ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักเมียเก็บ

พ่ายรักเมียเก็บ

ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากพันธะอันแสนเจ็บปวด เมื่อเขาเลือกจะเก็บเธอไว้ในฐานะเครื่องบำบัดความใคร่เพียงเท่านั้น แม้หัวใจจะบอบช้ำเพียงใดแต่เธอก็ไร้ซึ่งหนทางหนี เพราะโซ่ตรวนที่ชื่อว่าบุญคุณคอยพันธนาการเธอเอาไว้ให้อยู่ใต้เงาของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความปรารถนาที่ไร้ความรัก เธอต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาที่เขาเป็นผู้กำหนด โดยมีหนี้บุญคุณเป็นกรงขังที่ขังเธอไว้ตลอดกาล ในนิยายโรแมนติกดราม่าที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งของหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

เข้าเดือนที่สี่แล้วที่อ้อยออกตระเวนหางาน เธอไปสมัครด้วยตัวเองตามบริษัทและส่งประวัติการศึกษาไปตามอีเมลไม่รู้กี่ที่ต่อกี่ที่แต่ทุกอย่างก็ยังเงียบกริบไม่มีแม้แต่บริษัทเดียวที่ติดต่อกลับมาให้เธอเข้าไปสอบสัมภาษณ์และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เธอเดินตะลุยไปตามย่านธุรกิจ เธอไม่ได้เรียกว่าตกงานซะทีเดียวแต่เธอไม่อยากต๊อกต๋อยเป็นเด็กเสิร์ฟแบบนี้ไปตลอดเธออยากทำงานตามสายที่เรียนมานั่นคือด้านโฆษณา

“สวัสดีค่ะ มาสมัครงานค่ะ” อ้อยเดินเข้าไปที่สำนักงานแห่งนึงด้านหน้าติดป้ายว่ารับสมัครครีเอทีฟ

“กรอกใบสมัครเลยค่ะ” อ้อยรับกระดาษมากรอกด้วยความรวดเร็วเพราะเธอกรอกมาไม่รู้กี่ร้อยครั้งแล้ว ชื่อ นามสกุล อายุ วันเกิด ประวัติการศึกษา ความสามารถพิเศษ

“ดิฉันพร้อมเริ่มงานได้ทันทีเลยนะคะ” อ้อยยื่นใบสมัครให้แล้วบอกด้วยความกระตือรือร้น

“ค่ะ ไว้จะติดต่อไปนะคะ” พนักงานรับกระดาษมาโยนเข้าตะกร้าแบบไม่ใส่ใจ แค่นี้อ้อยก็รู้แล้วว่าเธอจะไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากบริษัทนี้

“เฮ้อ อ้อยเอ๊ยแกจะเดินเตะฝุ่นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน” เด็กสาวนั่งพักเหนื่อยที่ป้ายรถเมล์และดูดน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบเพื่อบรรเทาความร้อน

“ว๊าย” เธอเผลอทำเหรียญสิบหล่นพื้นแล้วมันก็กลิ้งไปบนถนน

“เอี๊ยด” รถหรูสีดำเบรกดังลั่นเพราะอยู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนนึงวิ่งทะเล่อทะล่ามากลางถนน

“อยากตายรึไง” คนขับลดกระจกลงมาตะโกนใส่หน้าเธอ แค่แว่บเดียวเธอก็เห็นว่าเขาหล่อเหลาเหมือนนายแบบกลิ่นหอมฟุ้งจากในรถลอยมาเตะจมูกพร้อมกับแอร์เย็นฉ่ำ

“ขะ ขอโทษค่ะ” อ้อยกำเหรียญสิบไว้แน่นเงินแค่สิบบาทมันมีค่ากับเธอมาก คนรวยแบบเขาไม่มีวันเข้าใจหรอก

“บรื๊น” รถคันงามขับออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เด็กสาวเวทนาในชะตากรรมของตัวเองต่อไป

“โอนเงินห้าร้อยค่ะ” เดือนๆ นึง เธอต้องโอนเงินให้พ่อเกือบห้าพัน ถ้ามีเธอก็ไม่เคยอิดออดเพราะยังไงพ่อก็คือพ่อแต่วันนี้เธอให้ได้แค่ห้าร้อยเพราะมีเงินเหลือติดตัวแค่สองพันเท่านั้นและอีกสิบสองวันกว่าเงินเดือนจะออกเมื่อทำธุรกรรมเสร็จเธอก็นั่งจดบันทึกอย่างละเอียดว่าภายในงบหนึ่งพันห้าร้อยบาทเธอจะใช้ทำอะไรบ้าง

