ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หมื่นความแค้นไม่แม้นจดจำ

หมื่นความแค้นไม่แม้นจดจำ

ท่ามกลางความขัดแย้งในวังหลวง จิตใจของพระสนมกลับแตกสลายจนไม่อาจรับรู้ถึงความเป็นจริงรอบกายได้อีกต่อไป นางเลือกที่จะขังตัวเองไว้ในโลกแห่งจินตนาการที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลบหนีความทุกข์ระทม โดยในจักรวาลส่วนตัวนั้นมีเพียงตัวนางเองและลูกน้อยทั้งสองเพียงลำพัง แม้แต่ฝ่าบาทก็มิอาจก้าวล่วงเข้าไปในพื้นที่แห่งความทรงจำที่บิดเบี้ยวนี้ได้ กลายเป็นโศกนาฏกรรมแห่งความรักและความแค้นที่ถูกลืมเลือนไปพร้อมกับสติสัมปชัญญะของนางที่หลุดลอย
ตอน
แชร์

ตอน 2

“พระสนมหนิงอันรับราชโองการรรรรร”

ขันทีข้างกายอัญเชิญราชโองการจากเฉินหยวนฮ่องเต้ยังตำหนักที่ใหญที่สุด ตำหนักที่ดีที่สุด งดงามที่สุด สงบร่มเย็นที่สุดนามว่าตำหนักสวรรค์ประทาน

หนิงอันวิ่งออกมาจากตำหนักที่กว้างใหญ่ ด้วยใบหน้าสดใสรอยยิ้มกว้างประทับบนใบหน้า

เสี่ยวเอิงรีบตรงเข้าพยุงกระซิบเบาๆ

“คุกเข่ารับราชโองการเจ้าค่ะพระสนม”

หนิงอันยิ้มตาหยีทรุดกายลงเงอะงะคุกเข่ารับราชโองการ

ขันทีข้างกายเสี่ยวโอคลี่ราชโองการออกช้าๆ

“ ฮะแฮ่ม เนื่องด้วย สนมหนิงอัน เข้าวังในครั้งแรกฝ่าบาทจึงได้ประทานของกำนัลเป็นทองห้าหมื่นตำลึงทอง กำไลหยกประจำตำแหน่งเฟย และสิ่งของมีค่าควรเมืองตามรายการดังต่อไปนี้”

ขันทีน้อยเสี่ยวโออ่านรายการสิ่งของที่เฉินหยวนฮ่องเต้ทรงมอบให้กับหนิงอัน

ไปเนิ่นนานไม่จบเสียที หนิงอันปิดปากหาวถึงสองครั้ง

ร่างบางอ้อนแอ้นที่ในตอนแรกก็นั่งคุกเข่าด้วยรอยยิ้มตั้งใจฟังรายนามของกำนัลบัดนี้กับเอนไปมา ด้วยเป็นเวลาครึ่งชั่วยามแล้วรายนามสิ่งของที่มอบเป็นของกำนัลยังไม่หมดลงสักที เสี่ยวโอเรียกให้ขันทีอีกคนมาช่วยอ่าน ด้วยขันทีเสี่ยวโอเองก็ไม่ไหวแล้วเช่นกัน

“เสี่ยวเอิง ข้าไม่หว่ายยยยแล้ว”

เอนกายลงพิงไหล่ของเสี่ยวเอิงที่เป็นคนรับใช้ข้างกายก่อนที่จะเข้าวังตามเข้าวังหลวงดูแลคุณหนูเพียงคนเดียวของตระกูลหลี่

“คุณหนูเอ้ยพระสนมเจ้าค่ะ ไม่ได้เจ้าค่ะทนอีกนิดเจ้าค่ะข้าน้อยคิดว่าคงไม่เกินหนึ่งชั่วยามรายการสิ่งของ….น่าจะหมด”

