ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เสน่หาสัญญารัก

เสน่หาสัญญารัก

เมื่อภาระหนี้สินอันหนักอึ้งกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หญิงสาวผู้ไร้ทางออกจึงต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอสุดอื้อฉาวจากเจ้าหนี้ผู้ทรงอิทธิพล เงื่อนไขเดียวที่จะล้างมลทินทางการเงินของเธอได้นั้นไม่ใช่แก้วแหวนเงินทอง แต่เป็นการยอมจำนนด้วยร่างกายและศักดิ์ศรีภายใต้คำสั่งอันเผด็จการของเขา ท่ามกลางบรรยากาศของโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและการชิงดีชิงเด่น ข้อตกลงที่เริ่มต้นด้วยความแค้นและราคะจะนำพาทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ยากจะคาดเดาในท้ายที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 3

ที่บ้านกันเนอร์

“ไอ้ทัชกับไอ้กรพวกเอ็งนอนห้องนี้กันนะ”

กันเนอร์พาเพื่อนมาดูที่พักภายในห้องค่อนข้างเล็กเเละคับแคบแต่ยังดีที่มีหน้าต่างเอาไว้ระบายอากาศ

“มันจะนอนเบียด ๆ กันหน่อยนะเว้ยโทษทีบ้านข้ามันเล็กวะ”

กันเนอร์บอกเพื่อนและหัวเราะแห้ง ๆ เขารู้ตัวเองดีว่าในบรรดาเพื่อนทั้งสองคนฐานะทางเขามันเเย่ที่สุดแต่เขาก็ยังดีใจที่ทั้งสองคนไม่รังเกียจเขา และยังคบกับเขามาจนถึงทุกวันนี้

“อย่าคิดมากเว้ย แค่มึงมีห้องให้กูสองคนนอนกันก็ดีแล้วล่ะ”

ธนกรพูดให้กันเนอร์สบายใจ

“เอ้อ..พวกเอ็งนอนพักผ่อนกันเถอะเดินทางมากันน่าจะเหนื่อย”

“แล้วมึงไม่นอนเหรอวะกันเนอร์”

เสียงธนกรถามเพื่อน

“ไม่วะข้าว่าจะไปถางหญ้าหลังบ้านหน่อยพวกเอ็งนอนกันไปเถอะ เก็บแรงไว้เดี๋ยวตอนเย็นจะพาไปเดินเล่นที่วัดเขาจัดงานวันแรก”

กันเนอร์พูดจบก็ขอตัวออกไปถางหญ้าหลังบ้าน ทั้งสองคนจึงพากันเก็บของจัดที่นอน และนอนพักผ่อน

ช่วงเย็น

“อ้าว เฮ้ยตื่นได้เเล้วเว้ยไอ้ทัช”

เสียงกันเนอร์ตะโกนลั่นบอกเพื่อน

“อื้้อ..กี่โมงแล้วเนี่ย”

ทัชที่ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจพร้อมกับหาววอด ๆก่อนจะหันมามองธนกรที่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในห้อง ทัชจึงลุกออกมาจากห้องนอนและเดินลงมาข้างล่างทัชเมื่อเห็นหน้ากันเนอร์ก็ถามถึงธนกรว่าหายไปไหน

“กันเนอร์ไอ้กรมันหายไปไหนวะ”

“โอย...มันลุกก่อนเอ็งตั้งนานแล้วนู่นอยู่นั่นไงไปช่วยตาข้าซ่อมเรือเอ็งไปอาบน้ำได้เเล้วไปเดี๋ยวจะพาไปเที่ยวที่งานวัด”

“เออแล้วนี่ยายเอ็งไปไหนวะกูไม่เห็นตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว”

ทัชถามกันเนอร์เพราะไม่เห็นยายทรงที่บ้าน

“อ๋อ ยายข้าไปจองที่ไว้เพราะยายจะเอาปลาที่ตากไว้ไปขายที่วัดเย็นนี้”

กันเนอร์เอ่ย

“อ้าวเหรอวะ งั้นข้าไปอาบน้ำก่อนนะ”

ทัชพูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำ ส่วนกันเนอร์เดินไปหาตาชิดกับธนกรให้ทั้งสองคนเลิกซ่อมเรือและเตรียมตัวไปที่วัด

ที่งานวัด

18:57 น.

