ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่

ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่

ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ขออภัยค่ะ หมายเลขที่คุณเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ โปรดลองใหม่อีกครั้งในภายหลัง......”

หน้าประตูสำนักงานเขตเมืองอังนา ขณะสายลมฤดูใบไม้ร่วงที่เงียบเหงาพัดผ่านไป ซ่งชิงอวี่ในชุดสูทสีเทาสะอาดดูคมเฉียบ ทว่าใบหน้าสวยสดใสกลับเย็นชาราวน้ำค้างแข็ง

เธอกำสมุดทะเบียนบ้านเอาไว้ในมือแน่นจนมันเสียรูปทรงไปหมดแล้ว

วันนี้เป็นวันที่เธอและลู่เหยี่ยนจือแฟนหนุ่มของเธอต้องมาจดทะเบียนสมรสกัน

เธอรอมาทั้งวันแล้ว แต่ลู่เหยี่ยนจือกลับยังไม่โผล่มาสักที

เธอจำไม่ได้แล้วว่า ลู่เหยี่ยนจือผิดนัดไปกี่ครั้งแล้ว

เมื่อกดโทรออกไปหาลู่เหยี่ยนจืออีกครั้งก็ยังคงเป็นเสียงอัตโนมัติที่ไร้วิญญาณดังเดิม

ซ่งชิงอวี่ก้มหน้าลง ทันใดนั้นก็มีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาในโทรศัพท์ของเธอ

CEO ลู่ซื่อ กรุ๊ป ลู่เหยี่ยนจือเดินทางไปรับแฟนสาวที่กลับมาจากต่างประเทศที่สนามบินด้วยตัวเองอย่างเปิดเผย ทั้งสองคนดูหวานกันมาก รักใคร่กันเป็นพิเศษ

เมื่อคลิกเปิดลิงก์ รูปภาพรูปหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมา

ชายหนุ่มสวมชุดสูทสีดำ ท่าทางดูดีมีชาติตระกูล แม้ว่าในรูปถ่ายจะเห็นเพียงใบหน้าด้านข้างของเขา แต่โครงหน้าที่หล่อเหลาก็เพียงพอที่จะดึงดูดใจผู้คนได้

โดยเฉพาะสีหน้าท่าทางอันอ่อนโยนที่แสดงออกมา

ซ่งชิงอวี่ยิ้มอย่างขมขื่น

เธอไม่เคยเห็นลู่เหยี่ยนจืออ่อนโยนขนาดนี้มาก่อนเลย

สมแล้วที่เธอเป็นคนรักในดวงใจที่ลู่เหยี่ยนจือคิดถึงมาโดยตลอด

แค่ผู้หญิงคนนั้นโทรมาสายเดียวก็สามารถทำให้เขาทิ้งเรื่องสำคัญอย่างการจดทะเบียนสมรสไปได้

ทันใดนั้นก็มีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา

【เห็นข่าวในอินเทอร์เน็ตแล้วสินะ ถ้าฉลาดพอ ก็รีบไปจากพี่เหยี่ยนจือซะ 】

ชื่อที่เมมเอาไว้:หลินชิ่นเสวี่ย

คนรักในดวงใจของลู่เหยี่ยนจือ

ซ่งชิงอวี่เลื่อนหน้าจอขึ้นไปสองสามครั้ง แล้วเธอก็เห็นผลตรวจครรภ์ที่หลินชิ่นเสวี่ยส่งมาให้เมื่อไม่กี่วันก่อน

หลินชิ่นเสวี่ยตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์กว่าแล้ว

ชื่อมารดาระบุเอาไว้ว่าเป็นหลินชิ่นเสวี่ย

ส่วนชื่อบิดาก็คือลู่เหยี่ยนจือ

ตอนที่เห็นผลตรวจ เธอไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด

เพราะทุกปีลู่เหยี่ยนจือจะใช้เวลากว่าครึ่งเดินทางไปที่ประเทศฝาริเนีย ซึ่งเป็นที่หลินชิ่นเสวี่ยอาศัยอยู่

ตั้งนานหลายปี ถ้าหลินชิ่นเสวี่ยยังไม่ท้อง เธอคงต้องสงสัยแล้วล่ะว่าลู่เหยี่ยนจือมีปัญหาอะไรในเรื่องนั้นหรือเปล่า

