
ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
ตอน 3
“คุณนาย!” เมื่อเห็นหลินชิ่นเสวี่ยเป็นลมล้มพับไป ผู้จัดการก็อุทานเสียงหลง
วินาทีต่อมา มีคนคนหนึ่งพุ่งเข้าไปหาหลินชิ่นเสวี่ยเร็วกว่าผู้จัดการ แล้วก็ช้อนตัวเธออุ้มขึ้นมาและรีบออกไปอย่างรวดเร็ว
คนที่รูปร่างสูงใหญ่ผึ่งผายคนนั้น หากไม่ใช่ลู่เหยี่ยนจือแล้วจะเป็นใครได้อีก
ซ่งชิงอวี่กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
ลู่เหยี่ยนจือขับรถออกไปแล้ว เธอจึงต้องเรียกแท็กซี่กลับเอง
แต่ละแวกโชว์รูมรถนั้นหาแท็กซี่ยากมาก
ซ่งชิงอวี่ต้องเดินบนรองเท้าส้นสูงอยู่นานร่วมชั่วโมง กว่าจะมีคนขับยอมกดรับงาน
พอขึ้นรถมาเธอก็มองดูเท้าที่ขึ้นตุ่มพอง
พลางถอนหายใจออกมา
โชคดีที่คราวนี้เจ็บแค่เท้า ไม่ได้เจ็บใจไปด้วย
......
หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่โชว์รูมรถไป ซ่งชิงอวี่ก็ไม่ได้เจอหน้าลู่เหยี่ยนจืออีกหลายวัน
แต่เธอไม่จำเป็นต้องไปสืบหาหรอก
เพราะหลินชิ่นเสวี่ยเป็นฝ่ายมารายงานด้วยตัวเอง
【09:05 วันนี้พี่เหยี่ยนจือป้อนโจ๊กให้ฉันเองกับมือเลยนะ 】
【18:23 นี่คือส้มโอที่พี่เหยี่ยนจือแกะให้ฉัน ดูน่ากินมากเลยเนอะ อยากลองชิมดูไหม คิกคิก แต่ชาตินี้เธอคงไม่มีวันได้กินหรอก 】
ภาพประกอบด้านล่างคือส้มโอที่แกะเสร็จเรียบร้อยแล้ว
【22:35 พี่เหยี่ยนจือนอนอยู่ข้าง ๆ ฉันด้วยแหละ คิกคิก~】
ภาพประกอบด้านล่างคือรูปที่ลู่เหยี่ยนจือเท้าแขนนอนอยู่ข้างเตียงของหลินชิ่นเสวี่ย
“……”
ซ่งชิงอวี่ปรายตามองเพียงแวบเดียว ก่อนจะโยนโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าไป
บางทีคงเป็นเพราะความรู้สึกมันตายด้านไปแล้ว หลายวันมานี้ได้เห็นหลินชิ่นเสวี่ยคอยรายงานกิจวัตรต่าง ๆ ของลู่เหยี่ยนจือให้เธอทราบ เธอจึงแค่รู้สึกเหมือนเห็นตัวตลกกำลังแสดงโชว์ห่วย ๆ ให้ดู
เธอเปิดประตูรถก้าวลงไป แล้วก็เดินเข้าไปในแอลเอส มีเดีย กรุ๊ป
บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทที่เธอร่วมหุ้นทำกับลู่เหยี่ยนจือ
ตอนแรกที่ทำก็เพื่อให้ตัวเองผูกมัดกับลู่เหยี่ยนจือให้แน่นหนาขึ้น
ลู่เหยี่ยนจือจะได้ไม่บอกเลิกเธอง่าย ๆ
แต่คาดไม่ถึงว่าสุดท้ายมันกลับกลายเป็นพันธนาการที่ผูดมัดเธอไว้ซะเอง
“เธอจะไปจากเมืองอังนา กลับไปจิงตูคนเดียวเหรอ?” รองประธานบริษัทที่ชื่อว่าหลิวอี้หยางมองซ่งชิงอวี่ด้วยความตกใจพลางถามว่า “ลู่เหยี่ยนจือรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”
ซ่งชิงอวี่ตอบว่า “ฉันยังไม่ได้บอกเขาหรอก รบกวนคุณช่วยเก็บเป็นความลับให้ทีนะคะ”
“ได้สิ ได้สิ” หลิวอี้หยางพยักหน้า แต่ก็ยังพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “เธอรักลู่เหยี่ยนจือมากไม่ใช่เหรอ เธอทำใจไปจากเขาได้จริง ๆ เหรอ?”
