ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พันธะหัวใจ(My Heart)

พันธะหัวใจ(My Heart)

วีนัส ผู้ช่วยสาวทรงเสน่ห์วัย 31 ปี ตกอยู่ในความสัมพันธ์ลับกับกิตติ หัวหน้างานที่มีพันธะอยู่แล้ว แม้กิตติจะลุ่มหลงในความเร่าร้อนและอิสระที่วีนัสมอบให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับจากเปาวลีผู้เป็นภรรยา จนทำให้เขาอยากจบความอึดอัดในชีวิตคู่ แต่การขอหย่ากลับไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่วีนัสคาดหวัง เมื่อคำสัญญาเรื่องการแต่งงานใหม่ยังคงถูกเลื่อนออกไป ท่ามกลางความลุ่มหลงและความเครียดที่รุมเร้า กิตติจะกล้าทิ้งชีวิตเดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่เขาโหยหาได้จริงหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 3

กิตติยิ้มความบ้องแบ๊วของน้อง ชายหนุ่มไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เขาโน้มหน้าลง ริมฝีปากหยักก็โฉบเฉี่ยวประกบจูบลงทัณฑ์ จูบหยอกล้อตอดเล็กตอดน้อยอยู่อย่างนั้น

“ถ้ารักเจียวก็หยุดทำแบบนี้สิคะ”

เปาวลีเปรยเสียงสั่นๆ ร่างบางอ่อนเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ พยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงใหลในรสสัมผัสอันแสนหวาน แต่ช่างทรมานหัวใจเหลือเกินยามชายหนุ่มสร้างขึ้น

“เจียวจ๋า...พี่อยากได้ยินเจียวบอกรักพี่บ้าง บอกรักพี่ให้ชื่นหัวใจหน่อยสิครับ”

เสียงอ้อนอ่อนหวานทุ้มนุ่มหูช่างเป็นน้ำทิพย์ชโลมหัวใจดวงน้อยให้กระชุ่มกระชวย เธออบอุ่นและปลอดภัยทุกครั้งที่ได้อยู่ในวงแขนกำยำที่คอยแต่กระชับกอดแน่นที่เอวคอด

“จะ...เจียวรักพี่เกี๊ยค่ะ” ปาวลีไม่ได้บอกแค่ปาก เธอยังแสดงให้เขาเห็นด้วยว่าเธอรักชายหนุ่มมากแค่ไหน เสียงสั่นเครือเอ่ยบอกรักชิดเรียวปากหยัก เรียวปากบางอิ่มเอิบจูบเรียวปากหยัก จูบแล้วจูบอีก จูบอยู่อย่างนั้น เธออยากให้ชายหนุ่มรับรู้ว่าทุกลมหายใจและชีวิตเลือดเนื้อของเธอมันเป็นของเขา

“ระ...รักมากไหม” เสียงเข้มสั่นสะท้านถาม เขารู้สึกสยิวซ่านเมื่อแม่กระต่ายน้อยจูบสัมผัสหยอกล้อเขาแบบกล้าๆ กลัว...กิตติรีบใช้มือทั้งสองข้างโอบอุ้มพวงแก้มนวลแล้วดันให้ออกห่าง

“หัวใจของเจียวในเวลานี้มีพี่เกี๊ยคนเดียวค่ะ...เจียวมีชีวิตเดียว ขอมอบให้พี่เกี๊ยดูแล...พี่เกี๊ยอย่าทิ้งเจียวนะคะ” ทุกคำพูดของหญิงสาวกลั่นกรองออกมาจากหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักที่มั่นคง

“ยอดรักของพี่...พี่รักเจียวที่สุดของที่สุด ชีวิตของพี่ที่มีอยู่มันเป็นของเจียว...พี่จะไม่มีวันทอดทิ้งเจียวและทำให้เจียวเสียใจแน่นอน” เสียงกระซิบของเขาฟังดูหนักแน่นเหมือนหัวใจของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยรักล้นหัวใจ

“พี่เกี๊ยขา...เราเข้าบ้านกันเถอะค่ะ”

เปาวลีหันมอง รอบข้างของรถมีสายตาอยากรู้อยากเห็นหลายคู่ คนที่เดินผ่านต่างหันมองและทำท่าทางซุบซิบเหมือนพวกเขาพากันนินทาเธอ

“โอเค เข้าบ้านก็เข้าบ้าน”