บรื้น ๆ

กันเนอร์ได้พาเพื่อนเเละตาชิดมาที่งานและจอดรถไว้ตรงลานวัดเมื่อทั้งสี่คนทัชธนกรกันเนอร์และตาชิดเปิดประตูรถออกมาก็ได้ยินเสียงเพลงในงานที่เปิดเสียงดังสนั่น และเสียงกรรมการวัดประกาศให้ชาวบ้านปิดทองในงานยังมีของขายมากมายหลายร้านละลานตาไปหมด กันเนอร์ที่พาเพื่อน ๆ ตามหายายทรงที่ขายปลาแดดเดียว ใช้เวลาเดินกันช้าเพราะคนในงาน ค่อนข้างเยอะมากทั้งเบียดและเเออัดในช่วงจังหวะนัันพลันสายตาของธนกรก็เหลือบไปเห็นยี่หวาเธอมาตั้งร้านขายขนมหวานและน้ำอัดลมใบหน้าของธนกรเกิดรอยยิ้มขึ้นมา

“โห่..กว่าจะหลุดออกมาจากตรงนั้นได้แทบตาย”

กันเนอร์ที่พาเพื่อน ๆ และตาชิดมาหายายทรงที่ร้านบ่นให้ยายทรงฟังทัชที่รีบกุลีกุจอช่วยยายทรงขายของ

“มา ๆ ช่วยด้วยคน”

กันเนอร์และทัชช่วยกันคนล่ะหน้าที่อีกคนรับหน้าที่ถอนเงินอีกคนทอดปลาส่วนธนกรนั้นก็มาช่วยเอาปลาแดดเดียวใส่ถุงธนกรได้ช่วยเพื่อนขายของไปสักพักแล้วก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากบอกเพื่อน ๆ

“เฮ้ย พวกมึงหิวน้ำไหมวะจะไปซื้อให้ ยายทรงตาชิดกินน้ำอะไรดีครับผมเลี้ยง”

ธนกรเอ่ยเสียงดัง

“เอาแป๊ปซี่แก้วนึง”

“แล้วมึงเอาน้ำอะไรกันเนอร์”

กันเนอร์ที่ทำหน้าคิดชั่วครู่

“เอาแบบไอ้ทัชก็ได้ ส่วนตากับยายข้าเอาเป็นน้ำเปล่านะเพราะแกสองคนไม่กินน้ำอัดลม”

เมื่อกันเนอร์พูดจบธนกรพนักหน้ารับและรีบเดินออกไปซื้อน้ำแต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะไปซื้อน้ำเพียงอย่างเดียวแต่ ธนกร นั้นตั้งใจที่จะเดินไปหายี่หวา เขาใช้เวลาเดินไปยังร้านยี่หวาสักพักในที่สุดเขาก็มาถึงที่ร้านของยี่หวานั้นมีคนซื้อขนมหวานและน้ำเต็มร้านเขาจึงแกล้งตีเนียนเดินเข้าไปและกล่าวสวัสดียายช้อยอีกครั้งและเข้าไปช่วยขายของ

“รับอะไรดีครับ”

ธนกรเอ่ยถามลูกค้าเบื่องหน้ายี่หวาตกใจอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาเยอะช่วยขายเธอจึงเงยหน้ามองด้วยความสงสัยและเธอก็รู้ว่าเป็นเพื่อนของกันเนอร์ แต่แล้วคำพูดของ ธนกร ที่พูดกับเธอเมื่อช่วงบ่ายก็ได้ผุดขึ้นมาเธอจึงยืนจ้องหน้าธนกรด้วยความสงสัยธนกรเมื่อรู้ว่าเธอจ้องมอง หน้าเขาก็ยิ่งตีเนียนทำเป็นขายของไม่รู้ไม่ชี้ แต่แล้วลูกค้าก็เข้ามาขัดจังหวะในการคิดของยี่หวา

