ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลาไปในยุค 80 เพื่อร่ำรวย

ย้อนเวลาไปในยุค 80 เพื่อร่ำรวย

ร่วมย้อนเวลากลับสู่ทศวรรษ 80 ไปกับเรื่องราวสุดเข้มข้นของการสร้างตัวจากศูนย์สู่ความมั่งคั่ง พบกับกลยุทธ์การทำธุรกิจและโอกาสทองในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง พลิกชีวิตด้วยความรู้จากอนาคตเพื่อก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล มาติดตามกันว่าการย้อนอดีตครั้งนี้จะเปลี่ยนโชคชะตาให้ร่ำรวยมหาศาลได้อย่างไรในเส้นทางที่เต็มไปด้วยความท้าทายและสีสันของยุค 80 อันน่าประทับใจ
ตอน
แชร์

ตอน 1

เปรี๊ยง! เปรี๊ยง!

เสียงฟ้าร้องดังในขณะที่ท้องฟ้าอึมครึม ก่อนจะมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาเป็นเส้นยาวราวกับม่านบาง ๆ ทำให้ถนนใหญ่ของเมืองหลวงเปียกชุ่มจนเกิดเงาสะท้อนจากแสงไฟริมขอบถนนที่เริ่มสว่างขึ้นในช่วงที่ท้องฟ้ามืดครึ้มและฝนพรำ

ชิงเหม่ย เจ้าของร่างอ้อนแอ้นราวกับว่าเมื่อลมพัดมาก็จะปลิวไปได้ง่าย ๆ เธอสวมเสื้อคลุมผ้าบางที่แทบไม่กันฝน รีบวิ่งไปบนถนนพลางยกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ชายกระโปรงเปียกน้ำฝนที่พื้นถนนเอาได้ ชิงเหม่ยกอดห่อผ้าขนาดเล็กไว้แน่นใต้เสื้อคลุม นั่นคืออาหารเช้าที่เธอเตรียมไปกินระหว่างพักเที่ยงที่ทำงาน

เสียงย่ำเท้าของชิงเหม่ยดังปนไปกับเสียงล้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่แล่นผ่านน้ำขังจนสาดกระเซ็น คนบนถนนบางคนถือร่มเดินอย่างระวัง บางคนก็ใช้กระเป๋าหรือของใช้ที่ติดมือมาบังศีรษะของตัวเองเอาไว้

แต่สำหรับชิงเหม่ยแล้ว ไม่มีเวลาพอจะคิดถึงฝนที่เย็นยะเยือก เธอมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่จะไปทำงานสาย ชิงเหม่ยวิ่งหลบฝนไปพลางพึมพำกับตัวเองไปว่า…

‘ต้องรีบไปให้ทันก่อนที่จะประชุม นี่เป็นโอกาสสำคัญที่เราจะทำผลงานได้ และผลงานชิ้นนี้จะเป็นใบเบิกทางให้เราได้เลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนและสวัสดิการก็จะมากขึ้นอีกด้วย สู้ ๆ ชิงเหม่ย ฝนตกแค่นี้อย่าไปกลัว’

และระหว่างที่ชิงเหม่ยกำลังคิดถึงอนาคตอันสดใสของตัวเองอยู่นั้น เสียงแตรรถก็ดังขึ้นมาจากระยะไกล พร้อมกับเสียงยางรถเบียดพื้นถนนที่เกิดจากการเบรกอย่างกะทันหัน

ปี๊น! ปี๊น! เอี๊ยด!

เสียงแตรรถพร้อมกับเสียงเบรก ทำให้ชิงเหม่ยหยุดนิ่งและเงยหน้าขึ้นมองรถยนต์ที่เหมือนจะเสียหลักกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวของเธอ พอชิงเหม่ยรู้ตัวก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ

“ว๊าย!”

“หลบไป ๆ เบรกไม่อยู่!”

