ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แค่คู่นอนไม่หึงนะคะ

แค่คู่นอนไม่หึงนะคะ

เมื่อนักเขียนสาวแนวอีโรติกกำลังเผชิญทางตันในการสร้างสรรค์ผลงาน โชคชะตาก็นำพาให้เธอมาพบกับชายหนุ่มผู้มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ทว่าเขากลับมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อได้อ่านนิยายของเธอ ทั้งคู่จึงตัดสินใจทำข้อตกลงเป็นเพียงคู่นอนเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แต่ความสัมพันธ์ทางกายที่เริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายกลับค่อยๆ ถักทอเป็นความผูกพันลึกซึ้ง จนทำให้ฝ่ายชายเริ่มไม่พอใจกับสถานะชั่วคราวและปรารถนาจะครอบครองเธอในฐานะคู่ชีวิตตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

“พี่วัธน์ขา น้องเอยรออยู่นะคะ”

เสียงหวานของน้องเอยปลุกชายหนุ่มที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ ให้หันมามองหน้าเธออีกครั้ง เมื่อครู่เธอทำให้เขาได้ปลดปล่อยไปแล้วด้วยปากเล็กๆ ของเธอ และมันถึงเวลาที่เขาควรจะเดินหน้าต่อ แต่แล้วเจ้าน้องชายของเขากลับไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด

“ขอโทษนะครับ น้องเอย พอดีพี่นึกได้ว่ามีธุระด่วน”

“พี่วัธน์จะมาทิ้งกันไว้อย่างนี้ไม่ได้นะคะ” หญิงสาวออดอ้อนด้วยเสียงหวานพลางเข้ามาเบียดกายนุ่มกับท่อนเอ็นที่หลับใหลไปแล้วอย่างยั่วยวน

“ไม่ต้องกังวลนะครับ เดี๋ยวจ่ายพิเศษให้ พี่ต้องไปจริงๆ ครับ”

เอาโอนเงินให้กับเด็กสาวตามราคาที่โมเดลลิ่งแจ้งบวกกับค่าเสียเวลาอีกเท่าตัว ก่อนที่จะรีบสวมเสื้อผ้าแล้วกลับออกมาอย่างคนหัวเสีย

เมื่อครู่ที่เขาได้ปลดปล่อยมันไม่ใช่เพราะเธอทำให้เขามีความสุข แต่เพราะตอนนั้นเขาเพิ่งอ่านนิยายอีโรติกก่อนที่เธอจะเข้ามาหา

กวีวัธน์ไม่รู้ว่าอาการที่เป็นอยู่นี้มันเพราะอะไร ทำไมเขาถึงมีอารมณ์กับการอ่านหนังสือเท่านั้น

ชายหนุ่มรีบโทรศัพท์ไปปรึกษากับอิศเรศโดยไม่สนใจว่าเวลานี้เจ้าตัวจะกำลังพักผ่อนอยู่หรือเปล่า

“เรื่องด่วนเหรอวัธน์โทรมาดึกเลยนะ”

“ขอเวลาคุยด้วยหน่อยว่างไหม”

“ว่างแค่ครึ่งชั่วโมงนะคุยมาเลย”

กวีวัธน์เล่าอาการของตัวเองให้กับเพื่อนฟังอย่างไม่มีอะไรต้องอาย ทางด้านอิศเรศฟังแล้วก็ทั้งสงสารและทั้งขำที่เพื่อนของตัวเองกลายเป็นคนมีอารมณ์ตอนอ่านนิยายแต่พอขึ้นเตียงจริงๆ กลับปลุกเจ้าน้องชายไม่ขึ้น

“ฉันว่านายน่าจะลองไปเจอนักเขียนคนนี้ดูนะ เผื่อว่าเธอจะช่วยนายได้”

“จะให้ฉันเดินไปบอกเขายังไง คุณช่วยผมหน่อยนกเขาผมไม่ขันแต่มันขันตอนอ่านนิยายของคุณ เขาได้หาว่าฉันเป็นบ้าน่ะสิ”

“ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก ก็แค่ไปคุยด้วยตีสนิท จากนั้นก็ลองถามว่าเธอไปเอาเรื่องราวจากไหนถึงเขียนได้ดีขนาดนั้น”

“มันน่าอายจะตาย”

“ลองก่อนน่า บางทีนักเขียนเขาก็มีข้อมูลดี ๆ เยอะ ไม่ได้บอกให้ไปนอนกับเขาสักหน่อยแค่ไปลองคุยด้วย”

“ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เห็นแค่นามปากกากับเพจที่เขาคุยกับแฟนคลับของเขา”

“มันจะยากอะไรถามญาดาสิ” อิศเรศหมายถึงลูกพี่ลูกน้องของเขาที่ทำงานเป็นบรรณาธิการอยู่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง

“นั้นสิ ลืมนึกไปเลย ขอบใจนะเดี๋ยวจะลองโทรถามยายดาดู”

พอวางสายจากเพื่อนไปแล้วเขาก็โทรศัพท์ไปหาญาติผู้น้องทันที

“พี่วัธน์คะ มันใช่เวลาไหม ดาจะนอนแล้วโทรมาอะไรตอนนี้”

“พี่มีเรื่องจะถาม ขอเวลาแค่ 5 นาที”

“เรื่องอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญนะน่าดู”

“สำคัญสิ มากด้วยถ้าดาช่วยพี่ สิ้นปีนี้เตรียมแพ็กกระเป๋าไปทัวร์ยุโรปได้เลย แถมพ็อกเก็ตมันนี่อีกให้อีกด้วย”

เมื่อได้ยินข้อเสนอคนปลายสายก็ตาโตทันที แต่พอได้ยินว่าชายหนุ่มต้องการอะไรเธอก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่

“พี่วัธน์ ดาไม่รู้ว่าพี่อยากจะเอาข้อมูลนักเขียนไปทำไม”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกน่า พี่ก็แค่อยากรู้จัก พี่อ่านงานของเขาแล้วมันสนุกดี ป้าอุ่นก็เป็นแฟนคลับของเขา พี่ก็เลยอยากรู้จักเผื่อจะได้พาป้าอุ่นไปเจอตัวจริง”

“ให้ป้าอุ่นมาหาดาก็ได้ เดี๋ยวดาแนะนำให้รู้จักเองนะคะ”

“พูดแบบนี้แสดงว่าดาจะไม่ช่วยพี่”

“เหตุผลของพี่มันดูไม่ค่อยเมคเซ้นส์เท่าไหร่”

“พี่รู้ว่ามันไม่เมคเซ้นส์แต่เชื่อเถอะพี่อยากเจอเธอจริง ๆ อยากรู้จัก”

“จะจีบเธอเหรอคะ ดาบอกก่อนเลยรุ่นน้องคนนี้นิสัยดีและสวยมากถ้าพี่วัธน์คิดจะควงเล่นๆ อย่าหวังเลยว่าดาจะช่วย”

“พี่ไม่คิดอะไรแบบนั้นเลย ดาก็รู้ว่าพี่เพิ่งผิดหวังเรื่องความรักมานะ พี่ไม่อยากกลับไปเป็นแบบเดิมอีกแล้ว”

“หมายถึงจะอยู่เป็นโสดแบบนี้ตลอดเหรอคะ”

“เป็นโสดก็ดีไม่ใช่เหรอ”

“ดีตรงไหนคะ”

“ถ้าไม่ดีแล้วดาจะโสดมาจนถึงตอนนี้เหรอ” คนพูดหัวเราะร่วนเพราะเขาไม่เคยเห็นญาดามีแฟนเลยสักคน

“พูดแบบนี้ไม่อยากจะช่วยแล้ว”

“โอ๋ๆ คนเก่ง พี่ขอโทษ บอกมาเถอะนะว่าเธอเป็นใคร”

