
รักเลือดมาเฟีย
ตอน 3
จัดการเรื่องยุ่งยาก
หลังจากเมื่อคืนเขาก็บินไปอิตาลีทันทีแล้วต่อสายหามาร์กัส เพื่อเจรจาร่วมมือ
“ลูเฟีย” มาร์กัสรับสายหลังจากออกมาจากบ้านพักของนายพล อาร์มาร์โด้ ก่อนจะขึ้นเรือเพื่อไปยังจุดหมายต่อไป สถานที่นัดหมายของ พวกเราคือ ร้านอาหารพื้นเมืองในเมืองมิลานท่ามกลางความเงียบสงบ ราวกับไร้ผู้คน
ห้องอาหารด้านในสุดมีทายาทมาเฟียสองคนกำลังนั่งอยู่ด้านใน จึงชวนให้บรรยากาศดูเงียบยิ่งกว่าเดิม คิดว่าลมหายใจก็แทบจะไม่กล้าหายใจ
สองหนุ่มหันมองไปยังอีกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ฟาเบียนที่นั่งเหงื่อตกก็ขยับเคลื่อนตัวให้มีเสียงขึ้นมา หันมองด้านนอกก็มีคนคุ้มกันแน่นร้านอาหาร
“หลักฐานถูกบันทึกที่หน้ากล้องของจารมีน ตอนนั้นเขาเอาไป แต่เอาไปเก็บที่ไหน ผมเองก็ไม่แน่ใจ”
ลูเฟียฟังฟาเบียนพูดเป็นครั้งที่สิบ ถึงจารมีนจะเป็นลุงเขา และเลี้ยงเขามากับมือ ฝึกและทำให้เขากลายเป็นคนเลือดเย็นอย่างที่เขาต้องการ หากแต่เขาก็ไม่เชื่อสนิทใจเท่าไร
“ลุงพูดแบบนี้ลอย ๆ แล้วจะให้ผมเชื่อสนิทใจได้ยังไง”
สายตาฟาเบียนดูกังวล “ใช่ ๆ ตอนเกิดเรื่องมีอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย”
สองหนุ่มเอนไปยังด้านหน้าโต๊ะ เพื่อรอฟังรายชื่อที่เขาบอก “ลูแบร์”
ลูเฟียถึงกับขมวดคิ้ว “ลุงพูดถึงอะไรกับคนตาย”
ใช่ลูแบร์ตายไปเมื่อห้าปีก่อน แต่เขากลับได้ยินเสียงหัวเราะของ ฟาเบียน “หึ ใครบอก”
หมายความว่าอย่างไร “หากเขาไม่แกล้งตาย ก็คงได้ตายจริง ๆ เพราะเมื่อห้าปีก่อน ตอนที่เขาบอกความจริงเรื่องฐานะคุณชายแล้ว เขาก็คิดที่จะทวงตำแหน่งให้คุณชาย คิดจะขโมยหลักฐานออกมาได้แต่ถูกจับได้เสียก่อน ตอนนั้นเขาถูกตามล่าพร้อมกับหลักฐานอย่างหนัก สุดท้ายก็ตกหน้าผาไปแต่โชคดีที่ไม่ตาย ลูแบร์จึงสร้างศพปลอมขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองหายไปจากโลกนี้ แบบนั้นแล้วถึงจะหนีรอดจากมือของจารมีนได้ ถ้าหลักฐานไม่ถูกทำลายใต้หน้าผานั้น ก็แสดงว่าตอนนี้ยังอยู่ที่ลูแบร์”
“แล้วจะหาเขาได้ที่ไหน” มาร์กัสเป็นคนพูดแทรกขึ้นมา
ฟาเบียนเหมือนลังเล แต่ก็ยอมบอก “ชายแดนฝรั่งเศส เวียลาเต (Via Lattea)”
ดูเหมือนงานนี้เราจะต้องเตรียมเสื้อกันหนาวเยอะหน่อยแล้ว มาร์กัสหันมองลูเฟีย ก่อนที่พวกเราทั้งหมดจะเริ่มออกเดินทาง
