ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่

สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่

ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 1

1. คุณชายตระกูลลู่

เสียงแง้มประตูให้เปิดออก ตามมาด้วยร่างของหญิงชรานางหนึ่ง ยามนี้เป็นเวลาเช้าตรู่อากาศจึงหนาวเย็นยะเยือก หยาดน้ำค้างเกาะอยู่ตามยอดหลิวแลดูอ่อนละมุมยิ่ง กลิ่นควันจากการเผาไหม้จาง ๆ ลอยมาเตะจมูก เพราะกลิ่นนี้นางจึงทอดมองไปยังเตาเผาเครื่องปั้นของลูกชาย ผลันดวงตาพร่ามัวก็สะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่วางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ หญิงชราเดินเชื่องช้าไปยังแคร่ไม้ไผ่ตัวนั้น เมื่อได้เข้ามาดูใกล้ ๆ ก็พบว่าสิ่งของซึ่งมองเห็นแต่ไกลคือถุงผ้าสีน้ำตาลใบหนึ่ง มือเหี่ยวย่นเอื้อมออกไปหยิบถุงผ้ามาเปิดดู ทว่าสิ่งที่อยู่ในถุงทำให้นางเบิกตาโตตะลึงค้าง..

"เชาถง! ปิงเหยียนออกมาดูนี่เร็วเข้า!"

……

…..

นครฉงเทียน 2024

รถซูเปอร์คาร์สุดหรูเล่นพาดผ่านถนนคดเคี้ยวเชิงเขา หญิงสาวที่นั่งมาด้วยลดกระจกลงรับอากาศบริสุทธิ์ สายลมอ่อนสะพัดมาได้กลิ่นหอมของมวลต้นไม้ใบหญ้าผสมกับกลิ่นดินกรุ่นหลังฝนตกใหม่ ภูเขาตรงหน้าตั้งตระหง่านระฟ้า ความพิเศษของหุบเขาแห่งนี้คือขึ้นสลับสับหว่างสวยงามราวจับวาง หากไม่ติดว่านี่คือดินแดนมนุษย์ ผู้มาเยือนอาจหลงผิดคิดว่าเป็นดินแดนสวรรค์

"วั้งซานกู่" คือสถานที่ทางธรรมชาติสุดแสนมหัศจรรย์ นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามแล้วยังมีลำธารไหลลงมาจากยอดเขา เป็นแหล่งน้ำสะอาดบริสุทธิ์ มีความใสกระจ่างจนมองเห็นฝูงปลาแหวกว่ายไปมา แม้กระทั่งก้อนกรวดเล็ก ๆ ที่ก้นลำธารก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

บรรยากาศในรถค่อนข้างอึดอัดอยู่ไม่น้อย เนื่องจากผู้โดยสารทั้งหมดไม่ได้ปริปากพูดคุยกันเลยแม้แต่คำเดียว กระทั่งรถเคลื่อนมาจอดยังตีนเขาซึ่งเป็นที่ดินแปลงใหญ่สุดลูกหูลูกตา ถือครองโฉนดที่ดินโดยทายาทตระกูลลู่ยาวนานหลายชั่วอายุคน

ตระกูลลู่คือตระกูลเก่าแก่ร่ำรวยมหาศาล ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และประเภทส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศ มากด้วยเงินทองและบริวาร เพราะอย่างนั้น ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของรุ่นปัจจุบันอย่าง "ลู่ฉางกัง" ถึงได้หยิ่งยโสเพียงนี้

หากไม่มีเรื่องราวสะเทือนขวัญเมื่อสิบปีก่อน ฉางกังก็คงไม่ต้องแบกรับทุกอย่างลำพัง เขาเคยมีพ่อและแม่อยู่กันพร้อมหน้า ทว่าทุกอย่างผันผ่านราวกับฝัน อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดพรากทุกคนไปจนหมด ปัจจุบันนี้มีเพียงคุณย่าเพียงคนเดียวซึ่งเป็นครอบครัวที่เขาเหลืออยู่

ชายหนุ่มมองออกไปนอกกระจกรถ เห็นบ้านเรือนทรุดโทรมจำนวนกว่าร้อยหลังคาที่ตั้งอยู่หนึ่งหย่อม จึงรู้สึกขวางหูขวางตาเป็นอย่างมาก พร้อมกันนั้นหลากหลายคำถามผุดขึ้นมาในหัว

...เพราะอะไร...ทำไมคุณย่าถึงได้เมตตาคนกลุ่มนี้นักนะ

คุณย่าถึงขั้นอนุญาตให้คนจน ๆ พวกนี้เข้ามาสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัย และให้ใช้ที่ดินทำกิน โดยคิดค่าเช่าเพียงเดือนละหนึ่งตำลึง

...ฟังไม่ผิด...ค่าเช่าเพียงหนึ่งตำลึงต่อเดือน!

