
กุหลาบในเปลวไฟ
ตอน 3
“รับ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
ในเมื่อ เธอไม่ต้องวนเวียนอยู่กับเขาอีกต่อไปแล้ว งั้นเธอก็จะกลับไปทำงานของเธอต่อ! ต่อไปเธอจะไม่มีวันไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องความรักอีกแล้ว!
สีหน้าของเสิ่นเจียงหนานเย็นชาอย่างมาก เห็นได้ชัดเลยว่ายังคงเป็นใบหน้าเดียวกันกับก่อหน้านี้อยู่ แต่ความรู้สึกที่เธอมีให้ฮั่วเป่ยอันตอนยืนอยู่ที่นี่ได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้ว
แววตาของเธอเปลี่ยนไป นิสัยของเธอเปลี่ยนไป แม้แต่อารมณ์ที่แสดงออกมาทางดวงตาของเธอก็ยังเปลี่ยนไปเช่นกัน
ฮั่วเป่ยอันจ้องเขม็งไปที่เสิ่นเจียงหนาน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ตอนที่เห็นว่าเธอตัดสินใจที่จะเซ็นชื่ออย่างเด็ดเดี่ยว เขาถึงได้รู้สึกหงุดหงิดในใจขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก
เสิ่นเจียงหนานรักเขาอย่างสุดหัวใจมาโดยตลอดไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมเธอถึงได้ยอมเซ็นชื่อง่าย ๆ แบบนี้?
ตอนที่เขามั่นใจแล้วว่าเสิ่นเจียงหนานจะต้องแสร้งยอมเพื่อคิดจะจับเขาแน่ ๆ ฮั่วเป่ยอันก็เดินหน้าไปก้าวหนึ่ง แล้วก็หัวเราะเยาะออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า “เสิ่นเจียงหนาน ฉันขอเตือนเธออย่าได้คิดอาจเล่นแง่อะไร”
หลังจากที่เสิ่นเจียงหนานวางสาย เธอก็จ้องมองเขาอย่างเย็นชา และทำเสียงหึออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณคู่ควรด้วยเหรอ?”
เมื่อก่อน เธอรักเขา ขาดเขาไม่ได้ เธอยอมทนทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ แต่ตอนนี้หย่ากันแล้ว เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครเหรอ?
เสิ่นเจียงหนานขี้เกียจที่จะสนใจพวกเขาอีก เธอจึงหันหลังกลับ และเดินสาวเท้าออกไป แผ่นหลังของเธอยืดตรงดูสง่างามมาก ราวกับว่าในโลกไม่มีอะไรที่จะมาทำลายเธอได้
ซูเหมิ้งหรานจ้องมองไปที่ฮั่วเป่ยอันอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก ทำไมเขาถึงเอาแต่จ้องมองไปที่แผ่นหลังของเสิ่นเจียงหนานอยู่ตลอด?
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ทันทีที่เธอเห็นข้อความที่ถูกส่งมา ซูเหมิ้งหรานดีใจมาก รีบพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็วว่า
“เป่ยอัน สุดยอดไปเลย ยวนเว่ยตอบตกลงที่จะร่วมมือกับพวกเราแล้วนะ ผู้จัดการส่วนตัวของเธอเพิ่งส่งข้อความหาฉันเมื่อกี้นี้เอง”
ทันใดนั้นฮั่วเป่ยอันก็กลับมามีสติอีกครั้ง เขามองไปที่ซูเหมิ้งหรานด้วยความแปลกใจและพูดขึ้นว่า “จริงเหรอ?”
แผนกออกแบบของฮั่วซือ กรุ๊ปมีโปรเจ็กต์ใหญ่ที่กำลังจะเสร็จเร็ว ๆ นี้อยู่อันหนึ่ง ช่วงสองวันนี้จู่ ๆ ก็มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น นักออกแบบที่รับสมัครมากล้าดียังไงก็ไม่รู้ไปลอกงานคนอื่นมา ถ้าไม่สามารถส่งงานตามกำหนดเวลาได้ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องชดใช้หลายพันล้าน
เมื่อเห็นว่าเหลือเวลาเพียงห้าวัน คนเดียวที่จะสามารถออกแบบโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่เช่นนี้ให้เสร็จภายในระยะเวลาอันสั้นได้ คงจะมีแค่ยวนเว่ยดีไซน์เนอร์ระดับแนวหน้าเท่านั้น
ช่วงหลายวันมานี้ทางบริษัทจึงพยายามติดต่อไปหาทางนั้นอยู่ตลอด แต่กลับถูกปฏิเสธกลับมาโดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ซูเหมิ้งหรานไม่คาดคิดเลยว่าจะได้รับโอกาสนี้มา
ซูเหมิ้งหรานโชว์ข้อความที่เธอเพิ่งได้รับเมื่อกี้นี้ให้เขาดู แล้วก็พูดอย่างมีความสุขมากว่า “จริงสิคะ คุณสามารถไปหารือเรื่องความร่วมมือในตอนเย็นได้เลยนะ ไม่เสียแรงเลยที่ฉันเว้าวอนผู้จัดการส่วนตัวของเธอทั้งคืน”
แม้ว่ายวนเว่ยจะมีชื่อเสียงมาก แต่เธอมีนิสัยที่ล้าสมัยสุด ๆ ในช่วงสามปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้ออกผลงานใหม่ใด ๆ เลย เหมือนเธอจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยเลยด้วยซ้ำ ทางพวกเขาจึงทำได้แค่ติดต่อไปหาทางผู้จัดการส่วนตัวของเธอ แต่แล้วผู้จัดการส่วนตัวกลับหลีกเลี่ยงไม่ให้พบเธอมาตลอด
ฮั่วเป่ยอันยกมือขึ้นมาจับมือของซูเหมิ้งหราน แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “เหมิ้งหราน ผมจำเรื่องดี ๆ ที่คุณทำให้ผมได้ตลอด เรื่องที่ผมสัญญากับคุณไว้ ผมต้องทำได้แน่นอน”
ขณะที่ซูเหมิ้งหรานพยักหน้าอย่างแรง เธอก็ขมวดคิ้วแน่น อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
ฮั่วเป่ยอันรีบถามขึ้นมาด้วยความกังวลอย่างรวดเร็วว่า “เหมิ้งหราน คุณเป็นอะไรรึเปล่า?”
