ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่

ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่

ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
ตอน
แชร์

ตอน 2

ของโบราณในวิลล่าที่ถูกขนออกไปมีจำนวนมากจนต้องใช้รถบรรทุกถึงสิบกว่าคันเลยทีเดียว

ซ่งชิงอวี่มองวิลล่าที่เกือบจะว่างเปล่า แล้วก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองก็ถูกเก็บกวาดออกไปเช่นกัน

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กปฏิทิน ถึงได้พบว่าหนึ่งวันก่อนที่จะไปจากที่นี่คือวันเกิดของเธอเอง

เพราะทุกครั้งที่เป็นวันสำคัญ หลินชิ่นเสวี่ยจะต้องโทรหาลู่เหยี่ยนจือเสมอ จนซ่งชิงอวี่มักจะ ptsd กับวันสำคัญต่าง ๆ ไปเลย

และก็ลืมวันเกิดนี้เช่นกัน

แต่ขอแค่ไปจากลู่เหยี่ยนจือ เธอก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบคนปกติได้แล้ว

ซ่งชิงอวี่เข้านอนด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยม พอตื่นเช้ามาเธอก็ตรงไปยังเรือนหอของเธอและลู่เหยี่ยนจือ

บ้านหลังนี้นั้น เดิมทีเป็นลู่เหยี่ยนจือออกเงินซื้อทั้งหมด

แต่เธอยืนกรานที่จะขอแชร์ค่าบ้านกับเขาเอง

เพราะเธอคิดว่านี่คือบ้านของพวกเขา ทั้งคู่ต้องทุ่มเทดูแลร่วมกันถึงจะเรียกว่าบ้านได้อย่างเต็มปาก

ดังนั้นต่อให้ตอนนั้นเธอจะไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในมือ เธอก็ยังยอมตัดใจขายเครื่องเคลือบสามสีสมัยราชวงศ์ถังคู่โปรดไป

นั่นมันของหายากที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกเชียวนะ!

ซ่งชิงอวี่กดรหัสผ่าน แต่ตัวล็อกกลับแจ้งว่ารหัสผิด

เธอขมวดคิ้วเบา ๆ

รหัสผ่านนี้เธอเป็นคนตั้งเองกับมือ

ซึ่งมันคือวันเกิดของเธอกับลู่เหยี่ยนจือ

ไม่มีทางผิดแน่นอน

“ใครน่ะ?” จู่ ๆ ก็มีเสียงของผู้หญิงวัยกลางคนดังมาจากในบ้าน จากนั้นอีกฝ่ายก็ยื่นหน้าออกมาจากหลังประตูด้วยความสงสัย

ซ่งชิงอวี่ถามอย่างระแวดระวังว่า “คุณเป็นใคร?”

หญิงวัยกลางคนพูดว่า “แล้วคุณเป็นใครล่ะ?”

ซ่งชิงอวี่ผลักผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นออกไป จากนั้นเธอก็เห็นหลินชิ่นเสวี่ยในชุดนอนเดินออกมาจากห้องนอน

หลินชิ่นเสวี่ยมาอยู่ในเรือนหอของเธองั้นเหรอ!

เธอโกรธจนแทบอยากจะหัวเราะออกมา จากนั้นก็พูดว่า “ใครอนุญาตให้เธอย้ายเข้ามา?”

แม้จะเห็นว่าเป็นซ่งชิงอวี่ หลินชิ่นเสวี่ยก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจเลยสักนิด

ที่เธอจงใจย้ายมาที่นี่ก็เพราะรู้ว่าบ้านหลังนี้คือเรือนหอของซ่งชิงอวี่กับลู่เหยี่ยนจือ

“พี่เหยี่ยนจือเป็นคนให้ฉันมาอยู่ ซ่งชิงอวี่ นี่คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ในใจพี่เหยี่ยนจือมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นแหละ!”

หลังจากพูดจบ หลินชิ่นเสวี่ยก็รอให้ซ่งชิงอวี่อาละวาดโวยวาย

ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจก็คือ ซ่งชิงอวี่หยิบโทรศัพท์มือถือมาโทรหานิติบุคคลทันทีและพูดว่า “นิติใช่ไหมคะ มีคนแปลกหน้าบุกรุกเข้ามาในบ้านฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต นี่พวกคุณทำงานกันยังไง?”

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ในที่สุดก็มีคนปรากฏตัว

ทว่าไม่ใช่คนจากนิติบุคคล

แต่เป็นลู่เหยี่ยนจือ

ชายหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมา ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นเยือกเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง เมื่อเห็นซ่งชิงอวี่ เขาก็พูดด้วยแววตาที่มีแต่ความรำคาญอย่างเห็นได้ชัดว่า “คุณเอะอะโวยวายอะไรอีก?”

