ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พันธะหัวใจ(My Heart)

พันธะหัวใจ(My Heart)

วีนัส ผู้ช่วยสาวทรงเสน่ห์วัย 31 ปี ตกอยู่ในความสัมพันธ์ลับกับกิตติ หัวหน้างานที่มีพันธะอยู่แล้ว แม้กิตติจะลุ่มหลงในความเร่าร้อนและอิสระที่วีนัสมอบให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับจากเปาวลีผู้เป็นภรรยา จนทำให้เขาอยากจบความอึดอัดในชีวิตคู่ แต่การขอหย่ากลับไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่วีนัสคาดหวัง เมื่อคำสัญญาเรื่องการแต่งงานใหม่ยังคงถูกเลื่อนออกไป ท่ามกลางความลุ่มหลงและความเครียดที่รุมเร้า กิตติจะกล้าทิ้งชีวิตเดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่เขาโหยหาได้จริงหรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 1

รักของพวกเขา

ณ โรงเรียนลำปางวิทยาลัย...

เขา...‘กิตติ แซ่หวัง’ ชายหนุ่มรูปงามเชื้อสายจีนผสมไทยแท้วัยสามสิบสี่ปี ผิวสีแทน สูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ความสมบูรณ์ของร่างกายทุกส่วนสัดเหมือนหุ่นรูปปั้นนั้นอยู่ในชุดเสื้อผ้าราคาแพง ซึ่งเป็นจุดสนใจและคุ้นเคยใครต่อใครที่เห็นชายหนุ่มอยู่ ณ จุดนี้เกือบทุกวัน

เด็กนักเรียนชายหญิงต่างพากันมองมาที่เขาและซุบซิบหัวเราะต่อกระซิกกัน ทำให้ชายหนุ่มที่ดูจะเป็นรุ่นลุงที่ยืนขาไขว้กันอยู่ข้างรถ (Mercedes-Benz-M-Class) สีดำเกิดอาการเก้อเขิน

แต่แล้วจู่ๆ ความประหม่าเขินอายของชายหนุ่มที่ดูอายุเยอะรุ่นลุงสำหรับเด็กวัยเรียนก็แปรเปลี่ยน ดวงตาสีเข้มที่เมื่อครู่เปล่งประกายทอแสงระยิบระยับนั้นกลับแดงก่ำ เกรี้ยวกราด มองร่างสาวน้อยในชุดนักเรียน ‘ม.6’ ที่เดินเคียงคู่มากับนักเรียนชาย

ความสนิทสนมของพวกเขาทั้งสองทำให้กิตติเกิดอาการหึงหวงของรัก เขาไม่ได้มองว่าในกลุ่มที่หญิงสาวอยู่นั้นก็มีเพื่อนผู้หญิงรุ่นเดียวเดินมาด้วยหลายคน

“เจียว!”

“พี่เกี๊ย”

เสียงตะคอกฟังดูบังคับเรียกชื่อเธอทำให้ ‘เปาวลี’ หยุดเดิน แล้วหันหลังไปมองรถที่ขับช้าๆ ตามหลังมา

“สวัสดีค่ะ” เปาวลียกมือไหว้เขา

“ขึ้นรถสิ!”

กิตติสีหน้าเริ่มเครียดหงุดหงิดหัวใจเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ เธอช่างกล้าเดินแนบชิดเคียงข้างกับเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาได้ยังไง

“สวัสดีค่ะพี่เกี๊ย” อรดีเป็นเพื่อนที่รู้ใจของเปาวลี เธอยกมือไหว้กิตติแล้วก็หันมาพูดแซว “แหม...ผู้ปกครองมารับก็รีบปลีกตัวไปเลยนะ”