สิ่งเหล่านี้ขัดต่อหลักการทางความคิดของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก เขาคิดว่าหากต้องเสียอะไรไป ต้องได้ผลประโยชน์ตอบแทนมาอย่างคุ้มค่า แต่เท่าที่เห็นฉางกังคิดว่าคนพวกนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลยต่อตระกูลลู่ ก็แค่คนยากจนไร้ที่พึ่งพิงและไม่มีที่ไป หวังอาศัยบารมีของตระกูลลู่คุ้มกะลาหัว หากให้อยู่ต่อก็รังแต่จะสร้างความเสื่อมโทรมและทำลายทัศนียภาพของที่ดินผืนงามจนด้อยราคาลง

ดังนั้น จุดประสงค์หลักในการมาของฉางกังในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการออกคำสั่งขับไล่ชาวบ้านออกไปอยู่ที่อื่น เขาคิดว่าหากปราศจากบ้านเรือนโกโรโกโสแล้ว ที่ดินผืนนี้น่าจะงามกว่าเดิมหลายเท่า ถ้าจะขายต่อนายทุนสร้างเป็นรีสอร์ทก็ดูเข้าที หรือทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติก็ดูไม่เลว

ท่อนขายาวท่าทางกำยำก้าวลงจากรถ ภายใต้ชุดสูทสีกรมท่าดูหรูหรา ยังมีนาฬิกาเรือนโปรดที่ประมูลมาในราคาหลายสิบล้าน ดู ๆ ไปแล้วก็ช่วยเสริมสร้างบุคลิกให้สง่าขึ้นไปอีก ใบหน้ามาดคมเข้มผุดผ่องสมกับที่เกิดในตระกูลบารมีสูงส่ง ผิวที่ขาวกระจ่างราวหยกน้ำค้างเมื่อกระทบแสงแดดยามเว่ย ดูดีเกินจะบรรยายได้ ทว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่สง่างามนี้ จิตใจของลู่ฉางกังกลับถูกฝังกลบไปด้วยความเย็นชาไร้ซึ่งความเห็นใจผู้อื่น

หญิงสาวที่นั่งมาด้วยก็เดินลงจากรถเช่นกัน นามของเธอคือ จางลี่อิน แฟนสาวที่คบกันมานานหลายปีของฉางกัง เธอคนนี้แต่งตัวเรียบง่ายไม่เวิ่นเว้อเหมือนชายหนุ่ม

ตามมาด้วยเข่อซิง เลขาคนสนิทของฉางกังที่ลงจากรถเป็นคนสุดท้าย หลังจากที่ทั้งสามลงจากรถ ไม่นานก็มีชายวัย 60 หนาวคนหนึ่งเดินมาทางพวกเขา

"คุณชายลู่ เป็นบุญตาที่กระผมมีโอกาสได้เห็น"

ชายผู้นี้คือคนที่คุณย่าว่าจ้างให้ดูแลที่ดินหลังเขาวั้งซานกู่ เปรียบเสมือนผู้นำหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ เขาเอ่ยขึ้นหลังจากเดินเข้ามาใกล้สักระยะสายตา ดวงตาของเขาเปี่ยมด้วยความดีใจแบบไม่ปิดบัง หากแต่มันกำลังจะเปลี่ยนไปในไม่ช้าเมื่อได้รับการตอบกลับจากบุคคลที่เขาเพิ่งเอ่ยชื่นชมเมื่อครู่

“รีบพาฉันไปดูให้จบ ๆ ที่ดินโกโรโกโสแบบนี้ฉันไม่อยากจะเสียเวลานาน”

ฉางกังพูดห้วน ๆ กับคนงานของคุณย่าจนอีกฝ่ายเก็บรอยยิ้มจริงใจแทบไม่ทัน เหลือไว้แต่เพียงรอยยิ้มฝืน ๆ ที่หากจะไม่ยิ้มก็ไม่ได้ แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรต่อชายหนุ่มก็เดินนำหน้าไปก่อนด้วยความรำคาญใจ

ลี่อินที่เห็นสีหน้าเจื่อนของชายแก่จึงรีบเดินมาขอโทษ เธอรู้นิสัยแฟนหนุ่มเป็นอย่างดีว่าเขาเป็นคนไม่สนโลกเพียงใด และรู้สึกอับอายแก่การกระทำของฉางกังเป็นอย่างมาก ในบางครั้งเธอได้พูดจาตักเตือนเขาไปบ้าง แต่ฉางกังก็ไม่ใส่ใจคำเตือนของเธอเลยสักนิด เขามักคิดว่าตนเองคือศูนย์รวมของจักรวาล และมั่นอกมั่นใจว่าตนเองสูงส่งอยู่เหนือกว่าทุกคน