เสี่ยวเอิงก็แน่ใจเหมือนกัน

“ฮึ เจ้าก็พูดได้สิข้าไม่เคยต้องคุกเข่านานขนาดนี้ข้าไม่ไหวแล้วจริงๆ ….รู้สึกเหมือนโดนลงทัณฑ์ให้คุกเข่าอย่างไรชอบกล”ทำหน้าเศร้า

“พระสนมเจ้าขา ทนอีกหน่อยเมื่อเทียบกับความรักความใส่ใจที่ฝ่าบาทมีให้ถือว่ากำไรเจ้าค่ะ” หนิงอันยิ้ม

“ก็นะ เอาล่ะข้าจะทนอีกหน่อย”

พูดจบก็ยืดตัวตรงตั้งใจอย่างที่สุดแต่ทว่า แขนเล็กกลับถูกฉุดให้ลุกขึ้นยืน

“อะ อะ”

เซถลาไม่ทันระวังร่างเล็กเซแซดๆๆๆ ไปชนเข้ากับอกกว้างของเฉินหยวนฮ่องเต้ ดวงตากลมยิ่งกลมเมื่อพบกับร่างสูงสง่าอาภรณ์สีขาวสะอาด มวยผมถูกเกล้าเรียบตึง กว้านทองคำประดับอัญมณีที่สวมอยู่บนศีรษะบ่งบอกฐานะสูงส่งใบหน้าหล่อเหลา

“ ว้าว… ทำไมหล่อจัง”

ร่างสูง เบือนหน้าหนีอดที่จะยิ้มไม่ได้

“ถวายพระพรฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”

เสียงเสี่ยวเอิงเหมือนจะช่วยดึงสติของหนิงอัน

“อะ ถวายพระพรฝ่าบาท”

หนิงอันพูดรัวเร็ว ยิ้มหวานย่อกายลงงดงามแต่ก็ไม่วายโอนเอนไปมา อีกคนรีบรวบเอวบางไว้ รอยยิ้มยังเปื้อนที่ใบหน้า เฉินหยวนเผลอยิ้มตามรอยยิ้มนั้น ยิ้มสวยสดใสนั้นน่าประทับใจยามมองยิ่งนัก

“อะฝ่าบาท เก่งจังเพคะรู้ได้อย่างไรว่าหนิงอันกำลังจะล้ม”

เสี่ยวโอกับเสี่ยวเอิงเหลือบตามองการพบกันครั้งแรกของฝ่าบาทและพระสนมด้วยแววตาเปี่ยมสุข

“เสี่ยวโอ ยกชายามบ่าย ที่ศาลาริมบึง”น้ำเสียงบ่งบอกว่าผ่อนคลาย

“อะฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ รายนามสิ่งของ..เอ่อเอ่อยังอ่านไม่จบพ่ะย่ะค่ะ”

เสี่ยวโอก้มหน้า

เฉินหยวนฮ่องเต้แบมือ

เสี่ยวโอวางรายนามสิ่งของในมือของ เฉินหยานฮ่องเต้

“ข้าอาสา จะอ่านให้สนมหนิงอันฟังด้วยตัวเอง”

เฉินหยวนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่มีสะดุดราวกับท่องมา เสี่ยวโอก้มหน้าอมยิ้ม

“ ดื่มชายามบ่าย”หนิงอันหันมองเสี่ยวเอิง

“ทำไมรึเจ้าไม่อยากดื่มชากับข้าหรือไร”

หนิงอันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

“ได้เพคะ ในเมื่อก่อนจะเข้าวังก็ถูกเคี่ยวกรำให้ฝึกชงชา มันจะต้องออกมาดีใช่ไหมเสี่ยวเอิง”

หันไปถามเสี่ยวเอิงที่ยิ้มแห้งๆ

“เพคะ พระสนมตั้งใจชงชาเพื่อฝ่าบาทจะต้องออกมาดีแน่”

ดวงตากลมสุกใสแวววาวเหมือนเด็กๆ เมื่อได้รับกำลังใจ

“ไม่ต้อง ข้ายังไม่อยากตาย ไม่อาจเอื้อมดื่มชาของเจ้า ชงชาเป็นหน้าที่ของนางกำนัล เจ้า แค่มานั่งดื่มชากับข้าก็พอแล้ว”

