ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่

สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่

ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 2

2. เลิกกันเถอะ

เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังทุ้มในลำคอ ริมฝีปากหยักโค้งขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นเย็นชาเสมอต้นเสมอปลายไร้ที่ติ ไม่รู้ว่าตอนนั้นฉางกังคิดอะไรอยู่ เมื่อเห็นลี่อินทำเช่นนั้นก็รีบก้าวลงจากรถตรงไปกระชากแขนหญิงสาวออกมาด้วยท่าทางฉุนเฉียว

"คุณทำบ้าอะไร! คุณขับรถชนคนบาดเจ็บนะ ถ้าคุณไม่ช่วยฉันจะช่วยพวกเขาเอง"

เธอตวาดเขาแล้วสะบัดแขนออกจากการจับกุม

“คนพวกนี้เป็นมิจฉาชีพหรือเปล่าก็ไม่รู้ คุณออกให้ห่างเถอะเผื่อมีอันตราย”

"ลู่กัง! คุณไม่เห็นเหรอว่าเขามีเลือดออก ดูสิ! มีคนบาดเจ็บเพราะคุณนะ"

ฉางกังมองไปยังชาวบ้านทั้งสองแล้วเหยียดยิ้มอีกรอบ เขาคิดว่าชาวบ้านเหล่านี้คือมิจฉาชีพมากกว่าผู้ประสบภัย จึงดึงแขนของแฟนสาวพาขึ้นรถดังเดิมแล้วออกคำสั่ง

"นั่งรอในนี้ผมจัดการเอง ดู ๆ ไปตาแก่นั่นก็ไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อยเลยนี่"

บอกเพียงเท่านั้นก็เดินย้อนกลับมา ชายแก่พยุงตัวลุกขึ้นยืนข้างลูกสาว เล็งเห็นว่าอีกฝ่ายฐานะร่ำรวยและรถที่ฉางกังขับก็ราคาแพงมาก จึงกลัวว่าตนและลูกจะมีความผิด ดีไม่ดีอาจถูกเรียกร้องค่าเสียหายที่ทำรถหรูเป็นรอยจึงคุกเข่าก้มศีรษะขอโทษขอโพยยกใหญ่

"ขอโทษครับ ขอโทษจริง ๆ ลูกสาวผมเธอสติไม่ดี เธอวิ่งพรวดพราดออกมาผมจำเป็นต้องรีบเอาตัวบังไว้กลัวเธอจะเป็นอันตราย เลย..เอ่อ..ทำรถคุณเป็นรอยเสียแล้ว"

"พอเถอะครับคุณตา แค่อยากได้เงินก็ไม่เห็นต้องพล่ามอะไรให้ยืดยาวเลยนี่...เอานี่!"

เขาเอาเงินจำนวนหนึ่งยัดใส่มือชายแก่ ในตอนแรกชายแก่ยังงง ๆ อยู่ว่าคำพูดเขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่ แต่เมื่อตีความออกว่าอีกฝ่ายกำลังเข้าใจผิดก็พยายามจะยื่นเงินคืนให้ ทว่าฉางกังรีบสะบัดมือออกอย่างแรงทำให้ธนบัตรเหล่านั้นปลิวว่อนกลางอากาศ

"อย่าเล่นตัวรีบเก็บเงินนั่นไว้ เอ๊ะ...หรือว่าน้อยไป"

"ไม่ครับ ไม่ใช่อย่างนั้น ผมไม่อยากได้เงินของคุณเลย"

แม้ชายสูงวัยจะพูดไปตามที่ใจคิดแต่ก็ไม่อาจทำให้ฉางกังเชื่อได้ สีหน้าสิ้นหวังจนปัญญา

ชายหนุ่มกวาดสายตามองสองพ่อลูกตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาหยาบคายที่สุด จนอีกฝ่ายรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