วันนี้เป็นวันดีที่เธอได้ออกจากอะพาร์ตเมนต์ห้องนั้นหลังจากที่เขาใช้เธอจนเกินราคาที่เรียกร้องเสียอีก ในใจเมญ่าบ่นอุบรู้แบบนี้เรียกให้แพงกว่านั้นดีกว่า
เสียงรถจอดเทียบริมถนน เธอหันมองป้ายร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ที่อยู่ตรงหน้า ไม่นานก็มีคนมาเปิดประตูให้เธอลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในร้านแห่งนั้น
วันนี้เธออารมณ์ดีมากที่เขาไม่อยู่ ได้ยินที่คุยโทรศัพท์เหมือนจะออกไปชายแดนฝรั่งเศสอิตาลี ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะไปไหนก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ ตอนนี้ร่างกายเธอแทบจะหมดแบตเตอรี่คิดว่าหลังจากชอปปิงเสร็จจะเข้าร้านให้นวดสักสองสามชั่วโมง
พนักงานร้านเปิดประตูให้เธอเข้าไป เมื่อเข้าไปก็มีพนักงานผมสีทองยืนยิ้มอยู่พร้อมกับพูดว่า “คุณลูเฟียโทรมาแล้วค่ะ เชิญคุณเมญ่าเลือกได้ตามสบายเลย”
เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสูงอีกนิดจากนั้นก็เริ่มกวาดตั้งแต่ราวแรก เสียงพนักงานที่อยู่ด้านหลังก็พูดขึ้น “อันนี้ไซซ์คุณเมญ่า น่าจะใส่ไม่ได้นะคะ”
“ใส่ไม่ได้ก็เอาให้ขอทานแทน” ในเมื่อใช้ร่างกายเธอจนแทบเดิน ไม่ไหวเธอก็ต้องใช้เงินเขาให้คุ้มหน่อย พนักงานได้ยินก็ยิ้มอย่างยินดีรีบเข้าไปรับเสื้อผ้าทีละราว พอเห็นว่าเยอะก็ขอตัว
“ดิฉันขอตัวไปตามพนักงานคนอื่นก่อนนะคะ เชิญคุณเมญ่าเลือกต่อเลยค่ะ” เมญ่าหันมองไปยังพนักงานที่รีบวิ่งไปด้านในอย่างดีใจ เธอจึงหันกลับมามองเสื้อผ้าราวที่สองสายตามองเห็นเสื้อโค้ตสีขาวที่อยากได้มานาน ก็หยิบขึ้นมามองแล้วใช้มือลูบจับขนนุ่มอุ่น
“เป็นขนแกะจากอิตาลี ดีไซน์โดยนักออกแบบชื่อดังซึ่งแน่นอน เธอคงไม่รู้จัก” คนพูดเดินมาแล้วก็ถือวิสาสะดึงเสื้อที่เธอถือไปมองจากนั้นก็หยิบดูป้ายราคา
“มีปัญญาจ่ายหรือยังไง” มุมปากอีกฝ่ายเหยียดชัดเจน จนเมญ่ารู้สึกคันยิบแต่ก็อยากทำให้อีกฝ่ายสำนึกก็เลยพูดกลับ
“ฉันจะมีปัญญาจ่ายหรือไม่มีปัญญาจ่ายแล้วเกี่ยวอะไรกับเธอนีน่า”
เจ้าของชื่อหัวเราะขำจากนั้นก็ขว้างเสื้อใส่หน้าเธอ “อย่างเธอคงต้องไปขายตัวสักร้อยครั้งถึงจะซื้อมันได้ อ้อไม่สิฉันว่าชาตินี้คงไม่มีปัญญาเพราะคนที่จ่ายเงินให้เธอไม่มีแล้วใช่ไหม”
เมญ่ามองคนตรงหน้า เรื่องที่เธอกับแฟนหนุ่ม ราฟาเอลเลิกกันนั้นไม่มีใครได้รู้เลยยกเว้นแต่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่ทำให้พวกเราสองคน เลิกกันและตอนนี้เธอก็รู้สาเหตุแล้ว