ซ่งชิงอวี่เจ็บจี๊ดราวกับถูกบีบที่หัวใจ ลมหายใจเหมือนจะไม่สามารถพ่นออกมาได้

เธอคิดว่าตัวเองจะไม่แคร์แล้วแท้ ๆ

“ที่นี่คือเรือนหอของพวกเรา คุณมีสิทธิ์อะไรถือวิสาสะให้เธอย้ายเข้ามา? !”

บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดจนถึงขีดสุด!

หลินชิ่นเสวี่ยพอใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก

เธอแสร้งสะอึกสะอื้นและเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกด้วยการพูดว่า “พี่เหยี่ยนจือ ขอโทษด้วยนะคะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือเรือนหอของพวกพี่ ฉันจะย้ายออกเดี๋ยวนี้แหละค่ะ..... แค่ก ๆ ...... แค่ก ๆ ......”

เธอพูดพลางกุมหน้าอกไออย่างรุนแรง

ราวกับจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ

ลู่เหยี่ยนจือรีบเข้าไปประคองหลินชิ่นเสวี่ยและพูดว่า “ซ่งชิงอวี่ คุณช่วยมีเหตุผลหน่อยได้ไหม?”

เมื่อเห็นมือของชายหนุ่มวางอยู่บนตัวหลินชิ่นเสวี่ย หัวใจของซ่งชิงอวี่ก็ถูกทิ่มแทงซ้ำอีกครั้ง เธอพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า “ฉันไม่ได้จะให้เธอย้ายออกหรอก ตอนนั้นฉันออกเงินซื้อบ้านหลังนี้ไปครึ่งหนึ่ง

คุณแค่คืนเงินส่วนนั้นเป็นเงินสดให้ฉันก็พอ”

ก่อนหน้านี้เธอยังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะจัดการเรือนหอหลังนี้ยังไงดี

ตอนนี้ดีเลย...... ไม่ต้องกลุ้มใจแล้ว

การที่จู่ ๆ ซ่งชิงอวี่กลายเป็นคนพูดง่ายขึ้นมาคือสิ่งที่ลู่เหยี่ยนจือต้องการอยู่พอดี

แต่ไม่รู้ทำไม เขากลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย เขาพูดว่า “ไม่มีปัญหา หลังจากกลับไปแล้วผมจะให้เสิ่นโจวโอนเงินให้คุณแล้วกัน”

“ได้”

ซ่งชิงอวี่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

ขณะที่มองตามหลังซ่งชิงอวี่ไป ในใจของลู่เหยี่ยนจือพลันเกิดความรู้สึกโหวง ๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง

แต่ไม่นานเขาก็สลัดมันทิ้งไป

ซ่งชิงอวี่รักเขามากขนาดนั้น หากจะมีความรู้สึกน้อยใจบ้างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

เดี๋ยวเธอก็จัดการตัวเองได้เอง

ในบ่ายวันเดียวกันนั้น

ซ่งชิงอวี่ได้รับเงินที่ถูกโอนมาจากลู่เหยี่ยนจือ

เป็นเงินทั้งหมดห้าสิบล้าน

ซึ่งมากกว่าเงินที่เธอเคยจ่ายไปตอนซื้อบ้านถึงสองเท่า

ลู่เหยี่ยนจือไม่มีอะไรดีเลย

ยกเว้นอยู่เรื่องเดียวคือความใจสปอร์ต

จากนั้นก็มีข้อความจากลู่เหยี่ยนจือส่งตามมาติด ๆ ......

พรุ่งนี้ผมไปรับนะ

ไม่ใช่การขอความเห็น แต่คือการแจ้งให้ทราบ

ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ตลอด

มีแค่ประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียว ไม่บอกว่าจะไปทำอะไร หรือไปกับใคร

ลู่เหยี่ยนจือทำราวกับว่าหากพูดกับเธอมากกว่านี้อีกสักคำ ดอกพิกุลจะร่วงออกจากปากเขาอย่างไรอย่างนั้น

ซ่งชิงอวี่ไม่ได้ใส่ใจข้อความนั้น แล้วก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไปและวุ่นกับการเตรียมตัวย้ายออกต่อ

สิบโมงเช้าวันต่อมา รถของลู่เหยี่ยนจือก็มาจอดที่หน้าวิลล่าตรงเวลาเป๊ะ

เมื่อเห็นว่าซ่งชิงอวี่พักอยู่ที่วิลล่าของตัวเอง เขาก็พูดด้วยความแปลกใจว่า “คุณไม่ได้อยู่ที่เชียนเย่ วิลล่าหรอกเหรอ?”

