
ทัณฑ์รักรอยน้ำตา
ตอน 2
เธออยากจะบอกข่าวดีเรื่องนี้กับคีรินและมารดาของเขา
คงมีแค่แม่สามีของเธอที่จะดีใจแหละ ส่วนคีรินนั้น...คงไม่ต้องเดา
เขาคงโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลยทีเดียว
เมื่อไปถึงที่หมายคนขับก็จอดรถไว้ในที่ที่เห็นได้อย่างชัดเจน แล้วก็เปรยเบาๆ “ให้ผมไปด้วย หรือจะให้ผมรอตรงนี้ดีครับ?”
เมษาเหยียดยิ้มเกมเศร้า เวลานี้คีรินน่าจะเดินทางมาถึงแล้ว เขาอาจจะกำลังเดินเตร่ไปเตร่ พร้อมกับความโกรธที่ค่อยๆ คุกรุ่น การจราจรที่ติดขัดบนถนน ทำให้เธอเดินทางมาช้ากว่ากำหนดเล็กน้อย เธอควรมาถึงตั้งแต่เมื่อยี่สิบนาทีก่อน แต่คงเป็นเพราะเธอประมาทการจราจรบนท้องถนนมากเกินไป จนทำให้เธอมาสายกว่าเวลาที่ตั้งใจไว้ เธอล้วงโทรศัพท์ส่วนตัวออกมาจากกระเป๋ากางเกง พร้อมกับกดโทรออก หัวคิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปม มีสัญญาณเรียกเข้า แต่ปลายสายกลับไม่มีการตอบรับ
“ท่าทางเจ้านายคุณคงอารมณ์ไม่ดีแล้วค่ะ เมขอลองไปเดินหาเขาสักหน่อย คุณรออยู่ตรงนี้ก็ได้นะคะ” เมษาพูดเสียงผสมความอ่อนล้า เธอมีเรื่องให้คิดเยอะแยะไปหมด สมองของเธอค่อนข้างล้าแล้วตอนนี้
เมษาเดินวนอยู่ตรงจุดที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ใช้พักรอคนมารับ เธอกวาดตามองหาไปรอบๆ แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของสามี หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เมษาก็เริ่มร้อนใจ
เธอตัดสินใจ กดโทรศัพท์ โทรไปหาเขาอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถติดต่อเขาได้เช่นเดิม
“รอก่อนแล้วกัน” เธอบ่นพึมพำ แล้วก็มองหาที่นั่งพักขา เธอเดินวนอยู่ตรงนี้ รวมๆ แล้วเกินสามสิบนาที
หากเที่ยวบินจะดีเลย์ก็เป็นเรื่องดี เพราะคีรินเป็นคนค่อนข้างใจร้อน หากเขามาถึงแล้วไม่เจอใคร มันจะวุ่นวายเปล่าๆ เธอเบื่อฟังเสียงบ่นของเขา ซึ่งจะไม่มีวันจบ หากเธอแย้งออกไปสักคำ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เมษาชะเง้อจนปวดคอ แต่ก็ยังไร้วี่แววของคีรินเหมือนเดิม เธอเริ่มเอะใจแปลกๆ ตรงจุดที่เธอนั่งผู้คนเริ่มบางตา ความกระวนกระวายทำให้เธอตัดสินใจกดโทรศัพท์หาใครบางคน
“คุณแม่คะ คุณคีกลับถึงบ้านแล้วหรือยังคะ”
ปลายสายเงียบไป หลังจากนั้นก็มีเสียงถอนใจดังแทรกผ่านกระบอกเสียงมา “ลูกชายฉันเขากลับมาถึงบ้านแล้ว หนูเมก็เถอะ กลับมาได้แล้ว หนูนั่งรอเขาอยู่ที่นั่นกี่ชั่วโมงแล้วหะ!!”
ก่อนที่เมษาจะทันได้พูดอะไร เสียงบางอย่างก็ดังแทรกเข้ามา เมษาตัวชา มือของเธอชื้นไปด้วยไอเหงื่อ “แม่ครับ จะบอกแม่นั่นทำไมครับ ปล่อยให้รออยู่แบบนั้นแหละ โง่แล้วก็ชักช้าอืดอาดไม่ทันใจผมสักอย่างเลย”
“ตาคีแกรู้ตัวไหมพูดอะไรออกมา แกกับแม่มีเรื่องต้องคุยกันนะ”
“เรื่องของรินรดาหรือครับ ผมไม่มีอะไรต้องคุยกับแม่แล้ว” เสียงค่อนข้างห้วนของสามีทุกครั้งที่เขาอารมณ์ไม่ดี แต่คีรินไม่เคยใช้น้ำเสียงแบบนี้กับมารดาของเขามาก่อน
เธอเบนโทรศัพท์ออกห่างหู แล้วก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
“แกคิดว่าครั้งนี้ ฉันจะยอมรับแม่นั่นหรือไงหะ!!”