ซ่งชิงอวี่ตามตื๊อลู่เหยี่ยนจือมาตลอดเจ็ดปีเต็มเชียวนะ!
เรียกได้ว่าเธออุทิศช่วงเวลาวัยสาวที่สวยงามที่สุดให้กับเขาไปหมดแล้ว
“ค่ะ ฉันไม่ต้องการเขาแล้วล่ะ” ซ่งชิงอวี่พูดอย่างนิ่งเฉย “เดี๋ยวพอฉันไปแล้ว ฝากรุ่นพี่จัดการเรื่องการแบ่งหุ้นของบริษัทตามขั้นตอนที่เหลือด้วยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ”
“เธอไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก” หลิวอี้หยางก้มหน้าซ่อนความดีอกดีใจในแววตา จากนั้นก็พูดว่า “เธอคือรุ่นน้องของฉัน ที่ฉันเข้าทำงานที่ LS ได้ก็เพราะเธอเป็นคนแนะนำนะ”
ซ่งชิงอวี่มองหลิวอี้หยางด้วยความซาบซึ้ง
แม้บริษัทนี้จะเป็นของเธอ แต่คนที่ลงมือทำงานจริง ๆ คือหลิวอี้หยางมาโดยตลอด
หากไม่มีหลิวอี้หยาง บริษัทก็คงจะเจ๊งไปนานแล้ว
หลังจากเดินสำรวจบริษัทเป็นรอบสุดท้าย ซ่งชิงอวี่ก็ตัดสินใจจากไปในที่สุด
หลิวอี้หยางเดินลงมาส่งเธอที่ใต้ตึกด้วยตัวเอง จนกระทั่งรถของเธอลับตาไป ถึงได้เก็บสายตาอาลัยอาวรณ์และเดินขึ้นตึกไป
......
ระหว่างทาง
ซ่งชิงอวี่เปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาขีดฆ่ารายการรองสุดท้ายออกจากแอปโน้ต......แบ่งหุ้นบริษัท
จากนั้นเธอก็เลื่อนสายตาไปที่รายการสุดท้าย
......ย้ายออกจากเชียนเย่ วิลล่า
หลังจากย้ายออกจากเชียนเย่ วิลล่าแล้ว เธอกับลู่เหยี่ยนจือก็จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก
ซ่งชิงอวี่ขับรถไปอย่างเงียบ ๆ
จนบรรยากาศระหว่างทางเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อถึงเชียนเย่ วิลล่า เธอก็เดินตรงขึ้นไปชั้นสองทันที
พอคนรับใช้ในบ้านเห็นซ่งชิงอวี่เดินเข้ามา พวกเขาก็ทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ ไม่มีใครเข้ามาทักทายเธอเลยสักคน
เพราะพวกเขารู้ดีว่าลู่เหยี่ยนจือไม่ได้รักเธอเลยแม้แต่น้อย
ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามา ลู่เหยี่ยนจือก็แทบไม่กลับบ้านอีก
ซ่งชิงอวี่เข้าไปในห้องนอนแขก
เธอและลู่เหยี่ยนจือนอนแยกห้องกัน
ในตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์ดังต่าง ๆ
ซึ่งทั้งหมดนี้ลู่เหยี่ยนจือเป็นคนให้
แต่ซ่งชิงอวี่ไม่ได้สนใจเลย
เธอก้มไปหยิบกระเป๋าเดินทางออกมา
ขณะที่เธอกำลังจัดของอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงแตรรถดังมาจากชั้นล่าง
“คุณลู่......”
“คุณลู่......”
“คุณลู่......”