เธอไม่ได้ขอเลิก แต่กลับขอแต่งงานแทน

บางทีอาจเป็นเพราะยังทำใจไม่ได้ล่ะมั้ง

ตอนเธออายุสิบแปดปี ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย ทันทีที่เห็นลู่เหยี่ยนจือ เธอก็ตกหลุมรักเขาอย่างฝังใจ

ทุกคนต่างก็บอกว่า ลู่เหยี่ยนจือคือทายาทของลู่ซื่อ กรุ๊ป เป็นบุคคลที่สูงเกินเอื้อม

แต่เธอกลับดื้อรั้นไม่ยอมฟัง ยังคงพยายามเข้าหาลู่เหยี่ยนจือด้วยความกระตือรือร้นราวกับแมลงเม่าที่บินเข้าหากองไฟไม่มีผิด

ในปีที่สามของการตามจีบลู่เหยี่ยนจือ ในที่สุดเธอก็ประสบความสำเร็จ

แต่เธอกลับไม่มีความสุขเลย

หลังจากสารภาพรักสำเร็จเพียงไม่นาน ลู่เหยี่ยนจือก็รับสายหลินชิ่นเสวี่ย

แล้วเขาก็ทิ้งเธอไว้ตามลำพังท่ามกลางลมหนาว

และตั้งแต่ตอนนั้นมา เธอถึงได้รู้ว่า เหยี่ยนจือมีคนรักในดวงใจ

ซ่งชิงอวี่ถอนหายใจออกมา แล้วก็เปิดฟังก์ชันการโทรขึ้นมาอีกครั้ง

ทว่าคราวนี้เธอกลับไม่ได้โทรไปหาลู่เหยี่ยนจือ แต่กลับโทรไปหา……

ที่บ้านแทน

ปลายสายรับสายอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผู้หญิงในสายจะทันได้พูดอะไร ซ่งชิงอวี่ก็ชิงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนว่า “ฉันตกลงที่จะกลับบ้านไปแต่งงานสานสัมพันธ์แล้ว”

คนที่อยู่ในสายก็คือจางหลานแม่ของซ่งชิงอวี่นั่นเอง พอได้ยินว่าลูกสาวเปลี่ยนใจแล้ว เธอก็รู้สึกแปลกใจมาก “ในที่สุดเธอก็คิดได้แล้วสินะ?”

ซ่งชิงอวี่ตอบกลับไปโดยไม่ลังเลเลยว่า “อื้ม”

แม่ซ่ง:“แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่?”

“วันที่ 20”

หลังจากพูดจบ ซ่งชิงอวี่หยูวางสายไป แล้วก็นั่งรถกลับบ้าน

ตลอดทาง เธอปล่อยให้ความเจ็บปวดในใจแผ่ขยายออกไปเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

เมื่อซ่งชิงอวี่กลับถึงบ้าน เธอที่รู้สึกเหนื่อยล้ามากจึงไปอาบน้ำและล้มตัวนอนบนเตียง

ความจริงเธอสามารถที่จะเดินจากไปได้เลยทันที

แต่ในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา เธอกับลู่เหยี่ยนจือผูกพันกันมาก

เวลาที่เหลืออีกครึ่งเดือน เธอจะต้องเร่งเก็บของและตัดความสัมพันธ์กับลู่เหยี่ยนจือให้เร็วที่สุด

กลางดึก

ขณะที่กำลังหลับซ่งชิงอวี่ก็รู้สึกว่าเตียงยุบตัวลงไป หลังจากนั้นเธอก็ถูกโอบกอดไว้ด้วยอ้อมแขนที่เย็นยะเยือก

เธอขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงผู้ชายที่ทุ้มต่ำน่าหลงใหลพูดขึ้นว่า “ผมขอโทษ”

ในความมืดมิด ซ่งชิงอวี่หลับตาลง ขนตายาว ๆ ของเธอสั่นไหวเล็กน้อย

“พรุ่งนี้เช้าเราไปจดทะเบียนสมรสกันดีไหม?”

วินาทีต่อมา

โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียงก็สว่างขึ้น

อ้อมกอดอันเย็นยะเยือกนั้นหายไปทันที หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงปลอบโยนที่อ่อนโยนของลู่เหยี่ยนจือ “อย่าร้อง ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ……”

ซ่งชิงอวี่ได้ยินเสียงเขากำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ด้านหลัง เธอจึงยิ้มออกมาอย่างเงียบ ๆ ในความมืดมิด

จากนั้น เธอก็เปิดโคมไฟหัวเตียง แล้วก็พูดกับลู่เหยี่ยนจือที่เดินไปถึงหน้าประตูแล้วว่า “เหยี่ยนจือ อย่าไป.......”

ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้หยุดแต่อย่างใด

เขาหันหลังไปเปิดประตู แล้วก็สาวเท้าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

ฟังเสียงฝีเท้า ซ่งชิงอวี่ก็ยกยิ้มมุมปาก หัวเราะออกมาเบา ๆ ทว่าน้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลลงมาจากมุมตาอย่างเงียบ ๆ

วันถัดมา เมื่อซ่งชิงอวี่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าที่บ้านมีคนเพิ่มขึ้นมา

เป็นเสิ่นโจว เลขาของลู่เหยี่ยนจือ

“คุณซ่ง นี่คือของขวัญที่คุณลู่มอบให้คุณครับ”

เสิ่นโจวชี้ไปที่เครื่องประดับแถวหนึ่งบนโต๊ะพลางพูดขึ้น

แต่ที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงคือ ปฏิกิริยาของซ่งชิงอวี่ดูเฉยเมยเป็นอย่างมาก “อื้ม”

แววตาของเสิ่นโจวแสดงความงุนงงออกมา

ทุกครั้งที่ลู่เหยี่ยนจือให้ของขวัญ ซ่งชิงอวี่มักจะดีใจมากเป็นพิเศษ

ท่าทางที่นิ่งเฉยแบบนี้ เขาเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

เสิ่นโจวมีความเป็นมืออาชีพมาก เขาจากไปโดยไม่สอบถามถึงสาเหตุใด ๆ ทั้งนั้น

ซ่งชิงอวี่มองอัญมณีที่เปล่งประกายวิบวับบนโต๊ะโดยไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ออกมา

ของพวกนี้ เสิ่นโจวจะต้องเป็นคนเลือกมาแน่ ๆ

ทุกครั้งที่ลู่เหยี่ยนจือขอโทษ เขามักจะทำอย่างไม่จริงใจแบบนี้แหละ

โชคดีที่เธอไม่ได้คาดหวังอะไรอีกแล้ว

พอไม่ได้คาดหวัง ก็จะไม่เสียใจ

ติ๊ง.....

มีข้อความเด้งขึ้นมา

หลินชิ่นเสวี่ย:【คุณคงได้ของขวัญที่พี่เหยี่ยนจือให้แล้วสินะ คุณควรจะขอบคุณฉันนะ เพราะถ้าฉันไม่เกลี้ยกล่อมให้พี่เหยี่ยนจือส่งของขวัญไปขอโทษคุณ เขาก็คงจะไม่ทำ! 】

ซ่งชิงอวี่กำโทรศัพท์แน่น

เหตุผลที่เธอไม่บล็อกหลินชิ่นเสวี่ เพราะเธอตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากเธอไปจากเมืองอังนาแล้ว เธอจะส่งข้อความพวกนี้ทั้งหมดไปให้ลู่เหยี่ยนจือ

ให้ลู่เหยี่ยนจือได้เห็นกับตาตัวเองไปเลยว่า หลินชิ่นเสวี่ยที่เขาคิดว่าใสซื่อไร้เดียงสานักหนา แท้จริงแล้วลับหลังน่ารังเกียจขนาดไหน

เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง แล้วก็จ้องมองไปที่วิลล่า

วิลล่าหลังนี้เป็นของลู่เหยี่ยนจือ ซ่งชิงอวี่ไม่ได้มีข้าวของอะไรมากมายนัก เธอจึงไม่ได้รีบร้อนที่จะเก็บของ

ประเด็นคือที่นี่เป็นบ้านของเธอ

ในตอนนั้นเธอรักลู่เหยี่ยนจือหัวปักหัวปํา เธอจึงคิดว่าจะตั้งรกรากอยู่ที่เมืองอังนาซึ่งเป็นเมืองที่ลู่เหยี่ยนจืออาศัยอยู่

เวลาที่ซื้อของจึงไม่ได้คิดอะไรมาก

เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นไม่ได้สำคัญเลย ยังสามารถที่จะขายทิ้งได้