กิตติรีบเปิดประตูแล้วลงจากรถ วิ่งไปฝั่งที่น้องนั่งอยู่ เขาเปิดประตูให้หญิงสาว ซึ่งภาพของหนุ่มสาวที่มีอายุห่างกันหลายปีต่างตกเป็นเป้าสายตาและขี้ปากของชาวบ้านละแวกนั้น

“แม่ขา...เจียวทำเองค่ะ...แม่นั่งพักนะคะ”

เปาวลีรีบวางกระเป๋านักเรียนไว้ข้างเก้าอี้หน้าบ้าน เธอรีบเข้าไปจับตะกร้าผ้าในมือของมารดาวางไว้ แล้วพยุงร่างของหญิงวัยห้าสิบห้าปีแต่ดูสังขารของนางช่างดูเหมือนหญิงชราอายุหกสิบเข้าไปนั่งพักในห้องรับแขก

“ยัยหนู ทำไมวันนี้กลับถึงบ้านเร็วจังล่ะ”

สุจีนั่งบนโซฟา หายใจหอบเหนื่อยเจ็บจี๊ดๆ ที่หน้าอก แต่นางก็ไม่ได้แสดงอาการปวดเจ็บให้ลูกสาวได้เห็น

“พี่เกี๊ยไปรับที่โรงเรียนค่ะ” เปาวลีขยับตัวหลีกทางให้ชายหนุ่มที่เดินตามหลังมานั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามมารดา ส่วนเธอก็ปลีกตัวออกไปเก็บผ้าที่ตากอยู่ข้างบ้าน

“สวัสดีครับน้าสุ” กิตติยกมือไหว้ว่าที่แม่ยาย

“ไหว้พระเถอะพ่อเกี๊ย ไหนว่าไปดูงานที่กรุงเทพฯ ทำไมกลับมาเร็วจังล่ะจ๊ะ” สุจีรับไหว้ว่าที่ลูกเขย

“พอดีงานที่ไปดูเสร็จเร็วกว่ากำหนดน่ะครับ”

กิตติตอบสุจีแต่สายตาของเขากลับเหลือบมองแม่กระต่ายน้อยที่นั่งพับผ้าของลูกค้าอยู่อีกมุม

“แล้วนั่นถุงอะไรล่ะ ทำไมดูเยอะแยะจัง” สุจีมองถุงหลายใบที่กิตติวางไว้บนโต๊ะรับแขก

“ของฝากจากกรุงเทพฯ ครับ”

สุจียิ้มแล้วหันไปบอกลูกสาวที่นั่งพับผ้าอยู่

“ยัยหนู ไปเอาของว่างกับน้ำเย็นมาให้พี่เขาสิลูก” ก่อนหันมาพูดคุยกับกิตติอีกครั้ง “ทำไมจะต้องสิ้นเปลืองเงินทองซื้อมาให้น้าเยอะแยะแบบนี้ด้วยล่ะพ่อเกี๊ย” นางบ่น แต่เสียงนุ่มอย่างเอ็นดูว่าที่ลูกเขย

“ไม่ได้สิ้นเปลืองอะไรหรอกครับ มีแต่ของใช้ ของบำรุงร่างกายทั้งนั้นครับ”

“งั้นก็ขอบใจนะพ่อ”

มารดาหญิงสาวระบายยิ้มไม่คลาย ตลอดเวลาที่ผ่านมา กิตติเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย นางเห็นความรักมากมายในแววตาชายหนุ่มที่มีให้แก่บุตรสาว จึงไม่ขัดขวางหากเขาจะคบหาดูใจกับเปาวลี แม้ว่าทั้งคู่จะอายุห่างกันหลายปีก็ตาม

เสียงก๊องแก๊งๆ ดังออกมาจากในครัวทำให้กิตติหันไปมองแล้วเอ่ยขออนุญาตกับสุจี “ผมไปช่วยเจียวนะครับ น้าสุ”

“จ้ะ ไปเถอะพ่อ” สุจีอนุญาตอย่างเข้าใจความรู้สึกของหนุ่มสาว

กิตติรีบลุกขึ้นเข้าไปช่วยเปาวลีในห้องครัวทันที เมื่อเข้ามาก็เห็นหญิงสาวกำลังยกถาดอาหาร เตรียมไปขึ้นโต๊ะจึงขันอาสา

“มา...พี่ช่วย”