ที่ผ่านมานีน่าพยายามแซะเธอทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการเรียน ตลอดจนการคบเพื่อนในห้อง กีดกันและคอยแกล้งเธอสารพัดแต่ทุกครั้งก็จะมี ราฟาเอลคอยช่วยเหลือเธอเสมอ
ทำให้เธอยอมคบหากับราฟาเอล แต่เพียงเพราะว่าเหตุผลบางอย่างเลยทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนไป จนถึงตอนนี้เธอก็ทราบสาเหตุ
นีน่าดูจะสะใจที่ทำให้เธอเงียบและดูเหมือนตัวแข็งจึงเดินเข้าไป แล้วใช้ “เท้า” เหยียบที่เสื้อโค้ตชุดนั้นจนเสื้อสีขาวเปื้อนดินเป็นสีดำ
“ว่ายังไงตกลงมีปัญญาจ่ายใช่ไหม อันที่จริงแล้วมันก็แค่เศษเงินเท่านั้น” นีน่าเปิดกระเป๋าแล้วหยิบบัตรขึ้นมาจากนั้นก็โบก
เมญ่าจำบัตรใบนั้นได้ดี นึกเสียดายที่ตอนนั้นเธอปฏิเสธราฟาเอลไปเลยทำให้ไม่ได้ถลุงเงินเขาจนหมดเนื้อหมดตัว
“เดี๋ยวฉันจ่ายให้เองเธอไม่ต้องกลัวหรอกนะเพื่อนรัก” คำว่าเพื่อนรักดูแล้วจะทิ่มแทงใจเธอเข้าไปอีก
เมญ่ามองอีกฝ่ายที่เดินไปยังหุ่นที่ยืนอยู่กลางร้าน มีพนักงานอีกคนที่ออกมาจากด้านหลังซึ่งไม่ใช่คนที่ต้อนรับเธอเข้ามาทักทายนีน่าก่อนจะหยิบเสื้อคลุมสีน้ำตาลนั้นมาสวมใส่ “เธอว่าสวยไหม” คนกวนประสาทยังคงหันมายิ้มแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ไม่นานพนักงานที่ต้อนรับเธอก็ออกมาสีหน้าอีกฝ่ายตกใจเมื่อเห็นเสื้อโค้ตบนพื้นพร้อมกับรอยเปื้อน เมญ่าหันมองไปทางนีน่าแล้วพูด
“ฉันเหมาเสื้อผ้าทั้งหมดในร้าน และเสื้อตัวนั้นที่เธอใส่ด้วย อ้อ อีกอย่างถ้าคุณเอามาไม่ได้ฉันก็จะยกเลิกเสื้อทั้งหมดที่สั่งไป”
นีน่าอ้าปากกว้างหันมองสีหน้าพนักงานจากนั้นก็....
“กรี๊ด” นีน่าถูกโยนออกจากร้านเสื้อแบรนด์ดัง เธอกระทืบเท้าโวยวายกลับ “เธอจะมีปัญญาจ่ายได้ยังไง บ้าไปแล้วที่เชื่อผู้หญิงแบบนั้น” หากแต่ประตูร้านกลับเปิดออกพร้อมกับพนักงานทั้งหมดของร้านเดินถือเสื้อผ้าไปยังรถสีดำหรูที่จอดเทียบอยู่หน้าร้าน
นีน่าหันมองป้ายทะเบียนที่มีสีแตกต่างจากสีรถทั่วไป ป้ายแบบนี้ส่วนมากจะเป็นของประธานาธิบดี นักการเมือง หรือนักธุรกิจที่มีเงินเท่านั้น สายตานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังเมื่ออีกฝ่ายออกมาก็พูดด้วยคำหยาบ
“ขายตัวให้ใกล้ตายใช่ไหมถึงได้มีเงินมากขนาดนี้”