เหมือนเวลาหยุดนิ่ง ห่อผ้าในมือบางหลุดร่วง น้ำฝนไหลลงบนใบหน้า จิตสุดท้ายของชิงเหม่ยคิดได้แค่ว่า…

‘ชีวิตของเราต้องจบลงแล้วเหรอ’

ชิงเหม่ยรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนั้นกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ ไม่มีน้ำหนักหรือความเจ็บปวด ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด แสงขาวสว่างจ้าคลายกับเมฆหมอกจนมองไม่เห็นสิ่งอื่นใดรอบตัว ก่อนจะมีเสียงของหญิงสาวลึกลับดังขึ้นกึกก้อง

“เจ้าคือผู้ถูกลิขิต ชีวิตของเจ้าที่นี่สิ้นสุดแล้ว แต่หนทางของเจ้ายังไม่จบลงเพียงเท่านี้”

“นะ นี่คือความตายอย่างนั้นหรือ ฉันยังตายไม่ได้นะ ฉันยังสาวอยู่เลย แฟนก็ยังไม่เคยมีสักคน หน้าที่การงานก็ยังต่ำเตี้ย ที่สำคัญฉันยังทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นฉันยังตายไม่ได้จริง ๆ ฮือ…”

“เจ้าอย่าพึ่งตีโพยตีพายไป เจ้าจะได้โอกาสมีชีวิตอีกครั้ง เพื่อแก้ไขสิ่งที่เจ้ามิอาจทำได้ในชีวิตที่เคยมี แต่ว่าที่ที่เจ้าต้องไปนั้น จะมิใช่ที่ที่เจ้าจากมา”

“…ละ แล้วฉันจะได้ไปที่ใดกัน”

“หึหึ ย้อนกลับไปยังอดีต ที่นั่นคือโลกที่เจ้าจะได้เริ่มต้นใหม่ในร่างเดิม เพียงแต่ยุคสมัยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

“อะ อดีตอย่างนั้นหรือ แต่ฉันยังมีสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จอีกตั้งเยอะเลยนะ ฉันต้องการกลับไปยังโลกปัจจุบัน คุณ! คุณได้ยินฉันไหม”

และทุกอย่างก็เงียบลง ก่อนที่ชิงเหม่ยจะหมดสติไปอีกครั้งในแสงสีขาว อย่างกับทุกอย่างเป็นเพียงความฝันหรือนิมิตอย่างไรอย่างนั้น…

เสียงนกและกลิ่นดินหลังฝนตก ทำให้เปลือกตาบางของคนที่กำลังหลับใหลค่อย ๆ ลืมขึ้นมาอย่างช้า ๆ เมื่อยกศีรษะขึ้นก็รู้สึกปวดและมึนเมาเล็กน้อย สายตาที่ยังคงพร่ามัวมองไปรอบ ๆ เห็นผนังไม้เก่า

‘ที่นี่คือที่ใด หรือว่านี่คืออดีตที่เสียงนั้นกล่าวถึง’

นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงพูดคุยของผู้หญิงและผู้ชายดังมาจากข้างนอกห้องอีกด้วย ถึงแม้ว่าอาการจะยังไม่สู้ดี แต่สมองก็สั่งให้ตั้งใจฟัง

“เถ้าแก่ฟงให้ราคาดี จะมัวรออะไรอีก เด็กคนนี้ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรในบ้านอยู่แล้ว”

“แต่ชิงเหม่ยยังไม่หายดีเลยนะ ถ้าหากเธอรู้ว่าเราจะขายเธอให้คนอายุมากกว่าหลายปี เธอจะรับไม่ได้จนยอมกัดลิ้นตัวเองตายไปเลยเหรอ”

“อย่ามัวแต่ใจอ่อน! เงินที่เขาให้มามากพอที่จะปลดหนี้ทั้งหมดของบ้านเราได้ แล้วยังเหลือพอให้เธอไปซื้อผ้าใหม่อีกด้วย”

ชิงเหม่ยได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน ทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจ พลางพึมพำกับตัวเองในใจว่าคนที่สองคนข้างนอกนั้นจะขายนั้นใช่ตัวเธอหรือไม่ แต่ชื่อที่เอ่ยออกมามันก็คือชื่อของเธอ

‘ขาย? พวกเขาคิดจะขายฉันอย่างนั้นหรือ’

เมื่อชิงเหม่ยคิดได้อย่างนั้น ก็รีบลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะเดินไปมองร่างกายของตัวเองในกระจกเก่าบานเล็ก ก็พบว่าร่างกายนี้เหมือนเค้าโครงเดิมของเธอแทบจะทุกอย่าง เพียงแต่ว่าอาจจะผอมบางกว่าหน่อยเท่านั้น บ่งบอกได้เลยว่าบ้านหลังนี้กำลังประสบปัญหาทางการเงินมากแค่ไหน ทั้งยังมีรอยแผลฟกช้ำตามตัวเล็กน้อยตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายอีกด้วย