“เราไปนะ” เปาวลีไม่พูดอะไรมาก เธอยกมือโบกลาเพื่อน

“เจอกันพรุ่งนี้นะเจียว” อรดียิ้มหยอกล้อเพื่อน

“พรุ่งนี้ให้เราไปรับไหมเจียว” อนลเพื่อนนักเรียนชายรุ่นเดียวกับเปาวลี เขาแอบรักเธอตั้งแต่อยู่ ‘ม.4’ เอ่ยถามก่อนที่เธอจะเดินไปเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับ

“นายจะตื่นแต่เช้าไปรับลูกปืนเหรอ นายดูหน้าผู้ปกครองจำเป็นของยัยเจียวหรือยัง ดูสิ หน้าบึ้ง หนวดกระตุกยิกๆ ไม่เห็นเหรอ”

อรดีสะกิดให้อนลดู แต่นั่นไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มสนใจที่จะมองกิตติที่นั่งหน้าเหี้ยมเกรียมอยู่ในรถแม้แต่น้อย

“อรก็พูดเกินไป...พี่เกี๊ย เขาใจดีจะตายไป” เปาวลียิ้มแห้งๆ เมื่อเหลือบตามองคนที่ถูกกล่าวหา เขานั่งทำหน้าดุอยู่ในรถจริงๆ ด้วยแหละ

“ตกลงพรุ่งนี้เช้า เจียวให้เราไปรับที่บ้านนะ”

อนลยิ่งถูกห้ามเหมือนยิ่งถูกยุ เขารุกหนักยิ่งขึ้น ถามพร้อมทั้งยื่นมือไปแตะข้อศอกของเปาวลี

“พี่บอกให้ขึ้นรถ!” ครั้งนี้กิตติเลือดขึ้นหน้าเมื่อเห็นไอ้เด็กนักเรียน ม.ปลายมันแตะต้องตัวหญิงสาว เขารีบเปิดประตูรถแล้วลงจากรถ ไม่พูดอะไรมาก มือใหญ่คว้าหมับที่ข้อมือบาง ฉุดเล็กน้อยพาหญิงสาวเดินอ้อมรถไปอีกฝั่ง แล้วรีบเปิดประตูรถ ดันร่างนุ่มนิ่มเหมือนปุยนุ่นเข้าไปนั่งบนเบาะรถ พร้อมทั้งช่วยหญิงสาวรัดเข็มขัดนิรภัยเสร็จสรรพ

“ทำไมกลับมาเร็วจังคะ” เมื่อเห็นชายหนุ่มขึ้นมานั่งบนรถฝั่งคนขับ หญิงสาวก็เปรยถามเขาเสียงหวาน

“ถ้าไม่รีบกลับมา...พี่คงไม่เห็นคู่หมั้นของตัวเองกำลังจะใช้มีดแทงหลังพี่” อกด้านซ้ายเจ็บหน่วงจี๊ดๆ กิตติยอมรับว่าเขาหวาดระแวง กลัวที่จะเสียหญิงสาวคนนั่งข้างๆ ไป

“พี่เกี๊ยพูดอะไร เจียวไม่เข้าใจ”

หญิงสาวแรกรุ่นวัยยี่สิบปี ‘เปาวลี แก้วศรี’ เธอเป็นเด็กกำพร้าพ่อตั้งแต่ตัวแดงๆ เกิดมาก็มีแต่แม่ และอยู่กันสองคนแม่ลูก

“ไอ้หมอนั่นมันรู้ไหมว่าเจียวมีคู่หมั้นและกำลังจะแต่งงานมีผัวแล้ว”

ยิ่งพูดยิ่งอารมณ์ขึ้น ชายหนุ่มมีอายุห่างกันสิบห้าปีกับเธอทำให้กิตติระแวงไปต่างๆ นานา เขากลัวที่สุดคือสาวน้อยหมดรักคนมีอายุเยอะกว่าอย่างเขา

“ทำไมพี่เกี๊ยพูดไม่เพราะเลยคะ” เปาวลีพูดเสียงงอนๆ เธอชักจะเริ่มโกรธชายหนุ่มที่ชอบหาเรื่องเธออยู่เรื่อย