แต่สิ่งที่ซ่งชิงอวี่รู้สึกทำใจได้ยากก็คือของโบราณในวิลล่า

อย่างไรก็ตาม เธอต้องไปโรงพยาบาลก่อนที่จะกลับบ้าน

เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอมีอาการปวดท้องและอาเจียนทุกครั้งที่กินอะไรเข้าไป แต่เพื่อจะจดทะเบียนสมรส เธอจึงเลื่อนการตรวจสุขภาพออกไปก่อน

สตาร์ทรถขับไปยังโรงพยาบาล

ก่อนที่ซ่งชิงอวี่จะลงจากรถ เธอก็เห็นว่าที่หน้าประตูของโรงพยาบาลถูกล้อมไปด้วยผู้คนหนาแน่น อีกทั้งยังมีคนตะโกนขึ้นมาอีกว่า “ออกมาแล้ว ออกมากันแล้ว คุณลู่กับแฟนสาวของเขาออกมากันแล้ว!”

ขนตายาว ๆ ของซ่งชิงอวี่สั่นไหว สายตาของเธอจับจ้องไปที่ลู่เหยี่ยนจือที่กำลังปกป้องหลินชิ่นเสวี่ยขณะพาเธอเดินฝ่าวงล้อมภายใต้แสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องอยู่ออกมา

ครั้งที่แล้วเป็นแค่รูปถ่าย

ครั้งนี้เป็นการการถ่ายทอดสดในสถานที่จริง

เธอมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในสายตาที่คมเข้มเย็นชาของลู่เหยี่ยนจือ มีความตึงเครียดและการข่มขู่อยู่

“ถ้าไม่อยากตายก็ไสหัวไปซะ!”

ชายคนนั้นแผ่รังสีที่น่าเกรงขามออกมา

รังสีความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของผู้ที่ทรงอิทธิพลมาโดยกำเนิด ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเงียบกริบทันที

หลังจากเงียบไปนาน ในที่สุดก็มีคนรวบรวมความกล้าถามออกมาไปว่า “คุณลู่คะ ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับคุณเหรอคะ?”

แม้โลกภายนอกจะกำลังคาดเดากันว่า หลินชิ่นเสวี่ยจะต้องเป็นแฟนสาวของลู่เหยี่ยนจือแน่ ๆ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังไม่เคยยืนยันเรื่องนี้จากปากของเขาเองเลย

ทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่ลู่เหยี่ยนจือ

รวมถึงซ่งชิงอวี่ที่นั่งอยู่ในรถด้วย

ลู่เหยี่ยนจือไม่ตอบ แต่กลับใช้นิ้วที่เรียวยาวของเขาบีบคอนักข่าวเอาไว้

ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ถึงกับซู้ดปากเลยทีเดียว

นี่มันกลางวันแสก ๆ นะ!

ลู่เหยี่ยนจือเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?

เขาทำไปเพื่อผู้หญิงคนเดียวเนี่ยนะ?!!!

หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ในที่สุดลู่เหยี่ยนจือก็ยอมปล่อยนักข่าวที่หน้าซีดคนนั้นออก แล้วก็กวาดสายตามองคนอื่น ๆ อย่างเย็นชา

“ในเมื่อพวกคุณอยากรู้กันมากนัก งั้นผมจะบอกเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราให้พวกคุณได้รู้เอง”

“แต่......แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น จะไม่มีครั้งต่อไปอีกเด็ดขาด!”

ตรงหน้าประตูโรงพยาบาล วินาทีนั้นทุกอย่างเงียบมากอย่างกับป่าช้า

ทุกคนต่างก็หวาดกลัวกันหมด

ทันใดนั้น เสียงที่ทรงเสน่ห์ของลู่เหยี่ยนจือก็ดังขึ้นมากลางอากาศว่า

“เธอคือคนที่ผมลู่เหยี่ยนจือจะปกป้อง!”

“ถ้าหลังจากนี้พวกคุณยังกล้าสะกดรอย หรือมาดักรอเธออีก คิดถึงผลที่จะตามมาให้ดีก็แล้วกัน!”

