ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย BOY TOXIN พิษรักเซซัส

BOY TOXIN พิษรักเซซัส

สำหรับเซซัสผู้หญิงคือหมากฝรั่งที่หมดรสก็ต้องคายทิ้ง จินที่ตั้งใจจะใช้เขาเป็นเครื่องมือเรียกความสนใจจากคนที่แอบรัก กลับกลายเป็นฝ่ายติดกับดักหัวใจเสียเอง ยิ่งร่วมภารกิจลับด้วยกัน ความรู้สึกต้องห้ามต่อผู้ชายอันตรายคนนี้ยิ่งก่อตัวชัดเจน เธอต้องรีบจบเรื่องนี้ก่อนจะถลำลึกไปกว่าเดิม แม้เขาจะกล่าวหาว่าเธอเป็นฝ่ายล่อลวงเขาขึ้นเตียงก่อนก็ตาม ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยความรู้สึก ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูกฟันแล้วทิ้งในเกมรักที่เต็มไปด้วยพิษสงครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ฉันงงไปหมดที่จู่ๆ พี่เคียนติจะมาชวนไปอยู่ที่คอนโดด้วยกันแบบนี้ “ตอนนี้เธอไม่ปลอดภัย ไอ้รัมฝากเธอให้พี่ดูแล”

“เกิดอะไรขึ้นกับพี่รัมเหรอพี่เคียนติ” เขาไม่พูดอะไร แต่เดินไปนั่งที่โซฟา และท่าทางแบบนี้มันทำให้ฉันก้มหน้าเดินขึ้นไปชั้นสองเพื่อเก็บของตัวเองลงกระเป๋า ท่าทางที่นิ่งเฉยแบบนั้นฉันไม่สามารถขัดใจเขาได้เลย ฉันเดินลงบันไดมาแบกกระเป๋าของตัวเอง กระทั่งพี่เคียนติเดินไปรอที่รถและสั่งอะไรไม่รู้กับคนของตัวเอง

“ขึ้นรถ” ฉันทำได้แค่ขึ้นรถไปตามคำสั่งของเขา ไม่มีเหตุผลที่จะต้องขัดคำสั่งเพราะสำหรับฉันแล้วพี่เคียนติคือทุกอย่างของหัวใจ ฉันรักเขาจนแทบจะไม่เหลือที่ว่างให้ใคร หรือถ้าเหลือก็ไม่มีใครสนใจยัยแห้งไร้เสน่ห์อย่างฉันหรอก รถหรูมาจอดที่คอนโดหรูใจกลางเมือง ฉันเดินตามหลังพี่เคียนติขึ้นไปที่ชั้นบนของคอนโด เมื่อมาถึงห้องของพี่เคียนติก็ต้องเบิกตากว้างกับบรรยากาศภายในห้องที่มันทั้งกว้างและสวยมาก “ห้องเธออยู่ห้องนั่น ส่วนนั่นห้องพี่”

“พี่เคียนติ หนู...”

“รอก่อน เดี๋ยวพี่จะมาเล่าให้ฟัง” พี่เคียนติเดินเข้าห้องตัวเองไป ปล่อยให้ฉันนั่งอยู่ที่โซฟากลางห้องที่กว้างขวาง มีเตาผิงด้วยนะ ที่สำคัญครัวของที่นี่มีเคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ ด้วย ฉันมองประตูที่เปิดขึ้นพร้อมกับกระเป๋าของตัวเอง ร่างสูงที่อ่อนวัย ดูเหมือนจะอายุน้อยกว่าฉันด้วยซ้ำ “เฮียเคียนติอยู่ไหน?”

