
หมื่นความแค้นไม่แม้นจดจำ
ตอน 2
“พระสนมหนิงอันรับราชโองการรรรรร”
ขันทีข้างกายอัญเชิญราชโองการจากเฉินหยวนฮ่องเต้ยังตำหนักที่ใหญที่สุด ตำหนักที่ดีที่สุด งดงามที่สุด สงบร่มเย็นที่สุดนามว่าตำหนักสวรรค์ประทาน
หนิงอันวิ่งออกมาจากตำหนักที่กว้างใหญ่ ด้วยใบหน้าสดใสรอยยิ้มกว้างประทับบนใบหน้า
เสี่ยวเอิงรีบตรงเข้าพยุงกระซิบเบาๆ
“คุกเข่ารับราชโองการเจ้าค่ะพระสนม”
หนิงอันยิ้มตาหยีทรุดกายลงเงอะงะคุกเข่ารับราชโองการ
ขันทีข้างกายเสี่ยวโอคลี่ราชโองการออกช้าๆ
“ ฮะแฮ่ม เนื่องด้วย สนมหนิงอัน เข้าวังในครั้งแรกฝ่าบาทจึงได้ประทานของกำนัลเป็นทองห้าหมื่นตำลึงทอง กำไลหยกประจำตำแหน่งเฟย และสิ่งของมีค่าควรเมืองตามรายการดังต่อไปนี้”
ขันทีน้อยเสี่ยวโออ่านรายการสิ่งของที่เฉินหยวนฮ่องเต้ทรงมอบให้กับหนิงอัน
ไปเนิ่นนานไม่จบเสียที หนิงอันปิดปากหาวถึงสองครั้ง
ร่างบางอ้อนแอ้นที่ในตอนแรกก็นั่งคุกเข่าด้วยรอยยิ้มตั้งใจฟังรายนามของกำนัลบัดนี้กับเอนไปมา ด้วยเป็นเวลาครึ่งชั่วยามแล้วรายนามสิ่งของที่มอบเป็นของกำนัลยังไม่หมดลงสักที เสี่ยวโอเรียกให้ขันทีอีกคนมาช่วยอ่าน ด้วยขันทีเสี่ยวโอเองก็ไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“เสี่ยวเอิง ข้าไม่หว่ายยยยแล้ว”
เอนกายลงพิงไหล่ของเสี่ยวเอิงที่เป็นคนรับใช้ข้างกายก่อนที่จะเข้าวังตามเข้าวังหลวงดูแลคุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลหลี่
“คุณหนูเอ้ยพระสนมเจ้าค่ะ ไม่ได้เจ้าค่ะทนอีกนิดเจ้าค่ะข้าน้อยคิดว่าคงไม่เกินหนึ่งชั่วยามรายการสิ่งของ….น่าจะหมด”
เสี่ยวเอิงก็แน่ใจเหมือนกัน
“ฮึ เจ้าก็พูดได้สิข้าไม่เคยต้องคุกเข่านานขนาดนี้ข้าไม่ไหวแล้วจริงๆ ….รู้สึกเหมือนโดนลงทัณฑ์ให้คุกเข่าอย่างไรชอบกล”ทำหน้าเศร้า
“พระสนมเจ้าขา ทนอีกหน่อยเมื่อเทียบกับความรักความใส่ใจที่ฝ่าบาทมีให้ถือว่ากำไรเจ้าค่ะ” หนิงอันยิ้ม
“ก็นะ เอาล่ะข้าจะทนอีกหน่อย”
พูดจบก็ยืดตัวตรงตั้งใจอย่างที่สุดแต่ทว่า แขนเล็กกลับถูกฉุดให้ลุกขึ้นยืน
“อะ อะ”
เซถลาไม่ทันระวังร่างเล็กเซแซดๆๆๆ ไปชนเข้ากับอกกว้างของเฉินหยวนฮ่องเต้ ดวงตากลมยิ่งกลมเมื่อพบกับร่างสูงสง่าอาภรณ์สีขาวสะอาด มวยผมถูกเกล้าเรียบตึง กว้านทองคำประดับอัญมณีที่สวมอยู่บนศีรษะบ่งบอกฐานะสูงส่งใบหน้าหล่อเหลา
