ้าวันใดที่พี่ผิดคำมั่นสัญญาต่อความรักที่พี่มีให้เจียวและพี่ทำร้ายจิตใจเจียวหรือนอกใจเจียวไปมีใหม่ ขอให้ฟ้าดินลงโทษพี่ อย่าให้พี่มีรักอันสมหวัง และขอให้พี่จมอยู่กับความทุกข์ ขอให้พี่มีอันเป็นไป”
เหมือนฟ้าเป็นพยาน เมื่อจบคำสาบาน เสียงคำรามบนท้องฟ้าก็ครวญครางก่อนผ่าเปรี้ยงๆ อยู่เบื้องบน เหมือนเทวดา นางฟ้าจะยอมรับคำสาบานของชายหนุ่ม
“พี่เกี๊ยขาา...ถอนคำสาบานเถอะค่ะ...เจียวใจคอไม่ดียังไงไม่รู้...เจียวกลัวค่ะ” เปาวลีตื่นตะลึงกับเสียงฟ้าร้อง ดวงหน้าเศร้าหมองแหงนมองท้องฟ้าที่มืดอึมครึม เมฆสีขาวหลายก้อนถูกเมฆสีดำลอยมากลบ ผสมผสานกลายเป็นเมฆสีดำทมิฬน่าเกรงขามเหลือเกิน
“ทำไมเจียวจะต้องกลัวด้วยล่ะครับในเมื่อหัวใจของพี่มีเพียงเจียว รักเจียวคนเดียว” กิตติยิ้มยอมรับที่ฟ้าดินเป็นพยาน
“ก็อนาคตข้างหน้าเราไม่รู้นี่คะว่าจะเกิดอะไรขึ้น...เจียวอาจจะหมดรักพี่ หรือพี่อาจจะหมดรักเจียวไปมีคนอื่นก็ได้” เปาวลีส่ายหน้าไปมา น้ำตาก็คลอ พูดเสียงสั่นเครือ
บางครั้ง เธอก็หวาดกลัวอนาคตภายภาคหน้า ถ้าวันหนึ่ง กิตติปันใจหนีห่างหรือแปรเปลี่ยนจากรักกลายเป็นเกลียด เธอจะทำอย่างไร จะอยู่ได้ไหมโดยที่ไม่มีชายหนุ่ม เพราะสาวเจ้าก็รักเขาจนหมดหัวใจเช่นกัน
เปาวลีแอบถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อนึกถึงความเป็นอยู่ ฐานะครอบครัวเธอกับเขาช่างแตกต่างกันยังกับฟ้าดิน...กิตติเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว ฐานะทางบ้านจัดได้ว่ารวยและเป็นที่รู้จักทางสังคมชั้นสูงระดับหนึ่ง ไม่ต้องหาเช้ากินค่ำเหมือนเธอที่เป็นเพียงเด็กสาวชาวบ้านแสนธรรมดา ลูกตาสียายสาที่ไม่มีแม้แต่ชาติตระกูล ไม่คู่ควรกับชายหนุ่มเลยสักนิด
“อย่าพูดดูถูกความรักของพี่นะเจียว ถึงพี่ไม่สาบาน พี่ก็มีรักเดียวใจเดียว ไม่คิดแปรเปลี่ยนไปมีใจรักใครแน่นอน พี่จะมีเจียวคนเดียว ไม่ขอยุ่งกับหญิงอื่นนอกจากเจียว และพี่ก็ไม่เคยกลัวต่อคำสาบานเพราะพี่รู้ใจตัวเองว่า ในโลกนี้พี่คงจะรักใครไม่ได้อีกแล้วนอกจากเจียว ได้ยินไหม”
กิตติขยับตัวเข้าหาร่างบาง ใบหน้าคมคายโน้มลงหาดวงหน้าขาวนวล ปลายจมูกโด่งคมสันชนกับปลายจมูกเรียวเล็กจนทำให้พวกเขาทั้งสองได้กลิ่นลมหายใจหอมกรุ่นของกันและกัน ริมฝีปากหยักไม่นิ่งเฉย เลื้อยพรมจูบไปตามดวงหน้าแดงระเรื่อและพยายามที่จะประกบจูบเรียวปากบางอิ่มเอิบนั้น
“อยะ...อย่าค่ะ”
เปาวลีเนื้อตัวสั่นสะท้านเมื่อเจอสัมผัสแปลกใหม่จากชายหนุ่มมากประสบการณ์ เธอเคลิบเคลิ้มหลงใหลในรสจูบอันอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนไปชั่วขณะ เธอพยายามดึงสติกลับมาให้หลุดพ้นจากความสยิวแปลกใหม่ หญิงสาวเขินอายจนใบหน้าแดงอมชมพูเมื่อได้สบสายตาหื่นกระหายที่เจ้าตัวไม่เคยสบมาก่อน
“เจียวของพี่หอมเหลือเกิน”
เสียงแหบแห้งของเขาสั่นเทาชิดริมฝีปากบาง...กิตติอยากจะแทรกแซงเรียวลิ้นเข้าไปควานหาความหอมหวาน อยากสัมผัสหยอกล้อเรียวลิ้นน้อย อยากจะสอนให้เธอรู้จักวิธีตอบโต้แลกจูบเหลือเกิน แต่กิตติก็เลือกที่จะไม่ทำ ชายหนุ่มไม่อยากจะทำให้สาวน้อยที่เขารักต้องมีรอยด่างพร้อยเพราะน้ำมือของตัวเอง
“แม่มองเราอยู่นะคะ” มือไม้สั่นไหวยกขึ้นดันใบหน้าเข้มออก ไม่ยอมให้เขาทำต่อ
เปาวลีเลือกที่จะหยุดชายหนุ่มโดยการผลักร่างหนาให้ออกห่างแล้วโผตัวเข้าโอบกอดรอบเอวสอบไว้ ใบหน้างามร้อนผ่าวก็รีบซบลงบนอกแข็งแกร่งเพื่อหลบ ไม่อยากให้เขาสัมผัสเธอด้วยเรียวปากร้ายกาจนั้น
“เห็นก็ดีสิ แม่จะได้จับเราแต่งงานกันวันนี้เลย” เสียงเข้มกระซิบกระซาบชิดกระหม่อมหอมอ่อนๆ จากเรือนผมยาวดำเงางาม
“ปล่อยเจียวได้แล้ว ไม่อยากจะพูดกับพี่เกี๊ยละ พูดทีไร เจียวเสียเปรียบทุกที”
เปาวลีผงกศีรษะขึ้นมองเคราสีเขียวครามที่ขึ้นตามคางหนา เธอรีบยกมือป้องปากของตัวเองเมื่อริมฝีปากหยักโน้มลงมาจะจูบเธอ
“พี่รักเจียวนะครับ” เขาไม่ยอมปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ ใช้แขนข้างเดียวโอบกอดเอวคอดกิ่วแน่น ส่วนอีกข้างก็จับมืองามออกจากปากจิ้มลิ้ม...
คุณอาจจะชอบ





