ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่

สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่

ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 3

3. ครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่

ภาพในหัวของชายหนุ่มฉายอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ความคิดทั้งหมดจะอันตรธานหายไป แทนที่ด้วยเรื่องราวที่ดินหลังเขาวั้งซานกู่ เขาคิดมาตลอดทางแล้วว่าหากทำเป็นรีสอร์ทปรับสภาพพื้นที่กันดารเปลี่ยวผู้คนให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติคงจะสวยงามไม่น้อย และผลที่ตามมาจะต้องเป็นกำไรมหาศาล

ฉางกังเดินตรงไปหาคุณย่าซึ่งนั่งรอให้เขากลับมาทานข้าวด้วยกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร ฝ่ายคุณย่าเมื่อเห็นว่าหลานชายสุดที่รักได้กลับมาถึงแล้วก็แย้มยิ้มบาง ๆ พร้อมกล่าวทักทายเฉกเช่นปกติทุกวัน

“อ้าว อากังกลับมาแล้วหรือ ย่าเตรียมของโปรดไว้ให้เยอะเลย มีแต่ของที่หลานชอบทั้งนั้น เอ๊ะ...นั่น...อากังหน้าไปโดนอะไรมา”

เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกหลานชายเพียงคนเดียวพร้อมกับทักท้วงรอยแดงเด่นชัดที่ข้างแก้ม ฉางกังไม่ได้ตอบคำถามแต่ตรงดิ่งเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกัน รอยยิ้มของหญิงชราปรากฏบนใบหน้าเหี่ยวย่น เธอย้อนคิดดูว่านานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้มานั่งทานข้าวเย็นกับเธอแบบนี้ แม้ว่าในทุก ๆ วันหญิงชราจะเตรียมอาหารจานโปรดไว้รอเขากลับมาทานก็ตามที ส่วนมากฉางกังจะมาไม่ทันเวลาอาหารมื้อเย็น หรือบางครั้งถ้ามาถึงแต่หัววันเขาก็มักจะอ้างว่าทานอาหารนอกบ้านมาจนอิ่มแล้วเกือบทุกครั้ง

"ว่าอย่างไร ข้างแก้มไปโดนใครประทับตรามา ใครกันนะแจกยันต์ให้หลานย่า"

"คุณย่าจะไปจัดการให้ผมเหรอครับ"

"ไปตบรางวัลนะซี ยอดเยี่ยมจริง ๆ"

"คุณย่า! ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว จริงสิ...วันนี้ผมไปดูที่ดินที่คุณย่ายกให้ผมแล้วนะครับ ทำเลเหมาะแก่การสร้างรีสอร์ทน่าจะดีเลย เอ่อ...ชาวบ้านที่คุณย่าให้เช่าเป็นที่พักพิงราคาหนึ่งตำลึงต่อเดือนพวกนั้น ผมได้ออกคำสั่งให้ผู้ดูแลไล่ให้ไปหาที่อยู่ใหม่แล้ว แต่ผมเกรงว่าพวกเขาจะดื้อด้านไม่ยอมออกไป จึงอยากให้คุณย่าเป็นคนออกคำสั่งเองอีกครั้ง อย่างไรเสียคำสั่งการของคุณย่าก็ถือเป็นประกาศิต”

คุณย่าหลุบตามองอาหารชั้นเลิศในจานแล้วครุ่นคิดบางอย่างพิจารณาถี่ถ้วน ก่อนจะบอกหลานชายน้ำเสียงชุ่มเย็น

"อากัง ย่าจะไม่ไปพูดให้หรอกนะ"

"อ้าว"

"แล้วย่าก็ไม่ให้ขายที่แปลงนั้นด้วย หากไล่ชาวบ้านไปกะทันหันพวกเขาจะทำอย่างไร"

"แต่ที่ตรงนั้นคุณย่ายกให้ผมแล้วนะครับ ถ้าไม่ให้ผมขาย...ครับผมเข้าใจ แต่ผมจะเอามาทำอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ"

