ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่

ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่

ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
ตอน
แชร์

ตอน 3

“คุณนาย!” เมื่อเห็นหลินชิ่นเสวี่ยเป็นลมล้มพับไป ผู้จัดการก็อุทานเสียงหลง

วินาทีต่อมา มีคนคนหนึ่งพุ่งเข้าไปหาหลินชิ่นเสวี่ยเร็วกว่าผู้จัดการ แล้วก็ช้อนตัวเธออุ้มขึ้นมาและรีบออกไปอย่างรวดเร็ว

คนที่รูปร่างสูงใหญ่ผึ่งผายคนนั้น หากไม่ใช่ลู่เหยี่ยนจือแล้วจะเป็นใครได้อีก

ซ่งชิงอวี่กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน

ลู่เหยี่ยนจือขับรถออกไปแล้ว เธอจึงต้องเรียกแท็กซี่กลับเอง

แต่ละแวกโชว์รูมรถนั้นหาแท็กซี่ยากมาก

ซ่งชิงอวี่ต้องเดินบนรองเท้าส้นสูงอยู่นานร่วมชั่วโมง กว่าจะมีคนขับยอมกดรับงาน

พอขึ้นรถมาเธอก็มองดูเท้าที่ขึ้นตุ่มพอง

พลางถอนหายใจออกมา

โชคดีที่คราวนี้เจ็บแค่เท้า ไม่ได้เจ็บใจไปด้วย

......

หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่โชว์รูมรถไป ซ่งชิงอวี่ก็ไม่ได้เจอหน้าลู่เหยี่ยนจืออีกหลายวัน

แต่เธอไม่จำเป็นต้องไปสืบหาหรอก

เพราะหลินชิ่นเสวี่ยเป็นฝ่ายมารายงานด้วยตัวเอง

【09:05 วันนี้พี่เหยี่ยนจือป้อนโจ๊กให้ฉันเองกับมือเลยนะ 】

【18:23 นี่คือส้มโอที่พี่เหยี่ยนจือแกะให้ฉัน ดูน่ากินมากเลยเนอะ อยากลองชิมดูไหม คิกคิก แต่ชาตินี้เธอคงไม่มีวันได้กินหรอก 】

ภาพประกอบด้านล่างคือส้มโอที่แกะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

【22:35 พี่เหยี่ยนจือนอนอยู่ข้าง ๆ ฉันด้วยแหละ คิกคิก~】

ภาพประกอบด้านล่างคือรูปที่ลู่เหยี่ยนจือเท้าแขนนอนอยู่ข้างเตียงของหลินชิ่นเสวี่ย

“……”

ซ่งชิงอวี่ปรายตามองเพียงแวบเดียว ก่อนจะโยนโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าไป

บางทีคงเป็นเพราะความรู้สึกมันตายด้านไปแล้ว หลายวันมานี้ได้เห็นหลินชิ่นเสวี่ยคอยรายงานกิจวัตรต่าง ๆ ของลู่เหยี่ยนจือให้เธอทราบ เธอจึงแค่รู้สึกเหมือนเห็นตัวตลกกำลังแสดงโชว์ห่วย ๆ ให้ดู

เธอเปิดประตูรถก้าวลงไป แล้วก็เดินเข้าไปในแอลเอส มีเดีย กรุ๊ป

บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทที่เธอร่วมหุ้นทำกับลู่เหยี่ยนจือ

ตอนแรกที่ทำก็เพื่อให้ตัวเองผูกมัดกับลู่เหยี่ยนจือให้แน่นหนาขึ้น

ลู่เหยี่ยนจือจะได้ไม่บอกเลิกเธอง่าย ๆ

แต่คาดไม่ถึงว่าสุดท้ายมันกลับกลายเป็นพันธนาการที่ผูดมัดเธอไว้ซะเอง

“เธอจะไปจากเมืองอังนา กลับไปจิงตูคนเดียวเหรอ?” รองประธานบริษัทที่ชื่อว่าหลิวอี้หยางมองซ่งชิงอวี่ด้วยความตกใจพลางถามว่า “ลู่เหยี่ยนจือรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”

ซ่งชิงอวี่ตอบว่า “ฉันยังไม่ได้บอกเขาหรอก รบกวนคุณช่วยเก็บเป็นความลับให้ทีนะคะ”

“ได้สิ ได้สิ” หลิวอี้หยางพยักหน้า แต่ก็ยังพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “เธอรักลู่เหยี่ยนจือมากไม่ใช่เหรอ เธอทำใจไปจากเขาได้จริง ๆ เหรอ?”