“อยู่ในห้อง”

“กระเป๋าเธอ” เขาพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไป ฉันทำได้เพียงแค่รอพี่เคียนติเท่านั้นสินะกับเรื่องที่เกิดขึ้น มีอะไรกันแน่นะ เกิดอะไรขึ้นกับพี่รัมกันแน่ ฉันหยิบมือถือที่สามารถเล่นอะไรได้แต่ราคาไม่แพงหูฉีกมากดโทรหาพี่ชายตัวดี แต่ทว่าก็ไม่มีสัญญาณตอบรับเลย กระทั่งข้อความจากไลน์จะเด้งขึ้นมา

Irish : จิน วันนี้สอบเป็นยังไงบ้าง? ขอโทษด้วยนะที่วันนี้ไม่ได้ไป

ฉันยิ้มออกมาเมื่อ ‘ไอริช’ เพื่อนสาวแสนน่ารักแต่ขี้อายไลน์มาหา เพราะเธอไม่ได้มามหาลัยในวันนี้ ฉันถอนหายใจออกมา ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับเธอไป

Gin : ไม่เป็นไรริช ฉันโอเค... พรุ่งนี้เจอกันที่ร้านกาแฟหน้ามหาลัยได้ไหม? มีเรื่องแล้วล่ะ

Irish : เกิดอะไรขึ้นเหรอจิน?

Gin : เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกันนะ ไม่อยากคุยในนี้สักเท่าไหร่

ประตูตรงข้ามเปิดขึ้น ฉันมองร่างสูงของพี่เคียนติที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวสีดำ กับผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดอยู่ตรงลำคอ หัวใจของฉันเต้นโครมคราม เลือดลมสูบฉีดเมื่อได้เห็นเรือนร่างที่แข็งแรงและรอยสักที่แผงอก เอิ่ม หัวใจจะวายแล้วนะพี่เคียนติ

“เลือดไหล?”

“อะ เอ๋...”

“เลือดกำเดาไหล เป็นอะไรของเธอ” ฉันเบิกตากว้าง ยกมือแตะที่จมูกก็พบว่าเลือดกำเดาไหลออกมาจริงๆ ตายแล้ว! นี่เห็นแค่พี่เคียนติเปลือยท่อนบนยังเลือดกำเดาไหล ถ้าเห็นมากกว่านี้ไม่เลือดไหลตายหมดตัวหรือไงเนี่ยยัยจิน! มือของฉันคว้าเอาทิชชูมายัดในรูจมูกอย่างเขินอาย มองสบตากับพี่เคียนติที่นั่งลงตรงข้าม “โอเค?”

“อื้อ อู๋โอเอ (หนูโอเค)”

“เอาล่ะพี่จะบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องไอ้รัม ตอนนี้มันไปแล้ว”

“ไอไอ๋ (ไปไหน)” พี่เคียนติถอนหายใจ มือหนาหยิบบุหรี่ที่อยู่ตรงหน้าไปจุดสูบ “พี่ไม่รู้ แต่มันส่งข้อความมาบอกให้พี่พาเธอมาอยู่ด้วย เพราะกลัวเธอจะไม่ปลอดภัย”

อะไรกัน? พี่รัมไปทำอะไรไว้เนี่ย ฉันเอาทิชชูออกจากจมูกคิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนตั้งรับไม่ทัน ถึงแม้จะขี้ขลาด เห็นแก่ตัว แต่พี่รัมไม่เคยทิ้งฉันไว้คนเดียวแบบนี้นะ แล้วแบบนี้...

“คงต้องรอให้มันติดต่อกลับมา แต่พี่พอจะรู้มานิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องที่ไอ้รัมทำ”

“อะไรเหรอพี่เคียนติ?”

“มันอาจจะไปพัวพันเกี่ยวกับด้านมืด หรือไม่ก็ติดหนี้จนหนีไป” ฉันขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ เหตุผลนี่หรือเปล่าที่พี่รัมไม่ให้ฉันออกไปทำงานหาเงินเรียน แต่ตัวของเขากลับส่งเสียให้ฉันเรียนแทน ความจริงฉันไม่อยากจะคิดร้ายกับพี่รัมนะว่าคนอย่างเขาจะทำงานอะไรได้ แต่ตอนนี้ฉันคงต้องคิดใหม่แล้วล่ะ เงินมากมายที่พี่รัมได้มามันต้องไม่ได้มาดีแน่

“ไม่ต้องห่วงเรื่องเรียน พี่จะส่งเสียเธอเอง รวมถึงค่าใช้จ่าย”

“แต่หนูรบกวนพี่เคียนติ ช่วงนี้หนูปิดเทอมด้วย หนูจะหางานทำ”

“...”

