ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พันธะหัวใจ(My Heart)

พันธะหัวใจ(My Heart)

วีนัส ผู้ช่วยสาวทรงเสน่ห์วัย 31 ปี ตกอยู่ในความสัมพันธ์ลับกับกิตติ หัวหน้างานที่มีพันธะอยู่แล้ว แม้กิตติจะลุ่มหลงในความเร่าร้อนและอิสระที่วีนัสมอบให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับจากเปาวลีผู้เป็นภรรยา จนทำให้เขาอยากจบความอึดอัดในชีวิตคู่ แต่การขอหย่ากลับไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่วีนัสคาดหวัง เมื่อคำสัญญาเรื่องการแต่งงานใหม่ยังคงถูกเลื่อนออกไป ท่ามกลางความลุ่มหลงและความเครียดที่รุมเร้า กิตติจะกล้าทิ้งชีวิตเดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่เขาโหยหาได้จริงหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ถึงบ้านแล้วค่ะ” เปาวลีดันคนตัวหนาให้นั่งที่เดิม

“เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” กิตติไม่ทำตามหญิงสาว เขาขยับตัวหันข้างเข้าหาคนตัวน้อย จับบ่าบางให้หันหน้ามาคุยกัน

บ้าที่สุด ทำไมพูดไม่เข้าใจสักที

กิตติเกิดและโตที่ต่างประเทศ เมื่อเขาเรียนจบก็ขอพ่อแม่กลับมาอยู่เมืองไทยอาศัยคอนโดฯ ของพ่อแม่ที่ซื้อทิ้งไว้ที่กรุงเทพฯ ชายหนุ่มได้ทำงานที่บริษัทผลิตขายรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งที่ดังระดับโลกในสาขาเมืองไทย เขาทำงานด้วยมันสมองที่ได้เรียนมาจนเป็นที่ไว้วางใจของท่านประธาน และชายหนุ่มก็ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขาย

“ฟังพูดเข้า...เจียวยังไม่ได้แต่งงานกับพี่...เจียวจะเป็นภรรยาของพี่เกี๊ยได้ยังไงคะ” เปาวลีเขินอายในคำพูดของชายหนุ่มจนใบหน้านวลผ่องแดงระเรื่อไปจนถึงใบหู

“จำไว้นะเมื่อเจียวเรียนจบ ม.6 เราจะแต่งงานกันทันที และอย่าหวังจะได้ออกไปทำงานที่ไหน”

ดวงหน้ารูปไข่ที่ก้มหลบสายตาเขานั้นถูกมือหนาจับตรงปลายคางดันให้เงยขึ้นสบตากัน

“แต่เจียวอยากทำงานหาเงินช่วยพี่นี่คะ” เปาวลียังยืนยันนอนยันที่จะทำงานอยู่ดี

“ไม่ต้องคิดที่จะทำเลย...พี่จะเป็นคนหาเลี้ยงเจียวเอง” กิตติบอกให้น้องน้อยดูปากของตัวเอง ‘พี่จะทำงานเลี้ยงดูเจียวเอง’ ทุกคำพูด เขากลั่นกรองออกมาจากหัวใจ เน้นริมฝีปากทีละคำอย่างชัดเจนให้หญิงสาวได้เห็น

“แต่เจียวไม่อยากเป็นภาระของพี่นี่คะ” เปาวลีหยุดพูดเมื่อเจอสายตาดุดันบังคับชองชายหนุ่ม

“พี่รักเจียวทุกสี่ห้องหัวใจของพี่มันมีแต่เจียว...พี่จะไม่ยอมให้เจียวลำบากแน่นอน และการที่พี่จะเลี้ยงดูเจียว มันไม่ได้ลำบากอะไรเลย...เจียวเห็นศาลพระภูมินั้นไหม” กิตติพยักหน้าให้เปาวลีมองศาลพระภูมิที่ตั้งตระหง่านน่าเกรงขามอยู่ข้างรั้วหน้าบ้าน

“ทำไมคะ” เธอมองศาลตามมือของชายหนุ่มที่ชี้ให้เธอดู

“พี่จะสาบานต่อหน้าศาล” เขายกมือท่วมหัวตั้งจิตส่งใจถึงเทวดาฟ้าดิน

“พี่เกี๊ยอย่าสาบานเลยค่ะ...เจียวเชื่อแล้วค่ะ”

มือน้อยรีบยกขึ้นปิดเรียวปากหยักห้ามไม่ให้ชายหนุ่มพูด แต่ก็ถูกมือใหญ่จับกุมไว้...กิตติจูบกลางฝ่ามือหอมกรุ่นแล้วเอาไปแนบที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง บอกให้น้องฟังเสียงหัวใจที่เต้นแรงตึกตักๆ บอกว่ารักเธอคนเดียว