“ ว้าว… ทำไมหล่อจัง”
ร่างสูง เบือนหน้าหนีอดที่จะยิ้มไม่ได้
“ถวายพระพรฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”
เสียงเสี่ยวเอิงเหมือนจะช่วยดึงสติของหนิงอัน
“อะ ถวายพระพรฝ่าบาท”
หนิงอันพูดรัวเร็ว ยิ้มหวานย่อกายลงงดงามแต่ก็ไม่วายโอนเอนไปมา อีกคนรีบรวบเอวบางไว้ รอยยิ้มยังเปื้อนที่ใบหน้า เฉินหยวนเผลอยิ้มตามรอยยิ้มนั้น ยิ้มสวยสดใสนั้นน่าประทับใจยามมองยิ่งนัก
“อะฝ่าบาท เก่งจังเพคะรู้ได้อย่างไรว่าหนิงอันกำลังจะล้ม”
เสี่ยวโอกับเสี่ยวเอิงเหลือบตามองการพบกันครั้งแรกของฝ่าบาทและพระสนมด้วยแววตาเปี่ยมสุข
“เสี่ยวโอ ยกชายามบ่าย ที่ศาลาริมบึง”น้ำเสียงบ่งบอกว่าผ่อนคลาย
“อะฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ รายนามสิ่งของ..เอ่อเอ่อยังอ่านไม่จบพ่ะย่ะค่ะ”
เสี่ยวโอก้มหน้า
เฉินหยวนฮ่องเต้แบมือ
เสี่ยวโอวางรายนามสิ่งของในมือของ เฉินหยานฮ่องเต้
“ข้าอาสา จะอ่านให้สนมหนิงอันฟังด้วยตัวเอง”
เฉินหยวนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่มีสะดุดราวกับท่องมา เสี่ยวโอก้มหน้าอมยิ้ม
“ ดื่มชายามบ่าย”หนิงอันหันมองเสี่ยวเอิง
“ทำไมรึเจ้าไม่อยากดื่มชากับข้าหรือไร”
หนิงอันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“ได้เพคะ ในเมื่อก่อนจะเข้าวังก็ถูกเคี่ยวกรำให้ฝึกชงชา มันจะต้องออกมาดีใช่ไหมเสี่ยวเอิง”
หันไปถามเสี่ยวเอิงที่ยิ้มแห้งๆ
“เพคะ พระสนมตั้งใจชงชาเพื่อฝ่าบาทจะต้องออกมาดีแน่”
ดวงตากลมสุกใสแวววาวเหมือนเด็กๆ เมื่อได้รับกำลังใจ
“ไม่ต้อง ข้ายังไม่อยากตาย ไม่อาจเอื้อมดื่มชาของเจ้า ชงชาเป็นหน้าที่ของนางกำนัล เจ้า แค่มานั่งดื่มชากับข้าก็พอแล้ว”
“ตะตะแต่ท่านแม่บอกว่า ข้าเข้าวังจะต้องปรนนิบัติฝ่าบาท เรื่องชงชาเรื่องเล็กน้อย หนิงอันไม่เกี่ยง”ยิ้มแก้มใส
เสี่ยวเอิงก้มหน้าเดินเลี่ยงไปรับอุปกรณ์สำหรับชงชาที่นางกำนัลนำมาชงชาถวายฝ่าบาทและหนิงอัน
“ข้ามีนางกำนัลชงชามากมาย หากต้องการเพียงคนชงชาจะให้เจ้าเข้าวังทำไม” เฉินหยวนฮ่องเต้มองสบตากลมที่ก้มหน้าหลบตาคมที่ทำเอาใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
เอื้อมมือคว้ามือบางให้เข้าไปในศาลานั่งลงก่อนจะตบที่ว่างข้างๆ ให้หนิงอันนั่งลงเสีย
นางกำนังยกชามาวางตรงหน้าทั้งสอง กลิ่นชาหอมหวน
