ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย BOY TOXIN พิษรักเซซัส

BOY TOXIN พิษรักเซซัส

สำหรับเซซัสผู้หญิงคือหมากฝรั่งที่หมดรสก็ต้องคายทิ้ง จินที่ตั้งใจจะใช้เขาเป็นเครื่องมือเรียกความสนใจจากคนที่แอบรัก กลับกลายเป็นฝ่ายติดกับดักหัวใจเสียเอง ยิ่งร่วมภารกิจลับด้วยกัน ความรู้สึกต้องห้ามต่อผู้ชายอันตรายคนนี้ยิ่งก่อตัวชัดเจน เธอต้องรีบจบเรื่องนี้ก่อนจะถลำลึกไปกว่าเดิม แม้เขาจะกล่าวหาว่าเธอเป็นฝ่ายล่อลวงเขาขึ้นเตียงก่อนก็ตาม ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยความรู้สึก ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูกฟันแล้วทิ้งในเกมรักที่เต็มไปด้วยพิษสงครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

Gin (จิน,ยิน) ความหมาย = เป็นเหล้าสีขาว มีกลิ่นหอมของผลจูนิเปอร์ทำมาจากการกลั่นข้าว และผสมกลิ่นรสชาติของสมุนไพร ทุกวันนี้ประเทศอังกฤษเป็นชาติที่ผลิตเหล้าจินได้มากเป็นอันดับหนึ่ง และเหล้าจินของอังกฤษก็ได้รับความนิยม จากนักเลงสุราสูงสุด

               ในที่สุด... ในที่สุด สอบปลายภาพในชีวิตรั้วมหาลัยปีสอง คณะบริหารธุรกิจของฉันก็จบลง กรีดร้องด้วยความดีใจหลังจากออกมาจากห้องสอบ คิดว่าตัวเองต้องทำได้ดีทุกวิชาโดยไม่ติดเอฟ นี่คือหัวสมองของฉันที่ควรจะคิดแบบนั้น และมันต้องได้สิวะ เจ้าของส่วนสูง 168 ซม. ความสูงที่คิดว่าเป็นมาตรฐานของหญิงไทย เธอมีใบหน้าที่น่ารัก ดวงตากลมโต ริมฝีปากบางเล็ก ผมสีดำน้ำตาลถูกก้าวขึ้นเป็นหางม้าไว้อย่างลวกๆ สวมชุดนักศึกษาที่ค่อนข้างจะเรียบร้อย เดินอดอาลัยตายยากมานั่งฟุบที่โต๊ะหินอ่อนหน้าคณะตัวเอง

“เฮ้อ ชีวิตในรั้วมหาลัยปีสอง สิ้นสุดลงสักที สถานีต่อไปคือเที่ยว!” ในหัวสมองคิดแต่เรื่องเที่ยวโดยไม่คิดถึงคะแนนสอบที่จะเป็นผลพวงในภายภาคหน้า ‘จิน’ นามของฉันที่เป็นชื่อของเหล้าชนิดหนึ่ง แต่ใช่ว่าฉันจะรู้จักของพวกนี้ดีนะ มันไม่ใช่เลยสักนิด

“ทำไมเกิดมาชีวิตถึงได้รันทดแบบนี้นะ หัวสมองไม่ดีแถมยังไม่ไร้เสน่ห์อีกต่างหาก” ฉันบ่นพึมพำกับชีวิตที่แสนจะรันทดอดสู สอบเข้ามหาลัยได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ นอกจากจะเรียนไม่เก่ง ฉันยังดูไร้เสน่ห์จนเพื่อนในคลาสให้ฉายาว่า “ยัยแห้ง” เพราะรูปร่างผอมเพรียวแต่ไร้ส่วนโค้งเว้า แม้แต่หน้าอกของฉันมันยังแบนราบพอๆ กับแผ่นหลังเลย ท้อแท้กับชีวิตตัวเองชะมัด มีพี่ชายอยู่คนเดียวก็ไม่ค่อยจะกลับมาอยู่ที่บ้าน ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว ดีนะที่บ้านไม่ต้องเช่าเพราะมรดกชิ้นสุดท้ายที่พ่อกับแม่ให้ไว้ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ พวกท่านคงเห็นอนาคตสินะว่าสักวันฉันคงต้องพึ่งพี่ชายตัวเองไม่ได้

