ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นายหัวขาปรานีหนูหน่อย

นายหัวขาปรานีหนูหน่อย

นายหัวอารัณย์เคยพยายามหักห้ามใจโดยอ้างว่าเพลงขวัญยังเด็กเกินไปและไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติ แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ต่อความต้องการและลุ่มหลงในรสชาติของหญ้าอ่อนจนถอนตัวไม่ขึ้น แม้ฝ่ายหญิงจะอ้อนวอนขอความปรานีเพราะร่างกายเริ่มรับไม่ไหว แต่การตอบสนองที่สวนทางกับคำพูดของเธอกลับยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มอยากครอบครองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักพอ บทพิสูจน์ความอดทนครั้งนี้จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน เมื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขาดูเหมือนจะไม่มีวันจางหายไปง่ายๆ
ตอน
แชร์

ตอน 1

เพลงขวัญหญิงสาววัย 20 ปี นั่งมองรูปถ่ายสุดท้ายที่ตนเองและยายนวลปรางคุณยายของเธอถ่ายด้วยกันเมื่อวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเธอกับคุณยายไปทำบุญตักบาตรด้วยกันที่วัดและคุณยายของเธอก็แต่งตัวสวยมากเป็นพิเศษ

เธอยังจำคำพูดของคุณยายนวลปรางได้เป็นอย่างดีแต่ก็ไม่คิดว่าสิ่งที่คุณยายพูดจะมาถึงเร็วจนคาดไม่ถึงเช่นนี้

‘หนูเพลงถ่ายรูปให้ยายหน่อยสิ เผื่อยายตายไปจะได้เอารูปนี้ตั้งหน้างานศพ’

‘ยายขาอย่าพูดแบบนั้นสิคะ ยายของเพลงยังแข็งแรงอยู่เลยค่ะ’

‘ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอนนะลูก ดูอย่างพ่อกับแม่หนูสิอายุยั้งน้อยแท้ๆ ยังทิ้งพวกเราไปเลย’ บิดามารดาของหญิงสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่ชั้น ป.6

‘ยายคงไม่ทิ้งเพลงไปอีกคนหรอกนะคะ ยายต้องอยู่กับเพลงไปนานๆ อยู่ช่วยเลี้ยงลูกให้เพลงด้วยนะคะ’

‘หนูเพลงมีแฟนแล้วเหรอลูกถึงพูดแบบนี้’

‘ยังหรอกค่ะ เพลงก็แค่พูดเผื่อไว้เท่านั้นเองเรื่องมีแฟนเพลงยังไม่คิดค่ะ เพลงอยากรีบเรียนให้จบจะได้ทำงานมีเงินเดือนให้ยายจะได้ไม่ต้องลำบากไปทำงานที่บ้านนายหัวอีก’

‘ยายไม่ได้ลำบากอะไรเลย งานที่บ้านนายหัวไม่หนักหนาอะไรเลย’ ยายนวลปรางตอบหลานสาวด้วยรอยยิ้ม

‘แต่เพลงก็อยากให้ยายพักบ้าง ยายสัญญานะคะถ้าเพลงเรียนจบมีงานทำยายจะเลิกไปทำงานที่บ้านนายหัว’

‘จ้ะ ยายสัญญา’

เวลาผ่านมาแค่สามเดือนคุณยายนวลปรางก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหลานคือไม่ไปทำงานที่บ้านนายหัวเพราะท่านจากเธอไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้เพลงขวัญไม่เหลือญาติที่ไหนอีกแล้วเพราะพี่ชายของเธอก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน

เพลงขวัญได้รับข่าวร้ายจากคนในหมูบ้านว่าคุณยายนวลปรางเข้าป่าไปเก็บเห็ดและเป็นลมอยู่ในนั้น กว่าจะมีคนไปเจอท่านก็ผ่านมาหลายวัน ร่างของท่านนอนเสียชีวิตอยู่อย่างเดียวดายใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากบ้านหลังนี้เพียงไม่ถึงสองกิโลเมตร