จังหวะนี้หลินชิ่นเสวี่ยเงยหน้าขึ้นอย่างเขินอายพอดี ท่าทางของเธอดูอ่อนแอ ทว่าใบหน้าที่มองไปทางลู่เหยี่ยนจือกลับเต็มไปด้วยความเลื่อมใส

นักข่าวคนอื่น ๆ เมื่อเห็นฉากนี้ก็เข้าใจทุกอย่างทันที

ส่วนซ่งชิงอวี่ที่นั่งอยู่ในรถ จู่ ๆ เธอก็เกิดหมดอารมณ์ที่จะหาหมอขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอจึงเหยียบคันเร่งและขับรถกลับไปยังวิลล่าของตัวเอง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ฉันเปิดเผยว่าสามีนอกใจในงานวิวาห์
8.5
มัตเตโอ โรมาโน่ คู่หมั้นของฉันทรยศด้วยการนอกใจ คลาร่าชู้รักของเขาส่งคลิปที่พวกเขากอดจูบกันมาเยาะเย้ย พร้อมเสียงเชียร์จากเพื่อนและครอบครัวของเขาที่ยอมรับเพียงเธอเป็นสะใภ้ ท่ามกลางความเจ็บปวดฉันตัดสินใจติดต่อพ่อที่เป็นผู้นำมาเฟียเพื่อเตรียมแผนแฉผ่านไลฟ์สดในงานวิวาห์ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือฉันต้องกลับอิตาลีเพื่อก้าวขึ้นเป็นราชินีผู้ทรงอิทธิพลแห่งกลุ่มบรูคส์แทนที่การเป็นเพียงเจ้าสาวที่ถูกสวมเขา
หน้าปกนวนิยาย คู่หมายร้ายรัก
7.9
เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง ******************** เพียะ! ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้ “คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น “แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่ นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย “ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง แควก! มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!” คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา “มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักซาตานร้าย
8.9
หลังสูญเสียครอบครัว หญิงสาวสุดเฉิ่มที่เพิ่งกลายเป็นเศรษฐีนีจากการถูกหวยรางวัลใหญ่ตัดสินใจทำตามความฝันพิสดารคือการมีลูกโดยไม่ต้องการสามี เพราะบาดแผลใจจากความล้มเหลวของแม่ทำให้เธอเชื่อว่าเงินที่มีสามารถเลี้ยงลูกเพียงลำพังได้ เป้าหมายของเธอคือมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อโปรไฟล์เพอร์เฟกต์ที่มีความฉลาดเหนือกว่าเธอหลายเท่าตัว เธอจึงเริ่มแผนการคว้าตัวเขามาเป็นพ่อพันธุ์เพื่อให้ลูกได้รับพันธุกรรมที่ดีที่สุด ท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในชีวิตของเธอ
หน้าปกนวนิยาย มิปองรัก
9.0
ปอไหมในวัยยี่สิบสองตกหลุมรักราชันย์ ชายวัยสี่สิบผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ แม้เขาจะมองว่าเธอเป็นเพียงเด็กแก่แดดที่ไว้ใจไม่ได้และตีราคาความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยเงินตรา แต่ความเร่าร้อนที่เขาโอบกอดกลับทำให้เธอถอนตัวไม่ขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งในใจและสถานะอันไม่เหมาะสม ปอไหมพยายามพิสูจน์ความรู้สึกที่มีต่อเขา แม้ราชันย์จะตราหน้าว่าเธอเป็นมืออาชีพที่หวังเพียงผลประโยชน์ แต่เธอกลับยอมเสี่ยงเล่นกับไฟเพียงเพราะคำว่ารักที่เกิดขึ้นในใจอย่างไม่อาจห้ามได้
หน้าปกนวนิยาย เลขาหน้าหวาน กับ ท่านประธานคลั่งรัก (Mpreg)
7.9
เวทานนท์ ประธานหนุ่มโปรไฟล์ดีเพิ่งจบจากเมืองนอก มั่นใจว่าเลขาอย่างนวพรรษไม่ใช่สเปคที่เขาจะตกหลุมรักได้เลย เพราะนอกจากจะปากร้ายใส่เจ้านายแล้ว ยังขยันโปรยเสน่ห์ยิ้มหวานให้คนอื่นไปทั่ว ยกเว้นเขาเพียงคนเดียว ทางด้านนวพรรษ เลขาหนุ่มสุดฮอตสไตล์โอปป้าที่มีแฟนคลับล้นหลาม ก็มองว่าเจ้านายตัวเองนิสัยแย่สวนทางกับรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาจนน่าปวดหัว ทว่าท่ามกลางความไม่ลงรอยกันของทั้งคู่ กลับมีความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นความรักที่ยากจะถอนตัว