เสียงทักทายด้วยความเคารพดังต่อ ๆ กันมาตั้งแต่หน้าประตู
ลู่เหยี่ยนจือกลับมาแล้ว
ซ่งชิงอวี่รีบยัดกระเป๋าเดินทางกลับเข้าไปที่เดิม
เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอกำลังจะไป
ทันทีที่ยัดกระเป๋าเข้าที่เสร็จ เธอก็เงยหน้าขึ้นมาและเห็นคนตัวสูงใหญ่ยืนอยู่ที่หน้าประตูพอดี
แม้แววตาของชายหนุ่มจะดูอ่อนล้า แต่ใบหน้าที่หล่อเหลาภายใต้แสงไฟสีนวลตรงทางเดินกลับดูมีมิติและสมบูรณ์แบบราวกับผลงานศิลปะ
ซ่งชิงอวี่หายใจติดขัดไปชั่วขณะ
“คุณทำอะไรอยู่เหรอ?” ลู่เหยี่ยนจือจ้องเขม็งราวกับจะมองเธอให้ทะลุ
ซ่งชิงอวี่เอาตัวบังกระเป๋าเดินทางเอาไว้ แล้วก็พูดว่า “หาของน่ะ”
ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้สงสัยอะไรและเดินเข้ามาข้างใน
“สองวันมานี้ผมยุ่งมากเลย เมื่อกี้เช็กกับเสิ่นโจวมาว่าวันที่สิบเก้าไม่มีงานอะไร วันนั้นเราไปจดทะเบียนสมรสกันนะ!”
เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นเชิงแจ้งให้ทราบเหมือนเดิม
ซ่งชิงอวี่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและพูดว่า “วันที่สิบเก้าคือวันเกิดฉัน”
เธอจับสังเกตได้ว่าในแววตาของลู่เหยี่ยนจือมีความตกตะลึงฉายออกมาแวบหนึ่ง
“วันนั้นฉันมีนัดแล้ว”
“คุณไม่เคยฉลองวันเกิดเลยไม่ใช่เหรอ?”
แค่ไม่ได้ฉลองกับคุณต่างหาก
แต่ซ่งชิงอวี่ไม่ได้พูดประโยคดังกล่าวออกมา
“งั้นก็เปลี่ยนเป็นวันอื่นแล้วกัน” ลู่เหยี่ยนจือดึงเนกไทออกและเดินเข้าห้องน้ำไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับไอน้ำที่เกาะอยู่ตามตัว
บนตัวของเขามีผ้าเช็ดตัวพันไว้อยู่แค่ผืนเดียว
หยดน้ำไหลผ่านกล้ามหน้าอกลงไปยังกล้ามหน้าท้องทั้งแปดมัด
ลอนกล้ามเหล่านั้นเคยทำให้ซ่งชิงอวี่กรีดร้องแทบคลั่ง ทว่าตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่ามันจืดชืดไร้รสชาติ
เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นซ่งชิงอวี่เอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือ
คิ้วสวย ๆ ของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เมื่อก่อนแค่เขาโชว์กล้าม ซ่งชิงอวี่ก็รีบวิ่งเข้ามาคลอเคลียแล้ว
“นอน” ลู่เหยี่ยนจือปิดไฟ
ซ่งชิงอวี่ยืนขึ้นในความมืดและพูดว่า “ฉันควรจะกลับห้องแล้ว”
ลู่เหยี่ยนจือขมวดคิ้วพลางมองประตูที่ถูกเปิดออกและปิดลง
จากนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืดอีกครั้ง
ในใจของเขารู้สึกโหวง ๆ อย่างบอกไม่ถูก
แต่ไม่นานเขาก็สลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป
ไม่หรอก
ไม่มีเรื่องอะไรหรอก
......
วันเวลาที่เหลือหลังจากนั้น ซ่งชิงอวี่ก็ไม่ได้เจอลู่เหยี่ยนจืออีกเลย
เธอได้ยินหลิวอี้หยางบอกว่าเหมือนเขาจะไปทำงานนอกสถานที่
เพราะหลิวอี้หยางก็ติดต่อเขาไม่ได้เช่นกัน
เมื่อก่อนสำหรับซ่งชิงอวี่แล้ว เรื่องนี้นับว่าเป็นข่าวร้ายสุด ๆ
แต่ตอนนี้มันกลับเป็นข่าวดีระดับฟ้าประทานเลยทีเดียว
เพราะเธอจะได้ถือโอกาสตอนที่เขาไม่อยู่ เข้าไปเก็บของที่เชียนเย่ วิลล่า
ของของเธอที่อยู่ที่นั่นมีไม่มากเท่าไหร่
ส่วนใหญ่จะเป็นของที่เธอซื้อให้ลู่เหยี่ยนจือซะมากกว่า
ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาคู่ เสื้อผ้า ตุ๊กตาหมี......
