
เสน่หาสัญญารัก
ตอน 2
...วันเดินทาง..
“พ่อกับแม่ไปก่อนนะ แล้วเราน่ะจะไปเที่ยวอย่าไปเมาหลับที่ไหนนะลูกแม่เป็นห่วง”
เสียงสาววัยกลางคนเอ่ยกับลูกชายพร้อมกับสวมกอดกันอย่างอบอุ่นสามคนพ่อเเม่ลูก
“ครับเดินทางปลอดภัยนะครับพ่อกับแม่”
เมื่อกล่าวอำลาเสร็จรถเก๋งก็ขับออกจากตัวบ้านธนกรยืนมองรถที่ขับออกไปจนลับตา เขาจึงรีบเดินเข้าบ้านและเตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวหาเพื่อนที่ทางใต้
สถานีรถไฟ
“ไอ้กร ๆ รถไฟมาเเล้วไปเร็วเว้ย”
ทัชดึงแขนของธนกรและพากันวิ่งขึ้นรถไฟ
“ไม่ได้นั่งรถไฟนานแล้วบรรยากาศดีเหมือนกันนะเนี่ยได้มองวิวทิวทัศน์ด้วย”
ธนกรเอ่ย
“กันเนอร์มันจะเป็นไงบ้างนะมันยังสบายดีไหมหรือว่าตอนนี้มันทำงานช่วยตามันล่ะวะ”
“เห็นมันเคยพูดไว้ว่าหลังจากมันเรียนจบมันก็จะช่วยตามันออกเรือหาปลา”
“แล้วเราสองคนจะลองออกเรือหาปลากับมันกันบ้างไหมวะเปิดประสบการณ์ไง”
“เอาดิ่”
เสียงของธนกรพูดสมทบเพื่อน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปได้นานแค่ไหนทั้งสองได้เผลอหลับไปตื่นมาอีกทีตอนนี้ก็เป็นเวลาพลบค่ำรถไฟได้ลงจอดอีกสถานีหนึ่งทั้งสองพากันลงที่สถานีนั้นและได้ต่อรถไปอีกเรื่อยๆ
รุ่งเช้า..
“โอ้ยเมื่อยตัวไปหมดเลยโว้ยย”
ทัชพูดพร้อมกับยืดแขนและบิดไปมาข้างรถทัวร์
“อีกไกลไหมกว่าจะถึงบ้านไอ้กันเนอร์”
ธนกรถามเพื่อน
“นั่งรถต่ออีกเที่ยวก็ถึงแล้วเพื่อน”
“หิวข้าววะหาข้าวกินกันก่อนปะ”
ธนกรเอ่ยชวนเพื่อน
“อืมว่างั้นล่ะ”
ในระหว่าที่ทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวกันก็มีเสียงของใครคนนึงดังขึ้น
“ขนมหวานไหมจ๊ะช่วยซื้อหน่อยจ้า” เสียงหวานสดใสของหญิงสาว
“เฮ้ยเพื่อนๆดูผู้หญิงคนนั้นสิ”
ธนกรตักข้าวใส่ปากไม่ยั้งไม่สนใจคำพูดของเพื่อนจนกระทั่งเสียงหวานสดใสได้มาหยุดพูดอยู่ตรงโต๊ะของพวกเขา
“พี่จ๋าขนมหวานไหมจ๊ะเหลือห้าห่อสุดท้ายช่วยซื้อหน่อยได้ไหม”
ธนกรได้เงยหน้ามองก่อนจะ ตะลึงกับสาวที่อยู่ตรงหน้าเธอมีหน้าตาที่สวยคิ้วเข้มดวงตากลมโตจมูกโด่ง ปากอวบอิ่มสีชมพูและผมที่ดำเป็นมันขลับได้ถูกมัดรวบเอาไว้เธอมีหุ่นบอบบางและยังมีหน้าอกที่ใหญ่
“ซื้อไหมจ๊ะพี่”
เสียงยี่หวาเอ่ยขึ้นจึงทำให้ธนกรเลิกจ้องมองเธอ
“ครับซื้อครับเอาหมดเลยครับ”