“แม่หนู ป้าเอาขนมถ้วยสี่สิบบาทแล้วก็เอาน้ำแดงมาด้วยแก้วนึง”

“ได้จ้ะป้า”

ยี่หวาจึงรีบหยิบขนมถ้วยใส่ถุงให้ลูกค้าก่อนจะรีบหันมาทำน้ำแดงใส่แก้ว แต่เเล้วหน้าเธอก็ชนเข้ากับแผ่นหลังของธนกรเข้าอย่างจังธนกรอมยิ้มและเอ่ยขึ้น

“ก็ขายขนมไปเดี๋ยวน้ำจะช่วยขายให้”

ยี่หวาทำหน้ามึนงงและหันไปขายของต่อเมื่อลูกค้าน้อยลงเธอจึงเอ่ยถาม

“แล้วพวกพี่ล่ะจ๊ะไม่มาเหรอหนูเห็นยายทรงมาขายของด้วยไม่ใช่เหรอจ๊ะ”

“ก็มา”

เขาตอบเธอเพียงสั้น ๆ เเต่ยี่หวาก็ยังถามต่อ

“แล้วทำไมไม่ไป ช่วยเพื่อนขายของล่ะ”

ครั้งนี้น้ำเสียงของเธอฟังดูเหมือนไม่ค่อยพอใจเขาแต่ธนกรก็ยังคงนิ่งเงียบ

ร้านยายทรง ยายของกันเนอร์

“เฮ้ยไอ้กรมันหาร้านขายน้ำเจอป่าววะ”

ทัชเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าธนกรนั้นหายไปนานมากกันเนอร์จึงออกมายืนหน้าร้านและพยายามมองหาเพื่อนก็ไร้วี่แววของเพื่อน

“มันอาจจะกำลังมาก็ได้เเต่คนในงานเยอะมาก ๆ มันน่าจะโดนคนในงานเบียดอยู่”

กันเนอร์เอ่ยตอบทัช

ในด้านของธนกร

“ต้องขอบใจพ่อหนุ่มมาก ๆ เลยนะลูกที่มาช่วยยายขายของเนี่ยเผลอแป๊ปเดียวของขายใกล้จะหมดแล้วไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลยทำไมแสนดีแบบนี้ล่ะลูก”

ยายช้อยเอ่ยชมธนกร เขาได้เเต่อมยิ้มเมื่อเขาก้มมองหน้ายายช้อยดี ๆ สีหน้ายายช้อยไม่ค่อยสู้ดีนักเนื่องจากแกไม่สบายและยังมีท่าทางที่อิดโรย

“ยายครับกลับไปพักผ่อนก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านเองจะยืมรถเพื่อนขับไปส่งที่บ้าน”

คราวนี้ยี่หวาเบิกตาโพรงและหันไปมองหน้ายายถึงยายช้อยจะเห็นด้วยกับธนกร แต่ยายช้อยก็ยังแอบกังวลเพราะหลานสาวไม่เคยไปไหนคนเดียวตอนกลางคืน

“ยายก็อยากกลับไปพักนะ แต่ห่วงยี่หวามันไหนจะของที่ร้านต้องขนกลับคนเดียว”

ยังไม่ทันที่ยายช้อยจะพูดจบธนกรก็เอ่ยขึ้นมา

“เดี๋ยวผมกับกันเนอร์ช่วยขนของไปส่งที่บ้านให้ครับไม่ต้องห่วง ยายน่ะดูอิดโรยนะครับต้องรีบกลับไปพักผ่อนให้มาก ๆ”

ในที่สุดยายช้อยก็ทนลูกตื้อของธนกรไม่ไหวจึงยอมกลับไปพักผ่อนแต่โดยดียี่หวาเมื่อเห็นแบบนั้นเธอจึงรีบเข้าไปคุยกับยายช้อย

“ยายจ๋าไหนยายเคยบอกไงจ๊ะว่าไม่ให้ไปไหนกับคนแปลกหน้า”