แต่เพราะลู่เหยี่ยนจือมองว่ามันดูเหมือนเด็กน้อยเกินไป ของพวกนี้จึงถูกยัดไว้ตรงมุมที่ลึกที่สุดของตู้เสื้อผ้า
เธอหยิบของขวัญออกมาทีละชิ้นยัดใส่ลงในกระเป๋าเดินทาง
แล้วก็ลากกระเป๋าที่มีของอัดแน่นอยู่ในนั้นออกจากเชียนเย่ วิลล่าไป
แม้จะมีคนรับใช้มาเห็นเข้า แต่อีกฝ่ายก็นึกว่าเธอแค่ไปทำงานนอกสถานที่จึงไม่ได้ถามอะไร
พริบตาเดียวเวลาก็ล่วงเลยผ่านมาจนถึงวันที่สิบเก้า
ซ่งชิงอวี่จัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
เหลือเพียงรอให้ถึงวันที่ยี่สิบและไปจากเมืองนี้
ตกกลางคืน
ซ่งชิงอวี่ไปร้านเค้กใจกลางเมืองเพียงลำพัง จากนั้นก็หาที่นั่งในสวนสาธารณะและค่อย ๆ กินเค้กก้อนเล็ก ๆ นั่นคนเดียว
เค้กหวานมาก
แถมเธอก็ไม่ต้องมานั่งกังวลแล้วว่าลู่เหยี่ยนจือจะทิ้งเธอไปกลางคัน
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิดพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ทันใดนั้นเอง......
ได้มีเสียงพลุระเบิดดังปังขึ้นมา
พลุหลากสีสันระเบิดกระจายเต็มท้องฟ้า ส่องแสงแข่งกันจนท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนจนซ่งชิงอวี่เริ่มปวดคอ การแสดงพลุถึงได้จบลงในที่สุด
จากนั้นโทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นเตือนขึ้นมา
ซ่งชิงอวี่หยิบโทรศัพท์มือถือมาดู
มันเป็นข้อความจากลู่เหยี่ยนจือ
【คุณชอบการแสดงพลุหรือเปล่า สุขสันต์วันเกิดนะ! 】
สายตาของซ่งชิงอวี่พร่ามัวในทันที เธอไม่เคยได้รับคำว่าสุขสันต์วันเกิดจากลู่เหยี่ยนจือมาก่อนเลย!
คาดไม่ถึงว่าจะได้รับมันในวันสุดท้ายแบบนี้!
ขณะที่เธอเปิดข้อความและกำลังพิมพ์คำว่าขอบคุณได้สองพยางค์ ก็มีข้อความหนึ่งเด้งแทรกขึ้นมา
มันคือรูปถ่ายรูปหนึ่ง
ที่หลินชิ่นเสวี่ยส่งมา
เมื่อซ่งชิงอวี่กดเปิดดู ก็เห็นว่ามันคือบะหมี่ชามหนึ่ง
【นี่คือบะหมี่ที่พี่เหยี่ยนจือทำให้ฉันเองเลยนะ ได้ยินว่าวันนี้เป็นวันเกิดคุณ ฉันเลยแกล้งขอให้เขาต้มบะหมี่อายุยืนให้ฉันกินน่ะ คิกคิก ฉันมีบะหมี่อายุยืนกิน แต่คุณกลับไม่มี เจ้าของวันเกิดอย่างคุณนี่น่าสงสารจังเลยนะ! 】
น้ำที่คลอเบ้าอยู่ในดวงตาของซ่งชิงอวี่เหือดแห้งไปทันที
เธอกดที่รูปโปรไฟล์วีแชทของลู่เหยี่ยนจือและพิมพ์ลงไปว่า【ฉันอยากกินบะหมี่อายุยืนของคุณน่ะ 】
คุณอาจจะชอบ