แต่เพราะยายนวลปรางอาศัยอยู่คนเดียวเธอหายไปจึงไม่มีใครรู้และเป็นช่วงที่เพลงขวัญอ่านหนังสือย่างหนักเพื่อสอบปลายภาค พอสอบเสร็จเธอจึงโทรหายายแต่ไม่มีใครรับสาย

เธอจึงโทรไปหาป้าแววซึ่งเป็นคนงานที่บ้านของนายหัวเหมือนกับยายจากนั้นชาวบ้านจึงช่วยกันหา พอเพลงขวัญกลับมาถึงบ้านก็เป็นจังหวะเดียวกับร่างไร้สติของคุณยายถูกหามขึ้นเปลออกมาจากป่า เธอร้องไห้อย่างหนักและโทษว่าเป็นความผิดของตนเองที่ไม่โทรหายายถึงสามวันเพราะถ้าไม่อยากนั้นคุณยายก็คงไม่จากไป

แต่หลังจากแพทย์ชันสูตรที่โรงพยาบาลตรวจเพื่อจะออกใบมรณบัตรก็พบว่าคุณยายไม่ได้เสียชีวิตเพราะเป็นลมแต่เป็นเพราะท่านถูกตีด้วยของแข็งบริเวณท้ายทอยจนเลือดคั่งในสมองและเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้ก็ยังหาคนร้ายไม่เจอ

ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่เพลงขวัญอยู่ตามลำพังในบ้านหลังเล็กติดกับสวนยางพาราของนายหัวอารัณย์ เจ้านายของยายนวลปรางซึ่งเขาและคนงานในสวนมาช่วยจัดการงานศพของคุณยายจนทุกอย่างเรียบร้อย ส่วนตัวเธอเองนั้นแทบไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นมันหนักเกินกว่าหญิงสาวตัวคนเดียวจะรับไหว ถ้าไม่ได้เขากับคนงานช่วยก็คงจะแย่ เธอยังไม่มีโอกาสของได้ขอบคุณเขาอย่างจริงจัง วันนี้ก็เลยตั้งใจว่าหลังจากไปซื้อของใช้จำเป็นที่ตลาดหน้าหมูบ้านแล้วจะไปขอบคุณเขา

เธอปั่นจักรยานมายังตลาดนัดเล็กๆ ซึ่งจะมีพ่อค้าแม่ค้าจากในเมืองมาขายสัปดาห์ละครั้ง ตลาดตั้งใกล้กับกับร้านขายของชำร้านเดียวของหมู่บ้าน ติดๆ กันนั้นก็เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวและร้านกาแฟของอาแปะกงที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็ก

“อ้าว หนูเพลงมาซื้อของเหรอป้านึกว่าหนูกลับไปกรุงเทพแล้วเสียอีก” ป้านงค์เจ้าของร้านของชำทักทายเพลงขวัญที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็ก

“ค่ะป้านงค์ หนูยังไม่ได้ขอบคุณป้าเลยที่ไปช่วยงานคุณยาย ขอบคุณนะคะป้า”

“ไม่เป็นไรจ้ะลูก เราคนบ้านเดียวกันมีอะไรก็ช่วยเหลือกัน แล้วหนูจะอยู่ที่นี่นานไหมล่ะ”

“หนูว่าจะอยู่จนเปิดเทอมค่ะ”

“หนูอยู่ที่บ้านยายเหรอจ๊ะ”

“ค่ะ ป้านงค์”

“นายหัวนี่ก็ใจดีเหมือนกันนะที่ยังให้อยู่ต่อ”

“ให้อยู่ต่อ ป้าหมายถึงอะไรคะ”

“อ้าว ป้าก็นึกว่าหนูรู้แล้วเสียอีกว่าบ้านหลังนั้นน่ะเป็นของนายหัว”

“ไม่ใช่นะคะ บ้านเป็นของคุณยาย”

