ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เสน่หาสัญญารัก

เสน่หาสัญญารัก

เมื่อภาระหนี้สินอันหนักอึ้งกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หญิงสาวผู้ไร้ทางออกจึงต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอสุดอื้อฉาวจากเจ้าหนี้ผู้ทรงอิทธิพล เงื่อนไขเดียวที่จะล้างมลทินทางการเงินของเธอได้นั้นไม่ใช่แก้วแหวนเงินทอง แต่เป็นการยอมจำนนด้วยร่างกายและศักดิ์ศรีภายใต้คำสั่งอันเผด็จการของเขา ท่ามกลางบรรยากาศของโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและการชิงดีชิงเด่น ข้อตกลงที่เริ่มต้นด้วยความแค้นและราคะจะนำพาทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ยากจะคาดเดาในท้ายที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 2

...วันเดินทาง..

“พ่อกับแม่ไปก่อนนะ แล้วเราน่ะจะไปเที่ยวอย่าไปเมาหลับที่ไหนนะลูกแม่เป็นห่วง”

เสียงสาววัยกลางคนเอ่ยกับลูกชายพร้อมกับสวมกอดกันอย่างอบอุ่นสามคนพ่อเเม่ลูก

“ครับเดินทางปลอดภัยนะครับพ่อกับแม่”

เมื่อกล่าวอำลาเสร็จรถเก๋งก็ขับออกจากตัวบ้านธนกรยืนมองรถที่ขับออกไปจนลับตา เขาจึงรีบเดินเข้าบ้านและเตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวหาเพื่อนที่ทางใต้

สถานีรถไฟ

“ไอ้กร ๆ รถไฟมาเเล้วไปเร็วเว้ย”

ทัชดึงแขนของธนกรและพากันวิ่งขึ้นรถไฟ

“ไม่ได้นั่งรถไฟนานแล้วบรรยากาศดีเหมือนกันนะเนี่ยได้มองวิวทิวทัศน์ด้วย”

ธนกรเอ่ย

“กันเนอร์มันจะเป็นไงบ้างนะมันยังสบายดีไหมหรือว่าตอนนี้มันทำงานช่วยตามันล่ะวะ”

“เห็นมันเคยพูดไว้ว่าหลังจากมันเรียนจบมันก็จะช่วยตามันออกเรือหาปลา”

“แล้วเราสองคนจะลองออกเรือหาปลากับมันกันบ้างไหมวะเปิดประสบการณ์ไง”

“เอาดิ่”

เสียงของธนกรพูดสมทบเพื่อน

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปได้นานแค่ไหนทั้งสองได้เผลอหลับไปตื่นมาอีกทีตอนนี้ก็เป็นเวลาพลบค่ำรถไฟได้ลงจอดอีกสถานีหนึ่งทั้งสองพากันลงที่สถานีนั้นและได้ต่อรถไปอีกเรื่อยๆ

รุ่งเช้า..

“โอ้ยเมื่อยตัวไปหมดเลยโว้ยย”

ทัชพูดพร้อมกับยืดแขนและบิดไปมาข้างรถทัวร์

“อีกไกลไหมกว่าจะถึงบ้านไอ้กันเนอร์”

ธนกรถามเพื่อน

“นั่งรถต่ออีกเที่ยวก็ถึงแล้วเพื่อน”

“หิวข้าววะหาข้าวกินกันก่อนปะ”

ธนกรเอ่ยชวนเพื่อน

“อืมว่างั้นล่ะ”

ในระหว่าที่ทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวกันก็มีเสียงของใครคนนึงดังขึ้น

“ขนมหวานไหมจ๊ะช่วยซื้อหน่อยจ้า” เสียงหวานสดใสของหญิงสาว

“เฮ้ยเพื่อนๆดูผู้หญิงคนนั้นสิ”

ธนกรตักข้าวใส่ปากไม่ยั้งไม่สนใจคำพูดของเพื่อนจนกระทั่งเสียงหวานสดใสได้มาหยุดพูดอยู่ตรงโต๊ะของพวกเขา

