
ครั้งต่อไปจะรักคุณให้ดี
ตอน 2
บทที่ 2
สินสอดของน้องสาว
ประตูถูกปิดลงอย่างแรง แล้วกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
ละตินลุกขึ้นมาจากพื้นพรมอย่างยากลำบาก กระดูกทั้งร่างคล้ายกับแยกออกจากกันไปหมด แม้แต่ยืนก็ยืนไม่ไหว
เธอเก็บเช็คเงินขึ้มา หัวเราะออกมาอย่างขมขื่นอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่
ตั้งแต่เมื่อเจ็ดปีก่อน ที่พ่อพาลูกสาวที่เป็นลูกเก็บเข้ามาในบ้าน ทรัพย์สมบัติของบ้านเธอ ความรักของพ่อ และคู่หมั้นของเธอ ฟรานซิส ทุกอย่างกลายเป็นของๆคนอื่นหมด!
เป็นคู่หมั้นที่หมั้นกันแท้ๆแต่ไม่เคยรักตัวเองมาก่อน เพราะโชคชะตาเล่นตลก หรือว่าตัวเองไม่ได้เรื่องกันนะ?
มีเสียงสั่นของมือถือดังมาจากบนโต๊ะ
ละตินรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบมือถือขึ้นมา
“ ละติน แม่ของแกประสบอุบัติเหตุแล้ว! ”
เสียงของพ่อถูกส่งออกมาจากมือถือ
“ อะไรนะคะ! ” สีหน้าของละตินซีดขาวไปทันที : “ แม่ของหนูเป็นยังไงบ้างคะ แม่อยู่ที่ไหน? ”
“ ส่งไปที่โรงพยาบาลของฟรานซิสแล้ว แม่ของแกต้องการการถ่ายเลือด แต่ธนคารเลือดไม่มีเลือด ทำไม เขาไม่ได้บอกแกหรอ? ”
ละตินอึ้งไปสักพัก แล้วลุกขึ้นมาอย่างกับถูกไฟดูด
สีหน้าของเธอขาวซีดเปลี่ยนเป็นม่วงเขียวไปมา ริมฝีปากสั่นกระทบกันอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
เมื่อครู่นี้เขาพูดว่า อีกไม่นานคุณก็จะได้รับผลกรรม!
ในใจของละตนมีความคิดที่น่ากลัวผุดขึ้นมา ภาพตรงหน้ามืดมัวไปทันที
ฟรานซิสรู้ว่าคนที่ประสบอุบัติเหตุเป็นใคร แต่เมื่อครู่นี้เขากลับไม่บอกเธอ
เขาอยากจะทำอะไรกันแน่!
เธอลุกขึ้นยืนด้วยเข่าที่อ่อนยวบ วิ่งไปยังประตูทางออกอย่างทุลักทุเล
เป็นความผิดของเธอทั้งหมด เธอไม่ควรขับรถชนนานาที่ท้องอยู่! ไม่ควรจะปฏิเสธความต้องการของนานา! ยิ่งไม่ควรจะขู่นานา ที่บอกว่าจะบอกความลับที่พบแสงสว่างไม่ได้ของเธอให้กับคนอื่น!
หากแม่เป็นอะไร เธอยอมเป็นคนที่ตายดีกว่า!