ซูเหมิ้งหรานสูดลมหายใจเข้าไปฟอดหนึ่ง แล้วก็ฝืนยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า “ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก”
ฮั่วเป่ยอันมองเธออย่างจริงจัง น้ำเสียงของเขาฟังออกคำสั่งเล็กน้อย “บอกความจริงมา”
ซูเหมิ้งหรานกัดริมฝีปากล่าง และลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ค่อย ๆ เลิกชายกระโปรงของตัวเองขึ้น แล้วก็พบว่าที่เข่าของเธอมีรอยช้ำหนาขนาดใหญ่อยู่
ดูจากร่องรอยแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าเกิดจากการคุกเข่าเป็นเวลานาน
สีหน้าของฮั่วเป่ยอันเปลี่ยนไปในทันที!
เขาแทบจะเข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมยวนเว่ยจึงตอบตกลงที่จะร่วมมือกับพวกเขา ที่แท้ก็เพราะซูเหมิ้งหรานไปคุกเข่าขอร้องมานี่เอง
ฮั่วเป่ยอันมองเธออย่างซาบซึ้งใจ แล้วก็พูดด้วยความรักว่า “เหมิ้งหราน ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำเพื่อผมนะ”
ซูเหมิ้งหรานพูดอย่างเขินอายด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความรักว่า “เพียงแค่สามารถช่วยคุณได้ จะให้ฉันทุ่มเทมากกว่านี้สักแค่ไหน ฉันก็พร้อมที่จะทำทั้งนั้นแหละค่ะ”
เมื่อความรักถึงจุดสูงสุด มันก็เหมือนจะไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป ฮั่วเป่ยอันโน้มตัวลงไปอีกครั้งในทันที……
……
ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียงหนานได้ขับรถกลับไปที่แผนกออกแบบเดิมของเธอแล้ว
เมื่อมองดูห้องทำงานที่คุ้นเคยที่เธอห่างหายไปนาน ตอนนี้เธอก็เกิดนึกเสียใจขึ้นมา เพื่อผู้ชายสารเลวที่ตาบอดแค่คนเดียว เธอต้องเสียเวลาไปตั้งเท่าไหร่?
ทันทีที่เหยาม่านที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวเห็นเสิ่นเจียงหนานก็รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว เธอสวมชุดสูทและกระโปรงสีดำ ดูเป็นผู้หญิงทำงานที่ฉลาดปราดเปรื่องและคล่องแคล่ว แล้วก็สวมกอดเสิ่นเจียงหนานเอาไว้ในทันที
“ยวนเว่ย ในที่สุดคุณก็ยอมกลับมาสักที! ฉันคิดถึงคุณจะแย่อยู่แล้ว!”
ความรู้สึกผิดแวบขึ้นมาในดวงตาของเสิ่นเจียงหนานทันที “ฉันขอโทษนะ ก่อนหน้านี้เป็นความผิดของฉันเอง พี่เหยา ไหนบอกรายละเอียดออเดอร์นี้มาซิคะ”
เหยาม่านรู้ดีว่าเรื่องงานคือเรื่องที่สำคัญที่สุด เธอจึงดึงเสิ่นเจียงหนานไปนั่งที่โซฟาก่อน จากนั้นก็เริ่มพูดขึ้นว่า “นายจ้างคือซูเหมิ้งหราน เธอทำเพื่อฮั่วเป่ยอัน เรื่องรายละเอียดเดี๋ยวฉันเอาข้อมูลให้คุณดูก็แล้วกัน”
เสิ่นเจียงหนานชะงักไปครู่หนึ่ง!
ครู่ต่อมา เธอก็เผยรอยยิ้มออกมา ทำไมโลกมันถึงได้กลมแบบนี้นะ? ก่อนหน้านี้ยังไล่เธอออกมาอยู่เลย แต่แล้วเวลานี้กลับมาขอเจอเธอเนี่ยนะ?
คุณอาจจะชอบ