“นี่ฉันกลายเป็นลูกสาวของครอบครัวที่แสนจะลำบากแบบนี้จริง ๆ เหรอ และก็กำลังจะถูกพวกเขาคิดจะขายให้คนแก่อีกด้วย มอบชีวิตใหม่ให้แบบนี้ ส่งเราไปอยู่นรกเสียยังดีกว่า”

ในระหว่างที่ชิงเหม่ยกำลังตัดพ้อในโชคชะตาของตัวเองอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น

“ชิงเหม่ย ฟื้นแล้วเหรอ”

บุคคลที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของชิงเหม่ยนั้นเป็นหญิงและชายวัยกลางคน ซึ่งชิงเหม่ยคาดเดาในใจว่าสองคนนี้น่าจะเป็นพ่อกับแม่ของเธอในยุคนี้ และตอนที่ทั้งสองกำลังจะเดินเข้ามาหาชิงเหม่ยนั้น เธอก็ค่อย ๆ ก้าวเดินถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น

“ทำไมลูกถึงมีสีหน้าและท่าทางที่กลัวพ่อกับแม่อย่างนั้นล่ะ”

“ฉัน เอ่อ…ลูกได้ยินทุกอย่างทั้งหมดแล้ว พ่อกับแม่จะพาตัวลูกไปขายให้กับคนแก่ใช่หรือไม่”

“ชิงเหม่ย! นี่ลูกได้ยินทั้งหมดเลยหรือ”

คนเป็นแม่มีสีหน้าและน้ำเสียงที่ตกใจ แต่ผู้เป็นพ่อมีสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นดุดัน ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง

“เจ้าเด็กคนนี้! นี่ไม่ใช่เรื่องที่ลูกควรยุ่ง ครอบครัวของเรายากจนมาก หากไม่ขายลูกไป พวกเราทั้งหมดก็ต้องอดตาย!”

เมื่อชิงเหม่ยได้ฟังคำพูดอันสุดแสนจะเห็นแก่ตัวของผู้เป็นพ่อ ก็อดที่จะกัดฟันแน่นด้วยความโกรธไม่ได้ แต่ก็พยายามที่จะสงบจิตสงบใจเอาไว้

“ลูกไม่ใช่สิ่งของที่พวกท่านจะขายไปเพื่อเงิน และอีกอย่าง ผู้เฒ่าฟงคนนั้น เขาอายุมากกว่าลูกหลายสิบปีเป็นแน่ พ่อกับแม่คิดจะส่งลูกไปเป็นบ่าวรับใช้ของเขาหรืออย่างไรกัน”

“ชิงเหม่ย แม่ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่เฒ่าฟงบอกว่าเขาจะให้เงินก้อนใหญ่กับเรา เราจะได้ไม่ต้องทนลำบากอีกต่อไป ลูกเองไปอยู่กับเขา เขาก็จะยกให้เป็นเมีย สบายไปทั้งชีวิต แล้วแบบนี้ลูกจะกลัวสิ่งใดกันเล่า”

ผู้เป็นแม่พยายามเข้าไปพูดกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถทำให้ชิงเหม่ยเปลี่ยนใจได้ เธอหลบการสัมผัสของแม่เหมือนไม่เคยมีเยื่อใยกันมาก่อน ทั้งยังจ้องมองด้วยสายตาที่เย็นชาอีกด้วย

“แต่ลูกต้องเสียทั้งชีวิตเพื่อความสุขของพวกท่านใช่ไหม ลูกต้องการเลือกทางของลูกเอง!”

คำเถียงและความดื้อรั้นของชิงเหม่ยทำให้พ่อเกิดอารมณ์โมโหขึ้นมาอีกครั้ง ตบโต๊ะเสียงดังลั่นและกล่าวยื่นคำขาดพร้อมกับชี้หน้าของชิงเหม่ยอย่างออกคำสั่ง ก่อนที่พ่อกับแม่จะพากันเดินออกจากห้องไป

“ลูกไม่มีสิทธิ์เลือก! ลูกกินอยู่ในบ้านนี้และเป็นลูกของพวกเรา ลูกต้องทำตามที่พ่อกับแม่บอกเท่านั้น”

เมื่อทั้งสองออกจากห้องไปแล้ว ชิงเหม่ยก็พ่นลมหายใจออกมาเป็นทางยาว ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้าว่า…