“พี่จ๋าขนมหวานไหมจ๊ะเหลือห้าห่อสุดท้ายช่วยซื้อหน่อยได้ไหม”

ธนกรได้เงยหน้ามองก่อนจะ ตะลึงกับสาวที่อยู่ตรงหน้าเธอมีหน้าตาที่สวยคิ้วเข้มดวงตากลมโตจมูกโด่ง ปากอวบอิ่มสีชมพูและผมที่ดำเป็นมันขลับได้ถูกมัดรวบเอาไว้เธอมีหุ่นบอบบางและยังมีหน้าอกที่ใหญ่

“ซื้อไหมจ๊ะพี่”

เสียงยี่หวาเอ่ยขึ้นจึงทำให้ธนกรเลิกจ้องมองเธอ

“ครับซื้อครับเอาหมดเลยครับ”

ธนกรรีบหยิบเงินส่งไปให้สาวตรงหน้าแถมยังไม่เอาเงินถอนจากเธออีก ยี่หวากล่าวขอบคุณหลังจากนั้นก็เดินหายไป

“แหมเพื่อนเจอสาวสวยถึงกับเหมาเลยหรอเนี่ยฮ่าๆไม่พอนะยังไม่เอาตังค์ถอนอีก”

ธนกรอมยิ้มและหันหน้าไปทางอื่น

ปิ๊นๆๆๆๆๆ

ยังไม่ทันที่สองหนุ่มจะกินข้าวหมดจานเสียงบีบแตรของรถสองแถวก็ดังขึ้นทั้งสองจึงรีบจ่ายตังค์และวิ่งขึ้นรถ ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงที่หมาย เบื้องหน้าของทั้งสองมีบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง บ้านมีลักษณะเก่าและอยู่ติดริมทะเล ที่นี่คือบ้านของกันเนอร์ ทางบ้านเขามีอาชีพออกเรือหาปลาไม่รอช้าสองหนุ่มพากันเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านไม้ ก็เห็นชายชรายืนตากปลาอยู่กลางแจ้ง ทัชรีบเอ่ยทักทายลุงชิด ซึ่งเป็นตาของกันเนอร์

“ตาชิดๆสวัสดีครับจำพวกผมได้ไหมครับ”

ชายชราหันมามองก็เห็นสองหนุ่มยืนยกมือไหว้อยู่ตาชิดจึงส่งยิ้มให้เเล้วเดินมาหาพวกเขา

“เอ้าไปไงมาไงเนี่ยพวกเอ็งมาๆเข้ามานั่งที่ใต้ถุนบ้านก่อนยายทรงหาน้ำมาให้เด็กๆมันกินหน่อยเร็ว”

“ตาชิดสบายดีนะครับ”

ธนกรเอ่ยถามตาชิด

“ก็เรื่อยๆแหละพักนี้ข้ารู้สึกปวดหลังมาก แล้วพวกเอ็งล่ะสบายดีไหมเป็นยังไงบ้างหลังเรียนจบมีงานการทำกันหรือยัง”

ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ตอบอะไรตาชิดเสียงยายทรงที่เป็นเมียตาชิดก็ดังขึ้น

“มาเเล้วๆน้ำเย็นๆ”

เสียงหญิงวัยชราเอ่ยขึ้นและเดินลงมาจากบันไดในมือถือขันน้ำสแตนเลส

“ยายทรงสวัสดีครับผม/ครับ”

ทั้งสองกล่าวสวัสดีพร้อมกัน ยายทรงรับไหว้และกล่าวขึ้น

“ไอ้เจ้ากันเนอร์น่ะมันไม่อยู่หรอกออกไปส่งปลาแดดเดียวที่บ้านยายสร้อยเดี๋ยวมันก็คงใกล้จะกลับแล้วล่ะ แล้วมากันได้บอกมันหรือยัง”

“ไม่ได้บอกมันหรอกครับกะจะมาเซอร์ไพรส์มันด้วย”