ชายหนุ่มแย้งด้วยเหตุผลของตนเอง แต่พูดด้วยโทนเสียงโน้มน้าวให้คุณย่าเห็นดีด้วยกับสิ่งที่ตนเสนอ เนื่องจากถือวิสาสะว่าในเมื่อคุณย่าไม่ให้ตนขายตนก็จะเอามาทำเป็นรีสอร์ทเพื่อหาผลประโยชน์เสียเอง ต่อให้ได้ผลประกอบการน้อยนิดก็ยังดีกว่าปล่อยกินค่าเช่าเดือนละหนึ่งตำลึงอยู่อย่างนี้ สำหรับเขาสิ่งนี้คือการลงทุนและมั่นใจมากว่าคุณย่าน่าจะเห็นด้วย

“แล้วหลานจะให้เขาไปอยู่ที่ไหน พวกเขาไม่มีที่ไปแล้ว”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉางกังก็ขมวดคิ้วหากันจนแน่น สีหน้าบ่งบอกว่าไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

เขาทำการกุศลอยู่หรือ...

ทำบุญให้คนไร้บ้านว่างั้นเถอะ...

ญาติก็ไม่ใช่ทำไมเขาต้องสงสารคนเหล่านั้นด้วย ไม่เห็นจะมีเหตุผลอะไรที่เขาต้องสงสารเลย เขาคิดพลางส่ายศีรษะไปมาอย่างเหลือเชื่อกับความคิดคุณย่า

“คนเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมเลยนะครับ ทำไมผมต้องให้อาศัยอยู่ในที่ดินของผมโดยไร้ผลประโยชน์ตอบแทนด้วย คุณย่าลองคิดดูนะครับว่าหากผมทำธุรกิจรี

สอร์ทจนประสบผลสำเร็จ เงินทองจะหลั่งไหลเข้ามามากมายมหาศาล คนที่เข้าพักก็จะมีแต่เหล่าคนรวยมาพักผ่อน ถ้าพวกเขามาเห็นทัศนียภาพเป็นบ้านเรือนโกโรโกโสอยู่แบบนี้จะมีใครเข้าพักล่ะครับ”

ฉางกังโต้กลับผู้เป็นย่ายาวเหยียด แต่หญิงสูงวัยส่งยิ้มอ่อนละมุนให้แทนคำตอบ นั่นหมายความว่าถึงอย่างไรคุณย่าก็ยืนกรานจะให้ชาวบ้านเหล่านั้นอยู่กันต่อไป

ในเมื่อเป็นอย่างนี้หว่านล้อมอย่างไรก็ไม่คงสำเร็จ ยกเม็ดเงินมาอ้างก็แล้ว ยกเหตุผลมาอ้างก็แล้ว ฉางกังจึงไม่อยากโต้แย้งกับคุณย่าอีก เขาจำใจยอมฟังคำคุณย่าเพราะกลัวว่าโรคประจำตัวคุณย่าจะกำเริบ อีกอย่างตัวเขาเองก็ไม่เหลือใครอีกแล้วในชีวิตนี้ หากต้องเสียคุณย่าไปอีกคนโลกใบนี้ก็คงจะกลายเป็นนรกบนดินดี ๆ นี่เอง

ฉางกังเลือกที่จะไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วตักข้าวเข้าปากเงียบ ๆ คุณย่าสังเกตอาการหลานชายพอจะเข้าใจความคิดเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง จึงพูดปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงชุ่มเย็น