"เงินพวกนี้เป็นสิ่งที่คนจนโหยหามาตลอดชีวิตไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่รีบเก็บซะล่ะ คุณตาทำผมเสียเวลามากไปแล้วนะ ได้เงินแล้วก็ไปหาหมอ ครั้งหน้าก็อย่าเที่ยวหากินแบบนี้อีก ถ้าลูกสาวคุณตาสติไม่ดีก็ควรดูแลให้ดี อย่าปล่อยมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น อีกอย่างอย่าเอาความสติไม่ดีของลูกสาวมาแอบอ้างหากิน"

ไม่รอให้ชายแก่ได้อธิบายเขาก็ปัดชุดสูทหมุนตัวเดินกลับมาที่รถ ทันทีที่เปิดประตูรถหย่อนก้นนั่งตรงเบาะเสียงของลี่อินก็ดังขึ้น

“เมื่อกี้คุณทำอะไร ทุเรศมาก”

ลี่อินสุดจะทนกับพฤติกรรมของอีกฝ่ายเต็มที เธอจึงพูดออกไปแบบนั้นทั้งที่ไม่เคยต่อว่าฉางกังด้วยถ้อยคำที่รุนแรงแม้เพียงครั้งเดียว

“คุณกล้าว่าผมทุเรศ...หึ หัดมองตัวเองบ้างเถอะ สภาพอย่างคุณมีอะไรคู่ควรกับผม”

บรรยากาศภายในตัวรถเต็มไปด้วยความอึดอัด ลี่อินเสียใจและผิดหวังจนน้ำตาคลอ ความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อแฟนหนุ่มแทบไม่หลงเหลือ ที่แท้เขาก็มองเธอเช่นนี้นี่เอง ที่ผ่านมาเธอคงเป็นแค่ตัวตลกที่เขาคบเล่นไปวัน ๆ

หญิงสาวกระพริบตาถี่ ๆ ขับไล่น้ำตาที่กำลังจะร่วงหล่น กล้ำกลืนถ้อยคำแสนอดสูเอาไว้ไม่เอ่ยคำใดออกมา ฝ่ายเข่อซิงเองก็มองหญิงสาวด้วยแววตาเห็นใจ เขาอยากปลอบใจเธอแต่ก็ไม่กล้าแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง เพราะคนหนึ่งคือเจ้านาย ส่วนอีกคนคือแฟนของเจ้านาย

สำหรับเข่อซิงชินชาเสียแล้ว ไม่ว่าฉางกังจะดุด่าว่ากล่าวเขาอย่างไรเข่อซิงก็ไม่เคยโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย ด้วยความที่คิดมาตลอดว่าฉางกังไม่ได้เป็นเจ้านายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นบุตรชายของผู้มีพระคุณต่อตระกูลจ้าว หากไม่ได้ตระกูลลู่ให้ความช่วยเหลือบิดาของเขาเอาไว้ในวันนั้น เขาก็ไม่รู้ว่าครอบครัวจะย่ำแย่เพียงใด อาจตกอับถึงขั้นไม่มีอันจะกิน หรือไม่ก็ซัดเซพเนจรไร้หัวนอนปลายเท้า

หลิวเซียงฉินหรือคุณย่าหลิว ย่าแท้ ๆ ของฉางกังได้ให้ความช่วยเหลือจ้าวฟู่เฉิงซึ่งเป็นพ่อแท้ ๆ ของเข่อซิงเอาไว้ ย่าหลิวได้ไถ่ตัวฟู่เฉิงออกจากบ่อนการพนันพร้อมกับให้ชีวิตใหม่ ให้งานทำและให้อนาคตใหม่ พร้อมกันนั้นก็ได้ให้ฟู่เฉิงมอบสัตย์สาบานว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับการพนันอีกตลอดชีวิต กระทั่งฟู่เฉิงได้แต่งงานมีครอบครัวจึงถือกำเนิดเข่อซิงน้อยขึ้นมาเป็นพยานรัก ปัจจุบันนี้ฟู่เฉิงและภรรยาได้ปลดเกษียณแล้วให้เข่อซิงรับช่วงต่อ ตั้งแต่นั้นมาเข่อซิงจึงได้กลายเป็นคนสนิทของฉางกัง ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้ฉางกังทุกอย่าง รวมไปถึงเรื่องส่วนตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