พูดยังไม่ทันขาดคำกันเนอร์ก็ขับรถพ่วงข้างเข้ามาในบ้าน

บรึ้นๆๆๆๆ

“อ้าวนั่นไงมาแล้ว”

ยายทรงกล่าวชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ก้าวขาลงมาจากรถพ่วงข้าง

“อ้าวเฮ้ยพวกเอ็งมากันตอนไหนวะ”ชายหนุ่มร่างใหญ่กระโดดกอดเพื่อนทั้งสองคน ด้วยความดีใจกันเนอร์ไม่คิดว่าจู่ๆเพื่อนรักทั้งสองจะมาหา

“พวกกูคิดถึงมึงนะเนี่ยเลยมาหาถึงที่บ้านเนี่ย”

“ดีใจนะเว้ยที่เห็นพวกเอ็งมาหาถึงบ้านดีเลยเดี๋ยวพาเที่ยวรอบเกาะเลย”

ตอนบ่าย ..

กันเนอร์ทัชและธนกรพากันเดินมาถึงชายหาด

“ร้อนๆแบบนี้ต้องเล่นน้ำทะเล”

กันเนอร์กล่าวชวนเพื่อนๆ

“เอาสิรอไร”

ทัชเสริมขึ้นเมื่อพูดจบหนุ่มๆสามคนก็พากันลงเล่นน้ำทะเลอย่างครึกครื้น

“เฮ้อทำไมหลังเรียนจบมึงไม่มาหาพวกกูเลยล่ะ”

“เอ็งก็รู้ว่าข้าต้องกลับมาดูเเลตากับยายที่บ้านแค่ช่วงที่ข้าไปเรียนไม่ค่อยได้กลับมาบ้านก็เป็นห่วงตากับยายจะแย่”

“ใช่หรือเปล่าไม่ใช่มึงติดสาวนะเว้ย”ทัชพูดปนหัวเราะใส่เพื่อน

“อย่าไปแซวมันสิมันเขินเเย่แล้วเนี่ย”ธนกรเอ่ยห้ามทัชไม่ให้เเซวกันเนอร์

“ไม่ใช่นะเว้ยเข้าใจผิดแล้วพวกเอ็งอ่ะ แต่ข้าก็แอบรักสาวอยู่คนหนึ่งนะเว้ยแต่เขาไม่รู้ตัวหรอกเว้ย”

“นั่นแน่ว่าแล้วใครวะๆบอกข้ามาซะดีๆ”

เพื่อนสองคนพากันล้อกันเนอร์ ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานานกันเนอร์จึงเอ่ยปากเล่าให้ฟัง

“บอกก็ได้สาวที่ข้าแอบมองอ่ะเขาเป็นหลานยายช้อยแกตั้งแผงขายขนมหวานอยู่หลังเกาะ”

“บร้ะ...เพื่อนเราเนี่ยร้ายนี่หว่าบอกมาเลยนะเว้ยว่าสวยหรือเปล่าน่ารักไหมแล้วที่สำคัญหุ่นเนี่ยเชพบ๊ะไหมว่ะเพื่อน”

ทัชพูดเเซวพร้อมกับหัวเราะใส่เพื่อน

“เอาแบบนี้เดี๋ยวหลังจากเล่นน้ำเสร็จแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดที่บ้านข้า เดี๋ยวข้าจะพาพวกเอ็งไปดูสาวที่ข้าแอบรัก”

“ต้องแจ่มแมวแน่ๆเลยกรว่าปะ”

ธนกรไม่ตอบได้เเต่ส่งยิ้มไปเฉยๆตอนนี้ในหัวของเขากำลังนึกถึงใครบางคนอยู่นั่นคือสาวที่ขายขนมหวานให้เขาเมื่อเช้านั่นเอง เขารู้สึกถูกชะตากับสาวคนนั้นแบบแปลกๆแต่ในใจก็คิดว่าแค่สาวขายขนมที่เจอแล้วก็ผ่านไปแต่เขากลับยังคงนึกถึงเธออยู่

