
เจ็บแต่ไม่ยอมปล่อยมือ
ตอน 2
“เสิ่นติงหลาน คุณมันไร้หัวใจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน!”
ยิ่งเมื่อครู่บรรยากาศระหว่างทั้งสองเต็มไปด้วยความเร่าร้อนมากเท่าใด ตอนนี้บรรยากาศก็ยิ่งเย็นชาและตึงเครียดมากขึ้นเท่านั้น
แม้จะถูกมองออกว่าคิดอะไรอยู่ แต่ถังหว่านก็ไม่ได้ตื่นตระหนก ดวงตาคู่งามเอ่อไปด้วยน้ำตา ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยความดื้อรั้น “ในเมื่อคุณไม่ยอมให้ งั้นตั้งแต่วันนี้ไปความสัมพันธ์ของเราก็ขาดกัน คุณกับฉัน นอกจากเป็นอาหลานก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!”
“ตอนแรกเป็นเธอเองที่คลานขึ้นเตียงฉัน ตอนนี้จะมาพูดให้ตัดขาดงั้นเหรอ ถังหว่าน เธอคิดว่าฉันเป็นคนที่พูดง่ายขนาดนั้นเลยสินะ?” เสิ่นติงหลานแสยะยิ้มเย็นชา
เมื่อครั้งที่ตระกูลถังล้มละลายในชั่วข้ามคืน พ่อของถังหว่าน ถังเทียน กระโดดตึกฆ่าตัวตายเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ส่วนพี่ชายของเธอถูกจับเข้าคุก
แม่ของเธอพาเธอหนีหัวซุกหัวซุน จนสุดท้ายไม่มีทางเลือก ต้องไปเป็นเมียน้อยของเสิ่นจงอี๋ ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของเสิ่นติงหลาน ภายหลังเมื่อภรรยาตัวจริงของเสิ่นจงอี๋เสียชีวิต แม่ของถังหว่านก็ตั้งท้องลูกของเสิ่นจงอี๋ และถูกพาตัวเข้ามาในตระกูลเสิ่น
ไม่มีใครในตระกูลเสิ่นที่ชอบพวกเธอเลย หากจะพูดให้ถูกก็คือเกลียดเข้าไส้เสียด้วยซ้ำ
ถังหว่านรู้เรื่องนี้ดี เธอจึงพยายามหลีกเลี่ยงคนในตระกูลเสิ่นมาตลอด แต่คนตระกูลเสิ่นพวกนั้นกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปเสียที เธอจึงไม่มีทางเลือกและจำต้องคลานขึ้นเตียงเสิ่นติงหลาน
เพราะในเมืองอวี๋ มีเพียงเสิ่นติงหลานที่เป็นผู้นำตระกูลเสิ่นคนนี้คนเดียวที่สามารถปกป้องเธอได้
“แล้วตกลงความสัมพันธ์ของเราเรียกว่าอะไรคะ คู่นอน คนรัก หรือแค่……” ผ้าห่มผืนบางค่อย ๆ เลื่อนตกจากหัวไหล่บาง ๆ ของถังหว่าน เผยให้เห็นอกอิ่มขาวเนียนราวหยกที่ต้องแสงไฟ ยั่วยวนจนใครก็มองไม่อาจละสายตา
เพลิงราคะที่เสิ่นติงหลานพยายามกดเอาไว้กลับพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง สายตาเขาจับจ้องไปยังใบหน้าสวยแสนเย้ายวนของถังหว่าน คำที่เขาเรียกกันว่าหญิงงามล่มเมืองก็คงหมายถึงแบบนี้
“เลือกอย่างอื่นที่เธออยากได้มา ฉันอาจจะพิจารณาให้” เสิ่นติงหลานคลายมือออกก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบอีกครั้ง
ความหมายโดยนัยก็คือเขายังพอใจกับร่างกายของเธอ และไม่มีความคิดจะปล่อยเธอไป
หัวใจของถังหว่านพลันปวดหนึบ เธออาจเป็นคู่นอนของเขาได้ แต่ไม่อาจเป็นเมียน้อยใคร นี่เป็นศักดิ์ศรีเพียงน้อยนิดที่เธอเหลืออยู่
“เสิ่นติงหลาน ฉันเบื่อเต็มทนแล้ว หมดสนุกแล้วด้วย ตั้งแต่วันนี้ไป เราเลิกกัน” คำว่า “เลิกกัน” นั้นฟังดูน่าขันสิ้นดี เพราะนับตั้งแต่ต้น เสิ่นติงหลานไม่เคยยอมรับเธอเลยด้วยซ้ำ
ถังหว่านกระชากชุดเดรสที่ขาดวิ่นขึ้นมาสวม ราวกับตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว
เสิ่นติงหลานมองท่าทางจริงจังของเธอ ลึก ๆ แล้วเขารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง เขาสูดบุหรี่เข้าปอดลึก ๆ ทีหนึ่งด้วยสีหน้าเย็นชา พยายามข่มอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองเอาไว้
“เธองอแงอะไร?”