“ฟังนะยอดรักของพี่...พี่ขอสัญญาต่อหน้าศาลหน้าบ้านเรา ถ้าวันใดที่พี่ผิดคำมั่นสัญญาต่อความรักที่พี่มีให้เจียวและพี่ทำร้ายจิตใจเจียวหรือนอกใจเจียวไปมีใหม่ ขอให้ฟ้าดินลงโทษพี่ อย่าให้พี่มีรักอันสมหวัง และขอให้พี่จมอยู่กับความทุกข์ ขอให้พี่มีอันเป็นไป”

เหมือนฟ้าเป็นพยาน เมื่อจบคำสาบาน เสียงคำรามบนท้องฟ้าก็ครวญครางก่อนผ่าเปรี้ยงๆ อยู่เบื้องบน เหมือนเทวดา นางฟ้าจะยอมรับคำสาบานของชายหนุ่ม

“พี่เกี๊ยขาา...ถอนคำสาบานเถอะค่ะ...เจียวใจคอไม่ดียังไงไม่รู้...เจียวกลัวค่ะ” เปาวลีตื่นตะลึงกับเสียงฟ้าร้อง ดวงหน้าเศร้าหมองแหงนมองท้องฟ้าที่มืดอึมครึม เมฆสีขาวหลายก้อนถูกเมฆสีดำลอยมากลบ ผสมผสานกลายเป็นเมฆสีดำทมิฬน่าเกรงขามเหลือเกิน

“ทำไมเจียวจะต้องกลัวด้วยล่ะครับในเมื่อหัวใจของพี่มีเพียงเจียว รักเจียวคนเดียว” กิตติยิ้มยอมรับที่ฟ้าดินเป็นพยาน

“ก็อนาคตข้างหน้าเราไม่รู้นี่คะว่าจะเกิดอะไรขึ้น...เจียวอาจจะหมดรักพี่ หรือพี่อาจจะหมดรักเจียวไปมีคนอื่นก็ได้” เปาวลีส่ายหน้าไปมา น้ำตาก็คลอ พูดเสียงสั่นเครือ

บางครั้ง เธอก็หวาดกลัวอนาคตภายภาคหน้า ถ้าวันหนึ่ง กิตติปันใจหนีห่างหรือแปรเปลี่ยนจากรักกลายเป็นเกลียด เธอจะทำอย่างไร จะอยู่ได้ไหมโดยที่ไม่มีชายหนุ่ม เพราะสาวเจ้าก็รักเขาจนหมดหัวใจเช่นกัน

เปาวลีแอบถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อนึกถึงความเป็นอยู่ ฐานะครอบครัวเธอกับเขาช่างแตกต่างกันยังกับฟ้าดิน...กิตติเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว ฐานะทางบ้านจัดได้ว่ารวยและเป็นที่รู้จักทางสังคมชั้นสูงระดับหนึ่ง ไม่ต้องหาเช้ากินค่ำเหมือนเธอที่เป็นเพียงเด็กสาวชาวบ้านแสนธรรมดา ลูกตาสียายสาที่ไม่มีแม้แต่ชาติตระกูล ไม่คู่ควรกับชายหนุ่มเลยสักนิด

“อย่าพูดดูถูกความรักของพี่นะเจียว ถึงพี่ไม่สาบาน พี่ก็มีรักเดียวใจเดียว ไม่คิดแปรเปลี่ยนไปมีใจรักใครแน่นอน พี่จะมีเจียวคนเดียว ไม่ขอยุ่งกับหญิงอื่นนอกจากเจียว และพี่ก็ไม่เคยกลัวต่อคำสาบานเพราะพี่รู้ใจตัวเองว่า ในโลกนี้พี่คงจะรักใครไม่ได้อีกแล้วนอกจากเจียว ได้ยินไหม”

กิตติขยับตัวเข้าหาร่างบาง ใบหน้าคมคายโน้มลงหาดวงหน้าขาวนวล ปลายจมูกโด่งคมสันชนกับปลายจมูกเรียวเล็กจนทำให้พวกเขาทั้งสองได้กลิ่นลมหายใจหอมกรุ่นของกันและกัน ริมฝีปากหยักไม่นิ่งเฉย เลื้อยพรมจูบไปตามดวงหน้าแดงระเรื่อและพยายามที่จะประกบจูบเรียวปากบางอิ่มเอิบนั้น

“อยะ...อย่าค่ะ”