“อึกๆๆ อ่าาาาา สดชื่นที่สุด”
หนิงอันยกชากระดกลงคอรวดเดียว เฉินหยวนฮ่องเต้ส่ายหน้าไปมา
“ต้องดื่มแบบนี้”
เอื้อมมือยกถ้วยชาขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปาก ยกมือขึ้นปัดเหนือจอกชาสูดดมกลิ่นหอมของชา เป่าไล่ลมร้อนแล้วจิบชาช้าๆ
หนิงอันยื่นจอกชาให้กับนางกำนัลรินชาใส่จอกตั้งใจทำตามแบบที่เฉินหยวนฮ่องเต้ทำ แต่ก็เงอะงะน่ากลัวจะทำชาหกใส่ตัว
เฉินหยวนฮ่องเต้ลุกขึ้นคุกเข่าอ้อมมาด้านหลังโอบแขนสองข้างรอบร่างบางแนบชิด หนิงอันหันมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่ใกล้เกินกว่าใกล้ใจเต้นตึกตัก เฉินหยวนจับจอกชามือข้างหนึ่งโบกไล่กลิ่นชาตรงหน้าของหนิงอัน
กระซิบข้างหูเบาๆ
ยกจอกชาจ่อที่ริมฝีปาก
หนิงอัน.ใจเต้นรัวจิบชารสขมทว่าหวานเย็นในตอนท้าย
“อืมมมชื่นใจจัง หากจะมีขนมก้อนหวานๆ หรือขนมไหว้พระจันทร์ เสี่ยวเอิง ไปที่ห้องเครื่องนำขนมมากินกันเถอะ”
เสี่ยวเอิงย่อกายแต่ยังไม่กล้าขยับตัวไปที่ห้องเครื่อง
“อยากกินขนมหรือ เจ้ากินหวานมากไปจะอ้วนเอาได้นะ”
เฉินหยวนนั่งลงข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“อ้วนก็ดีข้าจะได้นอนกลิ้งบนแท่นนอนแสนสบายไปไม่ต้องไหน แบบนั้นจึงจะเหมือนที่เขาพูดว่าเข้ามาอยู่ในวังหลวงจึงจะสบาย”
“หืม เช่นนั้นข้ากลัวว่าจะกอดเจ้าไม่มิดเอาได้ เจ้าไม่อ้วนจะดีมาก ถึงไม่อ้วนเจ้าก็ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นนั่งสบายในวังหลวง..นอนนิ่งๆ บนแท่นนอนให้ข้าได้กอดเจ้าแน่นๆ เหมือนคนที่ว่าง่ายได้ก็ได้นี่”
หนิงอัน แก้มแดงระเรื่อด้วยพอจะเข้าใจความหมายเหล่านี้อยู่บ้าง เฉินหยวนฮ่องเต้เชยคางมนให้สบตาเขาหนิงอันสบตาที่สื่อความหมายภายใน
“แต่ หนิงอันอยากจะดื่มชานี่ กับขนม”
น้ำเสียงออดอ้อน เฉินหยวนฮ่องเต้อมยิ้ม
“เสี่ยวโอ ไปที่ห้องเครื่องให้คนคัดสรรขนมที่หวานน้อย ทว่ารสดีมาให้พระสนมมากหน่อย”
เสี่ยวโอประสานมือรีบวิ่งไปยังห้องเครื่องในทันที
“ไม่ต้องเยอะเพคะ แค่นิดหน่อยก็พอ ไม่อย่างนั้นฝ่าบาทจะกอดไม่มิด”
“เอามามากหน่อย เพราะค่ำนี้เจ้าจะได้นั่งกินขนมพร้อมกับให้ข้าอ่านรายนามของกำนัลเหล่านี้ ที่บนแท่นนอน”หนิงอัน ก้มหน้าไม่กล้าสบตา
ตำหนักพระพันปี