“หนูรู้ว่าสภาพอย่างหนูไปสมัครงานคงไม่มีใครรับ แต่หนูไม่อยากรบกวนพี่เคียนตินี่นา” สายตาของพี่เคียนติทำให้ฉันรู้เลยว่าเขาคิดยังไง นอกจากฉันจะตัวเล็กผอมแห้งแล้ว ฉันยังสายตาสั้นด้วยแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ ถึงได้บอกไงว่าฉันน่ะมันเป็นยัยแห้งไร้เสน่ห์อย่างที่เพื่อนในคณะตั้งฉายาจริงๆ

“พี่ดูแลเธอได้จิน”

“พี่เคียนติ”

“แต่ถ้าเธอจะทำมันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ พี่ห้ามไม่ได้ เพราะนี่มันชีวิตของเธอ... พี่แค่ทำตามที่ไอ้รัมขอร้องเท่านั้น เพราะงั้นเธออยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่ขอให้บอกกันก่อนก็แล้วกัน” ร่างสูงลุกขึ้นเดินเข้าห้องไป แต่เป็นฉันมากกว่าที่นั่งโหวงใจอยู่นิดๆ ถ้าไม่ติดว่าพี่รัมขอร้องไว้ พี่เคียนติคงไม่รับฉันมาอยู่แบบนี้สินะ แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอถึงแม้จะไม่ได้หัวใจ แต่ได้อยู่ใกล้ ได้มองหน้า ก็เกินพอแล้วนี่นา

“หนูรักพี่นะ พี่เคียนติ”

รุ่งขึ้นฉันเลยขออนุญาตพี่เคียนติมาที่มหาลัย บอกตามตรงเลยเมื่อคืนนอนไม่หลับ แค่คิดว่าพี่เคียนตินอนอยู่ห้องตรงข้าม มันก็พาให้ใจสั่นตลอด สำคัญคือแพลนเที่ยวของฉันกับพี่รัมเป็นอันต้องพับเก็บไว้ในซอกลึกของใจ ฮึกๆ เสียใจที่ไม่ได้ไปเที่ยว และเสียใจที่ไอ้พี่บ้าทิ้งให้ฉันโดดเดี่ยวแล้วตัวเองก็หนีไปไหนไม่รู้เนี่ย

“แค่กๆ จริงเหรอจิน ที่ว่าไปอยู่กับพี่เคียนติ”

“อือ”

“แบบนี้ก็ดีน่ะสิ ได้อยู่ใกล้ชิดกันเข้าทางเลย” ไอริชส่งยิ้มหวานให้กับฉัน เพื่อนสาวเพียงคนเดียวที่มีใบหน้าน่ารัก แตกต่างจากฉันโดยสิ้นเชิง ถึงจะตัวเตี้ยกว่าฉันเพราะสูงแค่ 165 ซม. แต่รูปร่างสมส่วน อกเป็นอก เอวเป็นเอว ผมสีดำม่วงปะบ่า โอ๊ย! น่ารักไปหมดทุกอย่าง แถมยังขี้อาย เนี่ยล่ะสเปกของผู้ชายซึ่งไม่ใช่ฉันไง

“ริชก็รู้ว่าพี่เคียนติเป็นคนยังไงนะ”

“รู้ เย็นชา นิ่งเฉย... ไม่รู้ด้วยว่าคิดอะไรอยู่”

“นั่นไง เห็นปะล่ะถึงอยู่ด้วยกัน ก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันนักหรอก” ฉันเขี่ยเค้กในจานอย่างเสียใจพ่นลมออกมาอย่างเบื่อหน่ายในชีวิตสุดๆ “อยากหางานทำด้วย”

“แต่จินไม่ค่อยดีนะ”

“รู้แล้ว ร่างกายมันไม่โอเคกับการทำงาน ไหนจะสายตาสั้นย่ำแย่ หัวก็ไม่ดี ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง!”