หลังจากสอบเสร็จฉันนั่งพักอยู่ในมหาลัยก่อนจะปิดเทอมลง ซึ่งมันคือสิ่งที่ฉันต้องการมากๆ เหตุผลที่ต้องมาสอบคนเดียวเพราะว่าเพื่อนรักของฉันสอบไปแล้ว ฉันเลยต้องมาสอบคนเดียวเนื่องจากวันนั้นฉันตื่นสายและป่วยทำให้มาสอบล่าช้ากว่าปกติ แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันควรคิดโปรแกรมไปเที่ยวกับพี่ชายตัวเองดีกว่า ฉันเดินกอดอกไปตามทางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ทะเล? น้ำตก? หรือไปตั้งแคมป์ดีนา

ปี้น!

“ว้าย...”

ตุ้บ

เอี๊ยด!

“อูย เจ็บง่ะขับรถบ้าอะไรแบบนี้วะ” ก้นของฉันกระแทกลงกับพื้นปูนอย่างแรงขณะที่รถต้นเหตุจอดลง แถมเป็นรถยี่ห้อหรูหราจนฉันกลืนน้ำลายลงอย่างลำบาก ประตูด้านคนขับเปิดขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลาเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกำลังหรี่มองรถตัวเอง ริมฝีปากได้รูปแดงคล้ำกัดเข้าหากัน เขาเป็นคนที่สูงมากๆ มีผมสีดำแดงละต้นคอ มือหนาเสยผมตัวเองขึ้นไป ฉันมองเห็นรอยสักที่ลำคอแกร่งเป็นรูปใบไม้ ที่คุ้นตามากดูเหมือนจะคล้ายใบเมเปิ้ล ฝ่ามือขวาก็มีรอยสักเป็นรูปตัวการ์ตูนอะไรไม่รู้ เพราะไม่ได้สังเกตอะไรมากขนาดนั้น เขาหรี่สายตามามองฉันด้วยความหงุดหงิด

“เดินข้ามถนนทำไมไม่มองรถวะ”

“เออ...”

“ยัยแห้งเอ่ย ถ้ารถฉันเป็นอะไรขึ้นมา เธอโดนเรียกเงินหมดตัวแน่!” เขาเดินมาดูรถตัวเองโดยไม่สนใจฉันที่นั่งฟุบกับถนน ใบหน้าหล่อหันมามองฉันอีกครั้ง “จะนั่งอ่อยอีกนานมะ หลุมดำของเธอฉันไม่ได้อยากมองนะเว้ย”

“กะ กรี๊ด! อะ ไอ้บ้า ไอ้ลามก”

“ด่าอะไรช่วยดูด้วยนะยัยแห้ง มานั่งแหกให้ดูแบบนี้จะหาว่าฉันลามกหรือไง?”

“ที่ฉันต้องมานั่งฟุบแบบนี้ไม่ใช่เพราะนายขับรถมาเฉี่ยวเหรอไงเล่า” ฉันอารมณ์ขึ้นทันที สายตาของเขามองฉันที่ลุกขึ้นปัดกระโปรงนักศึกษา “มองทำไม?”

“เหอะ ใครกันแน่ที่ผิดวะ รถของฉันวิ่งมาตามทางปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือเธอต่างหาก”

“กะ ก็นั่นแหละถึงยังไงนายก็เฉี่ยวฉันนะ รับผิดชอบหน่อยสิ!” เขาเอียงคอมองฉันด้วยสีหน้าที่โคตรจะดูถูก เอาความจริงฉันก็ไม่ได้ต้องการอะไรหรอกนะ แค่คำขอโทษก็ยังดีนี่นา “อ่อยหรือไงยัยแห้ง”

“วะ ว่าไงนะ?”

“ฉันถามว่าเธอคิดจะอ่อยฉันหรือไง” ฉันอ้าปากเหวอมองร่างสูงที่เดินเข้ามาใกล้ ก้มใบหน้าลงมากวาดสายตามองไปทั่วเรือนร่างของฉันที่ถึงแม้มันจะไม่มีอะไร แต่ก็ต้องปกปิดไว้ “โรคจิต”

“หึ ฉันเจอมาเยอะนะพวกผู้หญิงที่ชอบมาอ่อยให้ฉันเคี้ยวเล่นน่ะ”

“นายหลงตัวเองมากไปหรือเปล่า? ฉันไม่รู้จักนายนะ แล้วฉันจะมาอ่อยนายทำซากอะไร”

“จริงอะ ไม่รู้จักแล้วทำไมถึง... อยากให้ฉันรับผิดชอบจังล่ะ”

“ที่ให้รับผิดชอบคือนายขับรถเฉี่ยวฉัน ไม่ได้หมายถึงให้รับผิดชอบอะไรแบบที่นายคิดนะ” ผู้ชายคนนี้ยังคงยิ้มเยาะ เขาถอนหายใจออกมา “นี่ยัยแห้งไร้เสน่ห์”

“อะ ห๊ะ!”

