ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ขอโทษ และขอบคุณนะ

ขอโทษ และขอบคุณนะ

ชีวิตที่เคยสว่างไสวและเป็นที่อิจฉาของผู้คนกลับพลิกผัน เมื่อเธอต้องอยู่ในสถานะภรรยาที่สามีมองไม่เห็นคุณค่า ในมุมมองของเขา เธอคือสตรีจอมมารยาที่เก่งกาจเรื่องการหลอกลวงและซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงเอาไว้เบื้องหลังหน้ากากอันสวยงาม ความชิงชังนี้ทำให้เขาไม่เคยปรานีต่อเธอเลย เขาสาดซัดทั้งคำพูดที่กรีดลึกถึงหัวใจและการแสดงออกที่จงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างเลือดเย็น แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ่งขัดใจคือปฏิกิริยาของเธอ ไม่ว่าจะถูกทำร้ายจิตใจอย่างหนักหน่วงเพียงใด เธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยและท่าทีสงบนิ่งเอาไว้ได้เสมอ ราวกับความเจ็บปวดเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงหัวใจของเธอได้เลย
ตอน
แชร์

ตอน 1

บทที่ 1

โรคที่รักษาไม่ได้

ไม่ทันแล้ว......

เธอไม่อยากจะต่อสู้ดิ้นรนโดยไร้ประโยชน์อย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว หลังจากที่ตัวเธอได้ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งสมองระยะสุดท้ายและเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น

หลังจากเดินออกจากสำนักงานกฎหมายเยนลี่ซูได้เปิดดูวีแชทจากโทรศัพท์มือถือที่หยิบออกมา เพื่อจะต่อสายหาคนที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่แล้วปลายนิ้วก็หยุดค้างไว้อยู่บนแป้นพิมพ์อยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่จะกดปุ่มบันทึกข้อความเสียง

สูดหายใจเข้าครั้งหนึ่ง ก่อนที่เธอจะถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า: "ฮันอี้คืนนี้คุณกลับมาอยู่เป็นเพื่อนฉันได้ไหม?"

ส่งเสียงสำเร็จ แต่ก็ยังไม่มีการตอบรับกลับมาหลังจากที่เวลาผ่านไปเนิ่นนาน

เป็นเช่นนั้น เยนลี่ซูก็ยังคงขับรถไปที่ตลาดผักใกล้ๆชุมชนเพื่อเลือกซื้อผักและเนื้อสัตว์ต่างๆ

เสียงเจี๊ยวจ๊าวโวยวายของตลาดผักเป็นสิ่งที่เธอไม่คุ้นชินเอาเสียเลย แต่เธอก็บังคับตัวเองให้ชินกับมันสักครั้ง แต่ก่อนเธอเคยเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาในสายตาของผู้หญิงด้วยกัน แต่ตอนนี้ เธอเป็นเพียงภรรยาของฮันอี้

เธออยากจะทำอะไรบางอย่างเพื่อเขาเป็นครั้งสุดท้าย

ถึงแม้......

เขาอาจไม่ต้องการ หรือแม้แต่เกลียดเธอ ถึงขนาดเกลียดการมีตัวตนของเธอ

"ติ๊ง!"

โทรศัพท์สั่นอยู่ขณะหนึ่งเยนลี่ซูที่กำลังเอาของขึ้นรถอยู่นั้น ก็แทบจะรอไม่ไหวที่จะเปิดโทรศัพท์มือถือดู เมื่อเธอเห็นว่าเป็น ฮันอี้ตอบกลับหาเธอด้วยข้อความเสียง เธอก็ยิ้มขึ้นคล้ายกับเด็กที่ได้รับลูกอมอย่างไรอย่างนั้น

แต่ว่า เมื่อเธอกดฟังเสียงของเขา ก็กลับได้ยินเสียงที่ทั้งแข็งและเย็นชาพูดหยอกล้อถากถางว่า: "หนึ่งเดือนไม่ได้เจอกัน คุณนายฮันก็ยังคงทำตัวต่ำช้าราคาถูกเหมือนเดิมเลยนะ?"

เป็นไปอย่างที่คิดไว้......