“พี่ไม่อยากให้ไอ้หน้าอ่อนนั่นมายุ่งวุ่นวายกับคู่หมั้นของพี่”

กิตติพูดจริงจังโดยไม่ได้หันไปสนใจมองหน้าของเปาวลีที่เอียงหน้ามอง เขากลับสนใจที่จะตั้งหน้าตั้งตาขับรถออกไปจากรั้วโรงเรียนแห่งนี้

“อนลเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนค่ะ” เปาวลีพยายามอธิบายให้กิตติฟัง

“พี่ไม่ชอบให้เจียวให้ความสนิทสนมกับไอ้เด็กผู้ชายนั่น” เขาเอียงหน้ามองเสี้ยวหน้าของแฟนสาว ‘ไม่สิ’ เขาและเธอหมั้นกันแล้ว และเขาก็พร้อมที่จะแต่งงานกับเธอหลังจากเปาวลีเรียนจบ

เมื่อสี่ปีก่อนกิตติได้มาเที่ยวบ้านคุณยาย แล้วเขาก็ได้เจอ

เปาวลี เด็กสาวแรกรุ่นอายุเพียงแค่สิบหกปีถ้าเขาจำไม่ผิด ครั้งแรกที่เขาเห็นเปาวลีก็ทำให้หนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดประหม่า หัวใจที่แข็งแกร่ง มองความรักเป็นเพียงอากาศและไม่เคยมีความรักมาก่อนนั้นอ่อนไหว และเต้นโครมครามทุกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าหวานจิ้มลิ้มรูปไข่ของเปาวลี...กิตติตกหลุมรักเด็กน้อยวัยละอ่อนทันทีเมื่อเห็นเพียงเสี้ยวหน้างาม

ขณะนั้น กิตติก็เลือกเป็นฝ่ายเดินเข้าหาทางมารดาของสาวน้อย ทำความสนิทจนได้รับความไว้วางใจ และเปิดโอกาสให้เขาได้ศึกษาดูใจกับเปาวลี เขาและเธอศึกษาดูใจกันได้ไม่ถึงสี่เดือน กิตติก็อ้อนวอนขอร้องให้คุณยายไปขอหมั้นเปาวลี ซึ่งก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของคุณยายของเขาเป็นอย่างมากที่ได้เปาวลีมาเป็นหลานสะใภ้

“เพื่อนๆ กันทั้งนั้น อยู่ห้องเดียวกันก็ต้องคุยต้องทำกิจกรรมร่วมกัน พี่เกี๊ยจะมาห้ามเจียวไม่ให้พูดคุยกับเพื่อนๆ มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ”

เปาวลีพูดเสียงงอนๆ เธอขยับตัวนั่งเอียง ใช้สีข้างพิงเบาะรถ หันหลังให้ชายหนุ่ม

“พี่ไม่อยากให้เจียวเรียนแล้ว” กิตติคิดอย่างไรก็พูดออกมาตามความรู้สึก เขาไม่อยากให้น้องเรียน เขาอยากจะแต่งงานและครอบครองหญิงสาวให้เร็วที่สุด

“แต่เจียวอยากเรียนต่อค่ะ...”

“จะเรียนทำไม จบ ม.6 ก็ไม่ต้องเรียนต่อแล้ว ออกมาแต่งงานกับพี่เป็นแม่บ้านให้กับพี่ดีกว่า” กิตติบ่นให้แฟนสาว

“เจียวยังไม่อยากแต่งค่ะ จบ ม.6 เจียวจะหางานทำเก็บเงินค่ะ แล้วจะส่งตัวเองเรียนต่อค่ะ” ทุกวันนี้ที่ได้เรียนหนังสือจะจบ มัธยม 6 ก็เพราะด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของมารดา...เปาวลีไม่อยากให้แม่ต้องทำงานรับจ้างซักผ้าตามหมู่บ้าน เธออยากให้แม่หยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน นี่คือความหวังที่เธอคิดไว้เสมอ เรียนจบ ม.6 เมื่อไรเธอจะหางานทำเลี้ยงแม่และส่งตัวเองเรียนต่อ