เปาวลีเนื้อตัวสั่นสะท้านเมื่อเจอสัมผัสแปลกใหม่จากชายหนุ่มมากประสบการณ์ เธอเคลิบเคลิ้มหลงใหลในรสจูบอันอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนไปชั่วขณะ เธอพยายามดึงสติกลับมาให้หลุดพ้นจากความสยิวแปลกใหม่ หญิงสาวเขินอายจนใบหน้าแดงอมชมพูเมื่อได้สบสายตาหื่นกระหายที่เจ้าตัวไม่เคยสบมาก่อน

“เจียวของพี่หอมเหลือเกิน”

เสียงแหบแห้งของเขาสั่นเทาชิดริมฝีปากบาง...กิตติอยากจะแทรกแซงเรียวลิ้นเข้าไปควานหาความหอมหวาน อยากสัมผัสหยอกล้อเรียวลิ้นน้อย อยากจะสอนให้เธอรู้จักวิธีตอบโต้แลกจูบเหลือเกิน แต่กิตติก็เลือกที่จะไม่ทำ ชายหนุ่มไม่อยากจะทำให้สาวน้อยที่เขารักต้องมีรอยด่างพร้อยเพราะน้ำมือของตัวเอง

“แม่มองเราอยู่นะคะ” มือไม้สั่นไหวยกขึ้นดันใบหน้าเข้มออก ไม่ยอมให้เขาทำต่อ

เปาวลีเลือกที่จะหยุดชายหนุ่มโดยการผลักร่างหนาให้ออกห่างแล้วโผตัวเข้าโอบกอดรอบเอวสอบไว้ ใบหน้างามร้อนผ่าวก็รีบซบลงบนอกแข็งแกร่งเพื่อหลบ ไม่อยากให้เขาสัมผัสเธอด้วยเรียวปากร้ายกาจนั้น

“เห็นก็ดีสิ แม่จะได้จับเราแต่งงานกันวันนี้เลย” เสียงเข้มกระซิบกระซาบชิดกระหม่อมหอมอ่อนๆ จากเรือนผมยาวดำเงางาม

“ปล่อยเจียวได้แล้ว ไม่อยากจะพูดกับพี่เกี๊ยละ พูดทีไร เจียวเสียเปรียบทุกที”

เปาวลีผงกศีรษะขึ้นมองเคราสีเขียวครามที่ขึ้นตามคางหนา เธอรีบยกมือป้องปากของตัวเองเมื่อริมฝีปากหยักโน้มลงมาจะจูบเธอ

