
การกลับมาอย่างมีชัย
ตอน 3
เธอไม่ได้เจอผู้ชายคนนี้มาสามปีแล้ว แต่เธอไม่เคยลืมใบหน้านี้เลย
หลู่หว่านเดินเข้าไปอย่างโซซัดโซเซ แล้วก็คว้าข้อมือของฮั่วหมิงเซียวไป เดิมทีฮั่วหมิงเซียวกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ แต่เมื่อเขาเห็นหลู่หว่าน คิ้วของเขาก็ขมวดเล็กน้อย นี่มันผู้หญิงที่ชั้นล่างคนเมื่อกี้นี้ไม่ใช่เหรอ?
ที่แท้เธอก็ไม่ได้ไม่มาจับผู้ชาย แต่แค่ไม่ชอบพวกผู้ชายเมื่อกี้เท่านั้นเอง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ แววตาของฮั่วหมิงเซียวก็แสดงความรังเกียจขึ้นมาทันที
“คุณ ให้เกียรติตัวเองหน่อยเถอะ” ด้วยความที่คิดว่าหลู่หว่านจะเข้ามากอด น้ำเสียงของฮั่วหมิงเซียวจึงฟังดูเย็นชา
ทว่าหลู่หว่านกลับยกมือขึ้นตบหน้าฮั่วหมิงเซียวไปครั้งหนึ่ง ทำเอาฮั่วหมิงเซียวถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ
“ไอ้ผู้ชายสารเลว!”
หลังจากที่หลู่หว่านตบเสร็จ ด้วยความที่เธอเมา สมองจึงชาไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แล้วเธอก็หมดสติไปเลย
ฮั่วหมิงเซียวรีบรับตัวเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว “เฮ้? ตื่นสิ ตื่น!”
ทว่าหลู่หว่านกลับพึมพำออกมาว่า “คนชั่ว คนชั่ว...…”
ฮั่วหมิงเซียว “……”
ในห้องส่วนตัว เมื่อเฟิงหยานเห็นฮั่วหมิงเซียวอุ้มผู้หญิงคนหนึ่งกลับเข้ามา เขาก็แทบจะพ่นไวน์ในปากออกมาทันที
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? นี่มันผู้หญิงคนที่อยู่ข้างล่างไม่ใช่เหรอ? นายทำอะไรเธอเนี่ย?” เฟิงหยานมองแค่แวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือผู้หญิงที่เพิ่งทุบตีผู้ชายที่ไปหาเรื่องเธอชั้นล่าง หน้าตาของเธอสวยจนน่าทึ่งขนาดนี้ เขาจำไม่ผิดแน่
“ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอมาจากไหน” ฮั่วหมิงเซียวขมวดคิ้วพลางวางหลู่หว่านไว้ตรงนั้น
วันรุ่งขึ้นเมื่อหลู่หว่านตื่นขึ้นมา เธอก็นวดขมับที่ปวดไปหมดไปมา
ในห้องส่วนตัวว่างเปล่า เหลือเพียงชุดสูทสีเข้มตัวหนึ่งที่คลุมตัวของเธอเอาไว้
ทำไมเธอถึงจำได้ว่า เมื่อคืนเธอเห็นฮั่วหมิงเซียว แล้วก็ยังตบเขาไปครั้งหนึ่งด้วย?
น่าจะตาฝาดไปเองล่ะมั้ง ฮั่วหมิงเซียวอยู่ต่างประเทศหนิ
คนเมื่อคืนนี้เป็นคนดีจริง ๆ ขนาดเธอตบผิดเขายังไม่เอาเรื่องเธอเลย
ขณะที่หลู่หว่านกำลังปวดหัวแตก โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เธอเหลือบมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เห็นว่าเป็นเซี่ยจือซู่ที่โทรเข้ามา เซี่ยจือซู่คือรุ่นพี่ของเธอ เขาทำงานอยู่ในโรงพยาบาลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในทริกเวล
“ฮัลโหล รุ่นพี่?”
เสียงของเซี่ยจือซู่ดังขึ้นมาจากปลายสาย “รุ่นน้อง ฉันได้ยินเซียงซีบอกว่าเธอกลับมาแล้วเหรอ?”
“ค่ะ” หลู่หว่านไม่คิดเลยว่าข่าวจะแพร่กระจายไปเร็วขนาดนี้
“งั้นตอนนี้เธอว่างไหม พอดีที่ฉันมีคนไข้ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่อาการสาหัสอยู่คนหนึ่ง เป็นผู้หญิงอายุเพียงสิบเก้าปี พวกเราหมดหนทางกันแล้ว ฉันก็เลยมาถามเธอเนี่ยแหละว่าเธอมาได้รึเปล่า”
“ได้ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
หลู่หว่านรีบไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยด้วยซ้ำ
หลู่หว่านได้อ่านอาการของคนไข้ระหว่างทางมาแล้ว แต่บังเอิญว่าการจราจรบนท้องถนนค่อยข้างที่จะติดขัด อาการของคนไข้ก็อยู่ในจุดที่วิกฤติที่สุดแล้ว เกรงว่าคนไข้รายนี้อาจจะไม่มีโอกาสแล้วจริง ๆ
เป็นเพราะหลู่หว่านยังไม่มาถึง ทางเซ่จือซู่จึงไม่สามารถทำอะไรได้ อาการของคนไข้บาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ ต่อให้รุ่นน้องมาถึง เกรงว่าก็คงจะรักษาไม่ได้แล้ว
“ไปแจ้งผลให้ทางครอบครัวทราบเถอะ” เซ่จือซู่พาหมอออกไป
“หัวหน้าเซ่ คุณรู้ไหมว่าคนที่อยู่ข้างนอกเป็นใคร พวกเขาคือตระกูลเจียงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง พวกเขามีลูกสาวเพียงคนเดียว ถ้าเราประกาศออกไปถึงการเสียชีวิตของเธอ ตระกูลเจียงอาจจะทำลายโรงพยาบาลของเราเลยก็ได้นะ!”