“ทำงาน ฝันไปเถอะ” กิตติปรายตามองหญิงสาวที่เอาแต่พูดเพ้อฝัน

“ทุกคนมีสิทธิ์ฝัน เจียวก็ฝันที่จะทำงานหาเงินเลี้ยงแม่และส่งตัวเองเรียน” เปาวลีเริ่มไม่พอใจที่เห็นชายหนุ่มพูดไม่รู้เรื่อง

“แต่ไม่ใช่เจียว...เจียวไม่จำเป็นต้องทำงาน เป็นเมียพี่ พี่จะทำงานเลี้ยงเจียวเอง”

กิตติพูดเสียงดุดันพร้อมทั้งจอดรถเข้าข้างทางตรงหน้าบ้าน เขารีบโน้มตัวเข้าหาคนตัวน้อยที่จะเปิดประตู จับประตูดึงไว้ไม่ให้น้องเปิด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
8.9
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา งานวิวาห์ของฉันถูกยกเลิกไปถึง 1314 ครั้ง เพราะแฟนหนุ่มซีอีโอเลือกทิ้งฉันไปหาหญิงสาวอีกคนเสมอ เพียงแค่เธอมีแผลเล็กน้อยเขาก็รีบบึ่งไปหาอย่างร้อนรน ทิ้งให้ฉันเผชิญความอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อพร้อมคำพูดเห็นแก่ตัวที่ให้เลื่อนงานออกไปอย่างไม่ใส่ใจ โดยอ้างความผูกพันวัยเด็กกับเธอคนนั้น ในเมื่อเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับรักครั้งนี้ เมื่อการทิ้งกันครั้งที่ 1314 เกิดขึ้น ฉันจึงตัดสินใจดำเนินพิธีต่อไป แต่เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเป็นคนใหม่แทน
หน้าปกนวนิยาย ขอเถอะครับให้ผมได้เป็นพ่อของลูก
8.9
เผลอ One night stand กับคนที่ไม่ใช่ เธอจึงลาออก หลบมาเปิดร้านกาแฟเลียแผลใจ ลูกคนเดียวเธอเลี้ยงได้ แล้วไหงคนที่ไม่ใช่ ยังกลับมาเสนอหน้า ขอเป็นพ่อของลูกอีกล่ะ +++++++++++++++++++++ วนิษศากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ มือกระชับถุงของที่ถือมาแน่น “ท้องทำไมไม่บอกผมหือ... หนูแหวน” เสียงทุ้มต่ำไม่ต่างกับคำราม เขายืนย้อนแสง ยิ่งทำให้เงาร่างใหญ่โตดูทะมึน กลบตัวเธอแทบมิด “ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณนี่” ว่าที่คุณแม่ตอบใจดีสู้เสือ ขณะอีกฝ่ายท่าทางเหมือนเตรียมกระโจนพร้อมเข้างับเหยื่อเนื้อหวานอย่างเธอเสียเหลือเกิน “ทำไมจะไม่เกี่ยวก็ในท้องคุณเป็นลูกผม” วนิษศาฟังแล้วอยากหัวเราะ “เชื่อได้ยังไงว่าเป็นลูกคุณ” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น จ้องตาเขาแบบไม่ยอมแพ้ “เชยเป็นป้าอย่างคุณน่ะนะหนูแหวน ทำงานให้พี่ผมงกๆ จะมีเวลาไปหาแฟนที่ไหน” ได้ฟังถึงกับมือสั่น ยอมรับ...วนิษศาแต่งตัวเป็นป้า แต่ไม่ต้องย้ำขนาดนี้ก็ได้ ++++++++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย หลังจากการแต่งงานแบบแฟลช นายกูก็ถูกเปิดโปงอีกครั้ง
9.5