“เธอนั่นแหละยัยแห้งไร้เสน่ห์ เธอไม่ใช่สเปกฉันว่ะ และก็นะฉันไม่รับผิดชอบให้กับผู้หญิงที่คิดมาอ่อยหรอก”

“นะ นาย!”

“พี่ซัสคะ เสร็จยังคะหนูรอนานแล้วนะ” ฉันชะโงกหน้าไปมองผู้หญิงคนหนึ่งที่โผล่นหน้าแหลมๆ ออกมาจากรถ นั่นมันยัยก้อยเพื่อนคณะเดียวกับฉันที่เป็นดาวคณะนี่นา “อ้าวจิน เธอเองเหรอที่วิ่งตัดหน้ารถพี่ซัส?”

“จิน”

“ใช่คะพี่ซัส จินเป็นเพื่อนร่วมคลาสกับก้อยเอง” เขาคนนี้ที่ชื่อว่า ‘ซัส’ มองฉันด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ แถมบวกด้วยความกวนตีนที่ฉันอยากจะกระโจนไปกัดคอมันให้ขาด “อ่อชื่อจิน”

“เออแล้วจะทำไม?”

“เปล่า ฉันไม่มีเวลาว่างมาเคี้ยวเธอหรอกนะ ที่สำคัญเธอไม่เหมาะจะเป็นหมากฝรั่งให้ฉันเคี้ยวหรอก”

“ห๊า!” ฉันงงกับคำพูดของหมอนี่มากเลยนะ ตั้งแต่คิดว่าฉันอ่อยเขาแล้ว? บ้าหรือเปล่าเจอกันครั้งแรกนี่คิดว่าอ่อยเหรอ คิดได้ไงกัน

“ถ้าเจอกันอีก อย่าอ่อยฉันนะ บอกไว้ก่อนฉันไม่สนหุ่นแห้งๆ และก็ผู้หญิงไร้เสน่ห์... มันเคี้ยวไม่อร่อย”

“นะ นี่นาย!”

“ฉันไม่มีเวลามายืนให้เธออ่อยนะ ฉันจะต้องไปเคี้ยวเพื่อนเธอแล้ว โอเค?” เขายกยิ้มและเดินจากไป ก่อนที่รถหรูจะเคลื่อนผ่านจนฉันที่ยืนอึ้งอยู่ ยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่

“มะ มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย! กรี๊ดดด”

มืดค่ำมาถึง หลังจากที่ยืนงงอยู่ในดงตีนก็เลยกลับมาถึงบ้านสองชั้นที่เงียบสงบ เพราะพี่ชายตัวแสบที่อายุห่างกับฉันสามปี หายหัวไปซุกอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เหนื่อยมากบอกเลย! ไม่ได้เหนื่อยอะไรนะ เหนื่อยกับคนบ้าไง ไอ้บ้าซัส! เกือบจะเรียกเขาว่าสัตว์แล้วนะ แต่ก็เหมือนอะว่าจริงไหมล่ะ

พรึบ

“พะ พี่...” ไฟในบ้านสว่างขึ้น ฉันเห็นแผ่นหลังของผู้ชายที่สูงยืนหันหลังอยู่ตรงหน้าครัว ก็วิ่งถลาไปกอดรัดร่างสูง ใช่เลยพี่ชายของฉันแน่นอน

“พี่ ‘รัม’ หนูคิดถึงจัง หายหัวไปไหนมาห๊ะ!” ฉันซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง สูดเอากลิ่นกายของพี่รัมที่คิดถึงเข้าปอดให้มากที่สุด แต่ทว่า...