ธนกรรีบหยิบเงินส่งไปให้สาวตรงหน้าแถมยังไม่เอาเงินถอนจากเธออีก ยี่หวากล่าวขอบคุณหลังจากนั้นก็เดินหายไป
“แหมเพื่อนเจอสาวสวยถึงกับเหมาเลยหรอเนี่ยฮ่าๆไม่พอนะยังไม่เอาตังค์ถอนอีก”
ธนกรอมยิ้มและหันหน้าไปทางอื่น
ปิ๊นๆๆๆๆๆ
ยังไม่ทันที่สองหนุ่มจะกินข้าวหมดจานเสียงบีบแตรของรถสองแถวก็ดังขึ้นทั้งสองจึงรีบจ่ายตังค์และวิ่งขึ้นรถ ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงที่หมาย เบื้องหน้าของทั้งสองมีบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง บ้านมีลักษณะเก่าและอยู่ติดริมทะเล ที่นี่คือบ้านของกันเนอร์ ทางบ้านเขามีอาชีพออกเรือหาปลาไม่รอช้าสองหนุ่มพากันเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านไม้ ก็เห็นชายชรายืนตากปลาอยู่กลางแจ้ง ทัชรีบเอ่ยทักทายลุงชิด ซึ่งเป็นตาของกันเนอร์
“ตาชิดๆสวัสดีครับจำพวกผมได้ไหมครับ”
ชายชราหันมามองก็เห็นสองหนุ่มยืนยกมือไหว้อยู่ตาชิดจึงส่งยิ้มให้เเล้วเดินมาหาพวกเขา
“เอ้าไปไงมาไงเนี่ยพวกเอ็งมาๆเข้ามานั่งที่ใต้ถุนบ้านก่อนยายทรงหาน้ำมาให้เด็กๆมันกินหน่อยเร็ว”
“ตาชิดสบายดีนะครับ”
ธนกรเอ่ยถามตาชิด
“ก็เรื่อยๆแหละพักนี้ข้ารู้สึกปวดหลังมาก แล้วพวกเอ็งล่ะสบายดีไหมเป็นยังไงบ้างหลังเรียนจบมีงานการทำกันหรือยัง”
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ตอบอะไรตาชิดเสียงยายทรงที่เป็นเมียตาชิดก็ดังขึ้น
“มาเเล้วๆน้ำเย็นๆ”
เสียงหญิงวัยชราเอ่ยขึ้นและเดินลงมาจากบันไดในมือถือขันน้ำสแตนเลส
“ยายทรงสวัสดีครับผม/ครับ”
ทั้งสองกล่าวสวัสดีพร้อมกัน ยายทรงรับไหว้และกล่าวขึ้น
“ไอ้เจ้ากันเนอร์น่ะมันไม่อยู่หรอกออกไปส่งปลาแดดเดียวที่บ้านยายสร้อยเดี๋ยวมันก็คงใกล้จะกลับแล้วล่ะ แล้วมากันได้บอกมันหรือยัง”
“ไม่ได้บอกมันหรอกครับกะจะมาเซอร์ไพรส์มันด้วย”
พูดยังไม่ทันขาดคำกันเนอร์ก็ขับรถพ่วงข้างเข้ามาในบ้าน
บรึ้นๆๆๆๆ
“อ้าวนั่นไงมาแล้ว”
ยายทรงกล่าวชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ก้าวขาลงมาจากรถพ่วงข้าง
“อ้าวเฮ้ยพวกเอ็งมากันตอนไหนวะ”ชายหนุ่มร่างใหญ่กระโดดกอดเพื่อนทั้งสองคน ด้วยความดีใจกันเนอร์ไม่คิดว่าจู่ๆเพื่อนรักทั้งสองจะมาหา
“พวกกูคิดถึงมึงนะเนี่ยเลยมาหาถึงที่บ้านเนี่ย”
“ดีใจนะเว้ยที่เห็นพวกเอ็งมาหาถึงบ้านดีเลยเดี๋ยวพาเที่ยวรอบเกาะเลย”
ตอนบ่าย ..