“ขอบคุณค่ะ” เปาวลียิ้มแล้วปล่อยถาดในมือให้ชายหนุ่ม แล้วเธอก็เดินตามหลังเขาเข้าไปนั่งพับเพียบอยู่ข้างโต๊ะรับแขก

“นี่ถ้าคุณบุษอยู่คงช่วยกันกินช่วยกันใช้ได้บ้าง” การทำตัวไม่รุ่มร่ามเสมอต้นเสมอปลายของชายหนุ่มที่ดูจะรักและทะนุถนอมเปาวลีปานดังดวงใจนั้น ทำให้สุจีที่นั่งมองแอบยิ้มอย่างมีความสุข

“คุณยายไปไหนเหรอครับ” กิตติที่นั่งฝั่งตรงข้ามสุจี เขามองผ่านหัวไหล่ของว่าที่แม่ยายมองบ้านไม้หลังใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“คุณบุษไปทำบุญที่วัด มาบอกน้าว่าจะจำศีลที่วัดสักสี่ห้าวันจ้ะ”

สุจียิ้มพิมพ์ใจเมื่อนึกถึงหญิงชราวัยแปดสิบผู้มีจิตใจดี โอบอ้อมอารีแด่ผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า

คุณบุษบามักจะถือตะกร้าหมากและปิ่นโตข้าวนั่งรถตุ๊กๆ ไปวัดทำบุญ ซึ่งเป็นภาพคุ้นเคยเห็นเป็นประจำสำหรับสุจี ตลอดหลายสิบปีที่นางอุ้มท้องอ่อนๆ มาเช่าบ้านอยู่ที่นี่ สุจีก็เห็นหญิงชราอาศัยอยู่บ้านหลังนั้นตามลำพัง จะมีเป็นบางปีที่ลูกสาวคนเดียวของนางกลับจากต่างประเทศมาเยี่ยมเยียน ซึ่งลูกสาวของคุณบุษบาก็คือมารดาของกิตตินั่นเอง

“แล้วคุณยายได้ฝากกุญแจบ้านไว้ไหมครับ”

กิตติมองเปาวลีที่ชูขวดน้ำหวานเฮลส์บลูบอยให้เขาเลือก ชายหนุ่มพยักหน้าบอกน้องว่าเขาต้องการน้ำแดงไม่ใช่น้ำเขียว