“นี่คงเป็นบททดสอบจากเบื้องบนที่ส่งฉันมาที่นี่สินะ ฉันต้องหาทางรอดจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้ ฉันจะไม่ยอมถูกขายไปเป็นเมียของคนแก่อย่างเด็ดขาด”

ระหว่างวันที่อยู่ในห้อง ชิงเหม่ยเอาแต่คิดวางแผนหนีออกจากบ้านที่เต็มไปด้วยความยากลำบากหลังนี้ จนกระทั่งสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นว่าพ่อของเธอกำลังพูดคุยกับใครบางคนอย่างออกรสชาติ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพอใจ ซึ่งชิงเหม่ยคิดว่าคนผู้นั้นต้องเป็นผู้เฒ่าฟงอย่างแน่นอน เพราะชายผู้นั้นเป็นคนแก่

‘ฉันต้องหนีคืนนี้หากรอจนถึงพรุ่งนี้ ฉันคงไม่มีโอกาสหนีรอดแล้ว’

แกร๊ก!

เสียงเปิดประตูทำให้ชิงเหม่ยหลุดออกมาจากความคิด แล้วทอดสายตาไปตรงประตูห้อง ก็เห็นว่าเป็นแม่ที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมอาหารเรียบง่าย ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีเนื้อสัตว์ มีเพียงผักที่หาเก็บเอาได้เท่านั้น

“ชิงเหม่ย กินอะไรเสียหน่อยเถอะ พรุ่งนี้ลูกต้องตื่นแต่เช้าไปบ้านผู้เฒ่าฟง”

แม่เอ่ยเสียงเศร้า ถึงแม้ในใจอยากจะช่วยบุตรสาวมากแค่ไหน แต่ความจนมันบีบบังคับให้ต้องทำเช่นนี้

“ลูกรู้แล้ว ลูกจะรีบพักผ่อน”

ชิงเหม่ยแกล้งทำเป็นว่าง่ายเพื่อให้เรื่องมันจบ และแม่ก็ยอมออกจากห้องไปโดยง่าย เพราะถ้าอยู่ต่อไปบรรยากาศในห้องคงจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ส่วนชิงเหม่ยทำได้แค่เพียงกำมือแน่น น้ำตาคลอ แต่สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เวลาหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ จนถึงช่วงกลางดึก ท้องฟ้าในคืนนี้มืดหม่นกว่าปกติ มีแต่ดวงดาวให้แสงสว่างเท่านั้น ชิงเหม่ยเตรียมข้าวของจำเป็นเล็กน้อยใส่ห่อผ้า ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ไม่มีของมีค่าอันใด

ชิงเหม่ยเปิดหน้าต่างแคบ ๆ แล้วพยายามปีนออกไปอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดโดยเร็ว ในใจก็ยังคงคิดวางแผนอยู่ตลอดเวลา

‘ต้องไปให้ถึงถนนใหญ่ก่อนรุ่งสาง ถ้าเฒ่าฟงรู้ว่าฉันหนี เขาคงตามตัวฉันจนเจอเป็นแน่ เพราะคงจะเป็นบุคคลที่กว้างขวางอยู่ไม่น้อย’

ชิงเหม่ยวิ่งจนมาถึงถนนเส้นใหญ่ของหมู่บ้าน เสียงเครื่องยนต์ของรถและแสงไฟสาดส่องเข้ามาที่ใบหน้าใส ชิงเหม่ยมองเห็นรถคันใหญ่จอดอยู่ริมถนน เหมือนกับว่าเจ้าของรถกำลังทำอะไรบางอย่าง ทำให้ชิงเหม่ยคิดได้ว่าควรจะแอบขึ้นรถคันนี้ไป

‘นี่แหละโอกาสของเรา เราต้องซ่อนตัวไปกับรถคันนี้”