กันเนอร์ทัชและธนกรพากันเดินมาถึงชายหาด
“ร้อนๆแบบนี้ต้องเล่นน้ำทะเล”
กันเนอร์กล่าวชวนเพื่อนๆ
“เอาสิรอไร”
ทัชเสริมขึ้นเมื่อพูดจบหนุ่มๆสามคนก็พากันลงเล่นน้ำทะเลอย่างครึกครื้น
“เฮ้อทำไมหลังเรียนจบมึงไม่มาหาพวกกูเลยล่ะ”
“เอ็งก็รู้ว่าข้าต้องกลับมาดูเเลตากับยายที่บ้านแค่ช่วงที่ข้าไปเรียนไม่ค่อยได้กลับมาบ้านก็เป็นห่วงตากับยายจะแย่”
“ใช่หรือเปล่าไม่ใช่มึงติดสาวนะเว้ย”ทัชพูดปนหัวเราะใส่เพื่อน
“อย่าไปแซวมันสิมันเขินเเย่แล้วเนี่ย”ธนกรเอ่ยห้ามทัชไม่ให้เเซวกันเนอร์
“ไม่ใช่นะเว้ยเข้าใจผิดแล้วพวกเอ็งอ่ะ แต่ข้าก็แอบรักสาวอยู่คนหนึ่งนะเว้ยแต่เขาไม่รู้ตัวหรอกเว้ย”
“นั่นแน่ว่าแล้วใครวะๆบอกข้ามาซะดีๆ”
เพื่อนสองคนพากันล้อกันเนอร์ ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานานกันเนอร์จึงเอ่ยปากเล่าให้ฟัง
“บอกก็ได้สาวที่ข้าแอบมองอ่ะเขาเป็นหลานยายช้อยแกตั้งแผงขายขนมหวานอยู่หลังเกาะ”
“บร้ะ...เพื่อนเราเนี่ยร้ายนี่หว่าบอกมาเลยนะเว้ยว่าสวยหรือเปล่าน่ารักไหมแล้วที่สำคัญหุ่นเนี่ยเชพบ๊ะไหมว่ะเพื่อน”
ทัชพูดเเซวพร้อมกับหัวเราะใส่เพื่อน
“เอาแบบนี้เดี๋ยวหลังจากเล่นน้ำเสร็จแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดที่บ้านข้า เดี๋ยวข้าจะพาพวกเอ็งไปดูสาวที่ข้าแอบรัก”
“ต้องแจ่มแมวแน่ๆเลยกรว่าปะ”
ธนกรไม่ตอบได้เเต่ส่งยิ้มไปเฉยๆตอนนี้ในหัวของเขากำลังนึกถึงใครบางคนอยู่นั่นคือสาวที่ขายขนมหวานให้เขาเมื่อเช้านั่นเอง เขารู้สึกถูกชะตากับสาวคนนั้นแบบแปลกๆแต่ในใจก็คิดว่าแค่สาวขายขนมที่เจอแล้วก็ผ่านไปแต่เขากลับยังคงนึกถึงเธออยู่
ณ แผงขายขนม
“เฮ้อยายจ๋าหนูกลับมาเเล้วจ้ะ”
เสียงหวานใสของสาวแสนสวยดังขึ้นยี่หวาอายุยี่สิบสองปีเธอเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของยายช้อยยี่หวาไม่มีพ่อแม่มาตั้งเเต่เด็ก เพราะทั้งสองคนเลิกลากันไปและทิ้งเธอไว้ให้ยายเลี้ยง
“ขายขนมหมดไหมลูก”
ยายช้อยเอ่ยถามหลานสาว
“หมดสิจ๊ะยายไปขายแถวๆที่มีนักท่องเที่ยวเนี่ยขายหมดตลอดเลยจ้ะพรุ่งนี้หนูว่าจะไปไกลกว่านี้อีกนิดนึง”
“พอแล้วล่ะลูกแค่ที่ไปน่ะก็ไกลจากร้านมากๆแล้วอันตรายยายเป็นห่วง”
“ก็ได้จ่ะยาย เอ้อ.. ว่าแต่ยายจ๋าวันนี้ครบเดือนแล้วนี่เถ้าแก่เขามาเก็บค่าเช่าที่หรือยังจ๊ะยาย”
“ยังเลยลูก..ถึงมายายก็ยังไม่มีจ่ายให้เขาหรอก”