“ฉันไม่ได้จะว่าจินแบบนั้นนะ แต่เป็นห่วงนี่นา” ไอริชทำหน้าเศร้าจนฉันส่ายหน้าไปมา “เข้าใจว่าเธอห่วงฉัน แต่ถ้าจะให้พึ่งพาพี่เคียนติแบบนี้ต่อไปโดยไม่รู้ว่าพี่รัมจะมาตอนไหน ฉันคงไม่เอาหรอก”

“งั้นเดี๋ยวฉันลองหางานให้เอาไหม พี่ไอซ์น่าจะรู้จักคนเยอะ เดี๋ยวจะหางานเบาเงินดีให้”

“ขอบใจนะริช” ฉันจับมือของเพื่อนสาวที่ยิ้มให้อย่างเข้าใจ สายตาของฉันมองไปที่ประตูร้านที่เปิดขึ้นพร้อมกับร่างสูงของใครบางคนซึ่งคุ้นตามาก หมอนั่นที่ฉันไม่มีวันลืม

นายซัส!

เขาควงมากับผู้หญิงใหม่ที่ไม่ใช่ยัยก้อย และเขาก็หันมองสบตากับฉันยกยิ้มให้อย่างกวนตีน แต่ฉันก็เบือนหน้าหนี ชิ ใครเขาจะอยากจะไปมองไอ้โรคจิตที่คิดว่าฉันอ่อยเขากันล่ะ

“เฮ้ ยัยแห้ง”

“เอ๋? ระ รู้จักกับจินด้วยเหรอคะ” จู่ๆ เขาก็ทักฉัน แถมยังมองไอริชด้วยสีหน้าตกใจ มองด้วยสายตาแบบกินได้คงกินไอริชไปแล้ว “ชื่ออะไรครับ?”

“เออ ฉันเหรอคะ”

“ไม่ต้องตอบนะ!”

“จะหวงก้างฉันหรือไง ยัยแห้ง บอกแล้วไงฉันไม่เคี้ยวเธอหรอก” ฉันลุกขึ้นเผชิญหน้ากับเขาที่ยักไหล่ “ใครหวงนายไม่ทราบ และฉันก็ไม่ให้เพื่อนฉันรู้จักกับคนอย่างนายหรอก ไอ้โรคจิต!”

“จะ จิน...”

“เดี๋ยวสิ! ฉันจะจีบเพื่อนนะยัยแห้ง นี่!” ซัสคว้าต้นแขนฉันไว้ แต่ฉันกลับบิดออกแต่ทว่าแขนของฉันมันอยู่ในกำมือของเขาน่ะสิ เกลียดตัวเองที่ผอมแห้งจังงะ

“ปล่อยฉันนะไอ้บ้า”

“บอกชื่อเพื่อนเธอมาก่อนสิ”

“บอกเพื่ออะไร? ผู้หญิงของนายยืนอยู่ข้างหลัง ยังจะมาหลีเพื่อนฉันอีกเหรอ ไอ้เจ้าชู้!” ฉันตีแขนเขาเพื่อให้ปล่อย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะสนุกกับการที่ฉันทำร้ายเขา ไอ้บ้านี่ตีแล้วนะ

“ทำอะไรของเธอ นี่ตีแล้วเหรอ เบาชะมัด”

“ปล่อยฉันนะ ฉันเจ็บแขน!”

“เออช่วยปล่อยจินเถอะนะคะ ฉันชื่อไอริชค่ะ”

“ริช! ไปบอกเขาทำไม” จู่ๆ ไอ้บ้านี่ก็ปล่อยแขน ฉันมองต้นแขนขาวที่แดงเถือกเป็นรอยมือ “ไอริช ชื่อน่ารักดี ไว้เจอกันนะครับ ไปนะยัยแห้ง”

“ไปตายซะ!” เขายักไหล่และโอบเอวสาวเดินจากไป ไอริชมองต้นแขนฉันที่เป็นรอยแดงเพราะน้ำมือของเขา “เจ็บไหมอะ?”

“ซวยจริง อย่าได้เจอกันอีกเลย ไอ้โรคจิต!”