ถังหว่านชะงักมือที่กำลังดึงผ้าห่มขึ้น ก่อนจะอดกลั้นต่อความรู้สึกไม่สบายกาย จากนั้นแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรและลุกขึ้นยืนอย่างไม่ใส่ใจ “ในเมื่อคุณเสิ่นให้ในสิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้ ก็อย่าเสียเวลาของกันและกันเลยค่ะ ฉันจะได้ไปหาที่ลงหลักปักฐานใหม่”
คำพูดของเธอทำให้เสิ่นติงหลานโกรธจัด เขากระชากร่างเธอให้ล้มลงบนตักทันที ขาเรียวลื่นไถลไปสัมผัสกับต้นขาของเขา บรรยากาศพลันเต็มไปด้วยความคลุมเครือ
“นอกจากฉัน ยังมีใครที่สามารถทำให้เธอพอใจได้อีก เบื่อแล้วงั้นเหรอ หมดสนุกแล้วงั้นเหรอ เธอมีหน้าพูดแบบนี้กับฉันด้วยเหรอ อย่าลืมสิว่าตอนแรกเป็นใครกันที่คลานขึ้นเตียงฉันอย่างไร้ยางอาย!”
ถังหว่านพยายามดิ้นรน ดวงตาของเธอแดงก่ำขณะที่ตะโกนออกมา “เป็นฉันแล้วยังไง ตอนนี้ฉันรู้สำนึกแล้ว! คุณกำลังจะแต่งงานกับหยวนซู แล้วจะให้ฉันนั่งเก็บเนื้อเก็บตัวรอคุณมาสนใจอย่างนั้นเหรอ เสิ่นติงหลาน ฉันอาจจะไร้ยางอาย แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นต่ำตมขนาดนั้น!”
บรรยากาศเย็นยะเยือกจนแทบจะเป็นน้ำแข็ง ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำลายความตึงเครียดที่ปะทุอยู่ในห้อง
เสิ่นติงหลานแสดงความหงุดหงิดทันที เขาตั้งใจจะตัดสายทิ้ง แต่พอเห็นชื่อบนหน้าจอเขากลับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายมือจากถังหว่านแล้วลุกขึ้นไปรับสาย
ถังหว่านเห็นชื่อบนหน้าจอ เป็นหยวนซูนั่นเอง
จากนั้นเธอก็ได้ยินเสิ่นติงหลานพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งเป็นน้ำเสียงเดียวกับที่เธอเคยได้ยินจากเขาเป็นครั้งคราวเวลาอยู่บนเตียง น้ำตาเธอไหลรินลงมาจากหางตา ทำไมต้องมานั่งทรมานตัวเองแบบนี้ด้วย
“ผมจะไปเดี๋ยวนี้” หลังจากวางตัดสาย เสิ่นติงหลานก็หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ก่อนจะปรายตามองถังหว่านที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วออกคำสั่งว่า “ฉันจะบอกให้เลขาโจวโอนเงินเข้าบัญชีเธอ อย่าคิดหนีไปไหนเชียว!”
ถังหว่านหันหลังให้เขาและฟังเสียงเปิดปิดประตู เมื่อรู้ว่าเขาไปแล้ว เธอก็หัวเราะเยาะตัวเองอย่างเย้ยหยัน ก่อนที่ใบหน้างดงามจะแปรเปลี่ยนสีหน้าเป็นคำตอบที่มุ่งมั่น
ถ้าเอามาครอบครองไม่ได้ เธอก็ต้องทิ้งมันไป!
คุณอาจจะชอบ