“นี่ยายก็ติดเขาไว้จะสองเดือนเเล้ว” ยี่หวาทำหน้าตาตกใจแต่เธอก็รู้ว่ายายไม่ได้จ่ายแค่ค่าเช่าที่อย่างเดียวยายต้องนำเงินไปจ่ายหนี้สินจากที่อื่นอีกที่ยายไปกู้มาส่งยี่หวาเรียนจนจบม.3แต่เธอก็ไม่นิ่งดูดายเร่ขายขนมไปทั่วหาเงินช่วยยายแต่มันก็ยังไม่พอจ่ายค่าเช่าที่ จนตอนนี้ทำให้ยายช้อยติดค่าเช่าที่กับเถ้าเเก่สุรศักดิ์หลายพัน ยี่หวาได้เดินเข้ามากอดยายช้อย และเอ่ยเสียงหวานกับยาย
“พรุ่งนี้หนูจะเอาขนมไปขายอีกนะจ๊ะจะได้มีเงินเยอะๆมีพอมาจ่ายค่าที”
ยายช้อยกอดหลานสาวด้วยความรัก แต่แล้วในขณะที่ยายหลานกำลังกอดกันก็ต้องโดนขัดซะก่อนเพราะเสียงเถ้าแก่สุรศักดิ์ดังขึ้น
“อ้าวๆยายช้อยวันนี้มีตังค์จ่ายค่าเช่าที่ฉันหรือยัง”
เสียงของเถ้าแก่ตะโกนถาม
“สวัสดีจ้ะเถ้าแก่”
ยายช้อยกล่าวสวัสดีกับเถ้าแก่สุรศักดิ์
“สวัสดียายช้อยเมื่อกี้เห็นยืนกอดกันกลมเชียวกำลังมีความสุขอะไรกันเหรอหรือดีใจที่เห็นฉันมา”
“เถ้าแก่จ๊ะยังไงฉันขอเลื่อนไปอีกสักเดือนนึงได้ไหม”
“แต่ยายช้อยก็พูดแบบนี้มาเดือนนึงแล้วนะ”
เถ้าแก่สุรศักดิ์ตะคอกใส่ยายช้อย
“ฉันพูดจริงๆนะจ๊ะขอเลื่อนออกไปแค่เดือนเดียว แล้วฉันสัญญาเลยจะจ่ายให้แน่นอน”
เถ้าแก่สุรศักดิ์แสยะยิ้มที่มุมปาก และเอ่ยกับยายช้อย
“จริงๆแล้วเราก็คนกันเองล่ะนะงั้นเอาแบบนี้ได้ไหม”
“เถ้าแก่พูดมาเลยจ้ะ”
เถ้าแก่สุรศักดิ์อมยิ้มเจ้าเล่ห์และกวาดตามามองที่หลานสาวยายช้อย
“ก็...มันก็ง่ายๆแค่ยายช้อยยอมให้หลานสาวมานั่งกินข้าวกับฉันสักสองชั่วโมงฉันก็จะลดค่าเช่าที่ที่ติดค้างไว้ให้ครึ่งนึงแถมจะปล่อยให้ยายช้อยขายของไปฟรีๆอีกหนึ่งเดือนเลยเป็นไงดีไหม”
“เอ่อ..เถ้าแก่จ๊ะฉันว่ามันคงไม่ค่อยเหมาะหรอกจ้ะหลานฉันน่ะมันยังเด็กฉันกลัวมันจะทำอะไรให้เถ้าแก่ไม่พอใจเอาได้”
“ไม่พอใจอะไรกันยายช้อยฉันแค่อยากนั่งกินข้าวกับหลานสาวของยายช้อยก็เท่านั้นเอง”
เถ้าแก่สุรศักดิ์ไม่พูดเปล่ายังคงส่งสายตามองไปที่ขาอ่อนของยี่หวา เมื่อยี่หวารู้ตัวว่าโดนเถ้าแก่สุรศักดิ์จ้องมองเธอจึงรีบเดินไปหลบอยู่ที่ข้างหลังของยาย ยายช้อยรู้ทันทีเลยว่าเถ้าแก่สุรศักดิ์นั้นมีเลศนัยอะไรแอบแฝงอยู่
“เถ้าแก่จ๊ะถือว่าฉันขอล่ะให้เวลาฉันหน่อยนะอีกแค่เดือนเดียว”
เถ้าแก่สุรศักดิ์มีอาการเหมือนไม่พอใจ
“อะไรวะยายช้อยถ้ายายช้อยไม่ตกลงข้อเสนอก็จ่ายค่าเช่ามาภายในวันนี้”
“เถ้าแก่จ๊ะฉันยังไม่มีให้เลยเมตตาฉันสักครั้งหนึ่งนะ”
“แกจะพูดแบบนี้มันก็ไม่ถูกนะยายช้อยแกจะว่าฉันไม่เมตตาแกได้ยังไง ฉันปล่อยแกมาเดือนกว่าแล้วจะสองเดือนแล้วเรื่องง่ายๆแค่ให้หลานมากินข้าวกับฉันที่บ้านเรื่องมันก็จบเเล้วถ้าส่งมาฉันก็ลดค่าเช่าที่ติดค้างไว้ให้ครึ่งหนึ่งแถมปล่อยให้ฟรีๆอีกตั้งหนึ่งเดือน”