ซ่งชิงอวี่ตามตื๊อลู่เหยี่ยนจือมาตลอดเจ็ดปีเต็มเชียวนะ!

เรียกได้ว่าเธออุทิศช่วงเวลาวัยสาวที่สวยงามที่สุดให้กับเขาไปหมดแล้ว

“ค่ะ ฉันไม่ต้องการเขาแล้วล่ะ” ซ่งชิงอวี่พูดอย่างนิ่งเฉย “เดี๋ยวพอฉันไปแล้ว ฝากรุ่นพี่จัดการเรื่องการแบ่งหุ้นของบริษัทตามขั้นตอนที่เหลือด้วยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ”

“เธอไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก” หลิวอี้หยางก้มหน้าซ่อนความดีอกดีใจในแววตา จากนั้นก็พูดว่า “เธอคือรุ่นน้องของฉัน ที่ฉันเข้าทำงานที่ LS ได้ก็เพราะเธอเป็นคนแนะนำนะ”

ซ่งชิงอวี่มองหลิวอี้หยางด้วยความซาบซึ้ง

แม้บริษัทนี้จะเป็นของเธอ แต่คนที่ลงมือทำงานจริง ๆ คือหลิวอี้หยางมาโดยตลอด

หากไม่มีหลิวอี้หยาง บริษัทก็คงจะเจ๊งไปนานแล้ว

หลังจากเดินสำรวจบริษัทเป็นรอบสุดท้าย ซ่งชิงอวี่ก็ตัดสินใจจากไปในที่สุด

หลิวอี้หยางเดินลงมาส่งเธอที่ใต้ตึกด้วยตัวเอง จนกระทั่งรถของเธอลับตาไป ถึงได้เก็บสายตาอาลัยอาวรณ์และเดินขึ้นตึกไป

......

ระหว่างทาง

ซ่งชิงอวี่เปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาขีดฆ่ารายการรองสุดท้ายออกจากแอปโน้ต......แบ่งหุ้นบริษัท

จากนั้นเธอก็เลื่อนสายตาไปที่รายการสุดท้าย

......ย้ายออกจากเชียนเย่ วิลล่า

หลังจากย้ายออกจากเชียนเย่ วิลล่าแล้ว เธอกับลู่เหยี่ยนจือก็จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก

ซ่งชิงอวี่ขับรถไปอย่างเงียบ ๆ

จนบรรยากาศระหว่างทางเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อถึงเชียนเย่ วิลล่า เธอก็เดินตรงขึ้นไปชั้นสองทันที

พอคนรับใช้ในบ้านเห็นซ่งชิงอวี่เดินเข้ามา พวกเขาก็ทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ ไม่มีใครเข้ามาทักทายเธอเลยสักคน

เพราะพวกเขารู้ดีว่าลู่เหยี่ยนจือไม่ได้รักเธอเลยแม้แต่น้อย

ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามา ลู่เหยี่ยนจือก็แทบไม่กลับบ้านอีก

ซ่งชิงอวี่เข้าไปในห้องนอนแขก

เธอและลู่เหยี่ยนจือนอนแยกห้องกัน

ในตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์ดังต่าง ๆ

ซึ่งทั้งหมดนี้ลู่เหยี่ยนจือเป็นคนให้

แต่ซ่งชิงอวี่ไม่ได้สนใจเลย

เธอก้มไปหยิบกระเป๋าเดินทางออกมา

ขณะที่เธอกำลังจัดของอยู่ ทันใดนั้นก็มีเสียงแตรรถดังมาจากชั้นล่าง

“คุณลู่......”

“คุณลู่......”

“คุณลู่......”