ณ แผงขายขนม

“เฮ้อยายจ๋าหนูกลับมาเเล้วจ้ะ”

เสียงหวานใสของสาวแสนสวยดังขึ้นยี่หวาอายุยี่สิบสองปีเธอเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของยายช้อยยี่หวาไม่มีพ่อแม่มาตั้งเเต่เด็ก เพราะทั้งสองคนเลิกลากันไปและทิ้งเธอไว้ให้ยายเลี้ยง

“ขายขนมหมดไหมลูก”

ยายช้อยเอ่ยถามหลานสาว

“หมดสิจ๊ะยายไปขายแถวๆที่มีนักท่องเที่ยวเนี่ยขายหมดตลอดเลยจ้ะพรุ่งนี้หนูว่าจะไปไกลกว่านี้อีกนิดนึง”

“พอแล้วล่ะลูกแค่ที่ไปน่ะก็ไกลจากร้านมากๆแล้วอันตรายยายเป็นห่วง”

“ก็ได้จ่ะยาย เอ้อ.. ว่าแต่ยายจ๋าวันนี้ครบเดือนแล้วนี่เถ้าแก่เขามาเก็บค่าเช่าที่หรือยังจ๊ะยาย”

“ยังเลยลูก..ถึงมายายก็ยังไม่มีจ่ายให้เขาหรอก”

“นี่ยายก็ติดเขาไว้จะสองเดือนเเล้ว” ยี่หวาทำหน้าตาตกใจแต่เธอก็รู้ว่ายายไม่ได้จ่ายแค่ค่าเช่าที่อย่างเดียวยายต้องนำเงินไปจ่ายหนี้สินจากที่อื่นอีกที่ยายไปกู้มาส่งยี่หวาเรียนจนจบม.3แต่เธอก็ไม่นิ่งดูดายเร่ขายขนมไปทั่วหาเงินช่วยยายแต่มันก็ยังไม่พอจ่ายค่าเช่าที่ จนตอนนี้ทำให้ยายช้อยติดค่าเช่าที่กับเถ้าเเก่สุรศักดิ์หลายพัน ยี่หวาได้เดินเข้ามากอดยายช้อย และเอ่ยเสียงหวานกับยาย

“พรุ่งนี้หนูจะเอาขนมไปขายอีกนะจ๊ะจะได้มีเงินเยอะๆมีพอมาจ่ายค่าที”

ยายช้อยกอดหลานสาวด้วยความรัก แต่แล้วในขณะที่ยายหลานกำลังกอดกันก็ต้องโดนขัดซะก่อนเพราะเสียงเถ้าแก่สุรศักดิ์ดังขึ้น

“อ้าวๆยายช้อยวันนี้มีตังค์จ่ายค่าเช่าที่ฉันหรือยัง”

เสียงของเถ้าแก่ตะโกนถาม

“สวัสดีจ้ะเถ้าแก่”

ยายช้อยกล่าวสวัสดีกับเถ้าแก่สุรศักดิ์

“สวัสดียายช้อยเมื่อกี้เห็นยืนกอดกันกลมเชียวกำลังมีความสุขอะไรกันเหรอหรือดีใจที่เห็นฉันมา”

“เถ้าแก่จ๊ะยังไงฉันขอเลื่อนไปอีกสักเดือนนึงได้ไหม”

“แต่ยายช้อยก็พูดแบบนี้มาเดือนนึงแล้วนะ”

เถ้าแก่สุรศักดิ์ตะคอกใส่ยายช้อย

“ฉันพูดจริงๆนะจ๊ะขอเลื่อนออกไปแค่เดือนเดียว แล้วฉันสัญญาเลยจะจ่ายให้แน่นอน”

เถ้าแก่สุรศักดิ์แสยะยิ้มที่มุมปาก และเอ่ยกับยายช้อย

“จริงๆแล้วเราก็คนกันเองล่ะนะงั้นเอาแบบนี้ได้ไหม”