“อย่าบอกนะ พ่อเกี๊ยไม่มีกุญแจเข้าบ้าน” สุจีมองหน้าว่าที่ลูกเขย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
8.9
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา งานวิวาห์ของฉันถูกยกเลิกไปถึง 1314 ครั้ง เพราะแฟนหนุ่มซีอีโอเลือกทิ้งฉันไปหาหญิงสาวอีกคนเสมอ เพียงแค่เธอมีแผลเล็กน้อยเขาก็รีบบึ่งไปหาอย่างร้อนรน ทิ้งให้ฉันเผชิญความอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อพร้อมคำพูดเห็นแก่ตัวที่ให้เลื่อนงานออกไปอย่างไม่ใส่ใจ โดยอ้างความผูกพันวัยเด็กกับเธอคนนั้น ในเมื่อเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับรักครั้งนี้ เมื่อการทิ้งกันครั้งที่ 1314 เกิดขึ้น ฉันจึงตัดสินใจดำเนินพิธีต่อไป แต่เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเป็นคนใหม่แทน
หน้าปกนวนิยาย ขอเถอะครับให้ผมได้เป็นพ่อของลูก
8.9
เผลอ One night stand กับคนที่ไม่ใช่ เธอจึงลาออก หลบมาเปิดร้านกาแฟเลียแผลใจ ลูกคนเดียวเธอเลี้ยงได้ แล้วไหงคนที่ไม่ใช่ ยังกลับมาเสนอหน้า ขอเป็นพ่อของลูกอีกล่ะ +++++++++++++++++++++ วนิษศากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ มือกระชับถุงของที่ถือมาแน่น “ท้องทำไมไม่บอกผมหือ... หนูแหวน” เสียงทุ้มต่ำไม่ต่างกับคำราม เขายืนย้อนแสง ยิ่งทำให้เงาร่างใหญ่โตดูทะมึน กลบตัวเธอแทบมิด “ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณนี่” ว่าที่คุณแม่ตอบใจดีสู้เสือ ขณะอีกฝ่ายท่าทางเหมือนเตรียมกระโจนพร้อมเข้างับเหยื่อเนื้อหวานอย่างเธอเสียเหลือเกิน “ทำไมจะไม่เกี่ยวก็ในท้องคุณเป็นลูกผม” วนิษศาฟังแล้วอยากหัวเราะ “เชื่อได้ยังไงว่าเป็นลูกคุณ” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น จ้องตาเขาแบบไม่ยอมแพ้ “เชยเป็นป้าอย่างคุณน่ะนะหนูแหวน ทำงานให้พี่ผมงกๆ จะมีเวลาไปหาแฟนที่ไหน” ได้ฟังถึงกับมือสั่น ยอมรับ...วนิษศาแต่งตัวเป็นป้า แต่ไม่ต้องย้ำขนาดนี้ก็ได้ ++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย หลังจากการแต่งงานแบบแฟลช นายกูก็ถูกเปิดโปงอีกครั้ง
9.5
จี่ชิงหลินตัดสินใจแต่งงานสายฟ้าแลบกับชายแปลกหน้าเพื่อทำตามความปรารถนาของครอบครัว โดยทั้งคู่ตกลงจะแยกทางกันในหนึ่งปี ทว่าสถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จนความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิด ต่อมาเธอได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจว่าสามีธรรมดาของเธอนั้นแท้จริงคือผู้นำตระกูลกู้ผู้ทรงอิทธิพล เรื่องราววุ่นวายยิ่งขึ้นเมื่อมีเด็กปริศนาปรากฏตัวพร้อมเรียกเธอว่าแม่ ท่ามกลางความลับและฐานะที่ถูกเปิดเผย ทั้งสองจะลงเอยด้วยความสุขได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์ราคี
8.3
มัสลินต้องเผชิญกับฝันร้ายเมื่อถูกชายแปลกหน้าลักพาตัวมาทำลายเกียรติจนมีพันธะแห่งชีวิตเกิดขึ้นในครรภ์ เธอเฝ้าถามถึงเหตุผลของความใจร้ายนี้ ก่อนจะพบความจริงอันโหดร้ายว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการล้างแค้น เพียงเพราะเธอคือเจ้าสาวของภานุ ชายผู้ทำให้พี่ชายของเขาต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ความแค้นที่เธอไม่ได้ก่อกลับย้อนมาทำลายชีวิตเธออย่างย่อยยับ เมื่อเขาตั้งใจใช้เธอเป็นเครื่องมือชำระความเกลียดชังที่มีต่อศัตรูให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยหัวใจไต่รัก
9.8
กันต์กนิษฐ์พยายามโปรยเสน่ห์ยั่วยวนโดโนแวน คู่หมั้นหนุ่มรุ่นใหญ่ด้วยท่าทีแสนซน เธอใช้เหตุการณ์อุบัติเหตุริมฝีปากชนกันเมื่อคืนมาอ้างว่าเป็นจูบที่ลึกซึ้งและมีพยานรู้เห็นมากมาย เพื่อผูกมัดไม่ให้เขาปฏิเสธความรับผิดชอบ แม้โดโนแวนจะพยายามโต้แย้งว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความผิดพลาดจากการสะดุดล้มจนปากแตะกันโดยบังเอิญ แต่สาวน้อยจอมเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมลดละ พร้อมขู่ว่าจะฟ้องผู้ใหญ่หากเขาคิดจะทิ้งขว้างเธอ งานนี้คุณป๋ามาดนิ่งจึงต้องปวดหัวกับแผนการตู่ความสัมพันธ์สุดแสบของยัยตัวยุ่ง
หน้าปกนวนิยาย จอมมารพรางใจรัก
9.2
เมื่อคุณหญิงเอ่ยถามเรื่องการให้นมบุตร สุรีย์ฉายที่สวมรอยเป็นแม่กลับอ้ำอึ้งด้วยความประหม่าก่อนจะปัดว่าตนมีน้ำนมน้อย ท่ามกลางสายตาจับผิดของคุณหญิงที่ตำหนิว่าเธอห่วงสวยจนไม่ยอมเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เรนที่รู้ความลับนี้กลับคอยพูดจาถากถางและกระซิบหยอกล้อถึงอดีตของเธออย่างจงใจจนสุรีย์ฉายรู้สึกไม่พอใจ ท่าทีกระซิบกระซาบของทั้งคู่สร้างความหงุดหงิดให้คุณหญิงจนต้องไล่ให้ไปอยู่กันตามลำพัง กลายเป็นความตึงเครียดที่ซ่อนเร้นภายใต้สถานะลวงโลกในบ้านหลังนี้