“ค่ารถ” เงินสี่ร้อยบาทถูกแยกออกมา เธอไม่ค่อยชอบใช้บริการรถเมล์ฟรีเพราะมันจะแน่นเอี๊ยดทุกครั้งเวลาโดยสารทำให้ตัวมีแต่เหงื่อ พนักงานบริการแบบเธอจะไปทำงานด้วยตัวเหม็นๆ แบบนั้นคงไม่ดีและที่สำคัญสโลแกนของมันก็คือรถเมล์ฟรีวิ่งหนีประชาชนคันที่ว่างมักจะวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

“ค่าข้าวเช้า” เงินสามร้อยหกสิบบาทถูกแยกไปใส่อีกช่องของกระเป๋า

“เจ็ดร้อยสี่สิบ” อ้อยนับเงินแล้วก็ท้อแท้ใจเงินเจ็ดร้อยกว่าบาทเธอต้องแบ่งใช้ให้พอสำหรับข้าวอีกมื้อและยังไม่รวมกรณีฉุกเฉินที่รถเมล์ร้อนไม่มาเธอก็ต้องขึ้นรถปรับอากาศส่วนแท็กซี่ไม่ต้องฝันเธอไม่เคยขึ้นอยู่แล้วเพราะมันแพงเกินไป

“กินที่ร้านเยอะๆ ไปเลยแล้วกัน” อ้อยบอกตัวเองเพราะเธอได้อาหารหนึ่งมื้อฟรีในวันที่มาทำงาน

เจนีซกับเลโอนาร์ดก็มาทำธุรกรรมการเงินเหมือนกันและทั้งสองเห็นทุกการกระทำของเด็กสาวที่จดบันทึกรายการและนับเงินแยกใส่ไว้ตามช่องกระเป๋าอย่างเรียบร้อย ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเงินนั่นคือก้อนสุดท้ายของเดือนนี้แน่นอน

“ทำปากกาตกสิคุณ” เจนีซบอกสามี ทั้งคู่นั่งลงข้างๆ เด็กสาวแต่เธอไม่สนใจเลยเพราะกำลังพะวงกับการนับเงิน

“ขอโทษครับ” เลโอนาร์ดแกล้งทำท่าตกใจเมื่อปากกาเล่มสวยร่วงไปที่พื้นตรงเท้าของเด็กสาวแบบพอดิบพอดี

“นี่ค่ะ อ้าว คุณนั่นเอง” อ้อยหยิบปากกาส่งคืนให้เจ้าของ

“บังเอิญจังเลยนะจ๊ะ” เจนีซส่งยิ้มไปให้เด็กสาว

“ค่ะ” อ้อยฝืนยิ้มกลับไปเธอยังคงกังวลว่าจะอยู่ยังไงให้รอดไปจนถึงสิ้นเดือน เงินที่แยกมาทั้งหมดไม่ได้รวมค่าเดินทางวันที่ออกไปหางานสงสัยว่าเดือนนี้เธอคงต้องหยุดการสมัครงานไปก่อนรอเงินออกแล้วค่อยว่ากันใหม่

“หนูขอตัวก่อนนะคะใกล้เวลาเข้างานแล้ว สวัสดีค่ะ” อ้อยลุกขึ้นยืนแล้วยกมือไหว้ทั้งคู่

“อยากไปดื่มชาไหมครับคุณผู้หญิง” เลโอนาร์ดแกล้งถามภรรยา

“รู้ใจจริงๆ เชียว” สามีภรรยาเดินคล้องแขนกันไป

เลโอนาร์ดกับเจนีซมีลูกชายคนเดียวชื่อว่าลอเรนโซหลายสิบปีก่อนลอเรนโซแต่งงานกับผู้หญิงคนนึงที่ดีพร้อมและมีหลานมาให้ทั้งคู่อุ้มมีชื่อว่าลูเซียโน่ เด็กชายน่ารักและเป็นดั่งเทวดาประจำบ้านปู่กับย่าหลงหลานอย่างไม่มีอะไรมาเทียบได้และแน่นอนว่าพ่อกับแม่ก็รักลูก้าน้อยหมดหัวใจ

แต่ความสุขก็ไม่จีรังวันนึงลอเรนโซกับคาริสม่านำลูก้าน้อยมาฝากปู่กับย่าเพราะทั้งคู่มีงานเลี้ยงช่วงหัวค่ำแต่สองสามีภรรยาหนุ่มสาวก็ไปไม่ถึงงานเพราะประสบอุบัติเหตุซะก่อนตั้งแต่วันนั้นลูก้าน้อยก็เหลือเพียงปู่กับย่า เลโอนาร์ดกับเจนีซใจสลายที่ต้องมาเสียลูกชายและลูกสะใภ้ไป ส่วนลูก้าน้อยร้องไห้จนหมดสติเมื่อปู่กับย่าบอกว่าปาป๊ากับมามี้จะไม่กลับมาอีกแล้ว