“ยายของหนูมาด่วนจากไปอย่างนี้คงยังไม่ทันได้บอกอะไร ป้าว่าหนูลองไปถามนายหัวดูนะลูกว่ามันยังไงกันแน่ ป้าเองก็ฟังคนอื่นมาอีกที”

“ค่ะ หนูก็กำลังจะเข้าไปขอบคุณนายหัวอยู่พอดีเลย”

เพลงขวัญปั่นจักรยานมาจากร้านขายของชำแล้วก็ตรงไปยังบ้านนายหัวระหว่างทางก็คิดถึงคำพูดของป้านงค์ที่บอกว่าบ้านหลังนั้นเป็นของนายหัว มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไงในเมื่อบ้านหลังนั้นพ่อกับแม่ของช่วยกันสร้างมา

มีทางเดียวที่เป็นไปได้ก็คือนายหัวอาจจะหลอกเอาบ้านไปจากคุณยายของเธอเพราะเห็นว่าท่านอายุมากแล้วและเธอเองก็นานๆ ถึงจะกลับมาที่บ้านสักครั้ง

สองเท้าเล็กๆ รีบปั่นอย่างรวดเร็วเพราะอยากจะไปเห็นหน้าคนที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าของบ้าน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียเด็ก Honey (I hate you)
9.4
เมื่อความเข้าใจผิดนำไปสู่รอยร้าวที่ยากจะประสาน ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยทิฐิกลับเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำวิงวอนและข้อเท็จจริงของหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ เขาตราหน้าว่าสิ่งที่เธอพยายามอธิบายเป็นเพียงบทละครตบตาเพื่อโก่งราคาค่าตัว ทว่าความจริงที่ปรากฏเบื้องหน้าหลังความสัมพันธ์ทางกายเริ่มต้นขึ้น กลับกลายเป็นหยดเลือดและความเงียบงันที่ตอกย้ำความผิดพลาดครั้งใหญ่ เขาจึงยื่นข้อเสนอเป็นจำนวนเงินเพื่อชดใช้ให้แก่พรหมจรรย์ที่เขาพรากมาด้วยความใจร้อน ท่ามกลางความเจ็บปวดและคราบน้ำตาที่ไม่มีวันย้อนคืน
หน้าปกนวนิยาย THE ILLUSION OF LOVE มารยายั่วรัก
8.4
ชายหนุ่มผู้ปิดตายหัวใจหลังสูญเสียคนรักไปอย่างกะทันหันก่อนวันวิวาห์ กลับต้องมาเผชิญบททดสอบความรู้สึกเมื่อคุณย่าของเขาพยายามวางแผนจับคู่ให้ โดยส่งหญิงสาวพราวเสน่ห์เข้ามาปั่นป่วนหัวใจที่เคยด้านชา ทว่าเรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อมีผู้หญิงอีกคนที่มีหน้าตาเหมือนอดีตคนรักที่ล่วงลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า เขาจึงต้องตัดสินใจเลือกอย่างยากลำบากระหว่างการก้าวไปสู่รักครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัว หรือจะหวนกลับไปยึดติดกับเงาในอดีตที่โหยหามานาน
หน้าปกนวนิยาย กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง
8.8
เจมส์แอบซ่อนความรู้สึกที่มีต่อหนูดีไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา แม้ปากจะบอกว่าเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว แต่การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่หนูดีเองก็มีเพียงเขาคนเดียวในหัวใจมาตลอด ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ก้าวข้ามกำแพงเข้าไปสัมผัสถึงความในใจของเขาได้เลย ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักของคนทั้งคู่จากจักรวาลทัณฑ์รักนายหัวร้าย ว่ากำแพงน้ำแข็งนี้จะพังทลายลงเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันได้เมื่อไหร่