“ตะตะแต่ท่านแม่บอกว่า ข้าเข้าวังจะต้องปรนนิบัติฝ่าบาท เรื่องชงชาเรื่องเล็กน้อย หนิงอันไม่เกี่ยง”ยิ้มแก้มใส

เสี่ยวเอิงก้มหน้าเดินเลี่ยงไปรับอุปกรณ์สำหรับชงชาที่นางกำนัลนำมาชงชาถวายฝ่าบาทและหนิงอัน

“ข้ามีนางกำนัลชงชามากมาย หากต้องการเพียงคนชงชาจะให้เจ้าเข้าวังทำไม” เฉินหยวนฮ่องเต้มองสบตากลมที่ก้มหน้าหลบตาคมที่ทำเอาใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

เอื้อมมือคว้ามือบางให้เข้าไปในศาลานั่งลงก่อนจะตบที่ว่างข้างๆ ให้หนิงอันนั่งลงเสีย

นางกำนังยกชามาวางตรงหน้าทั้งสอง กลิ่นชาหอมหวน

“อึกๆๆ อ่าาาาา สดชื่นที่สุด”

หนิงอันยกชากระดกลงคอรวดเดียว เฉินหยวนฮ่องเต้ส่ายหน้าไปมา

“ต้องดื่มแบบนี้”

เอื้อมมือยกถ้วยชาขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปาก ยกมือขึ้นปัดเหนือจอกชาสูดดมกลิ่นหอมของชา เป่าไล่ลมร้อนแล้วจิบชาช้าๆ

หนิงอันยื่นจอกชาให้กับนางกำนัลรินชาใส่จอกตั้งใจทำตามแบบที่เฉินหยวนฮ่องเต้ทำ แต่ก็เงอะงะน่ากลัวจะทำชาหกใส่ตัว

เฉินหยวนฮ่องเต้ลุกขึ้นคุกเข่าอ้อมมาด้านหลังโอบแขนสองข้างรอบร่างบางแนบชิด หนิงอันหันมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาที่ใกล้เกินกว่าใกล้ใจเต้นตึกตัก เฉินหยวนจับจอกชามือข้างหนึ่งโบกไล่กลิ่นชาตรงหน้าของหนิงอัน

กระซิบข้างหูเบาๆ

ยกจอกชาจ่อที่ริมฝีปาก

หนิงอัน.ใจเต้นรัวจิบชารสขมทว่าหวานเย็นในตอนท้าย

“อืมมมชื่นใจจัง หากจะมีขนมก้อนหวานๆ หรือขนมไหว้พระจันทร์ เสี่ยวเอิง ไปที่ห้องเครื่องนำขนมมากินกันเถอะ”

เสี่ยวเอิงย่อกายแต่ยังไม่กล้าขยับตัวไปที่ห้องเครื่อง

“อยากกินขนมหรือ เจ้ากินหวานมากไปจะอ้วนเอาได้นะ”

เฉินหยวนนั่งลงข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“อ้วนก็ดีข้าจะได้นอนกลิ้งบนแท่นนอนแสนสบายไปไม่ต้องไหน แบบนั้นจึงจะเหมือนที่เขาพูดว่าเข้ามาอยู่ในวังหลวงจึงจะสบาย”

“หืม เช่นนั้นข้ากลัวว่าจะกอดเจ้าไม่มิดเอาได้ เจ้าไม่อ้วนจะดีมาก ถึงไม่อ้วนเจ้าก็ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นนั่งสบายในวังหลวง..นอนนิ่งๆ บนแท่นนอนให้ข้าได้กอดเจ้าแน่นๆ เหมือนคนที่ว่าง่ายได้ก็ได้นี่”

หนิงอัน แก้มแดงระเรื่อด้วยพอจะเข้าใจความหมายเหล่านี้อยู่บ้าง เฉินหยวนฮ่องเต้เชยคางมนให้สบตาเขาหนิงอันสบตาที่สื่อความหมายภายใน