“ยายจ๋าหนูไม่ไปนะจ๊ะยาย”
เสียงยี่หวาร้องบอกยายด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็ต้องตกใจหนักขึ้นเมื่อเถ้าแก่สุรศักดิ์เดินเข้ามาดึงแขนของยี่หวาและบังคับจะให้ไปกินข้าวด้วยกันให้ได้ แต่แล้วเสียงกันเนอร์ก็ดังขึ้นเขาทั้งสามคนธนกรทัชที่แอบดูสถานการ์ณมาสักพักแล้วเห็นว่ามันเกินไปจึงรุดเข้ามาช่วย
“เฮ้ยเถ้าแก่จะทำอะไรอ่ะปล่อยนะเว้ย”
เสียงของชายหนุ่มนามว่ากันเนอร์ตะโกนลั่น
“แล้วเอ็งจะมายุ่งอะไรด้วยวะไอ้เด็กหาปลา”
ไม่พูดเปล่าแต่ยังส่งสายตาดูถูกใส่กันเนอร์
“อ้าวจะมาไม่ให้ผมยุ่งได้ยังไงล่ะครับก็เถ้าแก่กำลังฉุดกระชาก ใช้กำลังกับผู้หญิงอ่ะ”
“นั่นมันก็เรื่องของข้าโว้ย”
เถ้าแก่เถียงกลับ
“แล้วมันเรื่องอะไรกันทำไมเถ้าแก่ถึงต้องไปกระชากเขาด้วยล่ะ”
“เอ็งไม่รู้อะไรอย่าเข้ามาจุ้นจ้านยายช้อยเนี่ยติดค่าเช่าข้ามาจะสองเดือนแล้วโว้ยข้าก็แค่จะพาหลานสาวยายช้อยเนี่ยไปกินข้าวด้วยกันเพื่อขัดดอกก็เท่านั้นเอง”
“เถ้าแก่จะพาไปกินข้าวแบบไหนกันล่ะแถวนี้ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าเถ้าแก่นะหัวงู”
เมื่อสิ้นคำพูดของกันเนอร์เถ้าแก่สุรศักดิ์ ถึงกับเลือดขึ้นหน้าทันทีและปล่อยมือจากยี่หวาเดินตรงปรี่มาที่กันเนอร์ แต่ธนกรก็เข้ามายืนบังเพื่อนไว้ ทำให้เถ้าแก่หยุดชะงั้นตกใจในความสูงของธนกรแต่เถ้าเเก่ก็ยังไม่หยุดพูด
“เอ็งไม่รู้อะไรจริงอย่ามาปากดีเอ็งมันก็แค่ไอ้คนหาปลาล่ะว่ะ ลำพังตัวเองก็ยังเอาไม่รอดริอาจมายุ่งเรื่องชาวบ้านระวังไว้เถอะเดี๋ยวจะอายุสั้น”
“อ้าวๆทำไมเถ้าแก่พูดจาแบบนี้ล่ะยายช้อยติดเงินเถ้าแก่ไว้เท่าไหร่ว่ามาเลย”
สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดทำให้ทัชและธนกรต้องรีบห้ามกันเนอร์
“เฮ้ยเพื่อนใจเย็นอย่ามีเรื่องนะเว้ย”ทัชเอ่ยห้ามกันเนอร์
“ไม่มีเรื่องได้ยังไงวะพวกเอ็งก็เห็นว่าเถ้าแก่เนี่ยทำตัวหัวงูใส่หลานสาวยายช้อย”
ธนกรจ้องมองไปยังหญิงสาวเขาก็ต้องตกใจเพราะเธอคือหญิงสาวที่เอาขนมมาขายให้เขาและเหมือนเธอกำลังส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาที่เขา ธนกรจึงตัดสินใจพูดบางอย่างออกไป
“ค่าเช่าที่อ่ะที่ติดเถ้าแก่ไว้ ทั้งหมดมันเท่าไหร่”
ธนกรเอ่ยปากถามเถ้าแก่สุรศักดิ์แต่กลับถูกเถ้าแก่หัวเราะใส่และเอ่ยวาจาดูถูกออกไป
“น้ำหน้าอย่างพวกเอ็งน่ะไม่มีปัญญาจ่ายคืนหรอกเพราะข้าต้องการวันนี้และก็เดี๋ยวนี้”
ธนกรเดินเข้ามาใกล้ๆเถ้าแก่สุรศักดิ์ และจ้องมองตาเข็มงและถามประโยคเดิมอีกครั้ง