“เถ้าแก่พูดมาเลยจ้ะ”

เถ้าแก่สุรศักดิ์อมยิ้มเจ้าเล่ห์และกวาดตามามองที่หลานสาวยายช้อย

“ก็...มันก็ง่ายๆแค่ยายช้อยยอมให้หลานสาวมานั่งกินข้าวกับฉันสักสองชั่วโมงฉันก็จะลดค่าเช่าที่ที่ติดค้างไว้ให้ครึ่งนึงแถมจะปล่อยให้ยายช้อยขายของไปฟรีๆอีกหนึ่งเดือนเลยเป็นไงดีไหม”

“เอ่อ..เถ้าแก่จ๊ะฉันว่ามันคงไม่ค่อยเหมาะหรอกจ้ะหลานฉันน่ะมันยังเด็กฉันกลัวมันจะทำอะไรให้เถ้าแก่ไม่พอใจเอาได้”

“ไม่พอใจอะไรกันยายช้อยฉันแค่อยากนั่งกินข้าวกับหลานสาวของยายช้อยก็เท่านั้นเอง”

เถ้าแก่สุรศักดิ์ไม่พูดเปล่ายังคงส่งสายตามองไปที่ขาอ่อนของยี่หวา เมื่อยี่หวารู้ตัวว่าโดนเถ้าแก่สุรศักดิ์จ้องมองเธอจึงรีบเดินไปหลบอยู่ที่ข้างหลังของยาย ยายช้อยรู้ทันทีเลยว่าเถ้าแก่สุรศักดิ์นั้นมีเลศนัยอะไรแอบแฝงอยู่

“เถ้าแก่จ๊ะถือว่าฉันขอล่ะให้เวลาฉันหน่อยนะอีกแค่เดือนเดียว”

เถ้าแก่สุรศักดิ์มีอาการเหมือนไม่พอใจ

“อะไรวะยายช้อยถ้ายายช้อยไม่ตกลงข้อเสนอก็จ่ายค่าเช่ามาภายในวันนี้”

“เถ้าแก่จ๊ะฉันยังไม่มีให้เลยเมตตาฉันสักครั้งหนึ่งนะ”

“แกจะพูดแบบนี้มันก็ไม่ถูกนะยายช้อยแกจะว่าฉันไม่เมตตาแกได้ยังไง ฉันปล่อยแกมาเดือนกว่าแล้วจะสองเดือนแล้วเรื่องง่ายๆแค่ให้หลานมากินข้าวกับฉันที่บ้านเรื่องมันก็จบเเล้วถ้าส่งมาฉันก็ลดค่าเช่าที่ติดค้างไว้ให้ครึ่งหนึ่งแถมปล่อยให้ฟรีๆอีกตั้งหนึ่งเดือน”

“ยายจ๋าหนูไม่ไปนะจ๊ะยาย”

เสียงยี่หวาร้องบอกยายด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็ต้องตกใจหนักขึ้นเมื่อเถ้าแก่สุรศักดิ์เดินเข้ามาดึงแขนของยี่หวาและบังคับจะให้ไปกินข้าวด้วยกันให้ได้ แต่แล้วเสียงกันเนอร์ก็ดังขึ้นเขาทั้งสามคนธนกรทัชที่แอบดูสถานการ์ณมาสักพักแล้วเห็นว่ามันเกินไปจึงรุดเข้ามาช่วย

“เฮ้ยเถ้าแก่จะทำอะไรอ่ะปล่อยนะเว้ย”

เสียงของชายหนุ่มนามว่ากันเนอร์ตะโกนลั่น

“แล้วเอ็งจะมายุ่งอะไรด้วยวะไอ้เด็กหาปลา”

ไม่พูดเปล่าแต่ยังส่งสายตาดูถูกใส่กันเนอร์

“อ้าวจะมาไม่ให้ผมยุ่งได้ยังไงล่ะครับก็เถ้าแก่กำลังฉุดกระชาก ใช้กำลังกับผู้หญิงอ่ะ”