“ดาบอกพี่ก็ได้แต่สัญญาก่อนว่าจะไม่ทำอันตรายเธอจะไม่คุกคามเธอ”

“สัญญาเลยว่าแต่เธอสนิทกับดามากไหม”

“ค่ะ พราวเป็นเพื่อนรุ่นน้องของดา”

เมื่อได้คำตอบแล้วกวีวัธน์ก็รู้สึกว่าเรื่องมันง่ายกว่าที่คิด ถ้าเธอเป็นเพื่อนของญาดาเขากับเธอก็คงจะคุยกันได้ไม่ยาก

“นัดให้พี่หน่อยได้ไหม”

“ช่วงนี้ดาไม่ว่างเลยค่ะ แล้วพราวก็กำลังยุ่งเรื่องต้นฉบับอยู่ด้วย”

“งั้นพี่จะเจอเธอได้ตอนไหน”

“คงอีกสักพัก แต่ถ้าพี่รอไม่ไหวก็ติดตามเพจเธอไปก่อน”

“พี่ติดตามอยู่แต่ก็ไม่เห็นมีรูปหรือข้อมูลส่วนตัวเลย”

“ลองเข้าไปหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวสิ เดี๋ยวดาส่งลิงก์ให้”

“ขอบใจมาก”

พอวางสายจากญาดาแล้วเขาก็ส่งคำขอเป็นเพื่อนไป รอไม่นานฝ่ายนั้นก็กดรับเป็นเพื่อนคงเพราะเห็นว่ามีเพื่อนร่วมกันคือญาดาและรูปไปรไฟล์ที่เขาใช้ก็เป็นรูปหนังสือนิยายเล่มแรกของเธอ ซึ่งวันนั้นเขาถ่ายของป้าอุ่นเก็บไว้

กวีวัธน์ลังเลว่าจะทักทายเธอแล้วนัดเจอกับเธอเลยดีไหม แต่แล้วก็คิดว่ามันคงเร็วเกินไป เขาอยากทำความรู้จักกับเธออีกสักหน่อย

เขายอมรับตามตรงเลยว่านักเขียนที่ใช้นามปากกว่าว่าพริบพราวนั้นดูมีเสน่ห์และน่าค้นหา เขามองรูปถ่ายของเธออย่างไม่รู้เบื่อ มองใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโต ริมฝีปากอิ่ม และอดคิดไม่ได้ว่ามันจะรู้สึกดีแค่ไหนถ้าได้อยู่ใกล้ๆ สัมผัสปากอิ่มนั้น เพียงแค่คิดเลือดในการก็สูบฉีด อะไรที่เคยหลับใหลก็เหมือนมีแรงกระตุ้น กวีวัธน์ชักไม่แน่ใจแล้วว่าตอนนี้ตัวเองเป็นอะไรกันแน่ เมื่อหัวค่ำมีหญิงสาวหุ่นเย้ายวนอยู่ตรงหน้าแต่กลับไม่รู้สึกอะไร แต่พอเห็นรูปคุณนักเขียนเขากลับรู้สึกถึงเรื่องอย่างว่าจนต้องพาตัวเองไปจัดการในห้องน้ำอีกครั้ง เรื่องนี้กวีวัธน์คงไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเพราะมันน่าอายเกินกว่าที่จะให้ใครรู้ ชายหนุ่มรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองเหมือนคนโรคจิตไปทีละนิด

และคืนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคืนที่ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่นอนหลับไปพร้อมกับนิยายของนักเขียนที่ชื่อพริบพราว

ชีวิตประจำวันของกวีวัธน์ไม่มีอะไรมาก ตื่นเช้าไปทำงาน ตกเย็นก็กลับบ้าน บางครั้งก็นัดสังสรรค์เพื่อนบ้างแล้วแต่ว่าใครจะว่างมานั่งดื่มกับเขาด้วย