อุปนิสัยของเข่อซิงเป็นคนซื่อตรงเรียบง่าย มีความจงรักและภักดีต่อผู้เป็นนาย ต่อให้ถูกด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงก็ไม่เคยถือสา คิดเพียงว่าฉางกังเป็นเหมือนเพื่อนเหมือนพี่เหมือนน้อง และเปรียบเสมือนญาติของเขาอีกคน

“ท่านประธานครับ...เอ่อ ท่านประธานว่าคุณลี่อินแรงเกินไปรึป่าวครับ”

เข่อซิงที่ทนฟังคำพูดของผู้เป็นนายไม่ไหวจึงพูดขึ้นบ้าง หวังว่าจะดึงสติเขากลับคืนมา แต่สิ่งที่ได้รับจากฉางกังคือแววตาที่แปลความหมายได้ว่าด่าบรรพบุรุษ

“ไม่ใช่เรื่องของนาย เงียบปากเสีย"

ลี่อินเจ็บหนึบกับคำพูดไม่กี่คำของแฟนหนุ่ม ในเมื่อเขาดูถูกเธอขนาดนี้แล้ว เธอก็ไม่ขอทนเขาอีกต่อไป

"พูดถูกแล้ว สภาพของฉันไม่คู่ควรกับคุณเลยสักนิดเดียว พอกันที! ฉันอดทนกับคุณไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เราเลิกกัน!...แต่ก่อนจะเลิกฉันขอสักทีเถอะ"

มือเรียวตบเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มอย่างแรง จนแก้มของฉางกังมีรอยแดงประทับอยู่ ฉางกังยกมือขึ้นมาลูบแก้มข้างที่ถูกตบด้วยความมึนงง ไม่คาดคิดว่าแฟนสาวของเขาจะกล้าเป็นฝ่ายบอกเลิกตนก่อนแล้วยังบังอาจตบเขาต่อหน้าเข่อซิงอีก

"...นี่...คุณกล้าทำแบบนี้กับผมเลยเหรอ"

“...ฉันรักคุณนะ...แต่เราจบกันแค่นี้เถอะ เราคงไปต่อกันไม่ได้ แนวคิดของคุณกับฉันมันต่างกันเกินไป จอดรถ ฉันจะลงตรงนี้แหละ เราไม่ต้องกลับมาเจอกันอีก! ฉันไม่อยากจะเจอคนอย่างคุณอีกแล้ว!”

ลี่อินพยายามพูดอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าทางตรงหน้าจะเปลี่ยวอีกทั้งยังอันตรายมากก็เถอะ อย่างน้อย ๆ มันก็ดีกว่าการต้องร่วมรถกับคนอย่างฉางกัง ยามนี้อะไรก็ดีกว่าทั้งนั้น ขอแค่หลุดพ้นจากปีศาจอย่างเขา ผู้ชายคนนี้ทั้งเย็นชาและเห็นแก่ตัว ไม่เคยคิดถึงจิตใจผู้อื่น แม้กระทั่งเธอที่คบกับเขามานานหลายปีก็ยังถูกพูดจาดูถูกให้เจ็บปวดอยู่เสมอ ครั้งนี้ควรจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เธอต้องฝืนใจทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือการบอกเลิกเขาอย่างกล้าหาญและจะไม่มีวันหวนกลับไปอีก ลี่อินได้สาบานกับตนเองไว้แบบนั้น...

หญิงสาวเปิดประตูลงจากรถด้วยใจที่บอบช้ำ เธอปาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม ฉางกังมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยแววตานิ่งเฉยเย็นชา เข่อซิงที่เห็นท่าไม่ดีอีกทั้งยังเป็นห่วงลี่อินที่ขอลงไปเดินลำพังบนทางเปลี่ยวจึงบังอาจขอพูดแทรก

“ปล่อยเธอไปแบบนี้จะดีหรือครับ ถนนสายนี้เปลี่ยวมากไม่มีรถสวนมาเลย บ้านเรือนผู้คนก็น้อย"

"..."