หน้าปกนวนิยาย Love again รักใหม่คนเก่า
8.2
เมื่ออดีตคนรักที่เคยสร้างบาดแผลลึกซึ้งหวนกลับมาอีกครั้งพร้อมกลยุทธ์ตามง้อแบบจัดเต็ม เขาตั้งใจจะรื้อฟื้นเพียงความทรงจำแสนหวานเพื่อทวงคืนตำแหน่งเจ้าของหัวใจและเยียวยาทุกความเจ็บปวดที่เขาเคยฝากไว้ในอดีต แม้เธอจะพยายามหลบหนีเพียงใดเขาก็จะติดตามเป็นเงาตามตัวเพื่อบีบให้เธอไร้ทางเลี่ยง การกลับมาครั้งนี้เขาเดิมพันด้วยทุกวิถีทางเพื่อให้เธอยอมใจอ่อนและเริ่มต้นรักครั้งใหม่กับคนหน้าเดิมให้สำเร็จจนได้
หน้าปกนวนิยาย หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
9.8
เมื่อฮั่วเยี่ยนสือทิ้งเธอไปหาคนรักเก่าในวันครบรอบ ซูหว่านหนิงจึงเลือกหย่าขาดและกลับเข้าสู่วงการบันเทิงจนโด่งดัง เธอฉีกหน้ากากดอกไม้พลาสติกของมือที่สามอย่างไม่ใยดี ขณะที่อดีตสามีผู้หยิ่งผยองกลับต้องร้อนรนเมื่อเห็นชายหนุ่มโปรไฟล์ดีมากมายรุมล้อมอดีตภรรยา จากคนเย็นชาเปลี่ยนเป็นคนคลั่งรักที่คอยตามตื๊อขอคืนดีทุกวิถีทาง แต่เธอไม่ชายตามองพร้อมประกาศกร้าวว่าคนอย่างเขาไม่คู่ควรกับเธออีกต่อไป และเธอจะไม่มีวันหวนกลับไปหาขยะที่โยนทิ้งไปแล้วเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก พันธะสวาท
8.0
“เลือกเอานะคะ ระหว่างความสุขของคุณกับชีวิตของสิปรางค์” กรกันต์รู้ว่านั่นไม่ใช่เพียงคำขู่ของคนอกหัก ทว่ามันคือคำอาฆาตของคนที่แค้นฝังใจต่างหาก มาร์ตินี่อีกแก้วจึงถูกสาดลงคออย่างรวดเร็ว ค่ำคืนนี้เขาที่จะใช้มันดับความทุกข์ทั้งหมดที่มี เครื่องดื่มมึนเมาทั้งหลายที่ถูกนำออกมาด้วยคงช่วยให้ลืมบางสิ่งบางอย่างได้อย่างไม่ยากเย็นนักลืม แต่ภาพที่เขาเห็นตรงหน้า สิปรางค์ยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่ในห้องลองชุด หญิงสาวมาทำอะไรตรงนี้ ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอควรพักผ่อนเพื่อใครอีกคนไม่ใช่หรือ? ด้วยความสงสัย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านในกระแสเลือด กรกันต์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกทำให้สิปรางค์เงยหน้าขึ้นมอง “เฮีย” แต่พอเห็นสีหน้าแดงก่ำของเขา เธอก็ทำท่าจะผละหนี “เดี๋ยวสิ” กรกันต์รีบรั้งแขนเธอไว้ ขณะที่ชั่งใจอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุยกันก่อนได้ไหม” เขาขอร้องเสียงเครียด ทั้งปาก ทั้งตา มันสั่นไปหมด เพราะมั่นใจว่าหากปล่อยมือเธอไป โอกาสแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว สิปรางค์มองแววตาแดงก่ำของเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏความรู้สึกใดๆ ออกมา “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ นี่ก็ดึกแล้ว...ปรางค์ขอตัวนะคะ” หญิงสาวตัดบทอย่างคนใจร้าย ไม่อาทรต่อความน้ำเสียงเว้าวอนของเขาของสักนิด ซ้ำร้ายยังสลัดมือเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ในจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวหนี จู่ๆ เขาก็พุ่งมากอดจากด้านหลัง “ปรางค์...” เขาพูดแค่นั้นก็เงียบหายไปหลายนาที ส่วนเธอก็ยังยืนยันเจตนาเดิม วันนี้หัวใจเเข็งแกร่งกว่าเมื่อวาน เพราะฉะนั้นความอบอุ่นจากลำแขนทั้งสองจึงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้อีก ในเมื่อเขาอยากกอด อยากยื้อให้ตัวเองเจ็บปวด...