“คนที่นั่นมีน้ำใจกับย่าทุกครั้งที่ไปเยือน ต้นตระกูลของเราเคยอาศัยในบ้านหลังคามุงฟางเล็ก ๆ หลังเขาวั้งซานกู่ พอค้าขายกิจการรุ่งเรืองก็ขยับขยายออกมา แต่ผู้คนที่หลานเห็นว่ายังอาศัยที่เขาวั้งซานกู่พวกเขาไม่ได้โชคดีเหมือนตระกูลลู่ พวกเขายากจนและไม่สามารถตั้งหลักปักฐานในที่ดี ๆ กว่านั้นได้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหยิบจับสิ่งใดแล้วประสบผลสำเร็จไปเสียหมดนะอากัง เราเองยังไม่ได้ขัดสนเงินทองถึงขนาดจะต้องขายที่กิน คนเราควรอยู่กันด้วยความเมตตา หากวันหนึ่งอากังไม่มีย่าคอยให้คำปรึกษาแล้วหลานก็ยังมีพวกเขาที่ยังคงจงรักภักดีกับตระกูลลู่อยู่ พวกเขาจะต้องตอบแทนน้ำใจตระกูลลู่แน่นอน ย่าเชื่ออย่างนั้น”

มือเหี่ยวย่นเอื้อมมาลูบหัวของฉางกังเบา ๆ ด้วยความอ่อนโยนและความรักเต็มเปี่ยม ทำให้ชายหนุ่มยอมเห็นด้วยแม้ว่าจะไม่เต็มร้อยก็ตาม แต่นี่ก็มากพอจะเป็นหลักค้ำประกันได้แล้วว่าเขาจะไม่ขับไล่คนเหล่านั้นออกไปจากที่พักพิง

...หรืออาจจะขับไล่ในภายหลังใครจะรู้ อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน คุณย่าไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า ส่วนเขาก็หาใช่นักบวชใจบุญเสียเมื่อไร

หลังจากอาหารมื้อเย็นจบลง ฉางกังก็ไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมเข้านอน น้ำอุ่น ๆ จากฝักบัวไหลลงมาชโลมร่างกายที่ปวดร้าวในทุกอณูส่วนของกล้ามเนื้อ ความเครียดของวันค่อย ๆ จางหายไปกับหยดน้ำที่กระทบลงมาบนเรือนร่าง ตอนนี้คนที่เขาคิดถึงที่สุดคือลี่อิน ป่านนี้ไม่รู้ว่าแฟนสาวจะกลับถึงบ้านหรือยัง ดึกขนาดนี้แล้วเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง

...และที่สำคัญเธอจะหายโกรธเขาหรือไม่

อาบน้ำเสร็จชายหนุ่มก็รีบใส่เสื้อผ้าพร้อมทั้งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทร.หาแฟนสาว เขาหวังจะง้อให้เธอหายโกรธ ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าเขานั้นรักลี่อินมากเพียงใด ที่พูดทำร้ายจิตใจเธอล้วนเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น เขาไม่ได้หมายความอย่างที่พูดเลยแม้แต่คำเดียว

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด ...

เสียงสัญญาณมือถือดังติดกันหลายครั้ง เขารอคอยจะได้ยินการตอบรับของอีกคนด้วยใจจดจ่อ

ติ๊ด!

แต่แล้ว...เสียงสัญญาณก็สิ้นสุดลงเพราะอีกฝ่ายกดทิ้งไม่รับสาย และนั่นก็หมายความว่าลี่อินยังไม่หายโกรธ แม้อยากจะโทร.ซ้ำแค่ไหนเขาก็สงวนท่าทีไม่ทำตามใจตนเพราะกลัวเสียหน้า ฉางกังไม่ชอบความรู้สึกที่ตนต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตาม ชายหนุ่มวางมือถือไว้ที่หัวเตียงแล้วพยายามจะข่มตาให้หลับแต่เหมือนว่าจะเป็นเรื่องยากเหลือเกิน...

