ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียสวาท

เมียสวาท

เรื่องราวความรักอันลึกซึ้งของชายหนุ่มที่มีต่อหญิงสาวผู้เป็นที่รักในฐานะภรรยาเพียงหนึ่งเดียว เขาพร้อมมอบความรักทั้งหมดที่มีให้เธอด้วยความจริงใจและมั่นคง ไม่ว่าอุปสรรคใดจะผ่านเข้ามา เขาก็พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางและเสียสละทุกอย่างเพื่อปกป้องดูแลและทำให้เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต ความผูกพันที่แสนหวานและมั่นคงนี้สะท้อนถึงสายใยความสัมพันธ์ที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาพรากพวกเขาไปจากกันได้ในโลกแห่งความจริงที่แสนวุ่นวายนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

ซีรีส์เมียสวาท

เล่ม 1 เมียสวาท

“หนูไม่แต่งงานกับพี่เข้มนะแม่”

เสียงของมะลิดังขึ้นอย่างหงุดหงิด เธอหน้างอเป็นม้าหมากรุกเมื่อได้รับข่าวว่าบิดามารดาของเข้มมาทาบทามสู่ขอ แล้วบิดามารดาของเธอก็ดันยกเธอให้เสียได้ โดยที่ไม่เอ่ยถามเธอสักนิด

“ไม่แต่งไม่ได้ พ่อแม่มันมาขอเอ็งแล้ว แล้วข้ากับพ่อเอ็งก็ยกให้ไปแล้วด้วย”

“แม่ ทำไมไม่ถามหนูก่อน” มะลิหน้างอใส่มารดา เข้มเป็นหนุ่มวัยสามสิบที่เป็นเพื่อนรักกับพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเธอ หรือเรียกง่ายๆ ว่าญาติผู้พี่นั่นเอง

“ถามแล้วเอ็งจะตอบตกลงรึ”

“แม่ก็รู้ว่าหนูไม่อยากแต่งงาน”

“ไอ้เข้มนิสัยดี ขยันขันแข็งมันไม่ดีตรงไหนรึ เอ็งถึงไม่ชอบมัน”

“พี่เข้มดำ” เธอหลบเลี่ยง จริงๆ ยังไม่อยากออกเรือน อายุแค่ 18 อยากทำอะไรอีกตั้งหลายอย่าง เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนในชนบทถึงให้ลูกหลานแต่งงานเร็วนัก

“ชิชะนังนี่ เอ็งขาวตายล่ะ”

“หนูไม่ขาวแต่ก็ไม่ดำเท่าพี่เข้มก็แล้วกันแม่ แต่งงานกันไปลูกออกมาจะมองเห็นไหม”

“คนตัวดำแต่ใจดีนะโว้ย ขยันก็ขยัน แกแต่งกับมันไปขี้คร้านจะสบายไม่ต้องทำอะไรเลย มันรักเอ็งเทียวไล้เทียวขื่อเอ็งมานานหลายปีแล้ว เอ็งก็ใจอ่อนกับมันบ้างเถอะว่ะ”

เพราะเข้มติดสินบนพ่อแม่ของเธอยังไงเล่า ท่านถึงได้พูดเชียร์ขนาดนี้ เช้าถึงเย็นถึง ซื้อของมากำนัล ผลหมากรากไม้ไม่เคยขาด สุรายาดอง เธอล่ะเกลียดนักพวกเอาหน้ากับผู้ใหญ่

“แม่น่าจะถามหนูก่อน”

“ยังไงก็ตกลงไปแล้ว อย่าให้ต้องเสียผู้ใหญ่ อาทิตย์หน้าฤกษ์ดี พ่อเอ็งไปหาฤกษ์มาให้แล้ว”

“จะบ้าเหรอแม่ ให้แต่งอาทิตย์หน้านี่นะ”

“นังมะลิ เอ็งกล้าว่าข้าบ้าเลยเหรอ”

“หนูไม่ได้ว่าแม่” มะลิรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงเอ็งก็ต้องแต่ง”

“โธ่... แม่ ฉันอยากจะเลือกผัวเองไม่ได้หรือไง”