เมญ่ายกไหล่แล้วยิ้ม “คงงั้นมั้ง” เธอไม่สนหรอกว่าอีกฝ่ายจะเอาเธอไปนินทาอะไรอีก ในเมื่อตอนนี้เธอมีเงินและคนคุ้มครองอยู่ คิดว่า ถ้ารำคาญมากก็อ้อนให้เขา สั่งให้ลูกน้องไปจับนีน่ามาตัดลิ้นเสียก็สิ้นเรื่อง
เมื่อประตูรถปิดลงเธอก็หัวเราะออกมา ในใจก็คิดว่ามีเงินก็เหมือนเป็นพระเจ้า วันนี้เธอพึ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้คำว่ามีเงินมีทุกสิ่งจริง ๆ
“เดี๋ยวแวะที่ร้านสปาด้วยฉันจะอยู่ที่ร้านสักสามชั่วโมง พวกนายก็หาร้านกาแฟนั่งกินแถวนี้แล้วกัน” คนที่พึ่งจะมีคนติดตามอย่างไรก็ติดนิสัยเกรงใจและมีน้ำใจคนไทยอยู่ จึงหยิบเงินสดจำนวนหนึ่งส่งให้พวกเขาจากนั้นก็ลงจากรถเข้าร้านสปาไทยต่อ
ความเป็นไทยอยู่ได้ทั่วโลกเมื่อก่อนอยากจะมานวดก็ต้องเก็บเงินประหยัดหลายเดือน มาตอนนี้คิดว่าจะมาสักอาทิตย์ละครั้งหรือว่าถ้าเขาใช้งานมากเธอจะมาทุกวันแล้วกัน
“น้องเมญ่าวันนี้ไม่เรียนเหรอ” คนถูกทักเงยหน้ามองพี่ยี่หวาเจ้าของร้านสปาที่อายุประมาณสามสิบกว่า ใบหน้ายิ้มแย้มพูดทักเป็นภาษาไทย ทำให้เธอยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะเหมือนเจอพี่สาวอีกคน ในต่างแดน
เมญ่าเงยหน้ามองปฏิทิน “วันนี้ปวดหัวค่ะเลยอยากมาหาพี่ยี่หวา ให้ช่วยนวดหน่อย”
ยี่หวามาโอบเอวหญิงสาวแล้วพาเข้าไปด้านใน มีพนักงานไทยอีกคนที่เป็นลูกจ้างจะมารับลูกค้าหญิงสาวก็ยกมือขึ้น
“คนนี้พี่จัดการเอง” พนักงานรับคำแล้วเดินไปอีกห้องหนึ่งปล่อยให้พวกเราอยู่กันสองคน
เมญ่าหันมองหญิงสาวคนนั้นที่อายุไล่เลี่ยกัน “เด็กใหม่หรือคะ เมย์ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“อืม คนใหม่ คนก่อนหน้าอยู่ได้เดือนเดียวเองก็สเต็ปเดิมนวดไปนวดมาก็นาบกันไปจากนั้นก็ชวนกันไปอยู่ไปกินที่อื่นต่อ พี่เลยต้องหาคนใหม่”
ยี่หวาเดินไปจุดเทียนสปาจากนั้นก็หันมาทางหญิงสาวที่กำลังถอดเสื้อผ้าออก พอเห็นแผ่นหลังนั้นก็ยกมือขึ้นตกใจ “น้องเมย์หนูไปโดนตัวอะไรมา”
คำว่าตัวอะไรทำให้เมญ่าหัวเราะ เพราะตัวนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหนไม่รู้ ไม่รู้ว่าตายหรือยัง พอคิดถึงก็พาลทำให้แช่งทุกรอบเสียจนได้
“ตัวแข็งและใหญ่พอตัวค่ะพี่ยี่หวา”
คำตอบทำให้คนฟังรู้ทัน “อะ แบบนี้ต้องเล่าให้หมด” ยี่หวายิ้มอย่างมีเลศนัยจากนั้นก็คอยรับฟังเรื่องราวจากเมญ่าตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้าจากที่ยิ้มก็ค่อย ๆ หุบยิ้มแล้วพูดตบท้ายให้หญิงสาวคิด