“แม่ครับ รินรดา ‘ท้อง’ นะครับ ในท้องเธอมีลูกของผมอยู่ แม่จะไม่ยอมรับเธอก็ได้ไง แม่คงไม่ใจดำ ถึงขนาดไม่ยอมรับลูกของเธอกับผมหรอกนะครับ”
เมษากะพริบเปลือกตาปริบๆ สิ่งที่เธอได้ยินคืออะไรกันแน่
เธอกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ ก่อนโทรศัพท์จะถูกตัดสายไป…
เมษานั่งทำใจอยู่เกือบห้านาที แล้วเธอก็ทนไม่ไหว ความสงสัยในใจของเธอตีกันจนวุ่นวาย สิ่งที่เธอได้ยินคือเรื่องจริงหรือคำล้อกันเล่นแน่
เธอตัดสินใจฟังความจริงจากแม่สามีอีกครั้ง
“คุณแม่คะ?”
เหมือนแม่สามีของเธอจะรออยู่เช่นกัน “หนูเม กลับมาคุยกันที่บ้าน เรื่องนี้ไม่เหมาะที่จะพูดกันทางโทรศัพท์””
เสียงของอีกฝั่งแกว่งและแฝงความกังวล “ค่ะ คุณแม่” หลังกดวางสายรอยยิ้มของเมษาหายไปในทันที
เมษากัดริมฝีปาก “เกิดอะไรขึ้น?”
เธอบ่นพึมพำ มือที่กำแน่นเต็มไปด้วยไอเหงื่อ
เธอพยายามไม่กังวลไปก่อนล่วงหน้า แม้จะรู้สึกผิดหวัง แต่เธอก็ยังคงพยายามทำใจดีสู้ ถึงคีรินจะแสดงออกเต็มที่ เขาไม่เคยมีเยื่อใยกับเธอเลย แต่เขาก็ไม่ใช่ผู้ชายมักง่ายที่จะทำผิดศีลธรรม คีรินประพฤติตัวดีมาตลอดสามสี่ปีที่เป็นสามีภรรยากัน คงเพราะภาระหน้าที่ที่คีรินแบกไว้ ทำให้เขาทำอย่างที่หัวใจปรารถนาไม่ได้
แต่...ความไม่แน่นอน บนโลกนี้ ย่อมเกิดขึ้นได้
ความรักที่คีรินมีต่อผู้หญิงคนนั้น อาจทำให้เขาเปลี่ยนใจ
“คีคะ คุณจะบอกความจริง ‘เมียแต่ง’ ของคุณตอนไหนคะ”
รินรดาพยายามถนอมเสียง พยายามไม่ใส่ความไม่พอใจลงไปด้วย เธอเกลียดผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่ได้ครอบครองทะเบียนสมรสกับ ‘ผู้ชาย’ ของเธออย่างถูกต้อง ผู้หญิงที่เชิดหน้าในวงสังคมได้แบบไร้รอยตำหนิ ในขณะที่เธอต้องคอยหลบ คอยซ่อนเพราะเธอทำสิ่งที่คนรอบตัวยอมรับไม่ได้
รินรดาพยามคิดในแง่ดี ผู้ชายตรงหน้าเธอ เขามอบความรักให้เธอหมดทั้งใจ
หลังพูดจบ รินรดาก็เม้มปาก จากนั้นก็พูดกับคีรินต่อ “รินไม่ได้เร่งรัดคุณนะคะ แต่ว่า...” เธอไม่ได้พูดจนจบ แค่วางมือบนตำแหน่งตรงหน้าท้อง เท่านั้นแหละ แววตาของคีรินก็ไหววูบทีเดียว
คีรินพ่นลมหายใจแรงๆ
เขาเคยคิดถึงเหตุการณ์เช่นนี้มาหลายครั้ง หลังจากที่เขาถลำลึกลงไปในวังวนเสน่หาของหญิงตรงหน้าที่มั่นใจว่าเขามีจิตปฏิพัทธ์ต่อเธอ
คีรินตรองไม่ตก เขาไม่รู้ว่าตนเองควรพูดประโยคไหนให้เมษาเข้าใจดี ผู้หญิงอีกคนที่ไม่มีความผิดอะไรเลย แถมผู้หญิงคนนั้นก็ยังเป็นผู้หญิงที่ดี เขาวางใจได้ หากมีเมษาอยู่ใกล้ๆ ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางทรยศเขาแน่ๆ
แววตาของเธอ บอกอะไรหลายๆ อย่างที่คีรินพยายามทำเป็นมองไม่เห็น
“ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อคุณ เพื่อลูก” หางเสียงของคีรินเบาโหวงแทบไม่มีน้ำหนัก แต่ความรู้สึกหนักอึ้งในใจของเขาเกือบทำให้คีรินเข่าทรุด เขานึกภาพไม่ออกเลย หากวันต่อๆ ไปไม่มีเมษาอยู่ใกล้ ความเคยชินนั่นกำลังทำให้เขาคิดไม่ตก
คุณอาจจะชอบ





