ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียสวาท

เมียสวาท

เรื่องราวความรักอันลึกซึ้งของชายหนุ่มที่มีต่อหญิงสาวผู้เป็นที่รักในฐานะภรรยาเพียงหนึ่งเดียว เขาพร้อมมอบความรักทั้งหมดที่มีให้เธอด้วยความจริงใจและมั่นคง ไม่ว่าอุปสรรคใดจะผ่านเข้ามา เขาก็พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางและเสียสละทุกอย่างเพื่อปกป้องดูแลและทำให้เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต ความผูกพันที่แสนหวานและมั่นคงนี้สะท้อนถึงสายใยความสัมพันธ์ที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาพรากพวกเขาไปจากกันได้ในโลกแห่งความจริงที่แสนวุ่นวายนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

“บอกทำไม ใครไปอยากรู้” เธอว่าให้ก่อนจะเดินไปนั่งบนเตียง เหลือบสายตามามองเห็นเขาตามมาก็สะดุ้งรีบลุกหนีในทันที

“ขึ้นมาทำไม”

“วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน จะเข้านอนแล้วไง หรือมะลิจะทำอะไรกันก่อน”

“บ้า! ลามก” เธอเหวใส่ทันทีหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู” คนขี้อายแต่สุดแสนจะรักเมียยกมือขึ้นลูบท้ายทอยไปมาในทันที

“จะทำอะไร” เขาขยับผ้าห่มทำท่าจะขึ้นนอนเธอก็รีบเหวใส่อีกรอบ

“จะนอนแล้วครับ มะลิไม่นอนเหรอ” เขาเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

“นอนสิ ทั้งเหนื่อยทั้งง่วง” เธอโกหกคำโต เหนื่อยจริงแต่ไม่รู้สึกง่วงสักนิด กลัวเขาทำมิดีมิร้ายเสียมากกว่า

“แล้วนั่นจะไปไหนครับ” เข้มเอ่ยถามขณะที่เธอเดินไปอีกมุมหนึ่งของห้อง

“มะลิจะนอนตรงนี้” เธอชี้ไปตรงพื้นเย็นๆ ตรงหน้า

“นอนตรงนั้นหนาวนะครับ” เข้มพูดอย่างกังวล มองคนที่กำลังหวั่นเกรงเขาถอยหนีไปจนชิดผนังก็ถอนใจพรืด

“มะลิมานอนบนเตียงก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่นอนที่พื้นเอง” เขาพูดแบบนั้นก็เดินไปหยิบฟูกนอนในตู้มาปูบนพื้นหน้าตาเฉย เธอมองอย่างหวาดระแวง ก่อนจะประหลาดใจ

“นอนเถอะ ดึกแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นใส่บาตรอีก” หลังจากสวดมนตร์เสร็จเขาก็ดึงผ้าห่มมาห่มจนถึงคอ คนที่ได้แต่ยืนงงคือมะลิ เธอเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างมึนๆ ดึกดื่นเขาคงไม่ลุกขึ้นมาปล้ำเธอหรอกนะ

“พรุ่งนี้...”

“จะทำอะไร อย่าเข้ามานะไม่งั้นเตะก้านคอจริงๆ ด้วย” คนหวาดระแวงที่ทิ้งตัวลงนอนดีดตัวขึ้นมาก่อนจะยกหมัดขึ้นมาง้างเอาไว้เมื่อเห็นเขาลุกขึ้นมาพูดคำว่าพรุ่งนี้...

“พี่จะบอกว่าพรุ่งนี้พี่จะตื่นมาหุงข้าวทำกับข้าวใส่บาตร มะลิอยากกินอะไรพี่จะทำให้”

“อยากทำอะไรก็ทำสิ” คนขี้ระแวงดึงผ้าห่มมาคลุมจนถึงคอ เห็นเขาทิ้งตัวลงนอนแล้วเธอก็เหล่ตามองอยู่แบบนั้น พอเห็นเขานิ่งเงียบไป เธอจึงชะโงกไปดูก็เห็นเขาหลับไปแล้ว

“หลับจริงไหมนะ” เด็กสาวขยับเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะโบกมือไปมาด้านหน้าเพื่อทดสอบ ร่างสูงเพรียวแข็งแรงขยับเธอก็สะดุ้งดึงมือกลับหลับตาปี๋ ปรากฏว่าเขาหลับไปแล้วจริงๆ แต่แค่พลิกตัว