เสียงทักทายด้วยความเคารพดังต่อ ๆ กันมาตั้งแต่หน้าประตู

ลู่เหยี่ยนจือกลับมาแล้ว

ซ่งชิงอวี่รีบยัดกระเป๋าเดินทางกลับเข้าไปที่เดิม

เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอกำลังจะไป

ทันทีที่ยัดกระเป๋าเข้าที่เสร็จ เธอก็เงยหน้าขึ้นมาและเห็นคนตัวสูงใหญ่ยืนอยู่ที่หน้าประตูพอดี

แม้แววตาของชายหนุ่มจะดูอ่อนล้า แต่ใบหน้าที่หล่อเหลาภายใต้แสงไฟสีนวลตรงทางเดินกลับดูมีมิติและสมบูรณ์แบบราวกับผลงานศิลปะ

ซ่งชิงอวี่หายใจติดขัดไปชั่วขณะ

“คุณทำอะไรอยู่เหรอ?” ลู่เหยี่ยนจือจ้องเขม็งราวกับจะมองเธอให้ทะลุ

ซ่งชิงอวี่เอาตัวบังกระเป๋าเดินทางเอาไว้ แล้วก็พูดว่า “หาของน่ะ”

ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้สงสัยอะไรและเดินเข้ามาข้างใน

“สองวันมานี้ผมยุ่งมากเลย เมื่อกี้เช็กกับเสิ่นโจวมาว่าวันที่สิบเก้าไม่มีงานอะไร วันนั้นเราไปจดทะเบียนสมรสกันนะ!”

เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นเชิงแจ้งให้ทราบเหมือนเดิม

ซ่งชิงอวี่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและพูดว่า “วันที่สิบเก้าคือวันเกิดฉัน”

เธอจับสังเกตได้ว่าในแววตาของลู่เหยี่ยนจือมีความตกตะลึงฉายออกมาแวบหนึ่ง

“วันนั้นฉันมีนัดแล้ว”

“คุณไม่เคยฉลองวันเกิดเลยไม่ใช่เหรอ?”

แค่ไม่ได้ฉลองกับคุณต่างหาก

แต่ซ่งชิงอวี่ไม่ได้พูดประโยคดังกล่าวออกมา

“งั้นก็เปลี่ยนเป็นวันอื่นแล้วกัน” ลู่เหยี่ยนจือดึงเนกไทออกและเดินเข้าห้องน้ำไป

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับไอน้ำที่เกาะอยู่ตามตัว

บนตัวของเขามีผ้าเช็ดตัวพันไว้อยู่แค่ผืนเดียว

หยดน้ำไหลผ่านกล้ามหน้าอกลงไปยังกล้ามหน้าท้องทั้งแปดมัด

ลอนกล้ามเหล่านั้นเคยทำให้ซ่งชิงอวี่กรีดร้องแทบคลั่ง ทว่าตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่ามันจืดชืดไร้รสชาติ

เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นซ่งชิงอวี่เอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือ

คิ้วสวย ๆ ของเขาก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เมื่อก่อนแค่เขาโชว์กล้าม ซ่งชิงอวี่ก็รีบวิ่งเข้ามาคลอเคลียแล้ว

“นอน” ลู่เหยี่ยนจือปิดไฟ

ซ่งชิงอวี่ยืนขึ้นในความมืดและพูดว่า “ฉันควรจะกลับห้องแล้ว”

ลู่เหยี่ยนจือขมวดคิ้วพลางมองประตูที่ถูกเปิดออกและปิดลง

จากนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืดอีกครั้ง

ในใจของเขารู้สึกโหวง ๆ อย่างบอกไม่ถูก

แต่ไม่นานเขาก็สลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป

ไม่หรอก

ไม่มีเรื่องอะไรหรอก

......

วันเวลาที่เหลือหลังจากนั้น ซ่งชิงอวี่ก็ไม่ได้เจอลู่เหยี่ยนจืออีกเลย

เธอได้ยินหลิวอี้หยางบอกว่าเหมือนเขาจะไปทำงานนอกสถานที่

เพราะหลิวอี้หยางก็ติดต่อเขาไม่ได้เช่นกัน

เมื่อก่อนสำหรับซ่งชิงอวี่แล้ว เรื่องนี้นับว่าเป็นข่าวร้ายสุด ๆ

แต่ตอนนี้มันกลับเป็นข่าวดีระดับฟ้าประทานเลยทีเดียว

เพราะเธอจะได้ถือโอกาสตอนที่เขาไม่อยู่ เข้าไปเก็บของที่เชียนเย่ วิลล่า

ของของเธอที่อยู่ที่นั่นมีไม่มากเท่าไหร่

ส่วนใหญ่จะเป็นของที่เธอซื้อให้ลู่เหยี่ยนจือซะมากกว่า

ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาคู่ เสื้อผ้า ตุ๊กตาหมี......