“แต่ หนิงอันอยากจะดื่มชานี่ กับขนม”

น้ำเสียงออดอ้อน เฉินหยวนฮ่องเต้อมยิ้ม

“เสี่ยวโอ ไปที่ห้องเครื่องให้คนคัดสรรขนมที่หวานน้อย ทว่ารสดีมาให้พระสนมมากหน่อย”

เสี่ยวโอประสานมือรีบวิ่งไปยังห้องเครื่องในทันที

“ไม่ต้องเยอะเพคะ แค่นิดหน่อยก็พอ ไม่อย่างนั้นฝ่าบาทจะกอดไม่มิด”

“เอามามากหน่อย เพราะค่ำนี้เจ้าจะได้นั่งกินขนมพร้อมกับให้ข้าอ่านรายนามของกำนัลเหล่านี้ ที่บนแท่นนอน”หนิงอัน ก้มหน้าไม่กล้าสบตา

ตำหนักพระพันปี

“สุ่ยเอ่อ ถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นมาจัดการเรื่องต่างๆ ได้เสียที เจ้าเป็นหลานของไทเฮา ฝ่าบาทไม่โปรดปรานก็ต้องโปรดปรานด้วยเกรงใจข้าแต่ดูเจ้ารึวันๆ เอาแต่งอนฝ่าบาทอยู่ที่นี่ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นฮองเฮาแล้วหรือถึงได้โอหังเพียงนี้ฮ่องเต้พาสนมคนใหม่เข้าวังเจ้ายิ่งต้องพยายามจะมาทำเจ้าแง่แม่งอนเจ้าคิดว่าฮ่องเต้มีเจ้าคนเดียวหรือไร”

ไทเฮาวัยกลางคนที่ยังดูสวยสะคราญ เอ่ยปากช้าๆ ควบคุมกิริยาให้งดงามเสมอ

“ไทเฮา ท่านน้า ท่านไม่เข้าใจข้าหรือฝ่าบาทหลงใหลนางตั้งแต่นางยังไม่เข้าวังด้วยซ้ำไป ไม่บังคับให้ถวายตัว ไม่บังคับให้เข้าวัง รอให้นางสมัครใจด้วยตัวเอง วันนี้คนของข้ายังบอกอีกว่าฝ่าบาทประทานของกำนัลห้าหมื่นชิ้นที่ล้วนเป็นแต่ของดีดี ท่านน้าท่านจะให้ข้ายิ้มแย้มแสดงความยินดีกับนางหรือไร”

“นั่นยิ่งสมควรทำเจ้าใจกว้างกับนางฮ่องเต้จึงจะพอใจ”

“ไม่ท่านน้า ข้ามีวิธีของข้านางกับข้าล้วนไม่อาจญาติดี มีข้าจึงไม่มีนาง ฝ่าบาทเปิดตำหนักสวรรค์ประทานให้กับนางทั้งที่นางมาทีหลัง ข้าเป็นถึงพระญาติไทเฮา เข้าวังก่อนเฟยคนอื่นฝ่าบาทกลับให้ข้าเจียมตัวอย่างนั้นหรือ”

“เพราะเฟยไม่ได้มีคนเดียว เจ้าอยากอยู่แค่ตำแหน่งเฟยหรืออยากเป็นฮองเฮากันเล่า หากอยากเป็นฮองเฮาจงเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ฮ่องเต้ไม่ชอบคนบงการและไม่ชอบคนที่ ไร้เหตุผล”

หวังสุ่ยเอ่อจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ

ตำหนักสวรรค์ประทาน

“น้องหญิง ข้าสนมถานอิงจื่อแวะมาแสดงความยินดีกับเจ้า”

ร่างอ้อนแอ้นมาพร้อมกับกิริยาอ่อนหวาน อีกทั้งใบหน้าหวานอมเศร้าของอิงจื่อทำเอาหนิงอันรีบลุกจากโต๊ะเดินหมากที่กำลังเดินหมากกับเสี่ยงเอิงแก้เหงา