“สวัสดีจ้ะ” เจนีซดีใจมากที่หนูอ้อยมารับออเดอร์ เธอกับสามีมาที่ร้านหลายครั้งแล้วแต่ไม่เจอเด็กสาวเลย

“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ”

“เราทานข้าวมาแล้ววันนี้ขอแค่เครื่องดื่มแล้วกัน เอาเหมือนเมื่อวันก่อนเลยจ้ะ” เจนีซลองใจว่าเด็กสาวจะจำได้ไหมว่าเธอชอบดื่มอะไร

“ของคุณผู้หญิงชาเปปเปอร์มิ้นท์ส่วนของคุณผู้ชายกาแฟดำ ถูกต้องไหมคะ” อ้อยทวนรายการให้ลูกค้าฟัง

“ถูกต้องจ้ะหนูเก่งจังเลยนะจำเมนูโปรดลูกค้าได้ด้วย”

“ขอบคุณค่ะ รอสักครู่นะคะ” ระหว่างรอเครื่องดื่มเจนีซก็มองเด็กสาวด้วยความชื่นชม เธอขยันคล่องแคล่วและเบิกบานสดใสผิดกับเมื่อสิบนาทีก่อนในธนาคารแบบลิบลับเธอช่างเข้มแข็งและอ่อนโยนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“หนูอ้อยจ๊ะ พอดีว่าฉันสงสัยเรื่องไวน์ในเมนูหนูช่วยเรียกผู้จัดการให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ” เจนีซบอกเมื่อเด็กสาวนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ

“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

“สวัสดีครับคุณผู้หญิง มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” สกล ผู้จัดการร้านเดินโปรยยิ้มมาแต่ไกลทั้งที่ในใจหวั่นว่าจะโดนตำหนิเรื่องอะไรสักอย่าง

“เชิญนั่งครับ” เลโอนาร์ดเชื้อเชิญ เขาไม่รู้ว่าภรรยาคิดจะทำอะไร

“ขอบคุณครับ” สกล ยิ่งเกร็งหนักเข้าไปอีกสงสัยโดนชุดใหญ่แน่

“ฉันพอใจกับอาหารร้านคุณมากค่ะ” เจนีซกล่าวแล้วยิ้มหวานให้

“คะ ครับขอบคุณครับ”

“แต่…” เจนีซเว้นช่องว่างไว้ให้ลุ้น

“แต่อะไรครับคุณผู้หญิง” สกลใจตกไปที่ตาตุ่มอีกครั้ง

“แต่ฉันชอบบริการจากพนักงานของคุณมากกว่า” เธอกล่าวแล้วยิ้มหวานอีกครั้ง

“อ้อ คะ ครับ”

“คุณว่าไหมคะต่อให้อาหารจะอร่อยแค่ไหนถ้าพนักงานบริการไม่ดีมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร”

“จริงครับ”

“พนักงานในร้านนี้ทุกคนมนุษยสัมพันธ์ดีมากค่ะ กิริยาน่ารักสุภาพทุกคน แต่…” สกลใกล้จะหัวใจวายตายอยู่แล้ว

“ยกเว้นสองคนนั้น” เจนีซชี้ไปทางจุ๊บแจงกับอ้อย

“คนนั้น ไม่น่ามาทำงานบริการพูดไม่เพราะและชอบรังแกรุ่นน้อง” เจนีซพูดถึงจุ๊บแจง

“ส่วนคนที่ผมยาวประบ่าเธอน่ารักมาก สุภาพเรียบร้อยแถมจำเมนูโปรดลูกค้าได้ด้วย”

“ขอบคุณมากครับ”

“นี่คือทิปรวมสำหรับทุกคนในร้าน” เจนีซยื่นเงินให้ผู้จัดการร้านสามพันบาท

“ส่วนนี่ของหนูอ้อยคนเดียว ทุกครั้งที่ฉันมาฉันขอแค่หนูอ้อยเท่านั้นคงไม่ลำบากเกินไปนะคะ”

“ด้วยความยินดีครับคุณผู้หญิง”