“ตระกูลฌองดักซ์ถือว่าเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพลต่อเมืองนี้มาก แค่พูดชื่อขึ้นมาแม้แต่ตำรวจก็หัวหดกันหมด ถ้าเราคิดจะเล่นกับไฟกองใหญ่ขนาดนี้ พี่ว่าวางแผนทางหนีทีไล่ก็ดีนะ ไม่อย่างนั้นพี่กลัวว่าแม้แต่ชื่อก็คงหายไปแน่นอน”
พูดจนเธอขนลุกขึ้นมาทันที การนวดวันนี้ดูไร้ผลเหมือนจะยิ่งหนักกว่าเดิม เมญ่าถอนใจแล้วถามกลับ
“แล้วเมย์ต้องทำยังไงคะ”
ยี่หวาที่อยู่ในเมืองนี้มาหลายปี “ก่อนอื่นในเมื่อเขาให้เงินน้องเมย์ น้องเมย์ก็เก็บออมหน่อยอย่าใช้จนหมด แบ่งส่วนหนึ่งแอบซื้อบ้านสักหลังไว้เป็นที่หลบภัยก่อนที่จะออกนอกประเทศหากต้องหนี”
คำว่าต้องหนีทำให้เมญ่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว “และที่สำคัญพยายามหาคนที่อยู่ใกล้ชิดเขา ทำให้เขาเชื่อใจและเห็นใจถ้าเกิดอะไรขึ้น เขาอาจจะช่วยน้องเมย์หนีได้”
เป็นคำแนะนำที่ดีและเมญ่าก็น้อมรับไปใช้ในแผนหนีในอนาคตเช่นกัน หญิงสาวยกมือขึ้นขอบคุณอีกฝ่ายจากนั้นก็ส่งเงินมากกว่าปกติให้ ยี่หวายิ้มนับเงินที่ถูกต้องแล้วส่งกลับ
“พี่บอกแล้วว่าต้องเก็บออมเอาไว้ให้มาก” เธอเป็นห่วงหญิงสาว จริง ๆ ไม่ได้คิดหลอกให้อีกฝ่ายหนักใจเลยสักนิด
“ค่ะ ไว้เมย์จะมานวดใหม่” เมญ่าเดินไปแต่งตัวหลังฉากจากนั้นก็ออกมาด้านนอก กำลังจะเดินออกจากร้านก็เจอจุดไต้ตำตอพอดี
“ราฟาเอล” อดีตแฟนหนุ่มที่มาคนเดียว เมญ่าถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อขยับเข้าใกล้พี่ยี่หวาอย่างระวังภัยจากอดีตแฟนหนุ่ม
“เมย์ ทำไมคุณไม่รับโทรศัพท์ผม สามวันแล้วที่คุณหายไป ผมติดต่อไม่ได้ไปหาที่หอพักรูมเมตคุณก็บอกว่าคุณไม่กลับไปสามวันแล้ว รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงคุณขนาดไหน เนี่ยผมพึ่งนึกได้ว่าคุณชอบมานวดที่นี่บ่อย ๆ ก็เลยลองมาดูไม่คิดว่าจะเจอคุณจริง ๆ”
เขาพูดพลางก็ขยับเดินหาเธอพลาง เมญ่าเห็นแบบนั้นก็รีบขยับไปอยู่ด้านหลังพี่ยี่หวาแทน “พวกเราเลิกกันแล้ว ฉันจะไปอยู่ที่ไหน หรือนาย จะไปกับใครก็เป็นเรื่องของใครของมัน นับจากนี้พวกเราไม่ต้องคุยกันอีก”
หากแต่เสียงอีกฝ่ายเหมือนสั่นเครือ “คนบอกเลิกคือเมย์คนเดียว ผมไม่ได้ยอมเลิกเสียหน่อย ส่วนเรื่องนีน่าผมยอมรับว่าผมผิดแต่แค่ครั้งเดียวเองนะเมย์ คุณให้อภัยผมไม่ได้เหรอ ตลอดเวลาหนึ่งปีนี้ไม่มีความหมายกับคุณเลยใช่ไหม”