ยายช้อยยื่นมือมาลูบหัวยี่หวาและพูดขึ้น

“ใช่ยายสอนหนูแบบนั้นลูก แต่นี่กันเนอร์มันก็จะมาช่วยขนของด้วยแถมพ่อหนุ่มคนนี้ก็ช่วยเหลือเราไว้เมื่อตอนบ่ายไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวลหรอก ยายไว้ใจกันเนอร์ ว่ามันไม่ทำอะไรที่ไม่ดีหรอก”

ธนกรรีบเทแป๊ปซี่ใส่แก้วและหยิบน้ำเปล่าไปสองขวดก่อนจะยื่นเงินไปให้ยายช้อยและขอตัวไปเอากุญแจรถจากเพื่อนก่อน

ที่ร้านยายทรง

“อ้าว ๆ นั่น ๆ ไอ้กรตัวเเซบมันมาโน่นแล้ว”

เสียงทัชที่ตะโกนบอกกันเนอร์

“โห่ไอ้กรเอ็งไปซื้อถึงไหนมาวะพวกข้ารอกินน้ำกันจนคอแห้งหมดแล้ว”

กันเนอร์บ่นใส่ธนกรแต่ธนกรก็ไม่ได้พูดอะไรแต่ส่งน้ำแป็ปซี่ไปให้เพื่อนทั้งสองคน และน้ำเปล่าไปให้ตาชิดกับยายทรง แล้วจึงหันมาพูดกับกันเนอร์

“ขอโทษทีเพื่อนกูยืนดูสาวเเดนเซอร์นานไปหน่อยวะ”

ทั้งกันเนอร์และทัชต่างหันมามองหน้ากันด้วยความงุนงง เพราะตั้งแต่เป็นเพื่อนกับธนกรก็ไม่เคยเห็นจะคบกับใครหรือดูสาวที่ไหนเต้นสักคน เขาสองคนงงที่ได้ยินธนกรพูดแบบนั้น

“เออไอ้กันเนอร์แล้วก็กูยืมรถมึงแป๊ปนึงได้ไหมวะอยากไปขับรถชมวิวหน่อย พอดีไม่ค่อยถูกกับที่ ๆ มีเสียงดังเท่าไหร่เลย”

แต่กันเนอร์ก็รู้ดีว่าธนกรเป็นคนไม่ค่อยชอบเสียงดังแต่จะชอบที่เงียบ ๆ มากกว่า

“ข้าไม่น่าพาเอ็งมาเลยไอ้กรก็รู้อยู่แล้วว่าเอ็งไม่ชอบอะไรที่มันหนวกหู อะ.. กุญแจรถแล้วเอ็งอย่าขับไปไกลมากนะเว้ยเดี๋ยวหลงทางเอา”

กันเนอร์เตือนธนกรด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อน

“ขอบใจนะเว้ยกูจะกลับมาให้ทันตอนมึงเก็บร้านแน่นอน”

ธนกรพูดรับปากกับเพื่อนก่อนจะรีบเดินไปหายายช้อยที่ร้าน

“มาแล้วครับยาย ปะไปกันครับ”

ไม่พูดเปล่าธนกรยังเดินเข้ามาในร้านและจูงมือยายช้อยออกไป ยี่หวาเห็นแบบนั้นก็รีบพูดขึ้นมา

“ยายจ๋ากลับบ้านไปรีบอาบน้ำนอนเลยนะห้ามไปทำขนมต่อนะจ๊ะยาย”

“เออ..ยายจะนอนเลยไม่ต้องห่วงยายหรอกลูกอยู่ขายแค่เท่าที่ไหวนะลูกไม่ต้องกลับดึก”