แต่เพราะลู่เหยี่ยนจือมองว่ามันดูเหมือนเด็กน้อยเกินไป ของพวกนี้จึงถูกยัดไว้ตรงมุมที่ลึกที่สุดของตู้เสื้อผ้า

เธอหยิบของขวัญออกมาทีละชิ้นยัดใส่ลงในกระเป๋าเดินทาง

แล้วก็ลากกระเป๋าที่มีของอัดแน่นอยู่ในนั้นออกจากเชียนเย่ วิลล่าไป

แม้จะมีคนรับใช้มาเห็นเข้า แต่อีกฝ่ายก็นึกว่าเธอแค่ไปทำงานนอกสถานที่จึงไม่ได้ถามอะไร

พริบตาเดียวเวลาก็ล่วงเลยผ่านมาจนถึงวันที่สิบเก้า

ซ่งชิงอวี่จัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

เหลือเพียงรอให้ถึงวันที่ยี่สิบและไปจากเมืองนี้

ตกกลางคืน

ซ่งชิงอวี่ไปร้านเค้กใจกลางเมืองเพียงลำพัง จากนั้นก็หาที่นั่งในสวนสาธารณะและค่อย ๆ กินเค้กก้อนเล็ก ๆ นั่นคนเดียว

เค้กหวานมาก

แถมเธอก็ไม่ต้องมานั่งกังวลแล้วว่าลู่เหยี่ยนจือจะทิ้งเธอไปกลางคัน

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิดพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย

ทันใดนั้นเอง......

ได้มีเสียงพลุระเบิดดังปังขึ้นมา

พลุหลากสีสันระเบิดกระจายเต็มท้องฟ้า ส่องแสงแข่งกันจนท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนจนซ่งชิงอวี่เริ่มปวดคอ การแสดงพลุถึงได้จบลงในที่สุด

จากนั้นโทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นเตือนขึ้นมา

ซ่งชิงอวี่หยิบโทรศัพท์มือถือมาดู

มันเป็นข้อความจากลู่เหยี่ยนจือ

【คุณชอบการแสดงพลุหรือเปล่า สุขสันต์วันเกิดนะ! 】

สายตาของซ่งชิงอวี่พร่ามัวในทันที เธอไม่เคยได้รับคำว่าสุขสันต์วันเกิดจากลู่เหยี่ยนจือมาก่อนเลย!

คาดไม่ถึงว่าจะได้รับมันในวันสุดท้ายแบบนี้!

ขณะที่เธอเปิดข้อความและกำลังพิมพ์คำว่าขอบคุณได้สองพยางค์ ก็มีข้อความหนึ่งเด้งแทรกขึ้นมา

มันคือรูปถ่ายรูปหนึ่ง

ที่หลินชิ่นเสวี่ยส่งมา

เมื่อซ่งชิงอวี่กดเปิดดู ก็เห็นว่ามันคือบะหมี่ชามหนึ่ง

【นี่คือบะหมี่ที่พี่เหยี่ยนจือทำให้ฉันเองเลยนะ ได้ยินว่าวันนี้เป็นวันเกิดคุณ ฉันเลยแกล้งขอให้เขาต้มบะหมี่อายุยืนให้ฉันกินน่ะ คิกคิก ฉันมีบะหมี่อายุยืนกิน แต่คุณกลับไม่มี เจ้าของวันเกิดอย่างคุณนี่น่าสงสารจังเลยนะ! 】

น้ำที่คลอเบ้าอยู่ในดวงตาของซ่งชิงอวี่เหือดแห้งไปทันที

เธอกดที่รูปโปรไฟล์วีแชทของลู่เหยี่ยนจือและพิมพ์ลงไปว่า【ฉันอยากกินบะหมี่อายุยืนของคุณน่ะ 】

