
ขอโทษ และขอบคุณนะ
ตอน 2
บทที่ 2
ซุนลู่ซิน
ในห้องนั่งเล่นที่มีแสงประทีป ร่างกายส่วนบนของ เยนลี่ซูถูกกดทับไว้บนโต๊ะอาหาร โดยมีขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นไปทางด้านหลัง รวมถึงสองมือที่ถูกไขว้ไว้ทางด้านหลังของเธอ
ในท่วงท่าที่บิดงอนี้ส่งผลให้ทุกส่วนในร่างกายของเธอเกิดความเจ็บปวด แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ถึงแม้จะรู้สึกไม่ดีอย่างมากก็ตาม
ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม ที่เธอคุ้นชินใช้ความเจ็บปวดของตัวเองแลกกับความสบายใจของเขา
"ด้านล่างตอบสนองฉันขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นไร้เดียงสาให้ใครดูกัน?"
แต่ว่าเขา ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม ก็มักจะทำร้ายเธอตามอำเภอใจเสมอ
เยนลี่ซูกัดริมฝีปากล่างของเธอเองด้วยใบหน้าที่ซีดขาวราวกับกระดาษ มองไปทางรูปของพ่อที่แขวนไว้อยู่ไม่ไกล เธอยกยิ้มขึ้นพร้อมหันตัวไปอย่างเร็วและใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่หลังคอของฮันอี้ก่อนจะจรดริมฝีปากไปบนริมฝีปากเขา
เมื่อเยนลี่ซูคลายริมฝีปากออก ก็ก้มลงเลียบนหน้าอกที่ไวต่อความรู้สึกของเขา ฮันอี้ยิ้มกว้าง: "ทักษะการบริการของเธอ ก็ถือว่าใช้ได้นะ"
"ฮันอี้......"
"ฮันอี้......"
เยนลี่ซูที่นอนอยู่บนโต๊ะอาหาร หันหน้าหนีรูปของพ่อ ก่อนจะเปล่งเสียงที่มีความสั่นแต่ยังคงอบอุ่นและมีความสุขว่า: "ฉันรักคุณ ฉันรักคุณจริงๆ......"
รัก?
เป็นเพราะความรักของเธอ ที่ทำให้เขาสูญเสียอิสรภาพ สูญเสียชีวิตในแบบที่เขาอยากจะใช้!
เป็นเพราะความรักของเธอ ที่ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดที่ไม่สามารถหลุดพ้นไปได้
ช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี!!
ฮันอี้ถอนตัวออกมาและยื่นมือหมายจะจับ เยนลี่ซูที่อยู่บนโต๊ะอาหารให้พลิกตัวกลับมา ภายใต้แสงไฟ ที่มีซี่โครงกระเพื่อมขึ้นลงของเธอและใบหน้าซีดเซียวที่ไม่มีแม้แต่เลือดฝาด
เมื่อไหร่กัน ที่ผู้หญิงคนนี้ผอมขนาดนี้ แทบจะไม่เหมือนคนแล้วด้วยซ้ำ
ภายในใจเขารู้สึกปั่นป่วนเล็กน้อย แต่ก็ถูกปกคลุมด้วยความเกลียดชังอย่างรวดเร็ว!!
เมื่อเห็นสายตาฮันอี้ที่ฉายแววความเกลียดชัง เยนลี่ซูก็มีร่องรอยความวิตกกังวลเมื่อเธอเห็นใบหน้าที่หล่อเหลานั้น ก่อนเอื้อมมือออกไปหวังสัมผัสใบหน้าของเขา ปลายนิ้วที่เย็นสั่นค่อยๆสัมผัสเข้าที่ร่องตา ไล่ลงมาถึงจมูกโด่งนั้น ก่อนจะไปจบที่ริมฝีปากอิ่มน้ำ
"ฮันอี้คุณเคยรักฉันบ้างไหม? อย่างน้อยก็เพียงนิดเดียวเท่านั้น......"
น้ำเสียงนุ่มนวลของเธอ ราวกับว่ากำลังสวดอ้อนวอนอยู่หลายพันครั้ง เธอคิดว่า ถึงแม่เขาจะโกหกเธอแต่ก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงเธอก็กำลังจะตายอยู่แล้ว!