“พี่รักเจียวนะครับ” เขาไม่ยอมปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ ใช้แขนข้างเดียวโอบกอดเอวคอดกิ่วแน่น ส่วนอีกข้างก็จับมืองามออกจากปากจิ้มลิ้ม...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
8.9
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา งานวิวาห์ของฉันถูกยกเลิกไปถึง 1314 ครั้ง เพราะแฟนหนุ่มซีอีโอเลือกทิ้งฉันไปหาหญิงสาวอีกคนเสมอ เพียงแค่เธอมีแผลเล็กน้อยเขาก็รีบบึ่งไปหาอย่างร้อนรน ทิ้งให้ฉันเผชิญความอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อพร้อมคำพูดเห็นแก่ตัวที่ให้เลื่อนงานออกไปอย่างไม่ใส่ใจ โดยอ้างความผูกพันวัยเด็กกับเธอคนนั้น ในเมื่อเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับรักครั้งนี้ เมื่อการทิ้งกันครั้งที่ 1314 เกิดขึ้น ฉันจึงตัดสินใจดำเนินพิธีต่อไป แต่เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเป็นคนใหม่แทน
หน้าปกนวนิยาย ขอเถอะครับให้ผมได้เป็นพ่อของลูก
8.9
เผลอ One night stand กับคนที่ไม่ใช่ เธอจึงลาออก หลบมาเปิดร้านกาแฟเลียแผลใจ ลูกคนเดียวเธอเลี้ยงได้ แล้วไหงคนที่ไม่ใช่ ยังกลับมาเสนอหน้า ขอเป็นพ่อของลูกอีกล่ะ +++++++++++++++++++++ วนิษศากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ มือกระชับถุงของที่ถือมาแน่น “ท้องทำไมไม่บอกผมหือ... หนูแหวน” เสียงทุ้มต่ำไม่ต่างกับคำราม เขายืนย้อนแสง ยิ่งทำให้เงาร่างใหญ่โตดูทะมึน กลบตัวเธอแทบมิด “ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณนี่” ว่าที่คุณแม่ตอบใจดีสู้เสือ ขณะอีกฝ่ายท่าทางเหมือนเตรียมกระโจนพร้อมเข้างับเหยื่อเนื้อหวานอย่างเธอเสียเหลือเกิน “ทำไมจะไม่เกี่ยวก็ในท้องคุณเป็นลูกผม” วนิษศาฟังแล้วอยากหัวเราะ “เชื่อได้ยังไงว่าเป็นลูกคุณ” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น จ้องตาเขาแบบไม่ยอมแพ้ “เชยเป็นป้าอย่างคุณน่ะนะหนูแหวน ทำงานให้พี่ผมงกๆ จะมีเวลาไปหาแฟนที่ไหน” ได้ฟังถึงกับมือสั่น ยอมรับ...วนิษศาแต่งตัวเป็นป้า แต่ไม่ต้องย้ำขนาดนี้ก็ได้ ++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย หลังจากการแต่งงานแบบแฟลช นายกูก็ถูกเปิดโปงอีกครั้ง
9.5
จี่ชิงหลินตัดสินใจแต่งงานสายฟ้าแลบกับชายแปลกหน้าเพื่อทำตามความปรารถนาของครอบครัว โดยทั้งคู่ตกลงจะแยกทางกันในหนึ่งปี ทว่าสถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จนความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิด ต่อมาเธอได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจว่าสามีธรรมดาของเธอนั้นแท้จริงคือผู้นำตระกูลกู้ผู้ทรงอิทธิพล เรื่องราววุ่นวายยิ่งขึ้นเมื่อมีเด็กปริศนาปรากฏตัวพร้อมเรียกเธอว่าแม่ ท่ามกลางความลับและฐานะที่ถูกเปิดเผย ทั้งสองจะลงเอยด้วยความสุขได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์ราคี
8.3
มัสลินต้องเผชิญกับฝันร้ายเมื่อถูกชายแปลกหน้าลักพาตัวมาทำลายเกียรติจนมีพันธะแห่งชีวิตเกิดขึ้นในครรภ์ เธอเฝ้าถามถึงเหตุผลของความใจร้ายนี้ ก่อนจะพบความจริงอันโหดร้ายว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการล้างแค้น เพียงเพราะเธอคือเจ้าสาวของภานุ ชายผู้ทำให้พี่ชายของเขาต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ความแค้นที่เธอไม่ได้ก่อกลับย้อนมาทำลายชีวิตเธออย่างย่อยยับ เมื่อเขาตั้งใจใช้เธอเป็นเครื่องมือชำระความเกลียดชังที่มีต่อศัตรูให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยหัวใจไต่รัก
9.8
กันต์กนิษฐ์พยายามโปรยเสน่ห์ยั่วยวนโดโนแวน คู่หมั้นหนุ่มรุ่นใหญ่ด้วยท่าทีแสนซน เธอใช้เหตุการณ์อุบัติเหตุริมฝีปากชนกันเมื่อคืนมาอ้างว่าเป็นจูบที่ลึกซึ้งและมีพยานรู้เห็นมากมาย เพื่อผูกมัดไม่ให้เขาปฏิเสธความรับผิดชอบ แม้โดโนแวนจะพยายามโต้แย้งว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความผิดพลาดจากการสะดุดล้มจนปากแตะกันโดยบังเอิญ แต่สาวน้อยจอมเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมลดละ พร้อมขู่ว่าจะฟ้องผู้ใหญ่หากเขาคิดจะทิ้งขว้างเธอ งานนี้คุณป๋ามาดนิ่งจึงต้องปวดหัวกับแผนการตู่ความสัมพันธ์สุดแสบของยัยตัวยุ่ง
หน้าปกนวนิยาย จอมมารพรางใจรัก
9.2
เมื่อคุณหญิงเอ่ยถามเรื่องการให้นมบุตร สุรีย์ฉายที่สวมรอยเป็นแม่กลับอ้ำอึ้งด้วยความประหม่าก่อนจะปัดว่าตนมีน้ำนมน้อย ท่ามกลางสายตาจับผิดของคุณหญิงที่ตำหนิว่าเธอห่วงสวยจนไม่ยอมเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เรนที่รู้ความลับนี้กลับคอยพูดจาถากถางและกระซิบหยอกล้อถึงอดีตของเธออย่างจงใจจนสุรีย์ฉายรู้สึกไม่พอใจ ท่าทีกระซิบกระซาบของทั้งคู่สร้างความหงุดหงิดให้คุณหญิงจนต้องไล่ให้ไปอยู่กันตามลำพัง กลายเป็นความตึงเครียดที่ซ่อนเร้นภายใต้สถานะลวงโลกในบ้านหลังนี้