
ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
ตอน 2
ของโบราณในวิลล่าที่ถูกขนออกไปมีจำนวนมากจนต้องใช้รถบรรทุกถึงสิบกว่าคันเลยทีเดียว
ซ่งชิงอวี่มองวิลล่าที่เกือบจะว่างเปล่า แล้วก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองก็ถูกเก็บกวาดออกไปเช่นกัน
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กปฏิทิน ถึงได้พบว่าหนึ่งวันก่อนที่จะไปจากที่นี่คือวันเกิดของเธอเอง
เพราะทุกครั้งที่เป็นวันสำคัญ หลินชิ่นเสวี่ยจะต้องโทรหาลู่เหยี่ยนจือเสมอ จนซ่งชิงอวี่มักจะ ptsd กับวันสำคัญต่าง ๆ ไปเลย
และก็ลืมวันเกิดนี้เช่นกัน
แต่ขอแค่ไปจากลู่เหยี่ยนจือ เธอก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบคนปกติได้แล้ว
ซ่งชิงอวี่เข้านอนด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยม พอตื่นเช้ามาเธอก็ตรงไปยังเรือนหอของเธอและลู่เหยี่ยนจือ
บ้านหลังนี้นั้น เดิมทีเป็นลู่เหยี่ยนจือออกเงินซื้อทั้งหมด
แต่เธอยืนกรานที่จะขอแชร์ค่าบ้านกับเขาเอง
เพราะเธอคิดว่านี่คือบ้านของพวกเขา ทั้งคู่ต้องทุ่มเทดูแลร่วมกันถึงจะเรียกว่าบ้านได้อย่างเต็มปาก
ดังนั้นต่อให้ตอนนั้นเธอจะไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในมือ เธอก็ยังยอมตัดใจขายเครื่องเคลือบสามสีสมัยราชวงศ์ถังคู่โปรดไป
นั่นมันของหายากที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกเชียวนะ!
ซ่งชิงอวี่กดรหัสผ่าน แต่ตัวล็อกกลับแจ้งว่ารหัสผิด
เธอขมวดคิ้วเบา ๆ
รหัสผ่านนี้เธอเป็นคนตั้งเองกับมือ
ซึ่งมันคือวันเกิดของเธอกับลู่เหยี่ยนจือ
ไม่มีทางผิดแน่นอน
“ใครน่ะ?” จู่ ๆ ก็มีเสียงของผู้หญิงวัยกลางคนดังมาจากในบ้าน จากนั้นอีกฝ่ายก็ยื่นหน้าออกมาจากหลังประตูด้วยความสงสัย
ซ่งชิงอวี่ถามอย่างระแวดระวังว่า “คุณเป็นใคร?”
หญิงวัยกลางคนพูดว่า “แล้วคุณเป็นใครล่ะ?”
ซ่งชิงอวี่ผลักผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นออกไป จากนั้นเธอก็เห็นหลินชิ่นเสวี่ยในชุดนอนเดินออกมาจากห้องนอน
หลินชิ่นเสวี่ยมาอยู่ในเรือนหอของเธองั้นเหรอ!
เธอโกรธจนแทบอยากจะหัวเราะออกมา จากนั้นก็พูดว่า “ใครอนุญาตให้เธอย้ายเข้ามา?”
แม้จะเห็นว่าเป็นซ่งชิงอวี่ หลินชิ่นเสวี่ยก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจเลยสักนิด
ที่เธอจงใจย้ายมาที่นี่ก็เพราะรู้ว่าบ้านหลังนี้คือเรือนหอของซ่งชิงอวี่กับลู่เหยี่ยนจือ
“พี่เหยี่ยนจือเป็นคนให้ฉันมาอยู่ ซ่งชิงอวี่ นี่คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ในใจพี่เหยี่ยนจือมีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นแหละ!”
หลังจากพูดจบ หลินชิ่นเสวี่ยก็รอให้ซ่งชิงอวี่อาละวาดโวยวาย
ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจก็คือ ซ่งชิงอวี่หยิบโทรศัพท์มือถือมาโทรหานิติบุคคลทันทีและพูดว่า “นิติใช่ไหมคะ มีคนแปลกหน้าบุกรุกเข้ามาในบ้านฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต นี่พวกคุณทำงานกันยังไง?”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ในที่สุดก็มีคนปรากฏตัว
ทว่าไม่ใช่คนจากนิติบุคคล
แต่เป็นลู่เหยี่ยนจือ
ชายหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมา ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นเยือกเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง เมื่อเห็นซ่งชิงอวี่ เขาก็พูดด้วยแววตาที่มีแต่ความรำคาญอย่างเห็นได้ชัดว่า “คุณเอะอะโวยวายอะไรอีก?”