“สุ่ยเอ่อ ถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นมาจัดการเรื่องต่างๆ ได้เสียที เจ้าเป็นหลานของไทเฮา ฝ่าบาทไม่โปรดปรานก็ต้องโปรดปรานด้วยเกรงใจข้าแต่ดูเจ้ารึวันๆ เอาแต่งอนฝ่าบาทอยู่ที่นี่ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นฮองเฮาแล้วหรือถึงได้โอหังเพียงนี้ฮ่องเต้พาสนมคนใหม่เข้าวังเจ้ายิ่งต้องพยายามจะมาทำเจ้าแง่แม่งอนเจ้าคิดว่าฮ่องเต้มีเจ้าคนเดียวหรือไร”
ไทเฮาวัยกลางคนที่ยังดูสวยสะคราญ เอ่ยปากช้าๆ ควบคุมกิริยาให้งดงามเสมอ
“ไทเฮา ท่านน้า ท่านไม่เข้าใจข้าหรือฝ่าบาทหลงใหลนางตั้งแต่นางยังไม่เข้าวังด้วยซ้ำไป ไม่บังคับให้ถวายตัว ไม่บังคับให้เข้าวัง รอให้นางสมัครใจด้วยตัวเอง วันนี้คนของข้ายังบอกอีกว่าฝ่าบาทประทานของกำนัลห้าหมื่นชิ้นที่ล้วนเป็นแต่ของดีดี ท่านน้าท่านจะให้ข้ายิ้มแย้มแสดงความยินดีกับนางหรือไร”
“นั่นยิ่งสมควรทำเจ้าใจกว้างกับนางฮ่องเต้จึงจะพอใจ”
“ไม่ท่านน้า ข้ามีวิธีของข้านางกับข้าล้วนไม่อาจญาติดี มีข้าจึงไม่มีนาง ฝ่าบาทเปิดตำหนักสวรรค์ประทานให้กับนางทั้งที่นางมาทีหลัง ข้าเป็นถึงพระญาติไทเฮา เข้าวังก่อนเฟยคนอื่นฝ่าบาทกลับให้ข้าเจียมตัวอย่างนั้นหรือ”
“เพราะเฟยไม่ได้มีคนเดียว เจ้าอยากอยู่แค่ตำแหน่งเฟยหรืออยากเป็นฮองเฮากันเล่า หากอยากเป็นฮองเฮาจงเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ฮ่องเต้ไม่ชอบคนบงการและไม่ชอบคนที่ ไร้เหตุผล”
หวังสุ่ยเอ่อจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ
ตำหนักสวรรค์ประทาน
“น้องหญิง ข้าสนมถานอิงจื่อแวะมาแสดงความยินดีกับเจ้า”
ร่างอ้อนแอ้นมาพร้อมกับกิริยาอ่อนหวาน อีกทั้งใบหน้าหวานอมเศร้าของอิงจื่อทำเอาหนิงอันรีบลุกจากโต๊ะเดินหมากที่กำลังเดินหมากกับเสี่ยงเอิงแก้เหงา
รับเอา ผลไม้เชื่อมมาไว้กับมือ
“ยินดี เราสองคนก็เป็นสนมระดับเดียวกันท่านไม่ต้องมากพิธีน่าฮ่าาา”
“เจ้าเป็นที่โปรดปรานเพียงนี้ใครบ้างจะไม่รู้ ผู้คนในวังหลวงต่างเกรงใจเจ้า ฝ่าบาทโปรดปรานเจ้า …จนหลายคนอิจฉาพวกเราทั้งสามเข้าวังในวันแรกก็ต้องถวายตัว แต่เจ้าฝ่าบาทกลับไม่บีบบังคับเจ้าซ้ำยังเอาใจเจ้าราวกับคนรักของฝ่าบาท”
“พี่สาวท่านพูดเกินไปแล้ว ฝ่าบาทอาจเห็นว่าข้ายังเด็กหรือเปล่า ความจริง ..ข้าก็พร้อมที่จะถวายตัวเพราะทำใจไว้แล้วเข้าวังก็ต้องถวายตัวปรนนิบัติฝ่าบาท….บนแท่นนอน”ยิ้มเอียงอาย