เชียนเย่ วิลล่าคือวิลล่าของลู่เหยี่ยนจือนั่นเอง

เธอคบกับเขาถึงสามปี ถึงจะได้รับสิทธิ์ให้ย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่น

แต่ได้ข่าวว่าคืนแรกที่ลู่เหยี่ยนจือรู้จักกับหลินชิ่นเสวี่ย เขาก็พาเธอเข้าบ้านแล้ว

ความแตกต่างระหว่างรักกับไม่รักมันชัดเจนขนาดนี้เลยสินะ

“อยู่มานานแล้ว เบื่อ” ซ่งชิงอวี่ตอบแบบขอไปที

ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้พูดอะไรอีก ภายในรถจึงตกอยู่ในความเงียบ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็มาจอดนิ่งอยู่ที่หน้าโชว์รูมรถปอร์เช่

แววตาของซ่งชิงอวี่มีความสั่นไหวเล็กน้อย

เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ทางปอร์เช่เพิ่งเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ชื่อว่า......รถปอร์เช่ มิชชั่น เอ็กซ์

ซึ่งเธอชอบมันมาก

ถึงขั้นพูดกรอกหูลู่เหยี่ยนจือทุกวันเลยด้วย!

แต่รถรุ่นนี้ยังไม่มีการผลิตออกมาขายทั่วไป ตอนนี้ทั่วโลกจึงมีเพียงสามคันเท่านั้น

เมื่อสัปดาห์ก่อน โชว์รูมรถแห่งนี้ได้มาหนึ่งคันและก็เป็นข่าวด้วย

หัวใจของซ่งชิงอวี่เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ

เธอลงจากรถเดินตามลู่เหยี่ยนจือเข้าไปในโชว์รูมรถ

ทันทีที่ก้าวเข้าไปเห็นหลินชิ่นเสวี่ยถูกพนักงานรุมล้อมราวกับดวงดาวโอบล้อมดวงจันทร์ อารมณ์ดี ๆ ของซ่งชิงอวี่ก็มลายหายไปทันที

เธอจึงหันหลังเตรียมจะเดินออกไป

แต่หลินชิ่นเสวี่ยกลับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงว่า “พี่เหยี่ยนจือ พี่ชิงอวี่ พวกพี่มาแล้วเหรอคะ!”

“พี่เหยี่ยนจือ ฉันเลือกรถเสร็จแล้วค่ะ เอาคันนี้แหละ ได้ไหมคะ?” หลินชิ่นเสวี่ยชี้นิ้วไปที่รถปอร์เช่ มิชชั่น เอ็กซ์

ลู่เหยี่ยนจือพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเป็นอย่างมากว่า “ถ้าคุณชอบก็ได้หมดนั่นแหละ”

แต่พอหันมาหาซ่งชิงอวี่ เขากลับพูดด้วยแววตาเย็นชาว่า “คุณก็เลือกสักคันสิ”

ซ่งชิงอวี่มองหลินชิ่นเสวี่ยสีหน้าเต็มไปด้วยความได้ใจและยั่วยุ ก่อนจะยกมือชี้ไปที่รถคันเดียวกันพร้อมกับพูดว่า “ฉันก็เอาคันนี้เหมือนกัน”

ลู่เหยี่ยนจือขมวดคิ้วพลางพูดว่า “คุณเลือกคันอื่นเถอะ”

“ฉันจะเอาคันนี้” ซ่งชิงอวี่พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดอย่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายโต้แย้ง

เมื่อเห็นเธอกลับไปเป็นซ่งชิงอวี่ที่ไร้เหตุผลคนเดิม หลินชิ่นเสวี่ยก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย

เธอหันไปมองลู่เหยี่ยนจือ

ซึ่งมันเป็นไปตามที่เธอคาดเลย ลู่เหยี่ยนจือขมวดคิ้วเป็นปมแน่นพลางพูดว่า “ซ่งชิงอวี่ อย่าทำตัวไร้เหตุผลสิ เห็น ๆ กันอยู่ว่าที่นี่มีรถตั้งเยอะแยะ ทำไมคุณถึงไม่เลือกคันอื่นล่ะ?”

ซ่งชิงอวี่พึมพำเบา ๆ ว่า “นั่นสินะ ทำไมฉันถึงไม่เลือกคันใหม่?”