ถ้าเจออีก... คราวหน้าจะตบให้รู้สึกเลย คอยดูสิ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รอยรักแรงแค้น
9.1
โชคชะตาชักนำอดีตคนรักให้โคจรมาพบกันอีกวาระหนึ่ง ทว่าการบรรจบกันของเส้นทางชีวิตครั้งนี้มิได้นำมาซึ่งความสุข ชายหนุ่มต้องเผชิญความจริงอันโหดร้ายเมื่อพบว่าหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ ได้กลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของบุรุษอื่นไปแล้ว พันธะสมรสของเธอกลายเป็นกำแพงหนาที่ไม่อาจข้ามผ่าน ความผิดหวังอย่างรุนแรงได้แปรเปลี่ยนความรู้สึกผูกพันอันแสนหวานให้กลายเป็นความโกรธเกลี้ยวและแรงอาฆาตที่ฝังรากลึก นำพาความสัมพันธ์ก้าวเข้าสู่สมรภูมิอารมณ์ เขาต้องสู้กับความขัดแย้งระหว่างรักที่หลงเหลือและไฟแค้นในใจ
หน้าปกนวนิยาย ลุ้นรักน้องรหัส
7.8
เมื่อความประทับใจแรกพบกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่ไม่ง่าย รุ่นพี่หนุ่มจึงต้องเดินหน้าพิชิตใจน้องรหัสสาวที่แสนจะหวาดกลัวและคอยหลบหน้าเขาอยู่เสมอ ท่ามกลางระยะห่างที่เธอก่อตัวขึ้น เขาจะใช้กลยุทธ์ใดเพื่อทลายกำแพงความกลัวและเปลี่ยนสถานะสายรหัสให้กลายเป็นคนรู้ใจ นี่คือเรื่องราวความรักในรั้วมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยความลุ้นระทึกว่าเขาจะสามารถตามจีบเธอสำเร็จหรือไม่ ในขณะที่เธอยังคงพยายามหนีห่างจากเขาแบบสุดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่หา
6.5
ความร้ายกาจของเธอคือเกราะกำบังเมื่อครอบครัวกำลังพังทลาย ทุกอย่างแย่ลงเมื่อชายคนนอกเข้ามาแย่งชิงความไว้วางใจจากทุกคนในบ้าน เธอจึงตั้งตนเป็นศัตรูเพื่อขัดขวางไม่ให้เขาฮุบมรดก เมื่อรู้ว่าชายผู้นี้แอบหลงใหลในตัวเธอ แผนการเอาคืนจึงเริ่มขึ้น เธอใช้เสน่ห์ล่อลวงให้เขาตกหลุมรัก หวังเพียงจะได้เห็นเขาเจ็บปวดทุรนทุราย แต่เกมความรู้สึกนี้กลับตลบหลัง เมื่อบ่วงรักที่เธอถักทอขึ้นเพื่อดักจับเขา กลับมาพันธนาการหัวใจของเธอเองอย่างเงียบเชียบ จนไม่อาจหลุดพ้นจากกับดักที่ตนสร้างขึ้น
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักซาตานเถื่อน
8.8
วิลาสินีตัดสินใจหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เพื่อเลี้ยงดูลูกเพียงลำพังโดยไม่คิดพึ่งพาพ่อของเด็ก หลังจากที่เขาเคยมองข้ามความรักของเธอไปอย่างไม่ใยดี ทว่าเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง ความใกล้ชิดที่แสนหวานกลับทำให้เธอเริ่มหวั่นใจ เธอไม่แน่ใจว่าท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาคือความรักที่แท้จริง หรือเป็นเพียงแผนการอันแยบยลเพื่อทวงสิทธิ์ในตัวทายาทกันแน่ ท่ามกลางความระแวงในใจ เธอจะกล้าเชื่อใจซาตานที่เคยทำร้ายจิตใจเธอได้ลงหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย หนังสือรักเล่มเดิม(ฉบับปรับปรุง)
8.4
ความคลุมเครือในอดีตของเขาเคยสร้างบาดแผลลึกจนเธอต้องเดินจากไป ทว่าเมื่อโชคชะตาพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เขาจึงตั้งมั่นว่าจะทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้หายไปไหนอีก แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดคือเธอกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่มีคนคอยดูแลอยู่ข้างกายอย่างใกล้ชิดเสียแล้ว การกลับมาแก้ไขนิยายรักเล่มเก่าที่เคยจบไม่สวยฉบับนี้จะยังทันเวลาสำหรับเขาหรือไม่ ในเมื่อหัวใจของเธออาจไม่มีที่ว่างให้คนไม่ชัดเจนเช่นเขาอีกต่อไป