“นั่นมันก็เรื่องของข้าโว้ย”

เถ้าแก่เถียงกลับ

“แล้วมันเรื่องอะไรกันทำไมเถ้าแก่ถึงต้องไปกระชากเขาด้วยล่ะ”

“เอ็งไม่รู้อะไรอย่าเข้ามาจุ้นจ้านยายช้อยเนี่ยติดค่าเช่าข้ามาจะสองเดือนแล้วโว้ยข้าก็แค่จะพาหลานสาวยายช้อยเนี่ยไปกินข้าวด้วยกันเพื่อขัดดอกก็เท่านั้นเอง”

“เถ้าแก่จะพาไปกินข้าวแบบไหนกันล่ะแถวนี้ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าเถ้าแก่นะหัวงู”

เมื่อสิ้นคำพูดของกันเนอร์เถ้าแก่สุรศักดิ์ ถึงกับเลือดขึ้นหน้าทันทีและปล่อยมือจากยี่หวาเดินตรงปรี่มาที่กันเนอร์ แต่ธนกรก็เข้ามายืนบังเพื่อนไว้ ทำให้เถ้าแก่หยุดชะงั้นตกใจในความสูงของธนกรแต่เถ้าเเก่ก็ยังไม่หยุดพูด

“เอ็งไม่รู้อะไรจริงอย่ามาปากดีเอ็งมันก็แค่ไอ้คนหาปลาล่ะว่ะ ลำพังตัวเองก็ยังเอาไม่รอดริอาจมายุ่งเรื่องชาวบ้านระวังไว้เถอะเดี๋ยวจะอายุสั้น”

“อ้าวๆทำไมเถ้าแก่พูดจาแบบนี้ล่ะยายช้อยติดเงินเถ้าแก่ไว้เท่าไหร่ว่ามาเลย”

สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดทำให้ทัชและธนกรต้องรีบห้ามกันเนอร์

“เฮ้ยเพื่อนใจเย็นอย่ามีเรื่องนะเว้ย”ทัชเอ่ยห้ามกันเนอร์

“ไม่มีเรื่องได้ยังไงวะพวกเอ็งก็เห็นว่าเถ้าแก่เนี่ยทำตัวหัวงูใส่หลานสาวยายช้อย”

ธนกรจ้องมองไปยังหญิงสาวเขาก็ต้องตกใจเพราะเธอคือหญิงสาวที่เอาขนมมาขายให้เขาและเหมือนเธอกำลังส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาที่เขา ธนกรจึงตัดสินใจพูดบางอย่างออกไป

“ค่าเช่าที่อ่ะที่ติดเถ้าแก่ไว้ ทั้งหมดมันเท่าไหร่”

ธนกรเอ่ยปากถามเถ้าแก่สุรศักดิ์แต่กลับถูกเถ้าแก่หัวเราะใส่และเอ่ยวาจาดูถูกออกไป

“น้ำหน้าอย่างพวกเอ็งน่ะไม่มีปัญญาจ่ายคืนหรอกเพราะข้าต้องการวันนี้และก็เดี๋ยวนี้”

ธนกรเดินเข้ามาใกล้ๆเถ้าแก่สุรศักดิ์ และจ้องมองตาเข็มงและถามประโยคเดิมอีกครั้ง

“ผมถามว่าทั้งหมดเท่าไหร่คุณก็ตอบผมมาสิ”

ธนกรเอ่ยถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับหน้าตาที่จริงจังเถ้าเเก่สุรศักดิ์เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเอาจริงจึงตอบกลับด้วยความกลัว

“เก้า..เก้าพันบาทยังไงล่ะมีจ่ายให้ข้าไหม”

เถ้าแก่สุรศักดิ์พูดเสียงตะกุกตะกัก ธนกรไม่พูดอะไรออกมาแต่เขาหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋าสตางค์พร้อมกับนับมันและส่งยื่นไปให้เถ้าแก่สุรศักดิ์