มะลิคิดว่าตัวเองจะนอนไม่หลับแต่เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะกลิ่นอาหารหอมกรุ่นที่ลอยมาปะทะจมูก เธอปรือตาขึ้นคว้านาฬิกาบนหัวเตียงมาดูปรากฎว่าเป็นเวลาตีห้า

“ใครทำกับข้าวหอมแบบนี้นะ” เสียงเล็กๆ พึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องเพื่อตามหากลิ่น เธอเห็นร่างสูงของสามีกำลังขมักเขม่นกับการทำกับข้าวกับปลาก็ตาโต เมื่อคืนจำได้ว่าก่อนจะนอนหลับไปเขาบอกว่าจะลุกมาทำกับข้าวถวายพระและถามว่าเธออยากกินอะไรด้วย

เขาทำอย่างที่พูดจริงๆ เกิดมาเธอไม่เคยเห็นบิดาลุกมาทำกับข้าวให้กิน มีแต่มารดา เลยรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เห็นเข้มทำเช่นนั้น

“ตื่นแล้วเหรอ” เขาหันมาพอดีเธอตาโตหลบไม่ทันเลยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินเตร็ดเตร่เข้าไปชะโงกดูอาหารที่เขาทำ

มีผัดเปรี้ยวหวาน ของโปรดเธอนี่นา บังเอิญไปรึเปล่านะ ห่อหมกอะไรนะน่ากินจัง มะลิคิดในใจเมื่อเห็นอาหาร

“ห่อหมกปลาช่อนครับ” เขาเห็นเธอสนใจก็เลยรีบบอก

“ใครอยากรู้ ไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย” เธอแกล้งเตร็ดเตร่เดินไปมองกับข้าวอีกหลายอย่าง มีแกงคั่วหอยขมด้วย

อ๊าย... อยากกิน!!!

นั่นก็ไข่เจียวกุ้งฝอย เชอะ! อีตาพี่เข้มรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นของโปรดเรา ถึงกลิ่นจะหอมแต่ก็อาจจะไม่อร่อยก็ได้ แค่หน้าตาดีไปงั้นแหละ

“เดี๋ยวพระเดินมาบิณฑบาตตอนหกโมงเช้า มะลิไปอาบน้ำก่อนสิ” เขาหันมาบอกเธอ มะลิค่อยๆ เขยิบเดินกลับมาอาบน้ำที่ห้อง

เธอนึกชมบ้านช่องของเข้มอยู่มาก เพราะมันสะอาดสะอ้านไม่มีแม้แต่ฝุ่น แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กรุ่นไปทั่วบริเวณสูดดมแล้วทำให้รู้สึกสดชื่นไม่น้อย

เด็กสาวรีบเข้าห้องอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวออกมาก็เห็นเขาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในชนบทเช่นนี้พระสงฆ์จะมาบิณฑบาตตอนเช้า ดังนั้นรีบลุกมาปรุงอาหารตั้งแต่ย่ำรุ่ง ไม่เช่นนั้นจะไม่ทัน

“มาตักบาตรกันครับ” เข้มเรียกภรรยา มะลิเดินเก้ๆ กังๆ ไปใส่บาตรพร้อมกับเขา เธอเหลือบมองสามี ปกติเธออยู่บ้านไม่ค่อยจะได้ทำบุญใส่บาตรเพราะตื่นมามารดาก็ไปทำไร่ไถนา บิดาก็ไปตั้งวงเหล้าบ้าง ไปทำงานบ้าง การได้ทำบุญเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกดีไม่น้อย

พระให้พรเธอกับเขาก็ยกมือไหว้ เขาจัดการเก็บโต๊ะที่วางข้าวของใส่บาตร เธอจึงช่วยเขาถือขัน เข้มหันมายิ้มให้ภรรยา เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เช่นเดิม ก่อนจะเดินหนีเข้าบ้าน

“กินข้าวเช้ากันนะ” เขาเอ่ยชวนก่อนจะลำเลียงอาหารออกมาวางบนโต๊ะรับประทานอาหารตรงระเบียงบ้าน

บ้านของเข้มเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงมีระเบียงยื่นออกมาสำหรับนั่งรับประทานอาหารหรือชมวิวเพราะด้านหน้าของระเบียงนั้นเป็นทุ่งนาและคลองเล็กๆ ในหมู่บ้านทำให้ลมพัดเย็นสบาย อากาศดีจนสามารถสูดลมหายใจเข้าปอดได้แรงๆ แบบไม่ต้องกังวลใจ