“เอ็งเป็นลูกก็ต้องทำตามพ่อแม่ พ่อแม่หวังดีเลือกให้ ไม่ดียังไงวะ”

“ไม่พูดกับแม่แล้ว” มะลิลุกหนีสีหน้ามีแง่งอน หน่ายจะคุยกับมารดา เธอรู้ดีว่าเข้มต้องมีของกำนัลมาให้พร้อมด้วยสินสอดที่บิดามารดานึกชอบใจ

หญิงสาวเดินหนีออกมาดูวัวที่ทุ่งนาก็เจอเข้ากับคนที่ต้องแต่งงานด้วย ไม่ชอบวิธีการมัดมือชกของเขากับบิดามารดา เธอเลยเบือนหน้าหนีก่อนจะซอยเท้าหลบเลี่ยงในทันที

“มะลิ เดี๋ยวก่อนสิ” เข้ม หนุ่มวัยสามสิบเรียกเด็กสาววัยยี่สิบอย่างดีใจ ก่อนจะวิ่งมาดักหน้าหล่อนเอาไว้

“ถอยไปเลยนะ”

“คุยกับพี่ก่อนสิ”

“ไม่คุย”

“อาทิตย์หน้าเราจะแต่งงานกันแล้วนะ”

“ใครจะแต่งงานกับพี่”

“รังเกียจอะไรพี่นักหนา”

“ฉันยังไม่อยากแต่งงาน”

เธอตอบเสียงแข็ง เธอคิดว่าตัวเองอายุยังน้อย ยังไม่สมควรจะแต่งงานเสียด้วยซ้ำ เธอไม่อยากมีครอบครัว เห็นครอบครัวคนอื่นแล้วมีแต่ความทุกข์ เหนื่อยหนักต้องเลี้ยงลูกดูแลผัว ไม่ได้เที่ยวเล่นสบายๆ เหมือนคนโสด ปกติแล้วในหมู่บ้านนั้น สาวๆ จะออกเรือนกันเร็วเพราะพ่อแม่ขี้เกียจเลี้ยงดู ก็ปล่อยให้ไปอยู่กับสามี

แรกๆ เธอก็เห็นว่าสามีรักสามีเอาใจ แต่พอได้กันแล้ว อยู่กันไปก็ออกลาย สำมะเลเทเมาบ้างล่ะ ไหนจะขี้เกียจบ้างล่ะ ตอนแต่งกันใหม่ๆ ข้าวใหม่ปลามันน้ำต้มผักที่ว่าขมยังหวาน พออยู่กันไปนานๆ น้ำต้มผักว่าหวานยังว่าขม จากที่กลัวเมียเหนื่อยก็ด่าทอให้เมียทำงาน จิกด่าสารพัด มีลูกเต้าก็ต้องเลี้ยงดู เพิ่มภาระเข้าไปอีก สุดท้ายนอกจากเลี้ยงลูกแล้วก็ยังต้องเลี้ยงผัวด้วย

เธอเห็นบิดามารดาเป็นตัวอย่าง มารดานั้นทำงานเหนื่อยหนักทุกวัน บิดาก็ตั้งวงกินเหล้าเมาหัวราน้ำ ทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง หากวันไหนไม่มีจะกินนั่นแหละถึงได้ทำ พอมีกินก็ใช้จ่ายจนหมดแล้วค่อยหางานทำใหม่

“พี่สัญญาว่าจะดูแลมะลิให้ดีไม่ให้ต้องเหนื่อย”

“เหอะ! ผู้ชายทุกคนก็พูดแบบนี้ พอแต่งไปฉันเห็นเมียทำงานงกๆ”

“พี่จะไม่กินเหล้า จะไม่ขี้เกียจ” เข้มรีบตบปากรับคำ เขามองเด็กสาวด้วยความรู้สึกรักใคร่ แอบพึงใจมานานหลายปีรอจนเธอโตเป็นสาว เขาไม่เคยเถลไถล เที่ยวเตร่ สำมะเลเทเมา ทำงานเก็บเงินอดออมและประหยัดจนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง

“ก็เห็นพูดแบบนี้ทุกคน” ดูอย่างญาติผู้พี่ของเธอสิ ดูเป็นคนดี ก่อนแต่งงานบอกภรรยาว่าจะไม่สำมะเลเทเมา จะไม่ขี้เกียจ ซึ่งก็ทำได้จริง พอมีลูกก็ลายออก ทั้งๆ ที่ก่อนแต่งงานประพฤติตัวดีทุกอย่าง เธอไม่เชื่อ ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อ ในหมู่บ้านนี้มีแต่ผู้หญิงบอกว่าย้อนเวลากลับไปจะไม่แต่งงานเด็ดขาด แล้วเธอจะไปตกนรกแบบนั้นทำไมกันล่ะ

“พี่ไปบอกพ่อกับแม่ให้ยกเลิกเลย”

“ผู้ใหญ่เขาตกลงกันแล้ว” เข้มพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ที่เห็นว่าที่ภรรยามองเมินใส่

“ตกลงกันแล้วก็ยกเลิกได้”

“พี่ไม่กล้าทำให้ผู้ใหญ่ผิดคำพูดหรอกนะ”

“ถึงฉันเองจะห้ามพ่อแม่ไม่ได้เพราะฉันเป็นลูก แต่ฉันไม่มีวันรักพี่หรอก และไม่มีวันรักผู้ชายคนไหนด้วย”

“อย่าใจร้ายกับพี่นักเลย” เข้มไม่กล้าเซ้าซี้กับเด็กสาวอีกเมื่อเห็นเธอเดินหนีกลับบ้าน แต่เขาก็ไม่ลดละความพยายามหมั่นแวะเวียนไปมาหาสู่เอาข้าวของไปฝากบิดามารดาของเธอ

ชายหนุ่มวัยสามสิบยึดคติที่ว่าเข้าทางผู้ใหญ่ดีที่สุด เข้าตามตรอกออกตามประตูเขาไม่เคยทำอะไรให้เสียหาย และไม่เคยคิดจะล่วงเกินเด็กสาวก่อนจะถึงวันแต่งงาน

ไปบ้านเธอทีไร เธอก็สะบัดหน้าใส่ เขาก็ไม่เคยถือโทษโกรธเคือง คิดว่าสักวันเธอต้องใจอ่อน

วันงานก็มาถึง เข้มเห็นเจ้าสาวที่ออกมาจากห้องแต่งตัวเพื่อมาร่วมพิธี แม้ใบหน้าจะไม่ค่อยเต็มใจแต่เขาก็ต้องตะตะลึงในความสวยของเธอ ใบหน้ากลม เกลี้ยงเกลาผิวขาวใส ผมสีดำขลับเงางามที่เกล้าอยู่กลางกระหม่อมทำให้มองเห็นใบหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดไทยประยุกต์ที่เขาเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้เธอทั้งหมด

เขาคิดว่าผู้หญิงทุกคนแต่งงานก็คงอยากแต่งตัวสวยๆ สักครั้งในชีวิต เขาจึงทุ่มไม่อั้น ไม่ให้เธอต้องอายใคร

สินสอดทองหมั้นที่บิดามารดาของเธอเรียกร้องเขาก็จัดหาให้ไม่ขัด บิดามารดาของเขาก็เอ็นดูเธอมาก

เมื่อเธอไม่ชอบคนดื่มเหล้า ไม่ว่าในงานจะมีแขกเหรื่อหรือเพื่อนฝูงยื่นเหล้าให้ดื่มแค่ไหนเข้มก็ไม่รับมาดื่ม แต่ปฏิเสธอย่างไม่ให้เสียน้ำใจ จนโดนแซวว่ากลัวเมียตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าห้องหอ เขาเพียงแต่ยิ้มได้พูดอะไร

เข้มจับมือเจ้าสาวเอาไว้ แต่เธอสะบัดหนี เขาหน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถือสาหาความอะไรเธอ เข้าใจว่าเธอยังไม่ชินและใจเธอก็ยังไม่ได้รักเขาอย่างเต็มที่