ถ้าเป็นแต่ก่อนพอเลิกงานเขาก็จะออกไปทานข้าว ดูหนังฟังเพลงกับพรลภัสชีวิตช่วงนั้นมีความสุขจนไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องเลิกกันไปแบบนี้

เรื่องแฟนสาวนอกใจเขาเองก็พอรู้อยู่บ้างแต่คิดว่าคงเป็นแค่ข่าวลือ เพราะเธอเป็นคนมีเสน่ห์และมีเพื่อนมาก จึงไม่ได้ระแวงเลยว่าหนึ่งในเพื่อนที่เธอไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ จะเปลี่ยนสถานะมาเป็นคู่นอนของเธอในวันที่เขาบอกว่าติดงานและไปหาเธอไม่ได้

เพราะความรักที่ผิดหวังทำให้กวีวัธน์ไม่คิดจะคบกับใครอีกแล้ว อยากทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่มากกว่า

ชายหนุ่มเป็นรองประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัว ซึ่งมีทั้งคอนโดมิเนียมหรู โครงการหมู่บ้านจัดสรรรวมไปถึงไปถึงที่ดินเปล่าอีกจำนวนมากที่บริษัทของเขาถือครองอยู่

“บอสอ่านนิยายด้วยเหรอคะ” ณิชามนเลขาสาวที่ทำงานกับเขามาสี่ปีถามด้วยความสงสัย เพราะปกติภาพที่ปรากฏบนหน้าจอไอแพดของเจ้านายจะเป็นกราฟหุ้นหรือไม่ก็ข่าวในแวดวงธุรกิจเท่านั้น

“ไม่เชิงครับ ช่วงนี้ผมเครียด ป้าอุ่นก็เลยแนะนำให้อ่านอะไรที่เบาสมอง” ชายหนุ่มแอบขอโทษป้าอุ่นอยู่ในใจที่เอาชื่อมาอ้าง

“อ้อ นินึกว่าบอสชอบอ่านงานของคุณพริบพราว”

“คุณก็อ่านงานของเธอเหรอครับ”

“ก็ต้องอ่านสิคะ ถ้าไม่อ่านเดี๋ยวเจ้าตัวก็จะงอนเอา”

“หือ” บอสหนุ่มเลิกคิ้วอย่างสงสัย

“เธอเป็นเพื่อนนิค่ะ”

“อ้อ เหรอครับ”

“ค่ะ ถ้าป้าอุ่นของบอสอยากได้ลายเซ็นก็บอกนะคะ ฝากหนังสือมาให้ก็ได้ค่ะ”

“เดี๋ยวผมจะบอกป้าอุ่นให้นะครับ แกคงดีใจ”

“แล้วบอสล่ะคะ ไม่อยากรู้จักเพื่อนของนิบ้างเหรอคะ” เพราะเห็นว่าบอสเพิ่งโสดและเพื่อนตัวเองก็โสด ณิชามนเลยแอบจับคู่ให้เสียเลย