อิงจื่อยิ้มเศร้าๆ
“ทุกคนล้วนต้องถวายตัวจริงดังเจ้าว่า แต่ข้าตั้งแต่ถวายตัวฝ่าบาทยังไม่เคยเรียกหาข้าอีกเลย จริงสิข้าเย็บถุงหอมและเลือกกลิ่นหอมด้วยตัวเองอาศัยสอบถามนางกำนัลและขันทีเรื่องกลิ่นหอมที่ฝ่าบาทโปรดปราน รอว่าสักวันฝ่าบาทจะเรียกหาข้าแต่จนป่านนี้ผ่านไปสามเดือนกับยี่สิบสี่วันแล้วฝ่าบาทไม่เคยเรียกข้าเข้าไปปรนนิบัติ ข้าจึงอยากจะฝากถุงหอมนี้ไว้กับเจ้า หากเจ้าจะแค่เพียงมอบมันให้กับฝ่าบาทแล้วบอกว่าเป็นของข้า จะได้ไหม”
มอบถุงหอมที่เย็บด้วยความประณีตกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยออกมา
“โอ้โห้สวยจัง การปักละเอียดสวยงามพี่สาวเก่งจัง”
อิงจื่อยิ้มเศร้าๆ
“สวยแล้วอย่างไรสวยแล้วรอคนมาเชยชม หวังเพียงเจ้าส่งให้ถึงมือฝ่าบาทแทนข้าจะได้ไหมน้องหญิง เจ้ามีโอกาสดีกว่าข้า ฝ่าบาทแวะเวียนวันละสองสามครั้ง ไม่เหมือนข้าที่รอฝ่าบาทมาแรมเดือนก็ไม่เคยได้พบหน้า ข้าแม้จะเป็นสนมที่ขอยัดเยียดตัวเองเข้ามาในวังหลวง แต่ในใจข้าก็มีฝ่าบาทเพียงคนเดียวรอคอยฝ่าบาทเพียงคนเดียว”
หนิงอันกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ สงสารอิงจื่อจับใจ
อิงจื่อจากไปแล้วเสี่ยวเองเดินมายืนตรงหน้าหนิงอัน
“พระสนม ถุงหอมนั่นเอามันไปซ่อนไว้เสีย”
หนิงอันเคี้ยวขนมในมือแล้วเลิกคิ้วสูง
“ทำไมกัน”
“พระสนม ข้ากับพระสนมและท่านหมอไป๋เยว่เทียนเราเติบโตมาด้วยกันหากท่านหมอหวังดีกับคุณหนูที่สุด เสี่ยวเอิงก็หวังดีกับคุณหนูเท่าๆ กับท่านหมอ เช่นนั้นถุงหอมนั่นมอบให้เสี่ยวเอิงนำมันไปซ่อนไม่อย่างนั้นก็เอาไปคืนพระสนมหวังเสีย บอกกับนางว่าเรื่องที่นางไหว้วานพระสนมไม่อาจตัดใจทำให้นางได้”
“ไม่ได้นะนางน่าสงสาร แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี พวกเจ้าสองคนหวังดีแล้วเกี่ยวอะไรกับถุงหอมเล่า”
“พระสนมฝ่าบาทโปรดปรานถือว่าเป็นโชคและเป็นโชคใหญ่ไม่มีใครแบ่งปันโชคใหญ่ของตัวเองให้คนอื่นหรอกเจ้าค่ะ ถึงพระสนมหวังจะน่าสงสารแต่ พระสนมในวังหลวงแห่งนี้ไม่มีใครใจดีกับใครหรอกเจ้าค่ะ พระสนมตัวคนเดียวอย่าหวังว่าจะไว้ใจคนอื่นได้”หนิงอันยิ้มตาหยี
“ไม่ได้ตัวคนเดียวมีเจ้าอย่างไรเล่าเสี่ยวเอิง อ๋อแล้วก็ฝ่าบาทด้วยแค่นี้…ข้าก็ดีใจแล้ว”ยิ้มสดใส
“แค่ไหนกัน แค่สองคนหรือ ลืมข้าไป๋เยว่เทียนได้อย่างไรกัน”