ละตินนั่งแท็กซี่มายังโรงพยาบาล เธอร้อนรนมาก ไม่กี่ก้าวก็วิ่งขึ้นมาชั้นบนแล้ว
เธอเดินออกมาจากลิฟท์ เธอเจอกับพ่อที่ยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดิน เธอพุ่งไปหาพ่ออย่างร้อนรน
“ พ่อคะ แม่ของหนู่ล่ะคะ? ”
“ แม่ของแกกำลังอยู่ในห้องฉุกเฉิน หมอกำลังช่วยชีวิตอยู่ ” ดวงตาของพ่อเธอมีแสงสว่างผ่านวูบไป เขากระแอ่มไอ : “ แกเอาเงินมาแล้วใช่ไหม ค่าผ่าตัดยังไม่ได้จ่ายนะ ”
“ ค่ะ! ”
ละตินไม่มีใจสนใจเรื่องอื่น เธอค้นเช็คเงินออกมาจากกระเป๋าหนึ่งแผ่น แล้วยื่นออกไปอย่างไม่สงสัยอะไร
หลังจากที่พ่อและแม่หย่ากันแล้ว เธอกับแม่ก็อยู่ด้วยกันมาสองคน ยังดีที่พ่อของเธอมาเอาเงินค่าเลี้ยงดู พบอาการของแม่เข้า
ไม่อย่างนั้นเธอออกไปหาฟรานซิส แม่อยู่บ้านคนเดียว ผลที่จะตามมาไม่กล้านึกเลยจริงๆ
“ สี่ล้าน?! ” พ่อของเธอรับเช็คเงินมา มองเห็นชื่อที่ถูกเซ็นอยู่บนเช็คเงิน สายตาตกตะลึง : “ แกไปขอเงินจากฟรานซิสแล้วหรอ เขาให้เธอมากอย่างนี้เลยหรอ? ”
“ พ่อคะ รีบไปจ่ายค่าผ่าตัดเถอะค่ะ ” ละตินไม่อยากพูดมาก
นี่เป็นเงินค่าตอบแทนที่ฟรานซิสให้มา เพราะเธอขายมดลูกให้เขา
“ ฉันก็ว่าแล้วไง แกไปยืมเงินค่ารักษาของแม่แกไปทั่ว ไปขอจากฟรานซิสง่ายกว่าอีก แม้ว่าพวกแกจะเลิกกันแล้ว แกก็ต้องไม่เสียเปรียบนี่ ต้องไปขอเงินจากเขา! ”
พ่อของเธอกำเช็คเงินไว้แน่น อารมณ์ดีมาก : “ อีกสองเดือน เขาก็จะแต่งงานกับนานาแล้ว สินสอดที่บ้านเขาให้บ้านเราต้องไม่น้อยแน่! ”
ละตินอึ้ง : “ พวกเขาจะแต่งงานกัน? ”
“ ใช่ ” พ่อของเธอไม่รู้ถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเธอสักนิด เขาเดินไปยังลิฟท์ : “ แม่ของนานา น้าของแกชอบบ้านหลังหนึ่ง คิดว่าจะเอาเป็นสินสอดให้นานา มีเช็คเงินนี้ ตอนบ่ายก็สามารถจ่ายเงินได้แล้ว ”
“ พ่อ! ” ละตินตื่นจากภวังค์ ไล่ตามพ่อไปจับมือของเขาไว้ : “ เงินนี่เป็นเงินที่จะจ่ายค่ารักษาให้แม่นะคะ! ”
“ จ่ายค่ารักษาอะไร ” สันดานแท้ๆของพ่อเธอออกมา เขาผลักเธอออก : “ แม่ของแกก็เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว มีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน! ”
“ พ่อ นี่เป็นเงินที่จะช่วยชีวิตของแม่นะ! ”
ละตินจับมือของพ่อไว้ เธอร้อนรนจนน้ำตาจะไหลลงมา
“ ฉันกับแม่แหย่ากันไปตั้งนานแล้ว! ” พ่อของเธอถูกเธอจับไว้จนโมโห สะบัดมือตบลงบนแก้มของเธอ : “ ฉันเลี้ยงแกจนโตอย่างนี้ ค่าเลี้ยงดูแกยังให้ไม่พอ! ฟรานซิสสามารถให้แกสี่ล้านได้ ก็ยังจะให้ได้อีก ไปขอจากเขา! ”
“ เพี๊ยะ! ”
ในทางเดินระเบียงโรงพยาบาลมีคนมากมายเดินไปมา ละตินถูกตบแก้มจนล้มลงไปกองอยู่บนพื้น ฟันกระทบกับริมฝีปากจนแตก
“ คนที่กินทั้งในบ้านและข้างนอก สู้นานาก็ไม่ได้! ”
พ่อของเธอด่าเธออย่างเจ็บแสบ เอาเช็คเงินแล้วเข้าไปในลิฟท์
“ พ่อ! ”
ละตินลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก แต่ร่างของพ่อที่อยู่ตรงหน้าได้หายไปแล้ว
คนรอบด้านต่างก็เข้ามาล้อมรอบเธอ ชี้นิ้วด่าทอเธอต่างๆนาๆ
เธอคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างสิ้นหวัง น้ำตาไหลอาบแก้ม
แม่กำลังอยู่ในช่วงอันตราย แม้แต่เงินค่าผ่าตัด พ่อก็ได้เอาไปแล้ว
ละตินเงยหน้าขึ้น มองเห็นร่างๆหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางผู้คน
“ ฟรานซิส! ”
สายตาของละตินสว่างขึ้นมาทันที คล้ายกับมองเห็นคนที่จะช่วยชีวิตได้ เธอออกมาจากท่ามกลางผู้คนที่แออัด แล้ววิ่งตามเขาไป : “ ขอร้องคุณล่ะ ช่วยแม่ของด้วยนะคะ! ”
คุณอาจจะชอบ





