ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แค่คู่นอนไม่หึงนะคะ

แค่คู่นอนไม่หึงนะคะ

เมื่อนักเขียนสาวแนวอีโรติกกำลังเผชิญทางตันในการสร้างสรรค์ผลงาน โชคชะตาก็นำพาให้เธอมาพบกับชายหนุ่มผู้มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ทว่าเขากลับมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อได้อ่านนิยายของเธอ ทั้งคู่จึงตัดสินใจทำข้อตกลงเป็นเพียงคู่นอนเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แต่ความสัมพันธ์ทางกายที่เริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายกลับค่อยๆ ถักทอเป็นความผูกพันลึกซึ้ง จนทำให้ฝ่ายชายเริ่มไม่พอใจกับสถานะชั่วคราวและปรารถนาจะครอบครองเธอในฐานะคู่ชีวิตตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ผลตรวจปกติทุกอย่างฉันว่าที่นายเป็นอยู่แบบนี้คงต้องไปปรึกษาจิตแพทย์แล้วล่ะ” อิศเรศคุณหมอหนุ่มตี๋วัย 33 บอกกับเพื่อน

“แย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะอิศ”

“อือ ฉันว่าที่นายเป็นแบบนี้มันน่าจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุนะ”

“อยากจะบ้าตาย นี่มันสามเดือนแล้วนะที่ฉันเป็นแบบนี้” ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากล่าวอย่างหัวเสีย

หลังจากประสบอุบัติเหตุรถชนกับเสาไฟฟ้าเมื่อสามเดือนก่อน กวีวัธน์ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากเพราะถุงลมนิรภัยทำงานได้อย่างดีเยี่ยม แต่หลังจากนั้นเขากลับรู้สึกว่าอวัยวะส่วนล่างของตนเองมันไม่ตื่นตัวเหมือนก่อน

จากคนที่ไม่เคยขาดเรื่องเซ็กซ์อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่านกเขาของตัวเองไม่ขัน มันทำให้ชายหนุ่มแทบจะบ้าตาย เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาระดับชาติสำหรับเขาเลยก็ว่าได้

เขาเริ่มคิดตามที่คุณหมอหนุ่มพูดเพราะก่อนหน้าที่จะขับรถชน กวีวัธน์ไปหาแฟนสาวที่คบกันมาหนึ่งปี กะว่าจะไปเซอร์ไพรส์เธอในวันครบรอบ 1 ปี แต่ไม่คิดว่าเธอจะเซอร์ไพรส์เขากลับด้วยการพาผู้ชายมานอนด้วยที่คอนโดซึ่งเขาเองเป็นคนซื้อให้เธอ

หลังจากเห็นภาพบาดตา ชายหนุ่มก็ขับรถออกมาด้วยอารมณ์โมโห รู้ตัวอีกที่ตัวเองก็ไปนอนอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว

ครั้งนั้นเขาตัดสินใจเลิกกับพรลภัสอย่างเด็ดขาด แต่เพราะเป็นคนมักมากเรื่องบนเตียง ชายหนุ่มจึงเรียกใช้งานสาวไซด์ไลน์เพื่อจะได้ปลดปล่อยความต้องการของตนเอง

แต่ก็อายจนแทบอยากจะมุดหน้าหนีเพราะน้องชายของเขามันกลับไม่ยอมตื่น เธอใช้ทั้งมือ ทั้งปากปลุกเร้าแต่มันก็ยังคงแน่นิ่ง

ชายหนุ่มเอาเรื่องนี้มาปรึกษาหมออิศเรศซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ แต่ผลตรวจก็ปกติทุกอย่าง

“เอาน่าอย่าคิดมาก ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องรักษาด้วยยา”

“ยาอะไร” เขาหันมาถาม

“ก็พวกไวอะกร้าไง มันจะช่วยขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณนั้น”

“นี่ฉันอายุ 32 เองนะ ให้ตายซะยังดีกว่ามาให้ใช้ยาพวกนั้น ใครรู้มีหวังได้อายเขาตาย”

“ถ้ายังไม่อยากใช้ยาก็ต้องปรึกษาจิตแพทย์ดู บางทีเขาอาจช่วยได้”

“ขอเวลาอีกหน่อย ฉันยังทำใจไม่ได้เลย”

“ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็นัดมานะ”

“อือ ขอบใจนะไปก่อนเย็นนี้เจอกันร้านเดิม”

บริเวณชั้นสองของบาร์หรูแห่งหนึ่งมีชายหนุ่มสี่คนกำลังคุยกันอย่างออกรส โดยมีสาวๆ มาคอยบริการไม่ห่าง กวีวัธน์มองรูปร่างยั่วยวนของพวกเธอแล้วกลับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด

“ทำหน้าเบื่อโลกอีกแล้วนะคุณวัธน์” ภากรเห็นสีหน้าของกวีวัธน์แล้วก็อดจะเอ่ยแซวไม่ได้

“ก็โลกมันน่าเบื่อจริงๆ นี่”

“อย่าบอกนะ เรื่องนั้นยังไม่หาย”

“อือ”

“ฉิบหายเลยนะนั้น อายุเพิ่ง 32 เอง ยังใช้งานได้ไม่คุ้มเลยนะ” ฐากูรทั้งขำและเห็นใจเพื่อน

“เอาน่า อย่าเพิ่งทำหน้าเซ็งเดี๋ยวคืนนี้จัดไปเลยสองคนดูสิว่ามันจะไม่ขันจริงเหรอ”

“ไม่ดีกว่า แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว” ผู้หญิงกี่คนต่อกี่คนที่เขาพาไปนอนด้วยก็ไม่มีใครทำให้เจ้าน้องชายของเขาตื่นขึ้นมาได้เลยสักนิด

“อิศ นายแน่ใจนะว่าตรวจอาการมันดีแล้ว” ภากรหันมาถามคุณหมอคนเดียวในกลุ่ม

“ตรวจดีแล้ว ทุกอย่างไม่มีปัญหา” คุณหมอหนุ่มตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

“บางที่น้องชายของนายคงอยากจะพัก” ฐากูรพูดเสริมขึ้นเพราะที่ผ่านมาเพื่อนของเขาไม่เคยขาดเรื่องบนเตียงเลย

“พักนานเกินไปไหม สามเดือนแล้วนะ” กวีวัธน์ถอนหายใจอย่างหมดอารมณ์

“เอาน่า ช่วงนี้ก็หาอะไรทำฆ่าเวลาไปก่อน เรื่องนั้นอย่าเพิ่งคิด บางทียังไม่เจอคนที่ถูกใจก็ได้” ภากรให้กำลังใจ

กวีวัธน์นั่งดื่มกับเพื่อนต่อจนกระทั่งถึงเวลาปิดของทางร้าน เพื่อนของเขาพาน้องๆ ไปต่อกันที่อื่นส่วนตัวเขากลับมาที่บ้านของตนเองเพียงลำพัง

ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วชายหนุ่มก็ลงมาหาน้ำดื่ม ขณะกำลังจะกลับไปนอนตาก็สะดุดกับหนังสือนิยายเล่มหนึ่งที่วางคว่ำหน้าอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว

“สงสัยเป็นของป้าอุ่น”

กวีวัธน์ถือวิสาสะหยิบขึ้นมาดู ภาพหน้าปกเป็นชายหญิงคู่หนึ่ง ฝ่ายชายสวมเสื้อเชิ้ตติดกระดุมเพียงเม็ดล่างสองเม็ด เผยให้เห็นหน้าท้องเป็นลอนสวย ส่วนผู้หญิงสวมชุดนอนตัวบางนั่งอยู่บนตักของผู้ชาย มือของเธอวางอยู่บนกล้ามท้องเพียงแค่เห็นหน้าปกกวีวัธน์ก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาร้อนขึ้นทีละนิดในหัวของชายหนุ่มจินตนาการว่าผู้ชายคนนั้นคือตัวเอง

เขาถือหนังสือติดมือไปบนยังห้องนอนเปิดอ่านหน้าที่ถูกคว่ำไว้ด้วยความสนใจ

ความรู้สึกแบบนี้ไม่เกิดขึ้นกับเขามาสามเดือนแล้ว อ่านไปไม่กี่หน้าน้องชายของเขาก็ตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

คนตัวโตใบหน้าหล่อยิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็ได้ปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แม้จะด้วยมือของตัวเองก็ตาม

พอร่างกายได้ระบายออกก็รู้สึกสบายตัวขึ้น ชายหนุ่มอ่านนิยายต่อไปอีกจนจบเรื่องอยากจะขอบคุณนักเขียนคนนี้เหลือเกินที่ทำให้มังกรของเขากลับมาผงาดอีกครั้ง

“พริบพราว” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะหลับอย่างมีความสุขเป็นครั้งแรกหลังจากประสบอุบัติเหตุ

กวีวัธน์ตื่นนอนด้วยความสดชื่นแม้วันนี้จะเป็นวันหยุด ป้าอุ่นมาทำอาหารเช้าให้เหมือนกับทุกวัน

“คุณวัธน์เห็นหนังสือนิยายไหมคะ เมื่อวานป้าน่าจะลืมไว้ที่นี่ แต่ไม่รู้ว่าเอาไปวางไว้ที่ห้องไหน”

“ผมเห็นวางอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกครับ”