เมื่อพูดจบยายช้อยก็เดินไปกับธนกรยี่หวาได้แต่มองยายเดินหายไปจนลับตา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KZJ” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KZJ
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าร้าง อดีตสามีคุกเข่าขอร้องคืนดี
8.3
ตลอดสามปีที่สวีเหยียนทุ่มเทเป็นภรรยาที่ดี เธอกลับได้รับเพียงการดูถูกจากตู้หางจือว่าไม่คู่ควรกับเขา เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงเธอจึงเลือกหย่าขาด ท่ามกลางคำเยาะเย้ยของคนรอบข้าง ทว่าเธอกลับผงาดขึ้นเป็นนักออกแบบระดับโลกและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล พร้อมการสนับสนุนจากพี่ชายและหนุ่มหล่อมากมายที่รุมล้อม จนอดีตสามีที่เคยเย็นชาต้องกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว แต่เธอยืนหยัดอย่างสง่างามว่าไม่เคยเสียใจที่ทิ้งเขาไปเพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์กว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ล่าหัวใจมาเฟีย
9.6
วินซ์ เอเมอร์ตัน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซียจมอยู่กับความแค้นหลังสูญเสียน้องชาย เขาจึงวางแผนทำลายศัตรูจนหมดตัวและบีบให้ ขวัญชีวา ซีร์ยานอฟ ต้องกลายเป็นสิ่งของขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้ วินซ์มองว่าเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่ไร้ค่าและพร้อมจะเขี่ยทิ้งทุกเมื่อ แม้ขวัญชีวาจะเกลียดชังความร้ายกาจของเขา แต่เธอกลับพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์จนยอมมอบกายถวายชีวิต ทว่าความเย็นชาของเขากลับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและพรหมจารีของเธอจนแหลกสลาย ทำให้เธอตระหนักว่าหัวใจของมาเฟียผู้นี้คือสิ่งต้องห้ามที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย เมียขายฝาก
9.7
เมื่อความผิดพลาดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันขมขื่น ใบฟางต้องกลายเป็นเมียขายฝากเพื่อชดใช้หนี้พนันที่แฟนเก่าก่อไว้กับปางภู นักเขียนหนุ่มมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโส เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมวางกับดักจนเธอไม่อาจหนีพ้น การตกเป็นเครื่องมือในเกมเดิมพันครั้งนี้สร้างความเจ็บปวดให้เธออย่างแสนสาหัส แม้ใจจะเต็มไปด้วยความแค้นที่เขาพรากศักดิ์ศรีไป แต่เธอกลับต้องติดกับดักเสน่ห์ที่ปะปนด้วยความร้ายกาจและอ่อนหวานในคืนที่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย คาสโนว่าอ้อนรัก
9.5
เมื่อเอมีก้าเดินทางมาพบปวีร์เพื่อคืนรูปถ่ายสำคัญตามข้อตกลงที่เคยให้ไว้ เธอกลับต้องเผชิญกับสถานการณ์เหนือความคาดหมาย เมื่อชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ตัดสินใจฉีกสัญญาเดิมทิ้งอย่างไม่ใยดี ปวีร์ประกาศเจตนารมณ์ใหม่ที่ทำให้เธอต้องตกตะลึงว่า เขาไม่ต้องการเพียงแค่รูปภาพเหล่านั้นอีกต่อไป แต่เป้าหมายใหม่ของเขาคือการครอบครองตัวเธอและเปลี่ยนให้เธอมาเป็นผู้หญิงของเขาแทน ข้อเสนอที่เอาแต่ใจครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เกมรักจำนนใจ
8.9
นิสา ประชาสัมพันธ์สาวแห่ง Grand Hotels ต้องมาต้อนรับแขกในงานเปิดตัวซีอีโอคนใหม่แทนการเป็นแขกวีไอพี เพราะเธอต้องการช่วยวราพิชชาเพื่อนสนิทและภรรยาของโดมินิคเลี่ยงคำครหาจากเหล่าญาติ ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นที่อดีตประธานพากรอบครัวมาปรากฏตัว นิสาแอบชื่นชมความสมบูรณ์แบบของเพื่อนรัก ขณะที่โดมินิคผันตัวไปทำงานเบื้องหลังเพื่อดูแลครอบครัวแทนเดวิดที่เกษียณไป ทุกสายตาต่างจดจ่อรอคอยการประกาศชื่อผู้บริหารปริศนาที่จะก้าวขึ้นมากุมบังเหียนอาณาจักรโรงแรมระดับโลกแห่งนี้