เขานอนมองเพดานอยู่อย่างนั้นจนเวลาผ่านไปหลายชั่วยามในความรู้สึก ตอนนี้เวลาล่วงเลยเข้าเที่ยงคืนเห็นจะได้ ด้วยความคิดอะไรบางอย่างฉางกังเลือกที่จะลุกจากเตียง เดินไปหยิบกุญแจตู้เซฟแล้วเข้าไปอีกห้องหนึ่ง เขาเสียบลูกกุญแจ หมุนรหัสไม่นานประตูเซฟก็เปิดออก ภายในตู้เซฟเก็บของมีค่าไว้มากมาย อาทิเช่น เงินสด ทองคำแท่ง เครื่องเพชร และโฉนดที่ดิน

มือขาวเอื้อมไปหยิบซองเอกสาร ซึ่งภายในคือโฉนดที่ดินหลังเขาวั้งซานกู่ออกมา ดวงตาคมกวาดดูข้อความที่ถูกพิมพ์และเขียนไว้บนนั้นจนครบถ้วนไม่ข้ามแม้เพียงตัวอักษรเดียว

ก็ถูกนี่...โฉนดที่ดินผืนงามนี้ลงนามชื่อของเขาเป็นผู้ถือครอง

แล้วอย่างไร? พับผ่าเถอะ! ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

"เฮ้อ..."

ขณะที่มือของชายหนุ่มกำลังจะวางซองเอกสารนั้นไว้ที่เดิมกลับเหลือบไปเห็นกล่องไม้ขนาดเท่าฝ่ามือ ลักษณะทำขึ้นมาจากไม้ฉลุลวดลายโบราณบุปผาแย้มกลีบ ให้เรียกว่าหีบไม้ขนาดเล็กน่าจะเหมาะกว่า ฉางกังจำได้เลือนรางว่าเจ้าหีบไม้โบราณนี้คุณย่าของเขาหวงแหนเป็นหนักหนา ถึงขั้นที่ว่าไม่ยอมให้ผู้ใดได้แตะต้องสัมผัสมันเลย

แต่ด้วยความที่อยากรู้อยากเห็นตามอุปนิสัยเดิมของเจ้าตัวแล้วนั้น เขารีบเก็บเอกสารโฉนดที่ดินไว้ตามเดิมแล้วเพ่งความสนใจไปยังกล่องไม้อันเล็กกะทัดรัด

"ข้างในต้องมีของมีค่ามากแน่ ๆ คุณย่าถึงได้หวงนัก"

ชายหนุ่มหมุนหีบไม้ลายบุปผาแรกแย้มนั้นไปมา พลางจินตนาการว่าสิ่งที่อยู่ภายในจะเป็นอะไรกันแน่ เหตุใดคุณย่าถึงหวงหีบนี้กว่าสมบัติชิ้นอื่น ๆ ตอนนี้อาจเป็นโอกาสเหมาะที่จะได้รู้ว่าสิ่งของด้านในคือสิ่งใด เพราะคุณย่าหลับไปแล้วจึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกดุด่าหรือตำหนิ

ฉางกังค่อย ๆ จับที่ฝาหีบออกแรงเป็นอย่างมากเพื่อที่จะเปิดมันออก จู่ ๆ บังเกิดความรู้สึกหนึ่ง ดูเหมือนว่าบางอย่างสั่งให้เขาล้มเลิกความคิดนั้น

...แต่แล้วสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นก็เอาชนะได้ทุกสิ่ง เขามุ่งมั่นใช้กำลังที่มีพยายามเปิดฝากล่องออกอย่างตั้งใจดูใหม่ ปากก็บ่นพึมพำไม่หยุด

“ทำไมเปิดยากขนาดนี้กันนะ โอ๊ะ!”

เขาเปิดหีบโบราณออกสำเร็จ ทว่ายังไม่ทันจะได้รู้เลยว่าสิ่งของข้างในคืออะไรกันแน่ รอบตัวเขาก็มีแสงสว่างจ้าจนทำให้ดวงตาบอดแสงไปชั่วขณะ ในหัวโคลงเคลงเหมือนบ้านหมุน ฉับพลันทุกอย่างมืดมิดกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงหวีดหวิวในหูดังคล้ายคลื่นความถี่...