“ดิฉันขอรบกวนคุณเท่านี้ค่ะ ชาร้านคุณหอมมาก” เจนีซบอกแล้วยกชาหอมกรุ่นขึ้นมาจิบ เลโอนาร์ดได้แต่อมยิ้มให้ภรรยาจอมวางแผน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หวงรัก
8.9
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดเปลี่ยนที่ไม่อาจหวนคืน คำเตือนสุดท้ายจึงดังขึ้นเพื่อย้ำเตือนถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา หากตัดสินใจก้าวข้ามเส้นแบ่งนี้ไป ทุกอย่างระหว่างเราจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกตลอดกาล นี่คือเรื่องราวความรักแนวโรแมนติกสมัยใหม่ที่สำรวจความเปลี่ยนแปลงของหัวใจและความเปราะบางของความผูกพัน เมื่อการกระทำเพียงครั้งเดียวอาจทำลายความคุ้นเคยที่เคยมีมาจนหมดสิ้นและเปลี่ยนสถานะของคนสองคนไปอย่างสิ้นเชิงในพริบตาเดียว
หน้าปกนวนิยาย เรา ร่วมกัน ผงาด จาก เถ้าถ่าน
8.7
ขณะที่ฉันตั้งท้องแปดเดือนและติดอยู่บนถนนที่เงียบสงัดพร้อมพี่สาว รถบรรทุกปริศนาก็พุ่งชนเราอย่างจงใจจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ฉันพยายามติดต่อ คิน ผู้เป็นสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยและเลือกไปดูแลน้องสาวต่างมารดาแทนเพียงเพราะเธอปวดหัว เมื่อฉันฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าลูกในครรภ์จากไปแล้ว และพี่สาวที่เป็นนักเปียโนต้องพิการตลอดกาล ในเมื่อเขาเลือกทอดทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงคนนั้น พวกเขาจะได้รู้ว่าความแค้นของเราจะเผาผลาญชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพวกเขาให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรัก ท่านประธานแสนร้าย เล่ม 1
9.3
มายาวีย์ถูกส่งไปทดสอบถุงยางอนามัยของบริษัทลีอาห์แต่กลับตั้งท้องอย่างไม่คาดฝัน ทว่าท่านประธานหนุ่มผู้มั่นใจในสินค้ากลับตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่หวังจับคนรวย เธอจึงหอบลูกกลับมาพิสูจน์ความจริงพร้อมท้าทายด้วยกฎหมายเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา การกลับมาครั้งนี้เธอกลายเป็นแม่ลูกอ่อนที่สวยสง่าจนเพลย์บอยหนุ่มที่เคยดูถูกต้องคลั่งไคล้และตามง้อขอคืนดีอย่างน่าเวทนา แต่สำหรับเธอแล้วพ่อที่ดีคือพ่อใหม่เท่านั้น ลีอาห์จึงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะใจหญิงสาวที่เคยขับไสไล่ส่งไป
หน้าปกนวนิยาย เลือกฉันหรือเขา
8.7
ชาร์ลีถูกทิ้งกลางงานหมั้นจนกลายเป็นตัวตลก เมื่อพบความจริงที่เจ็บปวดจากคลิปความสัมพันธ์ลับของคู่หมั้นกับน้องสาว เธอจึงเลือกประชดชีวิตด้วยความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชายแปลกหน้า แต่เขากลับไม่หายไปและก้าวเข้ามาช่วยเหลือเธอทั้งเรื่องงานและการแก้แค้นอย่างมีชั้นเชิง ท่ามกลางการรุกจีบที่หนักหน่วง ชาร์ลีเริ่มหวั่นไหวจนกระทั่งอดีตคนรักกลับมาขอโอกาสแก้ตัวอีกครั้ง มหาเศรษฐีหนุ่มข้างกายจึงตั้งคำถามสำคัญให้เธอตัดสินใจว่า ท้ายที่สุดแล้วหัวใจของเธอจะเลือกใคร
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ
หน้าปกนวนิยาย วิมานมาร
8.1
อันโตนิโอ ปาสซินี่ หนุ่มอิตาลีผู้หล่อเหลาและสง่างามจำต้องซ่อนความแค้นลึกซึ้งไว้ภายใต้หน้ากากไร้ที่ติ มาร์กาเร็ต ปาเชโก้ หญิงสาวผู้ไร้เดียงสา ยอมมอบหัวใจให้เขาเพียงผู้เดียวแม้รู้ว่าเขาไม่มีวันรักตอบ หลังจากค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนผ่านพ้นไป เธอกลับถูกเขากดดันด้วยถ้อยคำร้ายกาจและสัมผัสที่เอาแต่ใจ แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด รสจูบที่ดิบเถื่อนและทรงพลังของเขาก็ทำลายความต้านทานของเธอลงสิ้น จนสุดท้ายเธอกลับเผลอใจตอบสนองความต้องการของชายผู้เป็นดั่งฝันร้ายที่เธอถวิลหาอย่างเลี่ยงไม่ได้