จี่ชิงหลินตัดสินใจแต่งงานสายฟ้าแลบกับชายแปลกหน้าเพื่อทำตามความปรารถนาของครอบครัว โดยทั้งคู่ตกลงจะแยกทางกันในหนึ่งปี ทว่าสถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จนความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิด ต่อมาเธอได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจว่าสามีธรรมดาของเธอนั้นแท้จริงคือผู้นำตระกูลกู้ผู้ทรงอิทธิพล เรื่องราววุ่นวายยิ่งขึ้นเมื่อมีเด็กปริศนาปรากฏตัวพร้อมเรียกเธอว่าแม่ ท่ามกลางความลับและฐานะที่ถูกเปิดเผย ทั้งสองจะลงเอยด้วยความสุขได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์ราคี
8.3
มัสลินต้องเผชิญกับฝันร้ายเมื่อถูกชายแปลกหน้าลักพาตัวมาทำลายเกียรติจนมีพันธะแห่งชีวิตเกิดขึ้นในครรภ์ เธอเฝ้าถามถึงเหตุผลของความใจร้ายนี้ ก่อนจะพบความจริงอันโหดร้ายว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการล้างแค้น เพียงเพราะเธอคือเจ้าสาวของภานุ ชายผู้ทำให้พี่ชายของเขาต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ความแค้นที่เธอไม่ได้ก่อกลับย้อนมาทำลายชีวิตเธออย่างย่อยยับ เมื่อเขาตั้งใจใช้เธอเป็นเครื่องมือชำระความเกลียดชังที่มีต่อศัตรูให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยหัวใจไต่รัก
9.8
กันต์กนิษฐ์พยายามโปรยเสน่ห์ยั่วยวนโดโนแวน คู่หมั้นหนุ่มรุ่นใหญ่ด้วยท่าทีแสนซน เธอใช้เหตุการณ์อุบัติเหตุริมฝีปากชนกันเมื่อคืนมาอ้างว่าเป็นจูบที่ลึกซึ้งและมีพยานรู้เห็นมากมาย เพื่อผูกมัดไม่ให้เขาปฏิเสธความรับผิดชอบ แม้โดโนแวนจะพยายามโต้แย้งว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความผิดพลาดจากการสะดุดล้มจนปากแตะกันโดยบังเอิญ แต่สาวน้อยจอมเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมลดละ พร้อมขู่ว่าจะฟ้องผู้ใหญ่หากเขาคิดจะทิ้งขว้างเธอ งานนี้คุณป๋ามาดนิ่งจึงต้องปวดหัวกับแผนการตู่ความสัมพันธ์สุดแสบของยัยตัวยุ่ง
หน้าปกนวนิยาย จอมมารพรางใจรัก
9.2
เมื่อคุณหญิงเอ่ยถามเรื่องการให้นมบุตร สุรีย์ฉายที่สวมรอยเป็นแม่กลับอ้ำอึ้งด้วยความประหม่าก่อนจะปัดว่าตนมีน้ำนมน้อย ท่ามกลางสายตาจับผิดของคุณหญิงที่ตำหนิว่าเธอห่วงสวยจนไม่ยอมเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เรนที่รู้ความลับนี้กลับคอยพูดจาถากถางและกระซิบหยอกล้อถึงอดีตของเธออย่างจงใจจนสุรีย์ฉายรู้สึกไม่พอใจ ท่าทีกระซิบกระซาบของทั้งคู่สร้างความหงุดหงิดให้คุณหญิงจนต้องไล่ให้ไปอยู่กันตามลำพัง กลายเป็นความตึงเครียดที่ซ่อนเร้นภายใต้สถานะลวงโลกในบ้านหลังนี้