“คุณลุงคะ ขอโทษแทนลู่กังด้วยนะคะ เขาอารมณ์ไม่ดีค่ะ หวังว่าคุณลุงจะไม่ถือสาเขานะคะ”

หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจนรอยยิ้มของอีกฝ่ายกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง ชายแก่พยักหน้าให้เธอเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่าเขาไม่เป็นอะไรอย่าได้กังวล แล้วมือเหี่ยวที่ตรากตำทำงานหนักมาหลายปีก็ผายออกเป็นนัยยะว่าตนนั้นกำลังจะเดินนำให้เดินตามมา และพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นว่า

"เชิญครับ ๆ เราเองก็รีบตามคุณชายลู่ไปกันเถอะครับ"

เวลาผ่านไปเป็นชั่วยาม แต่ฉางกังยังดูที่ดินได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เขารู้สึกหงุดหงิดเต็มทีจึงเอ่ยปากสบถคำไม่น่าฟังออกมาทุกเมื่อ กระทั่งสมควรแก่เวลาที่ต้องกลับลี่อินจึงค่อยรู้สึกเบาใจได้บ้าง เธอเกรงว่าหากเมื่อใดที่แฟนหนุ่มของเธอหงุดหงิดจะพูดจากระทบใครต่อใครให้เจ็บช้ำน้ำใจ หรือร้ายไปกว่านั้นอาจถึงขั้นไล่คนงานที่เป็นคนเก่าแก่ของตระกูลลู่ออกอย่างไร้เหตุผล เมื่อรถเคลื่อนตัวจากไปเพียงไม่กี่นาทีก็ต้องหยุดกะทันหัน เหตุเพราะเสียงด่าทอของผู้เป็นนาย

“เจ้างั่ง! ถ้าจะขับช้าขนาดนี้ฉันนั่งเต่าไปไม่ดีกว่าเหรอ”

ลี่อินเห็นแฟนหนุ่มพูดด้วยอารมณ์โทสะ นี่คือภาพที่เห็นเป็นประจำแต่เธอก็ไม่อาจเพิกเฉยได้เลย บางครั้งเธอมองว่าไม่ใช่ความผิดของเข่อซิงด้วยซ้ำ เพียงเพราะว่าฉางกังเห็นเลขาเป็นที่ระบายอารมณ์เพียงเท่านั้น เข่อซิงก็เลยถูกปฏิบัติตอบด้วยพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติ

“แล้วคุณจะเอายังไงคะ ฉันว่าความเร็วระดับนี้ถือว่าปลอดภัยกับพวกเราแล้ว นี่เป็นเส้นทางบนเขานะ ทั้งคดเคี้ยวและลาดชัน ถ้าคุณไม่พอใจมากนักคุณก็ไปขับเองสิ”

เสียงหวานของจางลี่อินเอ่ยสวนกลับฉางกังอย่างไม่พอใจ นี่คงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแล้ว ในเมื่อเขามักจะเอาตามใจตนเองทุกอย่าง เช่นนั้นสมควรให้เขาขับเองจะได้สิ้นเรื่อง ฉางกังหันมาสบตาแฟนสาวด้วยสีหน้าสุดจะเบื่อหน่าย แล้วพูดกระแทกเสียงจนลี่อินสะดุ้ง

“ได้! เดี๋ยวผมจะขับเอง"

พูดจบเขาก็เปลี่ยนที่นั่งกับเข่อซิง แล้วขับรถออกไปด้วยความเร็วชนิดที่เรียกได้ว่าหูดับตับไหม้ บริเวณนี้คือทางแทรกกลางระหว่างเขาสองลูกที่ถูกระเบิดเพื่อแหวกเส้นทางทำถนนสำหรับสัญจรไปมา เส้นทางค่อนข้างเปลี่ยว สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ทว่าแซมไปด้วยบ้านคนที่ปลูกห่างกัน นาน ๆ ทีจะเจอสักหลัง ฉางกังจึงขาดความระมัดระวัง เขาได้เหยียบคันเร่งเต็มแรงหวังกลับให้ถึงบ้านที่อยู่ในตัวเมืองโดยเร็ว

...แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

พลั่ก!

กรี๊ดดดด

วัตถุบางอย่างกระทบตัวรถ ตามมาด้วยเสียงเหยียบเบรกกะทันหัน ลี่อินกรีดร้องออกมาอย่างตกใจ ในตอนแรกฉางกังคิดว่าตนเองขับรถชนสัตว์ป่าที่กำลังข้ามถนนหรือกำลังออกหากินจึงลดกระจกลงดู ปรากฏว่าเห็นชายแก่ ๆ นอนบาดเจ็บอยู่ ข้างชายแก่มีผู้หญิงอายุราว 30 หนาวต้น ๆ พวกเขาทั้งสองคือชาวบ้านธรรมดาที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ผิวดำหยาบกร้าน ใบหน้ามอมแมม ร่างกายคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหงื่อไคลจากการใช้แรงงานหนัก