"เอ่อ...ให้ ให้ผมลงไปเป็นเพื่อนเธอเถอะครับ"

"...อยากไปก็ไป!"

"ครับ วางใจเถอะครับเดี๋ยวไม่นานคุณลี่อินก็หายโกรธ"

เข่อซิงรีบบอกพร้อมทั้งเปิดประตูรถวิ่งตามหญิงสาวไป เขาเดินไปพร้อม ๆ กับเธอบนถนนทอดยาว

ฉางกังมองดูคนทั้งสอง ความคิดหลายอย่างถาโถมเข้าหา ใจหนึ่งยังลังเลอยู่ว่าหรือเขาควรจะไปง้อลี่อินดี แต่อีกใจสั่งการว่าควรปล่อยเลยตามเลยไปแบบนั้น

...ก็เธออยากอวดดีตบหน้าเขาก่อนทำไมกัน จนท้ายที่สุดสิ่งที่ต่อต้านในหัวของเขาก็ได้ข้อสรุป

...ลี่อินมีเข่อซิงไปเป็นเพื่อนแล้วไม่มีอะไรต้องห่วง เดี๋ยวพอหายโกรธลี่อินก็คงจะกลับมาเดินตามเขาต้อย ๆ เหมือนอย่างเคย

เขาไม่คิดว่าลี่อินจะกล้าเลิกรากันจริง หากแต่ความคิดเหล่านั้นล้วนแต่มีคำตอบในตัวมันเองอยู่แล้ว ฉางกังขับรถออกไปจากจุดนั้นโดยไร้ใยดีต่อแฟนสาวและเลขาหนุ่ม มุ่งไปยังเส้นทางข้างหน้าอย่างเย็นชา มีเพียงวูบเดียวเท่านั้นที่เขามองผ่านกระจกหลังเพื่อดูคนทั้งสองเดินเคียงกันแต่ไม่คิดจะแตะเบรกจอดรอ และแล้วรถคันหรูก็เล่นออกมาไกลจนลับตา

...หารู้ไหมว่านับจากนี้ไปจะมีผลเปลี่ยนแปลงชะตาเขาอย่างมหาศาล

ใช้เวลาเดินทางสามชั่วยามฉางกังได้มาถึงหน้าบ้านหลังใหญ่ เขาก้าวลงจากรถสีหน้าแสดงความเบื่อหน่ายไร้อารมณ์ เมื่อเข้าไปภายในบ้าน ปลายระยะสายตาแลเห็นหญิงชรานั่งคอยตนอยู่ก่อนแล้ว ถ้าให้คิดเล่น ๆ ว่านอกจากหญิงชราที่นั่งรอเขา หากมีแม่และพ่อของเขารออยู่ด้วยก็คงจะดีไม่น้อย ทว่าครอบครัวที่แสนอบอุ่นในวันวานไม่มีทางหวนกลับ ส่วนเรื่องราวเกี่ยวกับผู้เป็นพ่อที่พอจะจดจำได้ก็น้อยมาก คิดแล้วฉางกังรู้สึกหน่วงในใจอย่างประหลาด เนื่องจากยังติดอยู่ในภวังค์ความทรงจำวัยเด็กว่าพ่อคือคนทรยศแม่