“เอานี่ไป เก้าพันบาทผมขอจ่ายแทนและคุณก็ช่วยกลับไปได้เเล้ว”

เถ้าแก่สุรศักดิ์มีอาการอึ้งๆ เพราะเขาคิดว่าธนกรไม่น่ามีเงินสดจ่ายเขาจริงๆ แต่ด้วยการที่กลัวตัวเองจะเสียภาพลักษณ์สุดท้ายก็ต้องรับเงินจากธนกรไว้

“แล้วก็กลับไปได้แล้วครับ”

ธนกรเอ่ยปากไล่เถ้าเเก่สุรศักดิ์

หลังจากที่เถ้าแก่กลับไปเขาทั้งสามคนก็ได้รับคำขอบคุณจากยายหลาน และกันเนอร์ก็แนะนำให้ยายช้อยฟังว่าทั้งสองคนคือเพื่อนของตนที่มาเที่ยวหา ยายช้อยกล่าวขอบคุณธนกรอีกครั้งที่จ่ายเงินค่าเช่าให้

“ขอบใจอีกครั้งนะลูกยายไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลย”

ยายช้อยพูดออกมาด้วยความดีใจ

“ผมเต็มใจช่วยครับ”

“ไม่ได้ยังไงยายก็ต้องใช้หนี้คืน”

“ไม่ต้องหรอกครับยายผมไม่เอา” ยายช้อยที่พยายามจะใช้หนี้คืนแต่มันไม่เป็นผลสำเร็จยายช้อยจึงเปลี่ยนคำพูดใหม่แต่ก็ต้องโดนทัชพูดขัดขึ้นมา

“ไม่ต้องใช้หนี้หรอกครับเพื่อนผมคนนี้มันรวย”

ยายช้อยหันไปมองหน้าธนกรและเอ่ยขึ้น

“ถ้าอย่างนั้นให้ยายตอบแทนอะไรได้บ้างไหมถ้าหนูจะไม่เอาเงินยาย”

ธนกรมองไปยังยี่หวาและแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยตอบกลับ

“ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออกครับเอาไว้ถ้าผมนึกออกว่าจะให้ตอบแทนอะไรผมผมจะบอกนะครับ”

สายตาของธนกรที่มองยี่หวาแบบไม่กระพริบตาทำให้ยี่หวาหลบสายตาด้วยความเขินอายไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหนที่ทั้งสามคนอยู่ที่แผงขายของและทัชเริ่มหิวข้าวจึงขอตัวกลับแต่ขณะที่กำลังจะเดินกลับธนกรได้ก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของยี่หวา

“ค่าเช่าที่ที่จ่ายให้วันนี้น่ะมันไม่ฟรีหรอกแต่ถ้าอยากจะใช้หนี้คืนฉันจริงๆแล้วไม่มีเงินจ่ายมันก็ไม่ยากก็แค่แก้ผ้าของเธอออกซะ”