คำพูดของ เยนลี่ซูทำให้ ฮันอี้ลืมตัวไปชั่วครู่ แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกตัว ยังไงผู้หญิงคนนี้ก็มีหัวใจที่ชั่วร้าย คงจะแสร้งทำเป็นน่าสงสารมากกว่า!
เขาใช่ริมฝีปากพูดแดกดันพร้อมดวงตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึก: "เธออยากจะให้ฉันพูดว่าอย่างไรล่ะ?"
"บอกว่าคุณรักฉัน"
ตั้งแต่แต่งงานมาห้าปี นี่เป็นครั้งแรกที่ เยนลี่ซูได้ร้องขอฮันอี้ เธอในขณะนี้ ใช้แรงเฮือกสุดท้ายคว้าไหล่ทั้งสองข้างของเขา แต่เพราะเธอใช้แรงมากเกินไปทำให้เล็บทั้งสิบของเธอ จมลึกลงไปในเนื้อของฮันอี้
ฮันอี้ขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ ก่อนจะเร่งเคลื่อนไหวส่วนล่างเข้าออกอย่างไร้ความปรานี ทำให้ร่างกายผอมบางของเยนลี่ซูสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่เยนลี่ซูรู้สึกว่าเธออ่อนแรงจนเกือบจะเผลอหลับไป แต่เสียงของฮันอี้ก็ปลุกให้เธอรู้สึกตัวอีกครั้ง
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ในลำคอที่สั่น ได้เปล่งเสียงเรียกชื่อของผู้หญิงคนอื่น: "ลู่ซิน......"
ทันใดนั้น ร่างกายก็เย็นจนถึงกระดูก เยนลี่ซูปิดตาลงเพื่อกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว......
เป็นซุนลู่ซินอีกแล้ว!!
ห้องนั่งเล่นที่เงียบสงบกับอุณหภูมิที่เย็นจัด จนเกือบจะทำให้หายใจไม่ออก
ทันใดนั้น ก็มีเสียงเรียกเข้าที่เนื้อเพลงเต็มไปด้วยความอบอุ่นดังขึ้น เยนลี่ซูที่หลับตาอยู่ก็เปิดขึ้นทันที และไม่รู้ว่ารวบรวมแรงมาจากไหน เธอรีบพุ่งไปหา ฮันอี้ที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วและพยายามคว้าเอาโทรศัพท์มือถือของเขา
"ฮันอี้ ได้โปรดอย่ารับเลยนะ อย่ารับเลย......"
วันนี้ เธอขอร้องให้เขากลับมาอยู่กับเธอ เธอไม่ต้องการให้คนอื่นรบกวน โดยเฉพาะซุนลู่ซิน!
ฮันอี้จับมือของเธอ ก่อนจะเหวี่ยงเธอออกไปอย่างแรง เยนลี่ซูล้มชนเข้าที่มุมโต๊ะอย่างจัง
"ปัก -!" เยนลี่ซูล้มลงบนพื้นหินอ่อนเรียบ หน้าผากของเธอแตก มีเลือดไหลออกมาจากโพรงจมูก ก่อนที่ดวงตาของเธอจะมืดลง เส้นประสาทสมองที่ถูกกดทับโดยเนื้องอกเนื่องจากการกระตุ้นจากภายนอก ก่อนตะโกนด้วยความเจ็บปวดที่ศีรษะลั่น
"โอ้ย -!!"
เยนลี่ซูเริ่มเจ็บปวดและคลื่นไส้ เธอนอนอยู่บนพื้นเปิดปากของเธออย่างหมดท่า
ฮันอี้ก้มลงข้างๆเธอ เยนลี่ซูคิดว่าในที่สุดเขาก็เป็นห่วงเธอ ก่อนจะรู้สึกว่ามือใหญ่ข้างหนึ่งมาปิดปากของเธอไว้และรับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาก่อนหน้านี้
แท้จริงแล้ว เขาแค่กลัวว่าเสียงอาเจียนของเธอจะไปรบกวนเขาคุยโทรศัพท์กับซุนลู่ซิน......
หัวใจตกลงสู่ก้นบึ้งอีกครั้งมันเหมือนกลับมีอะไรมาทิ่มแทงจนทะลุหัวใจ
เยนลี่ซูนอนอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นนั้นและยิ้มอย่างเศร้าใจ ในตอนนี้ เธอรู้สึกราวกับหัวใจได้แตกสลายไปแล้ว
คุณอาจจะชอบ