แต่เขาก็ไม่เคยละความพยายามเลยแม้แต่น้อย แต่งงานกันไปเขาจะดูแลและทะนุถนอมเธอให้ดีทำให้เธอมีความสุขที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งได้ เขาสัญญากับตัวเองแบบนั้น

หลังจากผ่านพ้นพิธีต่างๆ ในช่วงกลางวัน รวมถึงการเลี้ยงแขกก็เป็นพิธีส่งตัวเข้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ ผู้ใหญ่ต่างอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความสุข อยู่กันไปจนแก่เฒ่า มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง เข้มกราบผู้ใหญ่ ในขณะที่มะลิก็ทำตามเช่นกัน

“อย่าเข้ามานะ” พอผู้ใหญ่ออกไปจากห้องแล้ว มะลิก็รีบถอยหนีขู่เสียงฝ่อ

“พี่ไม่ทำอะไรมะลิหรอก ถ้ามะลิไม่เต็มใจ” เพราะเขารักของเขา รอมานาน เขาอยากเอาชนะใจเธอด้วยความดีและความรัก ไม่อยากหักหาญน้ำใจให้เธอต้องขึงโกรธไปมากกว่านี้

“มะลิอาบน้ำก่อนเลยนะ ตามสบายเลย”

เรือนหอแห่งนี้เขาสร้างขึ้นมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ เป็นบ้านที่เขาปลูกขึ้นมาใหม่ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น เพราะไม่อยากให้เธอต้องลำบาก

มะลิเข้าห้องน้ำก็รีบอาบน้ำแต่งตัวมิดชิดออกมาอย่างระแวดระวัง เธอเห็นเจ้าบ่าวของตัวเองอาบน้ำเรียบร้อยแล้วเหมือนกันก็นึกสงสัยแต่ไม่ถาม เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขาสิ

“พี่ไปอาบน้ำข้างนอกมาจ้ะ ข้างนอกมีห้องน้ำด้วยนะ” เขาบอกคนที่เหลือบมองแต่ไม่พูดอะไร