พูดจบเขาก็เดินตามหลังเพื่อนไปปล่อยให้ยี่หวานั่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักร้อนซ่อนรักร้าย
8.6
เมื่อความแค้นสุมอก ชายหนุ่มจึงทำทุกทางเพื่อเอาคืนศัตรูอย่างสาสม เขาจงใจใช้คำพูดจาถากถางหญิงสาวที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาวและผู้มีพระคุณ แม้เธอต้องเผชิญกับความอัปยศภายใต้เงื้อมือของเขา แต่ความอดทนนั้นมีไว้เพื่อรอวันทวงคืนความยุติธรรม หญิงสาวจึงโต้กลับด้วยความรังเกียจ เมินเฉยต่อเสน่ห์ที่เขามี และตราหน้าว่าผู้ชายหลงตัวเองอย่างเขาไม่มีค่าพอให้เธอชายตาแลมอง แม้จะเสนอสิ่งตอบแทนให้มากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายหัว
9.5
เมื่อนายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อค้ามนุษย์รายใหญ่ ปณาลีนักข่าวสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์จึงยอมปลอมตัวเป็นคนงานคัดปลาเพื่อกระชากหน้ากากเขา แม้อิทธิพลและเงินตราจะมหาศาลเพียงใดเธอก็ไม่หวั่น แต่การสืบหาความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อเธอถูกเขารุกรานด้วยพันธนาการอันเร่าร้อน นายหัวหนุ่มใช้กำลังข่มขู่และสบประมาทด้วยข้อเสนอซื้อพรหมจรรย์อย่างโหดร้าย ท่ามกลางอันตรายและการคุกคามทางอารมณ์ที่บีบคั้น เธอจะเอาตัวรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ประมูลรักซาตาน
7.8
จันทร์เจ้า นักศึกษาพยาบาลสาวเคยช่วยชีวิตภควัต ชายแปลกหน้าผู้บาดเจ็บสาหัสในโรงแรมแห่งหนึ่งอย่างลับๆ ก่อนเขาจะหายตัวไปโดยทิ้งไว้เพียงจี้เพชรและข้อความขอบคุณ สี่ปีต่อมาโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเธอถูกนำตัวเข้าสู่การประมูลราวกับเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่ง และผู้ที่ชนะการประมูลครั้งนี้กลับกลายเป็นชายที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ในอดีต การหวนกลับมาพบกันท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงครั้งนี้ กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาลในวังวนแห่งความรักและอันตราย
หน้าปกนวนิยาย บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil
9.0
เมลดา นางแบบสาวระดับอินเตอร์ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทย แต่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อเธอพลาดมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชานนท์ นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของพี่ชายที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังเบ่งบาน โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องสูญเสียลูกและสูญเสียความทรงจำจนลืมสิ้นทุกความผูกพัน ชานนท์จึงต้องทำทุกทางเพื่อรื้อฟื้นความรักครั้งนี้กลับมาอีกครั้ง แม้ต้องเริ่มใหม่กี่รอบแต่พรหมลิขิตยังคงนำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันในวังวนแห่งรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้สุดที่รัก
9.0
เนรัญชราเติบโตมาในฐานะลูกบุญธรรมของเอกธาดา มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ผู้เพียบพร้อมด้วยฐานะแต่กลับเย็นชาและห่างเหิน เขาเลี้ยงดูเธอด้วยเงินทองผ่านโรงเรียนประจำโดยไร้ซึ่งความผูกพัน จนกระทั่งเธอกลับมายังคฤหาสน์และพบความจริงอันน่าเศร้าว่าพ่อบุญธรรมกำลังเผชิญกับโรคร้ายที่ขโมยเวลาชีวิตของเขาไป ท่ามกลางมรดกมหาศาลที่เขามอบให้ ความรู้สึกลึกซึ้งกลับเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของทั้งคู่ แม้จะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่ความตายกำลังพรากพวกเขาจากกัน แต่ปาฏิหาริย์แห่งรักครั้งนี้อาจมีจุดจบที่คาดไม่ถึง
หน้าปกนวนิยาย ปารีสพิศวาสหวาม
9.3
เมื่อเอริค มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยถูกปฏิเสธ ต้องมาเผชิญหน้ากับอลิชชา หญิงสาวธรรมดาที่แสนพยศและไม่ยอมศิโรราบให้แก่เขาโดยง่าย เขาจึงงัดเล่ห์เหลี่ยมและเสน่หาอันเจนจัดมาล่อลวงเพื่อดึงเธอเข้าสู่กรงพิศวาส แม้เขาจะปั้นดินให้เป็นดาวและมอบความหรูหราให้เพียงใด แต่อลิชชากลับพยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดของอสูรร้ายในร่างเทพบุตร เพราะเธอไม่อาจยอมเป็นเพียงทาสสวาทท่ามกลางผู้หญิงมากมายที่รายล้อมเขา ท้ายที่สุดเล่ห์กลของเขาจะสามารถสยบหัวใจที่แข็งกร้าวของเธอได้หรือไม่