ซ่งชิงอวี่เจ็บจี๊ดราวกับถูกบีบที่หัวใจ ลมหายใจเหมือนจะไม่สามารถพ่นออกมาได้
เธอคิดว่าตัวเองจะไม่แคร์แล้วแท้ ๆ
“ที่นี่คือเรือนหอของพวกเรา คุณมีสิทธิ์อะไรถือวิสาสะให้เธอย้ายเข้ามา? !”
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดจนถึงขีดสุด!
หลินชิ่นเสวี่ยพอใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก
เธอแสร้งสะอึกสะอื้นและเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกด้วยการพูดว่า “พี่เหยี่ยนจือ ขอโทษด้วยนะคะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือเรือนหอของพวกพี่ ฉันจะย้ายออกเดี๋ยวนี้แหละค่ะ..... แค่ก ๆ ...... แค่ก ๆ ......”
เธอพูดพลางกุมหน้าอกไออย่างรุนแรง
ราวกับจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ
ลู่เหยี่ยนจือรีบเข้าไปประคองหลินชิ่นเสวี่ยและพูดว่า “ซ่งชิงอวี่ คุณช่วยมีเหตุผลหน่อยได้ไหม?”
เมื่อเห็นมือของชายหนุ่มวางอยู่บนตัวหลินชิ่นเสวี่ย หัวใจของซ่งชิงอวี่ก็ถูกทิ่มแทงซ้ำอีกครั้ง เธอพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า “ฉันไม่ได้จะให้เธอย้ายออกหรอก ตอนนั้นฉันออกเงินซื้อบ้านหลังนี้ไปครึ่งหนึ่ง
คุณแค่คืนเงินส่วนนั้นเป็นเงินสดให้ฉันก็พอ”
ก่อนหน้านี้เธอยังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะจัดการเรือนหอหลังนี้ยังไงดี
ตอนนี้ดีเลย...... ไม่ต้องกลุ้มใจแล้ว
การที่จู่ ๆ ซ่งชิงอวี่กลายเป็นคนพูดง่ายขึ้นมาคือสิ่งที่ลู่เหยี่ยนจือต้องการอยู่พอดี
แต่ไม่รู้ทำไม เขากลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย เขาพูดว่า “ไม่มีปัญหา หลังจากกลับไปแล้วผมจะให้เสิ่นโจวโอนเงินให้คุณแล้วกัน”
“ได้”
ซ่งชิงอวี่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
ขณะที่มองตามหลังซ่งชิงอวี่ไป ในใจของลู่เหยี่ยนจือพลันเกิดความรู้สึกโหวง ๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง
แต่ไม่นานเขาก็สลัดมันทิ้งไป
ซ่งชิงอวี่รักเขามากขนาดนั้น หากจะมีความรู้สึกน้อยใจบ้างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เดี๋ยวเธอก็จัดการตัวเองได้เอง
ในบ่ายวันเดียวกันนั้น
ซ่งชิงอวี่ได้รับเงินที่ถูกโอนมาจากลู่เหยี่ยนจือ
เป็นเงินทั้งหมดห้าสิบล้าน
ซึ่งมากกว่าเงินที่เธอเคยจ่ายไปตอนซื้อบ้านถึงสองเท่า
ลู่เหยี่ยนจือไม่มีอะไรดีเลย
ยกเว้นอยู่เรื่องเดียวคือความใจสปอร์ต
จากนั้นก็มีข้อความจากลู่เหยี่ยนจือส่งตามมาติด ๆ ......
พรุ่งนี้ผมไปรับนะ
ไม่ใช่การขอความเห็น แต่คือการแจ้งให้ทราบ
ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ตลอด
มีแค่ประโยคสั้น ๆ ประโยคเดียว ไม่บอกว่าจะไปทำอะไร หรือไปกับใคร
ลู่เหยี่ยนจือทำราวกับว่าหากพูดกับเธอมากกว่านี้อีกสักคำ ดอกพิกุลจะร่วงออกจากปากเขาอย่างไรอย่างนั้น
ซ่งชิงอวี่ไม่ได้ใส่ใจข้อความนั้น แล้วก็โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไปและวุ่นกับการเตรียมตัวย้ายออกต่อ
สิบโมงเช้าวันต่อมา รถของลู่เหยี่ยนจือก็มาจอดที่หน้าวิลล่าตรงเวลาเป๊ะ
เมื่อเห็นว่าซ่งชิงอวี่พักอยู่ที่วิลล่าของตัวเอง เขาก็พูดด้วยความแปลกใจว่า “คุณไม่ได้อยู่ที่เชียนเย่ วิลล่าหรอกเหรอ?”