หลังจากพูดจบ เธอก็เงยหน้ายิ้มอย่างสดใสพร้อมกับพูดว่า “ฉันล้อคุณเล่นน่ะ ฉันจะไปแย่งรถกับสุดที่รักของคุณได้ยังไงล่ะ ฉันเอาคันนี้แล้วกัน......”

เมื่อมองไปทางที่ซ่งชิงอวี่ชี้นิ้วไป หลินชิ่นเสวี่ยก็หน้าซีดเผือดทันที

ปอร์เช่ เก้าหนึ่งเก้า!

ราคาเริ่มต้นก็ห้าร้อยล้านแล้ว!!!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ฉันเปิดเผยว่าสามีนอกใจในงานวิวาห์
8.5
มัตเตโอ โรมาโน่ คู่หมั้นของฉันทรยศด้วยการนอกใจ คลาร่าชู้รักของเขาส่งคลิปที่พวกเขากอดจูบกันมาเยาะเย้ย พร้อมเสียงเชียร์จากเพื่อนและครอบครัวของเขาที่ยอมรับเพียงเธอเป็นสะใภ้ ท่ามกลางความเจ็บปวดฉันตัดสินใจติดต่อพ่อที่เป็นผู้นำมาเฟียเพื่อเตรียมแผนแฉผ่านไลฟ์สดในงานวิวาห์ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือฉันต้องกลับอิตาลีเพื่อก้าวขึ้นเป็นราชินีผู้ทรงอิทธิพลแห่งกลุ่มบรูคส์แทนที่การเป็นเพียงเจ้าสาวที่ถูกสวมเขา
หน้าปกนวนิยาย คู่หมายร้ายรัก
7.9
เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง ******************** เพียะ! ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้ “คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น “แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่ นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย “ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง แควก! มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!” คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา “มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักซาตานร้าย
8.9
หลังสูญเสียครอบครัว หญิงสาวสุดเฉิ่มที่เพิ่งกลายเป็นเศรษฐีนีจากการถูกหวยรางวัลใหญ่ตัดสินใจทำตามความฝันพิสดารคือการมีลูกโดยไม่ต้องการสามี เพราะบาดแผลใจจากความล้มเหลวของแม่ทำให้เธอเชื่อว่าเงินที่มีสามารถเลี้ยงลูกเพียงลำพังได้ เป้าหมายของเธอคือมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อโปรไฟล์เพอร์เฟกต์ที่มีความฉลาดเหนือกว่าเธอหลายเท่าตัว เธอจึงเริ่มแผนการคว้าตัวเขามาเป็นพ่อพันธุ์เพื่อให้ลูกได้รับพันธุกรรมที่ดีที่สุด ท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในชีวิตของเธอ
หน้าปกนวนิยาย มิปองรัก
9.0
ปอไหมในวัยยี่สิบสองตกหลุมรักราชันย์ ชายวัยสี่สิบผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ แม้เขาจะมองว่าเธอเป็นเพียงเด็กแก่แดดที่ไว้ใจไม่ได้และตีราคาความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยเงินตรา แต่ความเร่าร้อนที่เขาโอบกอดกลับทำให้เธอถอนตัวไม่ขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งในใจและสถานะอันไม่เหมาะสม ปอไหมพยายามพิสูจน์ความรู้สึกที่มีต่อเขา แม้ราชันย์จะตราหน้าว่าเธอเป็นมืออาชีพที่หวังเพียงผลประโยชน์ แต่เธอกลับยอมเสี่ยงเล่นกับไฟเพียงเพราะคำว่ารักที่เกิดขึ้นในใจอย่างไม่อาจห้ามได้
หน้าปกนวนิยาย เลขาหน้าหวาน กับ ท่านประธานคลั่งรัก (Mpreg)
7.9
เวทานนท์ ประธานหนุ่มโปรไฟล์ดีเพิ่งจบจากเมืองนอก มั่นใจว่าเลขาอย่างนวพรรษไม่ใช่สเปคที่เขาจะตกหลุมรักได้เลย เพราะนอกจากจะปากร้ายใส่เจ้านายแล้ว ยังขยันโปรยเสน่ห์ยิ้มหวานให้คนอื่นไปทั่ว ยกเว้นเขาเพียงคนเดียว ทางด้านนวพรรษ เลขาหนุ่มสุดฮอตสไตล์โอปป้าที่มีแฟนคลับล้นหลาม ก็มองว่าเจ้านายตัวเองนิสัยแย่สวนทางกับรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาจนน่าปวดหัว ทว่าท่ามกลางความไม่ลงรอยกันของทั้งคู่ กลับมีความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นความรักที่ยากจะถอนตัว