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง
8.9
เมื่อองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ตกหลุมรักแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา นางจึงตัดสินใจละทิ้งฐานันดรและปลอมตัวเป็นทหารเพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกองทัพ หวังเพียงจะได้ใกล้ชิดชายในดวงใจ ทว่าแผนการครั้งนี้กลับเผชิญอุปสรรคใหญ่หลวง เมื่อแม่ทัพหนุ่มปักใจเชื่อสนิทว่านางคือบุรุษเพศที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางสมรภูมิและการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตราย นางจะสามารถเปิดเผยตัวตนและคว้าหัวใจของเขามาครองได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ผิดฝาผิดตัวเช่นนี้
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าเป็นหมีแพนด้าผู้คลั่งรัก
9.3
หลิวชิวเยว่ อดีตซีอีโอสาวสวยรวยเก่งต้องมาเข้าร่างหญิงอ้วนหนักร้อยกิโลกรัมผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณี เธอตื่นขึ้นมาในเกี้ยวเจ้าสาวขณะถูกส่งไปแต่งงานกับเสิ่นมู่ฉือ แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นชิงเป่ยผู้มีข่าวลือหนาหูว่านิยมตัดแขนเสื้อตนเอง หญิงสาวจึงต้องหาทางพิสูจน์ความจริง แต่แล้วในคืนพระจันทร์เต็มดวง เธอกลับพบความลับสุดช็อกว่าสามีของเธอกลายร่างเป็นหมีแพนด้าได้ ชีวิตใหม่ในยุคโบราณกับสามีแพนด้าผู้คลั่งรักจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย
หน้าปกนวนิยาย เถ้าถ่านรัก จุดไฟแค้น ขึ้นมา
8.6
ปาริชาติถูกพุฒิสามีผู้เย็นชาบีบคั้นให้มอบกำไลหยกแทนใจของแม่แก่ลลิตาแฟนเก่าของเขา ไม่เพียงทำลายของรักเขายังบังคับให้เธอถ่ายเลือดช่วยหญิงคนนั้นจนปางตาย ท้ายที่สุดพุฒิเลือกช่วยลลิตาจากเหตุระเบิดและทิ้งปาริชาติให้ตายในกองเพลิง เธอรอดชีวิตมาได้พร้อมหัวใจที่แตกสลายและหนีไปเริ่มต้นใหม่ที่อังกฤษ เมื่อพุฒิรู้ความจริงว่าลลิตาคือคนร้ายจึงตามมาคุกเข่าอ้อนวอนขอคืนดี แต่ปาริชาติในลุคใหม่กลับยืนเคียงข้างชายอื่นพร้อมยืนยันว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จบลงตั้งแต่วันที่เขาเลือกทิ้งเธอไว้ในกองไฟ
หน้าปกนวนิยาย สุริยันต์
9.7
บทสรุปของซีรีส์เพลิงแค้นในแดนเดือดที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสุริยันต์ ชายหนุ่มผู้แบกรับทั้งภาระครอบครัวและความแค้นฝังลึก ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด พิมพ์รดากลับก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจที่เคยเยือกเย็นของเขา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจนำไปสู่รอยจูบอันร้อนแรงที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล สุริยันต์ต้องเลือกระหว่างการปกป้องคนที่รักกับการสะสางบัญชีแค้นในอดีต ในนิยายแนวโรแมนติกแอ็กชันร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์เสน่หาและเดิมพันที่สูงค่า
หน้าปกนวนิยาย หัวใจรักเทียบเท่าเพียงเศษฝุ่น
7.9
หนึ่งทศวรรษที่โมมอบความภักดีให้กับยอร์ช ทว่าสถานะภรรยาตลอดสามปีกลับไม่ทำให้เธอมีตัวตนในสายตาเขา เธอเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าที่ไม่อาจเทียบเคียงคนในหัวใจของเขาได้ ยอร์ชตอบแทนเธอด้วยความโหดร้ายทารุณ สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสจนถึงขั้นกระดูกแตกหักและหลั่งเลือด เมื่อความทรมานทวีความรุนแรงจนถึงขีดสุด หญิงสาวจึงเลือกหนทางแห่งความสิ้นหวัง เธอตัดสินใจแทงตัวเองถึงห้าแผลต่อหน้าชายที่รักเพื่อประณามความอำมหิตของเขา วินาทีนั้นความผูกพันอันลึกซึ้งได้แตกสลายลงถาวร เหลือเพียงความว่างเปล่าแทนที่ความรัก