เขาตักข้าวสวยร้อนๆ ให้เธอเป็นข้าวซ้อมมือที่ทำเอง กลิ่นแกงคั่วหอยขมผสมกับน้ำพริกแมงดา ผักลวกผักสด ไข่เจียวกุ้งฝอย ห่อหมกปลาช่อนและผัดเปรี้ยวหวานทำเอามะลิต้องกลืนน้ำลายด้วยความหิว

ปกติตื่นเช้ามาเธอไม่ค่อยได้กินข้าวปลาอาหารบริบูรณ์เช่นนี้ ตั้งแต่จำความได้บิดามารดาก็ต้องตื่นมาทำงานและเธอก็ต้องหาข้าวหาปลากินเอง กว่าจะได้กินก็สายหรือเที่ยงไปโน่น หรือบางวันมารดาก็ลุกมาทำตอนหัวรุ่ง

“ชิมดูสิ พี่ทำเองทั้งหมดเลยนะ” เขาตักกับข้าวให้เธอ มะลิรู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก

“พรุ่งนี้จะตื่นมาช่วยทำก็ได้” เธอพูดขึ้น เขาพูดแบบนั้นคล้ายจะตำหนิว่าเธอนอนกินบ้านกินเมืองไม่ลุกขึ้นมาช่วยทำ

“ถ้าง่วงไม่ต้องก็ได้ ปกติพี่ก็ลุกมาทำเองทุกวันอยู่แล้ว” เขาตอบเสียงทุ้มนุ่มหู ตักกับข้าวใส่จานให้เธอ

“อร่อยไหม” เขาเอ่ยถามเมื่อเธอกัดกุ้งฝอยทอดแล้วทำหน้ามีความสุขเหมือนจะบอกว่ามันอร่อยมากๆ แต่พอเขาเอ่ยถามเช่นนั้นเธอก็แกล้งพูดไปอีกทาง

“ก็พอกินได้” คนบอกว่าพอกินได้กัดกุ้งฝอยทอดกรอบอีก ก่อนจะแอบอมยิ้ม

อร่อยชะมัดเลยแต่เชอะ! ไม่พูดให้ได้ใจหรอก เข้มสังเกตภรรยาเด็กโดยตลอด เธอชอบอาหารของเขาแต่ทำเป็นฟอร์มจัด เขาก็เข้าใจว่าเธอยังไม่อยากแต่งงานในตอนนี้ แต่คนที่รอมานานหลายปีก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ยิ่งโตยิ่งสวยเขากลัวเธอจะตกไปเป็นของคนอื่นเข้าสักวัน เลยต้องจับจองเป็นเจ้าของก่อนที่จะมีใครมาคว้าเอาไปครอบครอง

ถึงตอนนี้เธอจะยังไม่รักไม่ชอบเขา แต่อยู่ๆ กันไปเขาจะทำให้เธอรักเขาให้ได้

เขาจะจีบเมียตัวเองทุกวัน ดูสิว่าจะใจแข็งไปได้สักกี่น้ำ!!!

“ชอบกินผัดเปรี้ยวหวาน” เขาพูดขึ้นลอยๆ คนที่ร้อนตัวรีบปฏิเสธทันควัน

“ก็กินได้ไม่ได้ชอบเสียหน่อย” เธอกัดปากเล็กน้อยเหลือบมองสามี เข้มนั้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงเพรียวแข็งแรง กล้ามเนื้อของเขาสมบูรณ์และอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเพราะทำงานออกแรงอยู่เสมอ มะลิไม่เห็นไขมันส่วนเกินของเขาเลยแม้แต่น้อย ถ้าจะเรียกให้ถูกเขาก็เป็นหนุ่มรูปงามที่สาวๆ หลายคนหมายปอง

“หมายถึงพี่ชอบกินผัดเปรี้ยวหวาน” เขาพูดอีก เธอตาโตเมื่อได้สบตากับเขา

คนพูดไม่ครบประโยค มะลิแอบค่อนขอดในใจ

“แล้วมาบอกมะลิทำไม ไม่เห็นอยากรู้” เด็กสาวว่าให้ เขาไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองแต่ตักกับข้าวให้เธออีก

มะลิชิมน้ำพริกแมงดาแล้วต้องตักมากินอีกเพราะอร่อย ไม่เผ็ดจนเกินไป

ผู้ชายอะไรทำกับข้าวอร่อย!!!