“นี่คือความจริง ยังไงก็ต้องให้สมาชิกในครอบครัวได้รู้” แน่นอนว่าเซี่ยจือซู่ต้องรู้จักตระกูลเจียงอยู่แล้ว ตระกูลนี้คือคนที่พวกเขาไม่ควรทำให้ขุ่นเคืองใจ
เหล่าแพทย์ต่างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย แล้วก็ออกไปประกาศสถานการณ์ให้กับครอบครัวของผู้ป่วยได้ทราบร่วมกัน
“เสียใจด้วยครับ พวกเราทำกันอย่างสุดความสามารถแล้ว”
“ไม่ ไม่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ หมอจะต้องช่วยลูกสาวฉันเอาไว้ให้ได้! คุณนายเจียงไม่สามารถยอมรับเรื่องที่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้เลย “พวกคุณต้องมีวิธีสิ ยังไงก็ต้องมีวิธี พวกเรามีเงินนะ ขอแค่รักษาให้หายจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ก็ได้ทั้งนั้น”
แพทย์อีกคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “เวลาที่นำตัวมาส่งค่อนข้างที่จะล่าช้า บวกกับหัวใจของลูกสาวคุณเกือบจะทะลุแล้ว ศีรษะของเธอก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาทั้งสองข้างของเธอก็ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน ต่อให้พระเจ้าลงมาโปรดก็ไม่สามารถที่จะช่วยชีวิตเธอไว้ได้ อีกอย่างต่อให้จะช่วยเอาไว้ได้ก็คงต้องนั่งวีลแชร์ไปตลอดทั้งชีวิตอยู่ดีครับ”
หลังจากที่หมอพูดจบ คุณนายเจียงก็ล้มลงไปข้างหลังทันที โชคดีที่สามีของเธอรับเอาไว้ได้
“ไม่จริง ลูกสาวของฉันจะต้องไม่เป็นอะไร……” คุณนายเจียงไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ
เวลานี้ เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา “ฉันมาแล้ว!”
พอเซี่ยจือซู่ได้ยินเสียงนี้ก็พูดขึ้นทันทีว่า “รุ่นน้อง!”
หลู่หว่านสาวเท้าเดินเข้าไปพร้อมกับหอบหายใจเล็กน้อย “ฉันมาแล้ว เข้าไปเตรียมตัวเลย!”
เซี่ยจือซู่พูดอย่างเป็นกังวลว่า “รุ่นน้อง หัวใจของคนไข้แทบจะหยุดเต้นแล้ว เธอ......”
“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ?”
ทว่าเธอเพิ่งจะออกมาจากบาร์ ยังไม่มีแม้แต่เวลาจะอาบน้ำ ถึงแม้ว่าเธอจะสวมหน้ากากอนามัยเอาไว้ทำให้มองไม่เห็นใบหน้า แต่กลิ่นของแอลกอฮอล์ที่ตัวนั้นไม่สามารถปกปิดได้
พ่อเจียงจึงไม่เห็นด้วย “คุณเป็นหมออะไร ยังเด็กอยู่เลย เรียบจบแล้วรึไง? คุณดื่มเหล้ามาใช่ไหม คุณจะทำได้จริง ๆ เหรอ”
“ฉันดื่มมาค่ะ แต่มันไม่ส่งผลกระทบต่อการผ่าตัดของฉันแน่นอน ถ้าจะให้ดีพวกคุณหลีกทางไปก่อนเถอะค่ะ ไม่เช่นนั้นการรักษาลูกสาวของคุณจะล่าช้า แม้แต่พระเจ้าก็คงไม่สามารถช่วยเธอได้แล้วจริง ๆ”
หลู่หว่านเข้าไปในห้องผ่าตัด สถานการณ์วิกฤติมากจนหลู่หว่านทำได้เพียงพยายามอย่างสุดความสามารถเท่านั้น
เธอไม่ได้สัมผัสมีดผ่าตัดมาสามปีแล้ว แต่เธอก็ยังดูคุ้นเคยกับมันมาก คนอื่น ๆ มองดูการผ่าตัดของเธอด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
“เยี่ยมมาก เทคนิคการใช้มีดสุดยอดไปเลย”
“เดี๋ยวนะ หัวใจดวงนี้กลับมาเต้นใหม่แล้วเหรอเนี่ย? นี่ฉันได้เห็นปาฏิหาริย์ทางการแพทย์แล้วใช่ไหม?”
คนอื่น ๆ ต่างกลั้นหายใจไว้ แต่เซี่ยจือซู่ที่อยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกโล่งใจมาก สมกับที่เป็นรุ่นน้องจริง ๆ เธอคู่ควรที่จะอยู่บนเตียงผ่าตัดมาก
แต่เมื่อสามปีที่แล้ว จู่ ๆ รุ่นน้องก็มาบอกอย่างกะทันหันว่าเธอกำลังจะแต่งงานและจะไม่ทำการผ่าตัดอีก ทำเอาเขารู้สึกเสียดายแทบแย่
คุณอาจจะชอบ