เขายังคงเกลียดเธอ

แต่ว่าไม่เป็นไร ในเมื่อเขาไม่ได้บอกว่าติดธุระที่ไหน ถึงเขาจะพูดจาแดกดันถากถางยังไง เขาก็ต้องกลับมากินข้าวในคืนนี้แน่นอน

เมื่อคิดเช่นนั้น เยนลี่ซูก็เร่งรีบขับรถกลับบ้านและเตรียมอาหารหลากหลายอย่างตั้งอกตั้งใจ

สามชั่วโมงต่อมา เมื่อ เยนลี่ซูกำลังยกซุปชามสุดท้ายลงบนโต๊ะ ก็ได้ยินเสียงเปิดกลอนประตู เธอหันตัวกลับมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อเธอเห็นว่าฮันอี้ ปรากฏตัวในห้องนั่งเล่น

แต่สิ่งที่ต่างไปจากเธอก็คือใบหน้าและสายตาของ ฮันอี้นั้นยังคงปรากฏความเย็นชาอยู่เสมอ

"ฮันอี้คุณกลับมาแล้วเหรอ?" เยนลี่ซูเดินไปหาฮันอี้ด้วยรอยยิ้มและยื่นมือหมายจะรับกระเป๋าเอกสารจากเขา

ฮันอี้ถอยเท้ากลับอย่างนึกรังเกียจและโยนกระเป๋าเอกสารไว้บนโซฟา

เขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ทำไมถึงตีสองหน้าเก่งขนาดนี้ ไม่ว่าเขาจะถากถางเย้ยหยันเธอมากแค่ไหน เธอก็ทำเฉยเมยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่เสมอ

"ฮันอี้ มากินข้าวกันเถอะ?"

นิ้วมือที่บีบเข้าหากันอย่างแน่นหนาด้วยแรงของเธอที่ซ่อนไว้อยู่ข้างหลัง เยนลี่ซูกดความเศร้าไว้ในใจแล้วเดินนำไปที่โต๊ะอาหารก่อน

"นี่เธอจะยังไม่จบจริงๆใช่ไหม?"

ฮันอี้ก้าวเท้าเดินไปหน้าโต๊ะอาหาร แต่ใบหน้าหล่อเหลาที่แสดงความเย็นชาราวกับโคมไฟคริสตัลที่ทั้งเย็นจนไม่เหลือความอุ่นใดๆในห้องนั่งเล่น

เขาก้มศีรษะจ้องมองจานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะหัวเราะเย้ยหยัน: "เยนจื้อจง ถ้าได้รู้ว่าลูกสาวที่ตัวเองเลี้ยงดูมาจนโตจะทำตัวต่ำถึงขนาดนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรีบโดดออกมาจากโลงศพหรือเปล่า?"

เป็นเวลาห้าปีแล้ว นับตั้งแต่ที่เธอเป็นคุณนายฮัน ฮันอี้จะทำตัวเย็นชากับเธอเสมอมา เธอคิดว่าเธอควรจะชินและปรับตัวเข้ากับมันได้ แต่จริงๆแล้ว......

เธอก็ยังคงเจ็บปวด

"ฮันอี้ พ่อของฉันก็ตายไปแล้ว เราไม่ควรจะ......"

"นั่นคือสิ่งที่เขาสมควรได้รับ!!"

ทันใดนั้นเสียงของฮันอี้ก็ดังขึ้นพร้อมใบหน้าที่บึ้งตึง: "ตั้งแต่ตอนนั้นที่เขาบีบบังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอก็พอจะดูออก ว่าเขานั้นเป็นคนที่ชอบใช้วิธีสกปรก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าได้ทำสิ่งเลวร้ายมามากมายขนาดไหน!!!"

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ทันใดนั้นเขาก็หัวเราะและดึงผ้าปูโต๊ะออกจากโต๊ะอาหาร "เพล้ง!" จานอาหารเหล่านั้นที่ใช้เวลาเนิ่นนานในการทำออกมาได้ตกแตกเป็นเสี่ยง ๆลงกับพื้น

แต่ฮันอี้ก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาจับข้อมือเรียวของเยนลี่ซู แล้วใช้แรงโยนเธอไปบนโต๊ะอาหาร

เมื่อมองดูผู้หญิงที่อยู่ในความดูแลของเขาฮันอี้ก็จัดการถอดชุดของเธอออก

"อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเธอขอร้องให้ฉันอยู่กับเธอในคืนนี้ ฉันก็อยากจะให้เยนจื้อจงได้เห็นถึงความพินาศของลูกสาวตัวเองซะบ้าง!"