กลิ่นหอมนี่มันไม่คุ้นจมูกเอาเลยแหะ แถมพี่รัมยังยืนนิ่งไม่ไหวติงเลยสักนิดที่น้องสาวแสนสวยกอดรัดอยู่ ฉันเพ่งสายตาที่สั้นของตัวเองมองไปที่ท้ายทอยก็เบิกตากว้าง เพราะ... พี่รัมไม่มีรอยสักรูปปีกนางฟ้าสีดำอยู่ที่ท้ายทอย ใบหูทั้งสองข้างที่ติดต่างหูสีดำอีกนับสิบ ไหนจะทรงผมสีดำสนิทที่ไถข้าง ฝ่ามือของฉันปล่อยออกจากเอวหนา ค่อยๆ มองร่างสูงที่หันมาสบตากับฉัน

“พะ พะ พี่ ‘เคียนติ’...” ใบหน้าหล่อนิ่งเฉย แถมส่งสายตาเย็นชามาให้ เขาคนนี้คือเพื่อนของพี่รัมที่ฉัน “แอบรัก” ใช่ ฉันแอบรักพี่เคียนติมาตั้งแต่สมัยที่พี่เขายังเรียนอยู่ที่มหาลัยเดียวกับพี่รัม กระทั่งมาถึงตอนนี้ที่ทั้งคู่เรียนจบแล้ว ฉันก็ยังคงแอบรักเขาอยู่ และพี่เคียนติเองก็รู้มาตลอดว่าฉันรู้สึกยังไงกับเขา แต่เขาเป็นผู้ชายที่ไม่เคยแสดงออกว่ารู้สึกยังไง เขาเป็นบุคคลที่อ่านยากมากจนฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ฉันถอยหลังจนไปชนเข้ากับขอบโต๊ะและมันก็ซ้ำกับบริเวณก้นที่เพิ่งถูกไอ้บ้าซัสเฉี่ยวมา

“แขนไปโดนอะไรมา?”

“อะ เออ... หนู” ฉันไม่กล้าแม้แต่จะพูดกับเขาด้วยซ้ำ นอกจากจะกลัวเขาแล้ว มันยังใจเต้นทุกครั้งที่สบตากับเขา แถมยังเป็นครั้งแรกที่ฉันได้กอดเขา สูดกลิ่นกายของเขาเข้ามาในปอดและฉันสัญญาเลยว่าจะไม่ให้กลิ่นของพี่เคียนติเล็ดลอดออกจากปอดผ่านโพรงจมูกออกมาแน่

“นะ หนูล้ม”

“ทำยังไงถึงได้ล้ม โตแล้วนะ”

“หนูเปล่าล้มเอง รถเฉี่ยวก็เลยล้ม” ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาด้วย แต่จำต้องมองตาเขา พี่เคียนติถอนหายใจออกมา เขากวาดสายตามองไปรอบบ้านจนฉันมึนงง “ไปเก็บของ”

“อะไรนะ พี่เคียนติให้หนูทำอะไร?”

“เก็บของ เสื้อผ้าของเธอทั้งหมด แล้วไปอยู่กับพี่”

“!”

“ให้เวลายี่สิบนาที”