“เฮ้อ โล่งอกไปทีป้านึกว่าจะหายไปซะแล้ว”

“ป้าอุ่นชอบอ่านนิยายเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ ป้าชอบอ่านโดยเฉพาะของคุณพริบพราวยิ่งชอบอ่านมาก นี่ก็รอเล่มใหม่ของเธออยู่ไม่รู้จะออกมาเมื่อไหร่ป้าเก็บเงินแล้ว ออกช้าเหลือเกินป้าคงต้องไปทวงถามทางเพจแล้ว”

“ท่าทางจะชอบจริงๆ นะครับ ถึงขั้นตามไปทวงเลย”

“ก็คนมันชอบนี่คะคุณวัธน์ มีแค่ป้าคนเดียวที่ไหนล่ะที่ไปทวง แฟนๆ หลายคนก็ถามถึงกันบ่อย แต่บางครั้งป้าก็สงสารเธอ”

“ทำไมเหรอครับ” จู่ๆ เขาก็อยากรู้เรื่องของนักเขียนขึ้นมาซะอย่างนั้น

“ก็มีบางคนไปวิจารณ์เธอว่างานเขียนเริ่มถอยหลังลงคลอง บทหวานๆ ก็เริ่มไม่ค่อยมี ไม่เหมือนกับตอนแรกที่เธอเขียน อย่างเล่มที่ป้าลืมไว้เมื่อวานนั้นเป็นเรื่องแรกของเธอเลยนะคะ ป้าอ่านไม่รู้กี่รอบแล้วก็ยังชอบ ดีนะคะที่ไม่หายถ้าอย่างนั้นป้าคงเสียดายแย่เลยเพราะหาซื้อไม่ได้แล้ว”

กวีวัธน์แอบยิ้ม อย่าว่าแต่ป้าอ่านแล้วชอบเลย ขนาดเขาอ่านยังรู้สึกว่ามันลงตัวมาก แม้จะไม่เคยอ่านนิยายมาก่อนแต่พอได้อ่านก็ถึงกับวางไม่ลง

หลังจากทานอาหารเช้าฝีมือป้าอุ่นแล้ว กวีวัธน์ก็มานั่งทำงานต่อในห้องทำงานอย่างอารมณ์ดี เย็นนี้เขานัดผู้หญิงไว้ที่โรงแรมหรูย่านชานเมือง กะว่าคืนนี้จะจัดเต็มจนถึงเช้าเลยทีเดียว

ชายหนุ่มออกจากบ้านในเวลาหนึ่งทุ่ม กะเวลาให้ถึงโรงแรมสองทุ่มตามเวลาที่นัด

ผู้หญิงที่นัดมาวันนี้เขาเป็นคนเลือกจากรูปทั้งหมดที่โมเดลลิ่งแห่งหนึ่งส่งมาให้ เลือกคนที่มีรูปร่างและลักษณะใกล้เคียงกับผู้หญิงที่อยู่บนปกนิยายมากที่สุด

แต่แล้วทุกอย่างมันก็พังไม่เป็นท่า ไม่ว่าเด็กที่เรียกมาจะพยายามมากแค่ไหนทุกอย่างก็ไม่เป็นผล สุดท้ายกวีวัธน์ก็เลยจ่ายค่าเสียเวลาบวกกับค่าปิดปากให้กับผู้หญิงคนนั้นอีกจำนวนหนึ่ง

เขาขับรถกลับมาถึงบ้านในเวลาตีหนึ่ง สายตาคมมองไปทั่วห้องหวังว่าวันนี้ป้าอุ่นจะลืมหนังสือไว้อย่างเดิม

แล้วเขาก็ถอนหายใจเมื่อหาจนทั่วก็ไม่เจอหนังสือเล่มนั้น เขาจำได้ว่าป้าอิ่มพูดถึงเพจนักเขียนที่ชื่อพริบพราว ชายหนุ่มหยิบไอแพดขึ้นมาค้นหาจนเจอเพจที่ว่า

นับว่าเป็นเรื่องดีที่หนังสือของพริบพราวมีแบบอีบุ๊กด้วย แต่กวีวัธน์ก็รู้สึกผิดหวังเพราะเล่มที่เขาอ่านเมื่อวานไม่มีจำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊ก แต่ก็ยังดีที่มีเล่มอื่นให้อ่านบ้าง

ความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนเมื่อวานกลับมาอีกครั้ง แต่เพราะเป็นเวลาดึกมากแล้วเขาเลยต้องช่วยตัวเองไปก่อน และวางแผนไว้ว่าพรุ่งนี้จะเรียกเด็กมาอีกสักครั้งและจะไม่ลืมเอาไอแพดไปด้วยอย่างแน่นอน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พรหมลิขิตรัก
9.6
เรื่องราวความรักสุดโรแมนติกของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เฝ้าคะนึงถึงหญิงสาวในนิมิตฝันมาโดยตลอด เขาตัดสินใจออกตามหาเธอผู้เป็นเจ้าของหัวใจในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยความหวังอันแรงกล้า จนกระทั่งในที่สุดอำนาจแห่งพรหมลิขิตก็ได้นำพาให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน นำไปสู่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ถูกถักทอขึ้นจากความฝันสู่ความจริงที่แสนหวานและตราตรึงใจในยุคสมัยใหม่นี้อย่างลงตัวที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เอ๋อรัก (เด็กบ๊อง)
8.0
นิรตา เด็กสาวใสซื่อผู้มีสติไม่สมประกอบก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจของเตชัส ชายหนุ่มจอมขวางโลกให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้เธอจะดูเอ๋อในสายตาใครๆ แต่ความไร้เดียงสานั้นกลับเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เขาไปไหนไม่รอด ท่ามกลางบทสนทนาแสนซื่อที่ชวนให้ปวดหัวและขำขันในเวลาเดียวกัน ความใกล้ชิดได้ก่อตัวเป็นความรักที่อบอุ่นหัวใจ เมื่อคนดุต้องพ่ายแพ้ให้กับความน่ารักของเด็กบ๊องที่เขาตั้งใจจะปราบ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเขาเองที่ถูกความรักพันธนาการไว้จนถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)
8.6
ความสัมพันธ์ระหว่างเล่ย์และลินเริ่มสั่นคลอนเมื่อความหึงหวงเข้าครอบงำ เล่ย์แสดงความน้อยใจที่ถูกมองเป็นเพียงเพื่อน พร้อมพาดพิงถึงนพชายหนุ่มที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นคนรักของลิน จนเกิดการปะทะคารมกันอย่างรุนแรง ลินพยายามอธิบายความจริงว่านพมีเจ้าของแล้ว และตอกกลับเล่ย์ด้วยคำถามที่แทงใจดำว่าเขาอยากข้ามเส้นจากเพื่อนมาเป็นสามีแทนหรือไม่ คำพูดที่ตรงไปตรงมาทำเอาเล่ย์ถึงกับอึ้ง ท่ามกลางความห่วงใยที่แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่ยากจะอธิบาย
หน้าปกนวนิยาย ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม
9.7
เซี่ยอวี๋อันแอบรักเฟิงจี้หานมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าในขณะที่งานแต่งงานซึ่งรอคอยมานานสามปีใกล้จะเริ่มต้นขึ้น เขากลับพาคนรักเก่าในอดีตกลับมาด้วย ความจริงที่เจ็บปวดทำให้เธอรู้ว่าความผูกพันที่ผ่านมาเป็นเพียงเรื่องลวงตา เธอจึงเลือกจบความสัมพันธ์และขอแยกทางเพื่อคืนอิสระให้แก่กัน แต่เมื่อใบหย่าถูกยื่นส่งไป เขากลับเสียสติและสั่งให้เธอเป็นคุณนายเฟิงต่อไปโดยห้ามคิดหนี ทว่าหัวใจที่แตกสลายของเธอนั้นไม่ต้องการสิ่งใดจากเขาอีกแล้ว แม้แต่ตัวเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย งี่เง่าเอาแต่รัก
8.9
งี่เง่าเอาแต่รัก (ภาคต่อ อวบอยู่ไหนจ๊ะ) เป็นเรื่องของเดอะแก๊งสี่หนุ่มเพื่อนพี่คิงและอวบค่ะ #คนงี่เง่าก็มีหัวใจ #คนเอาแต่ใจก็รักจริง “ลุงเย็กๆ ๆ” อุ้ยอ้ายหรือเด็กหญิงขนิษฐายังคงเรียกวรฤทธิ์แบบนั้นไม่หยุด “บอกให้เรียกอาๆ ๆ ๆ” “ฮี่ๆ” หมูน้อยไม่สะทกสะท้านซ้ำยังยิ้มแฉ่ง “เดี๋ยวตีเลย” วรฤทธิ์ขู่เด็กพร้อมกับทำตาโตดุๆ แล้ววางเจ้าตัวกลมให้ยืนบนพื้น ขณะที่เขาก็หย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้รับแขกในสวนข้างๆ ขุนพล “ลุงเล็กอย่าตี อย่าตีน้อง” คราวนี้ยัยตัวกลมเรียกชื่อเขาชัดแจ๋วเสียงอ้อนน่าสงสารเชียว ก่อนจะหันไปหาคุณพ่อที่กำลังนั่งจิบกาแฟและมองมาพร้อมรอยยิ้ม “พ่อขา...” ฝากพี่เล็กกับผองเพื่อนไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้า ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