เมื่อหมดคำพูด เขาก็โน้มลงหาร่างของ เยนลี่ซูและเข้าหาเธอโดยไม่มีการเบิกทางใดๆ ทางด้าน เยนลี่ซู ที่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นรูปพ่อที่แขวนไว้ในห้องนั่งเล่น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กลลวงร้ายซ่อนรัก
9.0
หลังค่ำคืนที่แสนเจ็บปวด พี่ภูประกาศชัดว่าจะไม่มีการรับผิดชอบใดๆ พร้อมข่มขู่อัยไม่ให้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใหญ่ มิเช่นนั้นเขาจะแฉเรื่องที่เธอเคยโกหกเพื่อจับเขาในอดีตจนทำให้ย่าของเธอต้องผิดหวัง อัยจำต้องยอมจำนนต่อคำขู่และข้อเสนอที่บีบบังคับให้เธอต้องมาปรนเปรอเขาตามต้องการทุกครั้ง แม้เธอจะพยายามโต้กลับว่าแท้จริงแล้วเขาเพียงแค่ติดใจในตัวเธอ แต่ความสัมพันธ์ลับที่เต็มไปด้วยการกดขี่และรอยน้ำตานี้กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
หน้าปกนวนิยาย รักอันตรายล่อลวงหัวใจผู้ชายเย็นชา
8.9
ความรักที่คีย์มอบให้มันคือความจริงใจหรือเพียงแค่คำลวงกันแน่? แม้เขาจะพร่ำบอกว่ารักและแคร์เธอมากเพียงใด แต่ความจริงที่เขายังไม่ยอมตัดขาดจากแฟนเก่ายังคงเป็นหนามยอกอกที่คอยทิ่มแทงใจเธอเสมอ ความอดทนของหญิงสาวเริ่มมอดไหม้ลงทุกทีกับการต้องสวมบทบาทคนงี่เง่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ เธอไม่ใช่คนใจดีที่จะยอมจมปลักอยู่กับความหวังลมๆ แล้งๆ ได้ตลอดไป ถึงเวลาที่เขาต้องเลือกว่าจะรักษาเธอไว้หรือจะปล่อยให้รักครั้งนี้พังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย มลทินรักซาตาน
7.8
หลังทนทุกข์กับชีวิตสมรสที่ไร้ค่ามาหนึ่งปี ตรีภพกลับปฏิเสธการหย่าร้างอย่างหนักแน่น แม้หญิงสาวจะตัดพ้อถึงความเจ็บปวดที่ต้องอยู่กับคนไร้หัวใจ แต่เขากลับใช้กำลังเข้าหาเพื่อปิดปากเธอด้วยจุมพิตที่ดุดัน ทว่าเมื่อเห็นน้ำตาแห่งความเสียใจ เขาก็เริ่มได้สติและยอมถอยห่างพร้อมคำขอโทษจากหัวใจ ตรีภพวิงวอนขอโอกาสสุดท้ายเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต โดยสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองและไม่ทำให้เธอต้องเสียใจอีกต่อไปในฐานะสามีที่เคยละเลยเธอมาร่วมปี
หน้าปกนวนิยาย พ่อจำเป็น daddy
8.4
เมื่อความซุกซนและนิสัยช่างสงสัยของมายูเริ่มล้ำเส้นจนเกินควบคุม ผลลัพธ์ที่ตามมาจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างเธอและชายหนุ่มผู้ครองบทบาทคุณพ่อกำมะลออย่างเลี่ยงไม่ได้ ท้ายที่สุดพันธะสมมติของทั้งคู่ก็ต้องขาดสะบั้นลง เมื่อเด็กดื้อที่ชอบลองดีกลับต้องมาเผชิญหน้ากับบทลงโทษอันหนักหน่วงจากแด๊ดดี้สายโหดที่พร้อมจะดัดนิสัยเธอให้จำฝังใจในแบบที่คาดไม่ถึง ท่ามกลางความตึงเครียดที่แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนในรูปแบบความสัมพันธ์แบบเราสามคน
หน้าปกนวนิยาย กำราบรักมัดใจนางบำเรอ
9.7
พลอยชมพูต้องเผชิญกับความหวาดหวั่นเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของเอเดน มหาเศรษฐีรุ่นใหญ่ผู้มีแววตากระหายและท่าทางดุดัน เขาตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในตัวเธอด้วยวาจาเชือดเฉือนประหนึ่งเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ แม้เธอจะหวาดกลัวในความป่าเถื่อนของชายคราวพ่อที่มีหนวดเคราปกคลุมใบหน้า แต่เสน่ห์อันเหลือร้ายและความหล่อเหลาของเขากลับทำให้เธอเริ่มหวั่นไหวอย่างน่าประหลาด หากต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ให้ชายผู้นี้ เธอก็พร้อมจะปล่อยใจไปกับแรงปรารถนาที่เขามอบให้