เมื่อคิดได้อย่างนั้นชิงเหม่ยก็ค่อย ๆ เดินย่องไปที่ท้ายรถ รอจนเจ้าของรถไม่สังเกตมา จึงปีนขึ้นไปท้ายรถอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แต่ก็ดีกว่าอยู่ในบ้านหลังนั้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาพบรักพระรอง
8.0
ลี่ถัง สาวผู้คลั่งไคล้อนิเมะดันหลุดเข้าไปในร่างของ ซูหนี่ว์ นางร้ายเศรษฐีนีที่เอาแต่ตามตื๊อพระเอกอย่าง จางหย่ง จนเสียศักดิ์ศรี ทั้งที่เธอมีทุกอย่างเพียบพร้อมและมีพระรองแสนดีอยู่ข้างกายแท้ๆ เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในโลกการ์ตูน ลี่ถังจึงตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมเดินตามรอยเดิมที่แสนโง่เขลา เธอตัดสินใจประกาศกร้าวว่าจะเขี่ยพระเอกทิ้งไปให้พ้นทาง แล้วหันมาคว้าหัวใจพระรองสุดหล่อผู้แสนอบอุ่นแทน เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของนางร้ายให้มีความสุขในแบบที่เธอต้องการ
หน้าปกนวนิยาย แวมไพร์พี่เลี้ยงเด็ก
8.0
ฉู่หลิง แวมไพร์จากอนาคตถูกส่งตัวย้อนอดีตสู่แคว้นต้าหยวนหลังการทดลองเปลี่ยนแวมไพร์ให้เป็นมนุษย์ นางต้องสูญเสียพลังและเผชิญความหิวโหยท่ามกลางกลุ่มเด็กกำพร้าในหอนางโลมร้าง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องอดทนเป็นมนุษย์นานถึง 3 ปีเพื่อรอพลังกลับคืนมา แผนการสร้างกองทัพแวมไพร์จึงเริ่มจากการเลี้ยงดูเด็กเหล่านี้ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อนางต้องขายซาลาเปาประทังชีวิตและรับมือกับโจวเฉิง ผู้นำหน่วยตรวจการผู้กุมอำนาจลับที่เข้ามาแทรกแซง ท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถม นางจะปกป้องแหล่งอาหารและทวงคืนความยิ่งใหญ่ได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย คู่แท้ที่ถูกลบเลือน ของ ราชาอัลฟ่า
9.7
อัลฟ่าเลียมเคยนิยามความรักของเราว่าพรจากเทพีจันทรา แต่ความจริงกลับพังทลายเมื่อฉันพบว่าเขานอกใจและกำลังจะมีลูกกับเมียน้อย แถมยังยกย่องหล่อนเป็นราชินีต่อหน้าทุกคน ยิ่งเจ็บปวดเมื่อเห็นสร้อยศักดิ์สิทธิ์ของฉันไปอยู่บนคอคนอื่น ท่ามกลางคำนินทาของฝูงที่มองว่าฉันเป็นส่วนเกิน ในวันครบรอบแต่งงานฉันจึงตัดสินใจมอบของขวัญชิ้นสุดท้ายเป็นใบหย่าพร้อมการปฏิเสธพันธะคู่แท้อย่างเป็นทางการ ก่อนจะทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังและหายตัวไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เสวี่ยอี้ หมอยาสาวเจ้าเสน่ห์
8.1
เมื่อความรักที่เคยมีให้กลับกลายเป็นความเจ็บปวดจากการกระทำของท่านอ๋องผู้เป็นสามี เสวี่ยอี้ หมอยาสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถและเสน่ห์ล้นเหลือจึงไม่ยอมทนอยู่ใต้เงาของความเสียใจอีกต่อไป นางตัดสินใจประกาศกร้าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่าหากเขายังคงทำร้ายความรู้สึกของนางเช่นนี้ การหย่าขาดจากกันคงเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่ เพื่อทวงคืนอิสระและศักดิ์ศรีของตนเองกลับมาในฐานะสตรีผู้ไม่ง้อความรักที่ไร้ค่าอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย พิศวาส 3000 ปี
8.4
ชินซางจอมมารผู้ผิดหวังในความรักตัดสินใจปิดผนึกดวงตาโลกันตร์ไว้ตลอดกาล โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่จะปลุกพลังนี้ได้อีกครั้งต้องเป็นสตรีผู้เป็นเนื้อคู่ตัวจริงเท่านั้น จนกระทั่งเฉินวาวาหญิงสาวจากโลกอนาคตได้หลงเข้ามาในดินแดนแห่งการหลับใหลและทำให้เขาฟื้นตื่นขึ้น การพบกันครั้งนี้ทำให้ราชาปีศาจยอมพลิกแผ่นดินตามหาเธอไปทั่วทุกแคว้น เพื่อนำตัวยอดดวงใจมาเคียงคู่บัลลังก์และครองรักกันไปจนชั่วนิรันดร์ท่ามกลางอุปสรรคมากมาย
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