เธอเหมือนจะอ่อนลงแววตามีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด หากแต่
กริ๊ง เสียงมือถือดังขัดจังหวะทำให้เธอรีบเปิดกระเป๋าแล้วมองชื่อ ที่ปรากฏ “เจ้าชีวิต”
ใครเป็นคนคิดชื่อนี้!! แน่นอนว่าต้องเป็นเขาแน่นอน
“ค่ะ”
“คุณอยู่ไหน”
“ฉันอยู่ร้านนวดค่ะ กำลังจะกลับแล้ว” เธอตอบแค่นั้นมองอดีตแฟนหนุ่มที่กำลังสนใจในใจก็ภาวนาให้อีกฝ่ายอย่าพูดขึ้นมาเด็ดขาดไม่อย่างนั้นเธองานเข้าแน่ เมื่อคิดได้เมญ่าก็รีบวางสาย “ฉันจ่ายตังค์ก่อนนะคะเอาไว้กลับไปแล้ว...” ค่อยโทรหา นั้นอยู่ในลำคอเมื่อราฟาเอลที่ไม่ปล่อยให้เธอว่างงานพูดขึ้น
“เมย์คุยกับใคร แล้วมือถือนั่นของใครผมขอดูหน่อย” พูดจบก็เดินเข้ามาจะชิงมือถือ ยี่หวาเจ้าของร้านต้องรีบเข้ามาขวางเอาไว้ ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะแตะถึงมือเมญ่าก็มีคนเปิดประตูเข้ามาแล้วยกปืนขึ้น
“ถ้าแกกล้าแตะต้องคุณเมญ่าแม้แต่ปลายเล็บ รับรองมือแกได้ขาดแน่” เสียงนั้นพูดจบก็มีเสียงปลดไกปืน
ถามว่าตอนนี้พวกเราอยู่อย่างไร คนกระทำตอนนี้ก็อ้าปากค้างแล้วยกมือค้างเอาไว้ ส่วนพี่ยี่หวาก็รู้งานรีบผลักเธอไปทางบอดีการ์ดที่เธอพึ่งเห็นหน้าครั้งแรก ปล่อยให้อีกฝ่ายพาเธอขึ้นรถอีกคันหนึ่ง
“ผมเทเลอร์ครับ ต่อไปจะมาเป็นบอดีการ์ดให้คุณเมญ่าชั่วคราวก่อนที่จะหาคนใหม่ได้ครับ”
จากตำแหน่งผู้ช่วยมือขวาเขาก็ถูกลดขั้นให้มาเป็นบอดีการ์ดคู่ควงเจ้านายแทน เทเลอร์แม้จะบ่นในใจแต่ก็ยอมทำตามคำสั่งทุกอย่างเพียงแต่ ไม่เข้าใจว่าปากเจ้านายบอกว่าไม่สนใจ แต่ทำไมถึงให้เขาเฝ้าตามด้วยก็ไม่ทราบ
“คราวนี้ไม่ต้องไปกับฉันที่ชายแดน ฉันมีงานให้แกทำอีกงานหนึ่ง”
ตอนแรกเขาคิดว่าจะได้รับงานที่สำคัญกว่าแต่ที่ไหนได้ต้องสะกดรอยตามหญิงสาวไม่ให้คลาดสายตา ซึ่งเป็นงานที่เขาไม่ชอบที่สุดเพราะผู้หญิงพวกนี้ล้วนงี่เง่าน่าเบื่อน่ารำคาญ
“ถึงเจ้านายจะให้ผมมาดูแลคุณ แต่ผมบอกก่อนนะครับว่าผม ไม่ตามใจคุณเด็ดขาด ฉะนั้นถ้าจะงี่เง่ากับผม ผมจะจัดการคุณก่อนเจ้านายแน่”
เมญ่าหันมองคนพูด นี่มันลูกน้องพันธุ์ไหนกันแน่!!
คุณอาจจะชอบ
![หน้าปกนวนิยาย มาเฟีย'จ้าว'ชีวิต [ Mafia’s King ] SET : Romance Of Mafia 2nd](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/89e917ca5001834806835767077/akjIOE44C3cA.webp!15491.webp)