“ดะ เดี๋ยวสิพี่เคียนติ หนูไม่เข้าใจ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แค่เมีย ไร้สถานะ
8.2
กันตากับคีรีเป็นเพื่อนสนิทกันมานานกว่าสิบปี ทว่าความสัมพันธ์กลับพลิกผันจากเพื่อนกลายเป็นคู่นอนอย่างไม่คาดฝัน แม้กันตาจะแอบรักเขามานานและยินดีกับโอกาสนี้ แต่สถานะระหว่างทั้งคู่กลับคลุมเครือไร้ความชัดเจน หลังจากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง คีรีมักมีอาการนอนไม่หลับและต้องมาหาเธอที่ห้องทุกคืนเพื่อขอนอนด้วยกันเสมอ นอกเหนือจากความใกล้ชิดทางกาย เขายังแสดงท่าทีหวงก้างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมีชายอื่นเข้าใกล้เธอ ทำให้ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกนี้ยิ่งซับซ้อนและสร้างความหวั่นไหวให้หัวใจคนแอบรักมากขึ้นทุกขณะ
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้าย มัดใจรัก
8.2
วชิตารีย์ยอมทำทุกอย่างแม้ต้องใช้กำลังบังคับเพื่อให้ได้แต่งงานกับรามิล ชายหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจ ทว่าความเย็นชาที่เขาแสดงออกกลับย้ำเตือนว่ารักข้างเดียวไม่มีวันสมหวัง แม้จะพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลกจนท้อแท้หลายครา แต่เธอก็ไม่อาจตัดใจเดินจากไปได้ เมื่อหนทางปกติใช้ไม่ได้ผล เธอจึงตัดสินใจหันพึ่งพาศาสตร์แห่งเวทมนตร์และคาถาอาคมเพื่อมัดใจเขา หวังเพียงให้ชายผู้ไร้ความรู้สึกคนนี้ยอมเปิดปากเผยความในใจออกมาให้เธอได้ยินสักครั้งในชีวิต
หน้าปกนวนิยาย หนี้รักซาตาน
8.8
อนวัฒน์ไม่เคยลืมความแค้นที่มีต่อพ่อของธัญญาธร แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เขายังคงปฏิเสธคำขอโทษและเลือกที่จะลงทัณฑ์เธอด้วยความรุนแรง ชายหนุ่มกระชากตัวเธอเข้ามารับจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและโหยหา แม้ธัญญาธรจะพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่อาจต้านทานพละกำลังของเขาได้ สัมผัสที่ดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนในหัวใจของหญิงสาว เมื่อเขาถอนจูบออกเธอกลับมองเขาด้วยสายตาเย็นชาที่แฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง แต่อนวัฒน์ยังคงยืนยันที่จะทำลายความรู้สึกของเธอให้ย่อยยับเพื่อชดใช้ความแค้นในอดีต
หน้าปกนวนิยาย XXX II เรื่องมันเกิด...เพราะเกสรดอกไม้
9.3
เมื่อเกสรดอกไม้เปลี่ยนนิสัยของชายหนุ่มให้ต่างไปจากเดิม ความผิดพลาดในคืนที่เมามายจึงนำพาหญิงสาวผู้ช้ำรักจากแฟนเก่าไปสู่เตียงของคนแปลกหน้าอย่างไม่ตั้งใจ แม้จะพยายามจบความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนนั้นไปเสีย แต่โชคชะตากลับเหวี่ยงให้ทั้งคู่ต้องมาพบกันอีกครั้งพร้อมข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ที่ตามมาอย่างไม่คาดคิด ท่ามกลางความสับสนและอารมณ์ที่แปรปรวนของเขา เธอจะรับมือกับความจริงที่เกิดขึ้นและผลลัพธ์จากการเข้าห้องผิดในคืนนั้นได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ฉันเลิกกับแฟนเพราะเขาลืมเปลี่ยนธนบัตร
9.6
หลังทุ่มเทจีบสวี่อี้มานานถึงแปดปี ฉันตัดสินใจจบความสัมพันธ์ทันทีที่เห็นเขายังใช้ชื่อเล่นเรียกแฟนเก่าว่าที่รัก แม้เขาจะเยาะเย้ยและเพื่อนๆ จะมองว่าฉันไร้เหตุผล แต่ฉันก็เลือกเดินจากไปพร้อมผลตรวจสุขภาพที่เป็นความลับในมือ สวี่อี้ท้าทายว่าอย่ากลับมาอ้อนวอนขอคืนดีภายหลัง โดยไม่รู้เลยว่าฉันกำลังเผชิญกับวาระสุดท้ายของชีวิต ความพยายามสร้างฝันอันสวยงามก่อนตายกลับกลายเป็นความขมขื่นที่เกินทน และฉันตั้งใจว่าจะไม่ขอกลับมาพบเจอความเจ็บปวดเช่นนี้อีกในชาติหน้า
หน้าปกนวนิยาย สลับรัก dr.mafia
9.4
เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นภรรยาของมาเฟียหนุ่มระดับด็อกเตอร์อย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้เธอจะพยายามปฏิเสธเสียงแข็งว่าตนเองไม่ใช่ 'คนิ้ง' ผู้หญิงที่เขาโหยหา แต่เขากลับไม่ยอมรับฟังซ้ำยังมั่นใจในสัญชาตญาณของตัวเองว่าไม่มีทางจำคนรักผิดไปแน่นอน ท่ามกลางความสับสนและการปะทะอารมณ์ที่แสนดุเดือดในโลกของมาเฟีย เธอจะพิสูจน์ความจริงอย่างไรในเมื่อเขาจ้องจะยัดเยียดสถานะเมียให้เธอทุกลมหายใจแบบนี้