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายหัว
9.5
เมื่อนายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อค้ามนุษย์รายใหญ่ ปณาลีนักข่าวสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์จึงยอมปลอมตัวเป็นคนงานคัดปลาเพื่อกระชากหน้ากากเขา แม้อิทธิพลและเงินตราจะมหาศาลเพียงใดเธอก็ไม่หวั่น แต่การสืบหาความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อเธอถูกเขารุกรานด้วยพันธนาการอันเร่าร้อน นายหัวหนุ่มใช้กำลังข่มขู่และสบประมาทด้วยข้อเสนอซื้อพรหมจรรย์อย่างโหดร้าย ท่ามกลางอันตรายและการคุกคามทางอารมณ์ที่บีบคั้น เธอจะเอาตัวรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาแสนร้ายของพายัพ
9.2
อังศุมาลีไม่ใช่ภรรยาที่ยอมคนง่าย แม้พายัพจะใช้รูปถ่ายสำคัญของแม่มาข่มขู่ให้เธอต้องยอมก้มหัวขอโทษ แต่ความแสบสันของเธอก็ทำให้เขาต้องจดจำ เมื่อสบโอกาสเธอจึงเอาคืนพายัพด้วยแม่ไม้มวยไทยจนเขาสลบเหมือดคาที่ แม้พายัพจะพยายามโต้กลับด้วยเล่ห์เหลี่ยมสัญญาหย่าร้าง ทว่าความรุนแรงและไหวพริบของอังศุมาลีกลับเหนือชั้นกว่ามาก การปะทะกันระหว่างสามีจอมบงการกับภรรยาสายโหดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครยอมใครในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
9.1
ในอดีตชาติที่ผ่านมา นางเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะความไร้เดียงสาที่มอบหัวใจให้บุรุษผิดคน จนพลั้งมือทำร้ายชายผู้ที่รักและภักดีต่อตัวนางอย่างสุดหัวใจ เมื่อโอกาสครั้งใหม่มาถึงพร้อมการย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงขอละทิ้งความรักที่มีต่อท่านอ๋องอย่างไม่ใยดี และตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจรองแม่ทัพแสนดีผู้นี้ให้มาเป็นสามีของนางเพียงคนเดียวให้จงได้ เรื่องราวการแก้ตัวและภารกิจเกี้ยวรักจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เรา ร่วมกัน ผงาด จาก เถ้าถ่าน
8.7
ขณะที่ฉันตั้งท้องแปดเดือนและติดอยู่บนถนนที่เงียบสงัดพร้อมพี่สาว รถบรรทุกปริศนาก็พุ่งชนเราอย่างจงใจจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ฉันพยายามติดต่อ คิน ผู้เป็นสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยและเลือกไปดูแลน้องสาวต่างมารดาแทนเพียงเพราะเธอปวดหัว เมื่อฉันฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าลูกในครรภ์จากไปแล้ว และพี่สาวที่เป็นนักเปียโนต้องพิการตลอดกาล ในเมื่อเขาเลือกทอดทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงคนนั้น พวกเขาจะได้รู้ว่าความแค้นของเราจะเผาผลาญชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพวกเขาให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนแฝงตัวเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของนาง ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อนางต้องเสี่ยงชีวิตช่วยโจรชุดดำลึกลับหลบหนีเพื่อรักษาชีวิตตนเอง โดยบังคับให้เขาซ่อนตัวในถังสิ่งปฏิกูลที่แสนโสโครก การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขาโกรธจัดจนขู่ฆ่านาง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โชคชะตาของทั้งคู่ผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มผู้ลึกลับเริ่มวนเวียนอยู่รอบกายเพื่อตอบแทนบุญคุณท่ามกลางไฟแค้นและการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