กวีวัธน์ไม่ได้ตอบเลขาสาวเพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าตัวเองกำลังสนใจนักเขียนคนนี้อยู่ ถ้าใกล้ตัวมากเกินไปก็กลัวความลับของตัวเองจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พรหมลิขิตรัก
9.6
เรื่องราวความรักสุดโรแมนติกของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เฝ้าคะนึงถึงหญิงสาวในนิมิตฝันมาโดยตลอด เขาตัดสินใจออกตามหาเธอผู้เป็นเจ้าของหัวใจในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยความหวังอันแรงกล้า จนกระทั่งในที่สุดอำนาจแห่งพรหมลิขิตก็ได้นำพาให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน นำไปสู่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ถูกถักทอขึ้นจากความฝันสู่ความจริงที่แสนหวานและตราตรึงใจในยุคสมัยใหม่นี้อย่างลงตัวที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เอ๋อรัก (เด็กบ๊อง)
8.0
นิรตา เด็กสาวใสซื่อผู้มีสติไม่สมประกอบก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจของเตชัส ชายหนุ่มจอมขวางโลกให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้เธอจะดูเอ๋อในสายตาใครๆ แต่ความไร้เดียงสานั้นกลับเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เขาไปไหนไม่รอด ท่ามกลางบทสนทนาแสนซื่อที่ชวนให้ปวดหัวและขำขันในเวลาเดียวกัน ความใกล้ชิดได้ก่อตัวเป็นความรักที่อบอุ่นหัวใจ เมื่อคนดุต้องพ่ายแพ้ให้กับความน่ารักของเด็กบ๊องที่เขาตั้งใจจะปราบ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเขาเองที่ถูกความรักพันธนาการไว้จนถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)
8.6
ความสัมพันธ์ระหว่างเล่ย์และลินเริ่มสั่นคลอนเมื่อความหึงหวงเข้าครอบงำ เล่ย์แสดงความน้อยใจที่ถูกมองเป็นเพียงเพื่อน พร้อมพาดพิงถึงนพชายหนุ่มที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นคนรักของลิน จนเกิดการปะทะคารมกันอย่างรุนแรง ลินพยายามอธิบายความจริงว่านพมีเจ้าของแล้ว และตอกกลับเล่ย์ด้วยคำถามที่แทงใจดำว่าเขาอยากข้ามเส้นจากเพื่อนมาเป็นสามีแทนหรือไม่ คำพูดที่ตรงไปตรงมาทำเอาเล่ย์ถึงกับอึ้ง ท่ามกลางความห่วงใยที่แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่ยากจะอธิบาย
หน้าปกนวนิยาย ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม
9.7
เซี่ยอวี๋อันแอบรักเฟิงจี้หานมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าในขณะที่งานแต่งงานซึ่งรอคอยมานานสามปีใกล้จะเริ่มต้นขึ้น เขากลับพาคนรักเก่าในอดีตกลับมาด้วย ความจริงที่เจ็บปวดทำให้เธอรู้ว่าความผูกพันที่ผ่านมาเป็นเพียงเรื่องลวงตา เธอจึงเลือกจบความสัมพันธ์และขอแยกทางเพื่อคืนอิสระให้แก่กัน แต่เมื่อใบหย่าถูกยื่นส่งไป เขากลับเสียสติและสั่งให้เธอเป็นคุณนายเฟิงต่อไปโดยห้ามคิดหนี ทว่าหัวใจที่แตกสลายของเธอนั้นไม่ต้องการสิ่งใดจากเขาอีกแล้ว แม้แต่ตัวเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย งี่เง่าเอาแต่รัก
8.9
งี่เง่าเอาแต่รัก (ภาคต่อ อวบอยู่ไหนจ๊ะ) เป็นเรื่องของเดอะแก๊งสี่หนุ่มเพื่อนพี่คิงและอวบค่ะ #คนงี่เง่าก็มีหัวใจ #คนเอาแต่ใจก็รักจริง “ลุงเย็กๆ ๆ” อุ้ยอ้ายหรือเด็กหญิงขนิษฐายังคงเรียกวรฤทธิ์แบบนั้นไม่หยุด “บอกให้เรียกอาๆ ๆ ๆ” “ฮี่ๆ” หมูน้อยไม่สะทกสะท้านซ้ำยังยิ้มแฉ่ง “เดี๋ยวตีเลย” วรฤทธิ์ขู่เด็กพร้อมกับทำตาโตดุๆ แล้ววางเจ้าตัวกลมให้ยืนบนพื้น ขณะที่เขาก็หย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้รับแขกในสวนข้างๆ ขุนพล “ลุงเล็กอย่าตี อย่าตีน้อง” คราวนี้ยัยตัวกลมเรียกชื่อเขาชัดแจ๋วเสียงอ้อนน่าสงสารเชียว ก่อนจะหันไปหาคุณพ่อที่กำลังนั่งจิบกาแฟและมองมาพร้อมรอยยิ้ม “พ่อขา...” ฝากพี่เล็กกับผองเพื่อนไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้า ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