ไม่อยากจะยอมรับนักหรอก แต่มันอร่อยจริงๆ จนเธอต้องยอมรับในใจ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ตรวนปรารถนา
7.9
ปาณิศายอมรับผิดที่ทำลายคำมั่นสัญญาเรื่องการใช้ชีวิตคู่จนสร้างความแค้นเคืองให้คทาวุธ แม้เธอต้องจำใจแต่งงานกับชายรุ่นพ่อด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ความจริงคือเธอไม่เคยปันใจให้ใครและยังคงรักเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น เมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยโหยหา คทาวุธตั้งคำถามสำคัญเพื่อหยั่งเชิงความรู้สึกของหญิงสาว เมื่อหัวใจเรียกร้องและเธอยอมจำนนต่อสัมผัสที่คุ้นเคย ปาณิศาจึงเลือกที่จะก้าวข้ามความผิดพลาดในอดีตเพื่อเริ่มต้นบทเรียนรักครั้งใหม่ในอ้อมกอดที่เธอโหยหามาตลอด
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี
9.3
ชาวี นายหัวหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสัมพันธ์ชั่วคราวที่ไม่เคยสร้างความพึงพอใจให้เขาได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งโชคชะตาพาให้เขาได้พบกับชมจันทร์ หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายลวงมาขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ความจริงเกี่ยวกับมารดาที่ถูกปิดบังไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง ชมจันทร์ต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตในบ่วงเสน่หาที่ไม่ได้ตั้งใจ ท่ามกลางความขัดแย้งและการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำลวงของครอบครัวที่เธอเคยไว้ใจ
หน้าปกนวนิยาย รักนอกสมรส
9.6
แก้วรุ้งใฝ่ฝันถึงครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเธอตั้งท้องกับซีโร่ นักธุรกิจหนุ่มผู้แสนดีในสายตาใครต่อใคร ทว่าเบื้องหลังความสุภาพเขากลับซ่อนความลับเรื่องการจดทะเบียนสมรสโดยไร้รักเอาไว้ เมื่อเขารู้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ เสือผู้หญิงที่ไม่เคยง้อใครจึงต้องยอมสยบเพื่อตามตื้อเธอ แม้แก้วรุ้งจะตราหน้าว่าเขาผิดศีลธรรมที่มีพันธะอยู่แล้ว แต่ซีโร่ก็ไม่ยอมแพ้และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ว่าเธอคือคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเขาและลูกในครรภ์
หน้าปกนวนิยาย เกมสวาททัณฑ์ซาตาน
8.7
เมื่อความลับที่ซ่อนไว้ถูกเปิดโปง สงกรานต์ต้องเผชิญกับความโกรธแค้นของเจ้านายหนุ่มที่เธอเคยหลอกลวงมานานหลายปี แม้จะพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาด้วยความหวาดกลัวเพียงใด แต่ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาตั้งใจจะลงทัณฑ์เธอให้สาสมกับความโง่เขลาที่เขาได้รับจากการต้มตุ๋นของเธอและพ่อ กายแกร่งเข้าคุกคามบีบคั้นจนหญิงสาวไร้ทางหนี ในเกมสวาทที่เขาเป็นผู้คุมกฎแต่เพียงผู้เดียวเพื่อล้างแค้นแม่ตัวแสบที่แอบหัวเราะเยาะเขามาตลอด
หน้าปกนวนิยาย วุ่นรักเพื่อนไม่สนิท
8.1
ธามปลดปล่อยอารมณ์ดิบเถื่อนใส่หญิงสาวใต้ร่างอย่างบ้าคลั่ง เขากระแทกกระทั้นแรงกายเข้าหาพร้อมบีบเค้นเอวบางไว้แน่นจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้อง ท่ามกลางความเร่าร้อนที่ดำเนินไปตามแรงตัณหา เขากลับจินตนาการว่าร่างที่กำลังสั่นสะท้านและส่งเสียงครางระงมอยู่นั้นคือรินรดา ชายหนุ่มพร่ำเพ้อชื่อเธอออกมาด้วยความเสียวซ่านก่อนที่ร่างกายจะกระตุกเกร็งและปลดปล่อยความต้องการทั้งหมดออกมาในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ลำนำรักร้าว
8.1
อาร์มตัดสินใจขับไล่พรพระจันทร์ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานีกลางดึก แม้เธอจะพยายามหลบหน้าเพียงใดก็ไม่อาจพ้นเงื้อมมือเขาได้ ชายหนุ่มตราหน้าเธอว่าเป็นกาลกิณีและลูกเมียน้อยที่น่ารังเกียจ พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าบ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับเธออีกต่อไปเพราะเขากำลังจะแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเจ็บปวด พรพระจันทร์ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่เธอไม่ได้เลือก ในขณะที่เขาเหวี่ยงเธอออกไปให้พ้นทางราวกับสิ่งของที่ไร้ค่าและเป็นเสี้ยนหนามในชีวิต