ก็ตามใจ “พรุ่งนี้...” กรกันต์พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “เฮียจะเป็นของคนอื่นแล้ว เราจะคุยกันดีๆ สักครั้งไม่ได้เลยเหรอ?” “...” “หยุดทำตัวห่างเหิน หยุดทำเหมือนระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักทีได้ไหม!” “แล้วเรายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกคะ สายเลือดเดียวกันก็ไม่ใช่ เพื่อนกันก็ไม่ใช่ ยิ่งคนรัก...ก็ยิ่งไม่มีวันได้เป็น!” “แต่ปรางค์ท้อง...” เขาหยุดพูด ท่ามกลางความร้อนผ่าวที่หัวตาทั้งสอง “ลูกของเฮีย...อยู่ในนี้” มือหนากำลังเลื่อนลงไปหน้าท้องที่นูน ทว่ากลับถูกสิปรางค์ปัดออกอย่างรวดเร็ว “ห้ามแตะต้องเขานะ!” เธอพลิกตัวหนี สองมือโอบท้องตัวเองไว้ด้วยความหวงแหน สิปรางค์ไม่มีท่าทีแปลกใจสักนิดที่เขารู้ว่าเธอท้อง ถ้าเขาดูไม่ออกนี่สิ...คงเป็นเรื่องแปลกพิกล หูตาของกรกันต์มีไปทั่ว จนเธอคร้านกวาดตามองหา หากชายหนุ่มอยากรู้นัก เธอก็จะสนองความต้องการนั้นด้วยความจริงที่เขาจะทำได้แค่เพียงมอง... ทว่านาทีนั้นเองเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีหยาดน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนซีกแก้มด้านซ้ายของอีกฝ่าย เขาจะร้องไห้ทำไมกัน ในเมื่อคนถูกกระทำมาตลอด คือ เธอ! “คนใจร้าย...ห้ามแตะต้องหัวใจของปรางค์อีก!” อาการหวงแหนเกินเหตุนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับชายหนุ่มมหาศาล กรกันต์ตัดสินใจขยับเท้าเข้าหา แต่พอเห็นเธอเตรียมขยับหนีราวกับรังเกียจกัน เขาจึงยืนนิ่ง “ปรางค์...” เสียงเขาอ่อนล้านัก อาจเพราะหัวใจมันแห้งเหือดมาหลายเดือน ความจงเกลียดจงชังที่เธอแสดงออก มันจึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเขาอย่างจัง “เขาเป็นของปรางค์คนเดียว เฮียไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาด้วยซ้ำ และการที่ปรางค์มาที่นี่ไม่ได้หมายความว่าปรางค์จะยอมเฮียทุกอย่างหรือจะขออะไรก็ได้ อย่าลืม...ว่าปรางค์ก็ยังเป็นปรางค์อยู่วันยังค่ำ เมื่อก่อนเคยร้ายยังไง วันนี้ก็จะเป็นอย่างงั้น ในเมื่อต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ พรุ่งนี้เฮียก็คอยดูฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้ได้เลย” คำกล่าวของเธอไม่เกินจริงสักนิด สิปรางค์มาที่นี่เพราะหน้าที่และคำขอของผู้มีพระคุณก็เท่านั้น หากแต่กรกันต์ยังยื้อ ไม่ยอมปล่อยวางเรื่องระหว่างกันดังที่เคยพูด พรุ่งนี้เธอก็จะทำให้เขาเห็นว่าการไม่รักษาคำพูดเป็นอย่างไร “ปรางค์จะทำอะไร” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ดูจะเลือนหายไปหลังจากได้กลิ่นกายอ่อนๆ ของเธอ “อยากรู้ก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้สิ”