“ผมถามว่าทั้งหมดเท่าไหร่คุณก็ตอบผมมาสิ”
ธนกรเอ่ยถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับหน้าตาที่จริงจังเถ้าเเก่สุรศักดิ์เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเอาจริงจึงตอบกลับด้วยความกลัว
“เก้า..เก้าพันบาทยังไงล่ะมีจ่ายให้ข้าไหม”
เถ้าแก่สุรศักดิ์พูดเสียงตะกุกตะกัก ธนกรไม่พูดอะไรออกมาแต่เขาหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋าสตางค์พร้อมกับนับมันและส่งยื่นไปให้เถ้าแก่สุรศักดิ์
“เอานี่ไป เก้าพันบาทผมขอจ่ายแทนและคุณก็ช่วยกลับไปได้เเล้ว”
เถ้าแก่สุรศักดิ์มีอาการอึ้งๆ เพราะเขาคิดว่าธนกรไม่น่ามีเงินสดจ่ายเขาจริงๆ แต่ด้วยการที่กลัวตัวเองจะเสียภาพลักษณ์สุดท้ายก็ต้องรับเงินจากธนกรไว้
“แล้วก็กลับไปได้แล้วครับ”
ธนกรเอ่ยปากไล่เถ้าเเก่สุรศักดิ์
หลังจากที่เถ้าแก่กลับไปเขาทั้งสามคนก็ได้รับคำขอบคุณจากยายหลาน และกันเนอร์ก็แนะนำให้ยายช้อยฟังว่าทั้งสองคนคือเพื่อนของตนที่มาเที่ยวหา ยายช้อยกล่าวขอบคุณธนกรอีกครั้งที่จ่ายเงินค่าเช่าให้
“ขอบใจอีกครั้งนะลูกยายไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลย”
ยายช้อยพูดออกมาด้วยความดีใจ
“ผมเต็มใจช่วยครับ”
“ไม่ได้ยังไงยายก็ต้องใช้หนี้คืน”
“ไม่ต้องหรอกครับยายผมไม่เอา” ยายช้อยที่พยายามจะใช้หนี้คืนแต่มันไม่เป็นผลสำเร็จยายช้อยจึงเปลี่ยนคำพูดใหม่แต่ก็ต้องโดนทัชพูดขัดขึ้นมา
“ไม่ต้องใช้หนี้หรอกครับเพื่อนผมคนนี้มันรวย”
ยายช้อยหันไปมองหน้าธนกรและเอ่ยขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นให้ยายตอบแทนอะไรได้บ้างไหมถ้าหนูจะไม่เอาเงินยาย”
ธนกรมองไปยังยี่หวาและแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยตอบกลับ
“ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออกครับเอาไว้ถ้าผมนึกออกว่าจะให้ตอบแทนอะไรผมผมจะบอกนะครับ”
สายตาของธนกรที่มองยี่หวาแบบไม่กระพริบตาทำให้ยี่หวาหลบสายตาด้วยความเขินอายไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหนที่ทั้งสามคนอยู่ที่แผงขายของและทัชเริ่มหิวข้าวจึงขอตัวกลับแต่ขณะที่กำลังจะเดินกลับธนกรได้ก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของยี่หวา
“ค่าเช่าที่ที่จ่ายให้วันนี้น่ะมันไม่ฟรีหรอกแต่ถ้าอยากจะใช้หนี้คืนฉันจริงๆแล้วไม่มีเงินจ่ายมันก็ไม่ยากก็แค่แก้ผ้าของเธอออกซะ”
พูดจบเขาก็เดินตามหลังเพื่อนไปปล่อยให้ยี่หวานั่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก
คุณอาจจะชอบ