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้ายเริ่มรัก
8.3
ความแค้นที่ฝังลึกทำให้เขาประกาศกร้าวว่าเกลียดชังปิ่นและแม่ของเธออย่างสุดหัวใจ ชายหนุ่มพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายความสงบสุขในชีวิตของเธอให้พังทลายลง คำขู่ที่เต็มไปด้วยโทสะนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการจองเวรที่เขาตั้งใจจะมอบให้ ปิ่นต้องเผชิญหน้ากับมรสุมความเกลียดชังที่ถาโถมเข้ามาโดยไม่มีทางเลี่ยง เมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำให้เธอต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานและจดจำความแค้นครั้งนี้ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หวงรักแฟนเก่า
7.9
ความรักครั้งแรกที่พังทลายลงกลายเป็นบทเรียนอันขมขื่น เมื่อชายหนุ่มตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับแฟนสาวอย่างไม่ใยดี เพราะเขารู้สึกระอาและหมดความอดทนกับพฤติกรรมขี้หึงที่ล้ำเส้นเกินไปจนกลายเป็นความรำคาญใจ ในขณะที่ฝ่ายหญิงต้องกลายเป็นเพียงแฟนเก่าที่ถูกตราหน้าว่างี่เง่าและไร้เหตุผล แม้เธอจะยังฝังใจกับอดีต แต่เขากลับเลือกที่จะเดินจากไปเพียงเพราะต้องการหลุดพ้นจากพันธนาการที่เขามองว่าน่าเบื่อหน่ายและไร้ซึ่งอิสระในชีวิตคู่ที่เคยมีร่วมกัน
หน้าปกนวนิยาย ร้ายริษยา [Jealous]
9.2
เมื่อความจนตรอกบีบคั้นให้ต้องเลือก ปริยกรจึงตัดสินใจสละสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตเพื่อแลกกับเงินมารักษาแม่ที่เจ็บป่วย ปาล ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่เธอแอบรักมาเนิ่นนานคือคนเดียวที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางความสับสนและไร้ทางออก เธอเลือกที่จะยอมศิโรราบต่อจุมพิตอันแสนหวานและสัมผัสที่ทำให้หัวใจสั่นไหว ปาลอุ้มร่างบางไปยังเตียงกว้างเพื่อเริ่มต้นค่ำคืนที่แสนเย้ายวนใจ แม้จะเป็นเพียงการแลกเปลี่ยน แต่ความโหยหาที่มีต่อชายในฝันกลับทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงเสน่หาที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ฤดูรักสีน้ำผึ่ง
8.9
แพรรุ้งมักฝันถึงสัมผัสเร่าร้อนจากชายปริศนาจนตื่นมาด้วยความโหยหา แม้เธอจะเกลียดสายฝน แต่โชคชะตากลับใช้หยาดพิรุณนำพาบุสสธิติ์เข้ามาเปลี่ยนเสียงฟ้าร้องให้กลายเป็นจังหวะรัก ทว่าท่าทีที่เดี๋ยวแสนดีเดี๋ยวเฉยชาของเขากลับทำให้เธอสับสนจนต้องเอ่ยปากถามความในใจ แม้ไร้คำตอบในคราแรกแต่จุมพิตที่โหยหาก็เผยความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางปริศนาลึกลับ เมื่อเสียงหัวใจของเขาตะโกนก้องบอกรักเธอในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความลับที่ต้องค้นหา
หน้าปกนวนิยาย พลั้งรักคุณหมอคาสโนว่า
8.4
จักรินทร์ คุณหมอเจ้าเสน่ห์ผู้ไม่ศรัทธาในความรัก กลับถูกดึงดูดโดยธาริกา สาวสวยที่เติบโตมาในกรอบของครอบครัวจนไร้ประสบการณ์ชีวิต เพื่อแลกกับความเป็นอิสระ เขาจึงเสนอตัวสอนบทเรียนทางกายให้เธอโดยมีเงื่อนไขว่าห้ามใช้หัวใจ แต่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกลับก่อเกิดความหวั่นไหวเกินควบคุม ท่ามกลางอุปสรรคด้านวัยและสถานะทางสังคมที่แตกต่างกัน ทั้งคู่ต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ว่าความพลั้งพลาดครั้งนี้จะกลายเป็นรักแท้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย แผนรักจอมเผด็จการ
8.3
กริชไท (กระทิง) ต้องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันเมื่อโดนญารินดา (หญ้าหวาน) ปั่นป่วนหัวใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วเขาจะอดใจได้อย่างไรเล่า ในเมื่อหญ้าหวานๆ นั้นเกิดมาเป็นอาหารอันแสนโอชะของกระทิงหนุ่มเช่นเขา “พี่กระทิงคะ พี่กระทิง!” “ครับ ว่าไงหญ้าหวาน” กริชไทสะดุ้งกะพริบตาปริบๆ หันมองคนหน้าหวานที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง “พี่กระทิงจะป้อนข้าวหญ้าหวานที่ปากหรือที่...” เธอหลุบตาลงต่ำก้มลงมองอกอวบๆ ของตัวเอง ตอนนี้ช้อนข้าวต้มที่ถูกเป่าจนหายร้อนจ่ออยู่ตรงร่องอกอิ่ม “เฮ้ย!” กริชไทสะดุ้งเมื่อมองตามสายตาของเธอ ก่อนจะดึงมือหนีจากร่องอกอวบที่เขาจ่อข้าวต้มเข้าไปหา *** “หญ้าหวานเกิดมาเป็นของพี่ ของพี่กระทิงคนเดียว” “รู้ไหมกินหญ้าแล้วจะถูกหาว่าโง่” “ใครบอกกัน กินหญ้าหวาน มีประโยชน์และสรรพคุณเยอะแยะเลย” เขาตอบเสียงนุ่ม มองสบตาเธออย่างแสนรัก “อะไรบ้างล่ะคะ บอกมาทีละข้อสิ” เธอทำเสียงเฉียบสั่ง เหมือนคุณครูแสนสวยสั่งลูกศิษย์ตัวโข่ง “สมุนไพรหญ้าหวานช่วยเพิ่มกำลังวังชา เห็นไหม พี่แรงเยอะขนาดไหน กินหญ้าหวานได้ทั้งคืนเลย”