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ฉันเปิดเผยว่าสามีนอกใจในงานวิวาห์
8.5
มัตเตโอ โรมาโน่ คู่หมั้นของฉันทรยศด้วยการนอกใจ คลาร่าชู้รักของเขาส่งคลิปที่พวกเขากอดจูบกันมาเยาะเย้ย พร้อมเสียงเชียร์จากเพื่อนและครอบครัวของเขาที่ยอมรับเพียงเธอเป็นสะใภ้ ท่ามกลางความเจ็บปวดฉันตัดสินใจติดต่อพ่อที่เป็นผู้นำมาเฟียเพื่อเตรียมแผนแฉผ่านไลฟ์สดในงานวิวาห์ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือฉันต้องกลับอิตาลีเพื่อก้าวขึ้นเป็นราชินีผู้ทรงอิทธิพลแห่งกลุ่มบรูคส์แทนที่การเป็นเพียงเจ้าสาวที่ถูกสวมเขา
หน้าปกนวนิยาย คู่หมายร้ายรัก
7.9
เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง ******************** เพียะ! ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้ “คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น “แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่ นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย “ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง แควก! มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!” คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา “มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักซาตานร้าย
8.9
หลังสูญเสียครอบครัว หญิงสาวสุดเฉิ่มที่เพิ่งกลายเป็นเศรษฐีนีจากการถูกหวยรางวัลใหญ่ตัดสินใจทำตามความฝันพิสดารคือการมีลูกโดยไม่ต้องการสามี เพราะบาดแผลใจจากความล้มเหลวของแม่ทำให้เธอเชื่อว่าเงินที่มีสามารถเลี้ยงลูกเพียงลำพังได้ เป้าหมายของเธอคือมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อโปรไฟล์เพอร์เฟกต์ที่มีความฉลาดเหนือกว่าเธอหลายเท่าตัว เธอจึงเริ่มแผนการคว้าตัวเขามาเป็นพ่อพันธุ์เพื่อให้ลูกได้รับพันธุกรรมที่ดีที่สุด ท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในชีวิตของเธอ
หน้าปกนวนิยาย มิปองรัก
9.0
ปอไหมในวัยยี่สิบสองตกหลุมรักราชันย์ ชายวัยสี่สิบผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ แม้เขาจะมองว่าเธอเป็นเพียงเด็กแก่แดดที่ไว้ใจไม่ได้และตีราคาความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยเงินตรา แต่ความเร่าร้อนที่เขาโอบกอดกลับทำให้เธอถอนตัวไม่ขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งในใจและสถานะอันไม่เหมาะสม ปอไหมพยายามพิสูจน์ความรู้สึกที่มีต่อเขา แม้ราชันย์จะตราหน้าว่าเธอเป็นมืออาชีพที่หวังเพียงผลประโยชน์ แต่เธอกลับยอมเสี่ยงเล่นกับไฟเพียงเพราะคำว่ารักที่เกิดขึ้นในใจอย่างไม่อาจห้ามได้
หน้าปกนวนิยาย เลขาหน้าหวาน กับ ท่านประธานคลั่งรัก (Mpreg)
7.9
เวทานนท์ ประธานหนุ่มโปรไฟล์ดีเพิ่งจบจากเมืองนอก มั่นใจว่าเลขาอย่างนวพรรษไม่ใช่สเปคที่เขาจะตกหลุมรักได้เลย เพราะนอกจากจะปากร้ายใส่เจ้านายแล้ว ยังขยันโปรยเสน่ห์ยิ้มหวานให้คนอื่นไปทั่ว ยกเว้นเขาเพียงคนเดียว ทางด้านนวพรรษ เลขาหนุ่มสุดฮอตสไตล์โอปป้าที่มีแฟนคลับล้นหลาม ก็มองว่าเจ้านายตัวเองนิสัยแย่สวนทางกับรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาจนน่าปวดหัว ทว่าท่ามกลางความไม่ลงรอยกันของทั้งคู่ กลับมีความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นความรักที่ยากจะถอนตัว