เชียนเย่ วิลล่าคือวิลล่าของลู่เหยี่ยนจือนั่นเอง
เธอคบกับเขาถึงสามปี ถึงจะได้รับสิทธิ์ให้ย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่น
แต่ได้ข่าวว่าคืนแรกที่ลู่เหยี่ยนจือรู้จักกับหลินชิ่นเสวี่ย เขาก็พาเธอเข้าบ้านแล้ว
ความแตกต่างระหว่างรักกับไม่รักมันชัดเจนขนาดนี้เลยสินะ
“อยู่มานานแล้ว เบื่อ” ซ่งชิงอวี่ตอบแบบขอไปที
ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้พูดอะไรอีก ภายในรถจึงตกอยู่ในความเงียบ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็มาจอดนิ่งอยู่ที่หน้าโชว์รูมรถปอร์เช่
แววตาของซ่งชิงอวี่มีความสั่นไหวเล็กน้อย
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ทางปอร์เช่เพิ่งเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ชื่อว่า......รถปอร์เช่ มิชชั่น เอ็กซ์
ซึ่งเธอชอบมันมาก
ถึงขั้นพูดกรอกหูลู่เหยี่ยนจือทุกวันเลยด้วย!
แต่รถรุ่นนี้ยังไม่มีการผลิตออกมาขายทั่วไป ตอนนี้ทั่วโลกจึงมีเพียงสามคันเท่านั้น
เมื่อสัปดาห์ก่อน โชว์รูมรถแห่งนี้ได้มาหนึ่งคันและก็เป็นข่าวด้วย
หัวใจของซ่งชิงอวี่เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
เธอลงจากรถเดินตามลู่เหยี่ยนจือเข้าไปในโชว์รูมรถ
ทันทีที่ก้าวเข้าไปเห็นหลินชิ่นเสวี่ยถูกพนักงานรุมล้อมราวกับดวงดาวโอบล้อมดวงจันทร์ อารมณ์ดี ๆ ของซ่งชิงอวี่ก็มลายหายไปทันที
เธอจึงหันหลังเตรียมจะเดินออกไป
แต่หลินชิ่นเสวี่ยกลับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงว่า “พี่เหยี่ยนจือ พี่ชิงอวี่ พวกพี่มาแล้วเหรอคะ!”
“พี่เหยี่ยนจือ ฉันเลือกรถเสร็จแล้วค่ะ เอาคันนี้แหละ ได้ไหมคะ?” หลินชิ่นเสวี่ยชี้นิ้วไปที่รถปอร์เช่ มิชชั่น เอ็กซ์
ลู่เหยี่ยนจือพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเป็นอย่างมากว่า “ถ้าคุณชอบก็ได้หมดนั่นแหละ”
แต่พอหันมาหาซ่งชิงอวี่ เขากลับพูดด้วยแววตาเย็นชาว่า “คุณก็เลือกสักคันสิ”
ซ่งชิงอวี่มองหลินชิ่นเสวี่ยสีหน้าเต็มไปด้วยความได้ใจและยั่วยุ ก่อนจะยกมือชี้ไปที่รถคันเดียวกันพร้อมกับพูดว่า “ฉันก็เอาคันนี้เหมือนกัน”
ลู่เหยี่ยนจือขมวดคิ้วพลางพูดว่า “คุณเลือกคันอื่นเถอะ”
“ฉันจะเอาคันนี้” ซ่งชิงอวี่พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดอย่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายโต้แย้ง
เมื่อเห็นเธอกลับไปเป็นซ่งชิงอวี่ที่ไร้เหตุผลคนเดิม หลินชิ่นเสวี่ยก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เธอหันไปมองลู่เหยี่ยนจือ
ซึ่งมันเป็นไปตามที่เธอคาดเลย ลู่เหยี่ยนจือขมวดคิ้วเป็นปมแน่นพลางพูดว่า “ซ่งชิงอวี่ อย่าทำตัวไร้เหตุผลสิ เห็น ๆ กันอยู่ว่าที่นี่มีรถตั้งเยอะแยะ ทำไมคุณถึงไม่เลือกคันอื่นล่ะ?”
ซ่งชิงอวี่พึมพำเบา ๆ ว่า “นั่นสินะ ทำไมฉันถึงไม่เลือกคันใหม่?”
หลังจากพูดจบ เธอก็เงยหน้ายิ้มอย่างสดใสพร้อมกับพูดว่า “ฉันล้อคุณเล่นน่ะ ฉันจะไปแย่งรถกับสุดที่รักของคุณได้ยังไงล่ะ ฉันเอาคันนี้แล้วกัน......”
เมื่อมองไปทางที่ซ่งชิงอวี่ชี้นิ้วไป หลินชิ่นเสวี่ยก็หน้าซีดเผือดทันที
ปอร์เช่ เก้าหนึ่งเก้า!
ราคาเริ่มต้นก็ห้าร้อยล้านแล้ว!!!
คุณอาจจะชอบ