ในขณะที่ฉางกังกำลังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลี่อินก็ลงไปพยุงชายแก่คนนั้นให้ลุกนั่ง เธอร้อนรนให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะช่วยได้ คนจิตใจดีอย่างลี่อินคิดไปไกลว่าแฟนหนุ่มของเธอควรจะพาชายแก่คนนี้ไปส่งโรงพยาบาล แต่ฉางกังไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยสักนิดเดียว

...หึ ลูกไม้ตื้น ๆ

เขาคิดในใจอย่างไร้มนุษยธรรม

>>>>>ไรท์ฝากกดหัวใจสีชมพูดวงน้อย ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นิยายของไรท์มีคนเข้ามาเห็นเยอะ ๆ ด้วยนะคะ 

นิยายเรื่องนี้มีความยาวอยู่ที่ประมาณ 40 ตอนถ้ายอดหัวใจถึง 200 ไรท์จะลงให้อ่านฟรีจนถึงตอนจบค่ะ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายหัว
9.5
เมื่อนายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อค้ามนุษย์รายใหญ่ ปณาลีนักข่าวสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์จึงยอมปลอมตัวเป็นคนงานคัดปลาเพื่อกระชากหน้ากากเขา แม้อิทธิพลและเงินตราจะมหาศาลเพียงใดเธอก็ไม่หวั่น แต่การสืบหาความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อเธอถูกเขารุกรานด้วยพันธนาการอันเร่าร้อน นายหัวหนุ่มใช้กำลังข่มขู่และสบประมาทด้วยข้อเสนอซื้อพรหมจรรย์อย่างโหดร้าย ท่ามกลางอันตรายและการคุกคามทางอารมณ์ที่บีบคั้น เธอจะเอาตัวรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาแสนร้ายของพายัพ
9.2
อังศุมาลีไม่ใช่ภรรยาที่ยอมคนง่าย แม้พายัพจะใช้รูปถ่ายสำคัญของแม่มาข่มขู่ให้เธอต้องยอมก้มหัวขอโทษ แต่ความแสบสันของเธอก็ทำให้เขาต้องจดจำ เมื่อสบโอกาสเธอจึงเอาคืนพายัพด้วยแม่ไม้มวยไทยจนเขาสลบเหมือดคาที่ แม้พายัพจะพยายามโต้กลับด้วยเล่ห์เหลี่ยมสัญญาหย่าร้าง ทว่าความรุนแรงและไหวพริบของอังศุมาลีกลับเหนือชั้นกว่ามาก การปะทะกันระหว่างสามีจอมบงการกับภรรยาสายโหดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครยอมใครในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
9.1
ในอดีตชาติที่ผ่านมา นางเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะความไร้เดียงสาที่มอบหัวใจให้บุรุษผิดคน จนพลั้งมือทำร้ายชายผู้ที่รักและภักดีต่อตัวนางอย่างสุดหัวใจ เมื่อโอกาสครั้งใหม่มาถึงพร้อมการย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงขอละทิ้งความรักที่มีต่อท่านอ๋องอย่างไม่ใยดี และตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจรองแม่ทัพแสนดีผู้นี้ให้มาเป็นสามีของนางเพียงคนเดียวให้จงได้ เรื่องราวการแก้ตัวและภารกิจเกี้ยวรักจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เรา ร่วมกัน ผงาด จาก เถ้าถ่าน
8.7
ขณะที่ฉันตั้งท้องแปดเดือนและติดอยู่บนถนนที่เงียบสงัดพร้อมพี่สาว รถบรรทุกปริศนาก็พุ่งชนเราอย่างจงใจจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ฉันพยายามติดต่อ คิน ผู้เป็นสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยและเลือกไปดูแลน้องสาวต่างมารดาแทนเพียงเพราะเธอปวดหัว เมื่อฉันฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าลูกในครรภ์จากไปแล้ว และพี่สาวที่เป็นนักเปียโนต้องพิการตลอดกาล ในเมื่อเขาเลือกทอดทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงคนนั้น พวกเขาจะได้รู้ว่าความแค้นของเราจะเผาผลาญชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพวกเขาให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนแฝงตัวเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของนาง ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อนางต้องเสี่ยงชีวิตช่วยโจรชุดดำลึกลับหลบหนีเพื่อรักษาชีวิตตนเอง โดยบังคับให้เขาซ่อนตัวในถังสิ่งปฏิกูลที่แสนโสโครก การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขาโกรธจัดจนขู่ฆ่านาง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โชคชะตาของทั้งคู่ผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มผู้ลึกลับเริ่มวนเวียนอยู่รอบกายเพื่อตอบแทนบุญคุณท่ามกลางไฟแค้นและการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