ร่างสูงที่สวมแว่นตาขาเดียวคล้องสายสร้อยทองคำรับกับใบหน้าขาวสะอาดท่าทีองอาจแต่สูงไปหน่อย เดินเข้ามาพร้อมกับหลวมยาในมือ
“ว้า สิ่งที่ไม่อยากเจอที่สุดกำลังมาแล้ว”
หนิงอันบ่นงึมงำ เสี่ยวเอิงหัวเราะเบาๆ ไป๋เยว่เทียนอมยิ้ม
“ท่านหมอรีบมาพระสนมคิดถึงแย่แล้วเจ้าค่ะ”
เสี่ยวเอิงพูดยกจานขนมหลบไปให้ไป๋เยว่เทียนได้ตรวจร่างกายหนิงอัน หลวมยาถูกวางลงข้างๆ คนมาใหม่ขยับแว่นตาใสมองลอดแว่นตาดวงตาอบอุ่นห่วงใย
“ได้เวลาตรวจร่างกายแล้วพ่ะย่ะค่ะพระสนม เข้าวังมาตั้งแต่เมื่อวานเยว่เทียนไม่ได้มาตรวจอาการป่วย เพราะเห็นว่าพระสนมจะต้องพบหน้าฝ่าบาทเสียก่อนวันนี้ได้โอกาสจึงรีบมา”
“รีบมาหรือ นี่ใกล้จะค่ำแล้วนะ”
“ทันเวลาอาหารเย็นพอดี กินข้าวแล้วก็กินยา”
“เฮ้อข้าเบื่อกินยา เมื่อไรจะได้เลิกกินเสียที”
“จนกว่า…จะดีขึ้นขอรับ ตอนนี้ก็ต้องดูแลกันไปก่อนรอจนกว่าจะมียารักษา ท่านพ่อของพระสนมขอประทานอนุญาตให้เย่วเทียนเข้ามาในวังหลวงในตำแหน่งผู้ช่วยหมอหลวงเผื่อว่าจะได้ดูแลพระสนมได้ใกล้ชิด”
“ข้าก็แค่เป็นหวัดบ่อยๆ ก็เท่านั้น อย่างอื่นไม่มีอะไรน่าห่วงเสียหน่อย”หนิงอันงอแง
“นั่นก็ไม่ควรประมาทท่านพ่อกับท่านแม่ของพระสนมห่วงพระสนมมากจริงๆ ฉะนั้นอย่าดื้อให้ตรวจร่างกายแล้วก็ ….วันนี้ตั้งใจมาตรวจว่าพร้อมจะตั้งครรภ์ได้ทันทีเลยไหม”
“หะ ต้องตรวจอะไรแบบนั้นด้วยหรือ ข้าจะต้องตั้งครรภ์แล้วหรือ บรื้อน่ากลัวจังนี่พวกท่านจะให้ข้าตั้งครรภ์เลยหรือไรข้าเพิ่งเข้าวังนะ”
ไป๋เยว่เทียนยิ้ม เสี่ยวเอิงกลั้นขำ
“หืม ตรวจคร่าวๆ พ่ะย่ะค่ะ แค่สอบถามเรื่องทั่วไปแล้วก็ดูสีหน้า ซึ่งตอนนี้ก็แช่มชื่นดีก็คงจะพร้อมอย่างไม่ต้องสงสัย”
“แต่ข้ายังไม่อยากตั้งครรภ์นี่”
พูดอ้อมแอ้มแก้มแดงแปร๊ด ไป๋เยว่เทียนส่ายหน้าไปมา
“ใครๆ ที่เขาถวายตัวก็อยากจะตั้งครรภ์กับฝ่าบาท แต่เท่าที่รู้ว่าฝ่าบาทเองต่างหากที่ไม่เปิดโอกาสให้กับเหล่าสนม หากว่าพระสนมคนดื้อคนนี้มีโอกาสก็ควรจะรีบคว้าไว้”หนิงอันนิ่งฟัง
“ด้วยความหวังดีเจ้าค่ะ”
เสี่ยวเอิงแทรกขึ้นดังๆ ไป๋เยว่เทียนยิ้ม พยักหน้าขึ้นลงสนับสนุนคำพูดของเสี่ยวเอิง
หนิงอันทำหน้าเง้า
“ว่าแต่ถ้าจะตั้งครรภ์จะต้องทำอย่างไร”
ไป๋เยว่เทียนกับเสี่ยวเอิงหัวเราะเสียงดังลั่นตำหนักสวรรค์ประทาน
คุณอาจจะชอบ