รับเอา ผลไม้เชื่อมมาไว้กับมือ

“ยินดี เราสองคนก็เป็นสนมระดับเดียวกันท่านไม่ต้องมากพิธีน่าฮ่าาา”

“เจ้าเป็นที่โปรดปรานเพียงนี้ใครบ้างจะไม่รู้ ผู้คนในวังหลวงต่างเกรงใจเจ้า ฝ่าบาทโปรดปรานเจ้า …จนหลายคนอิจฉาพวกเราทั้งสามเข้าวังในวันแรกก็ต้องถวายตัว แต่เจ้าฝ่าบาทกลับไม่บีบบังคับเจ้าซ้ำยังเอาใจเจ้าราวกับคนรักของฝ่าบาท”

“พี่สาวท่านพูดเกินไปแล้ว ฝ่าบาทอาจเห็นว่าข้ายังเด็กหรือเปล่า ความจริง ..ข้าก็พร้อมที่จะถวายตัวเพราะทำใจไว้แล้วเข้าวังก็ต้องถวายตัวปรนนิบัติฝ่าบาท….บนแท่นนอน”ยิ้มเอียงอาย

อิงจื่อยิ้มเศร้าๆ

“ทุกคนล้วนต้องถวายตัวจริงดังเจ้าว่า แต่ข้าตั้งแต่ถวายตัวฝ่าบาทยังไม่เคยเรียกหาข้าอีกเลย จริงสิข้าเย็บถุงหอมและเลือกกลิ่นหอมด้วยตัวเองอาศัยสอบถามนางกำนัลและขันทีเรื่องกลิ่นหอมที่ฝ่าบาทโปรดปราน รอว่าสักวันฝ่าบาทจะเรียกหาข้าแต่จนป่านนี้ผ่านไปสามเดือนกับยี่สิบสี่วันแล้วฝ่าบาทไม่เคยเรียกข้าเข้าไปปรนนิบัติ ข้าจึงอยากจะฝากถุงหอมนี้ไว้กับเจ้า หากเจ้าจะแค่เพียงมอบมันให้กับฝ่าบาทแล้วบอกว่าเป็นของข้า จะได้ไหม”

มอบถุงหอมที่เย็บด้วยความประณีตกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยออกมา

“โอ้โห้สวยจัง การปักละเอียดสวยงามพี่สาวเก่งจัง”

อิงจื่อยิ้มเศร้าๆ

“สวยแล้วอย่างไรสวยแล้วรอคนมาเชยชม หวังเพียงเจ้าส่งให้ถึงมือฝ่าบาทแทนข้าจะได้ไหมน้องหญิง เจ้ามีโอกาสดีกว่าข้า ฝ่าบาทแวะเวียนวันละสองสามครั้ง ไม่เหมือนข้าที่รอฝ่าบาทมาแรมเดือนก็ไม่เคยได้พบหน้า ข้าแม้จะเป็นสนมที่ขอยัดเยียดตัวเองเข้ามาในวังหลวง แต่ในใจข้าก็มีฝ่าบาทเพียงคนเดียวรอคอยฝ่าบาทเพียงคนเดียว”

หนิงอันกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ สงสารอิงจื่อจับใจ

อิงจื่อจากไปแล้วเสี่ยวเองเดินมายืนตรงหน้าหนิงอัน

“พระสนม ถุงหอมนั่นเอามันไปซ่อนไว้เสีย”

หนิงอันเคี้ยวขนมในมือแล้วเลิกคิ้วสูง

“ทำไมกัน”

“พระสนม ข้ากับพระสนมและท่านหมอไป๋เยว่เทียนเราเติบโตมาด้วยกันหากท่านหมอหวังดีกับคุณหนูที่สุด เสี่ยวเอิงก็หวังดีกับคุณหนูเท่าๆ กับท่านหมอ เช่นนั้นถุงหอมนั่นมอบให้เสี่ยวเอิงนำมันไปซ่อนไม่อย่างนั้นก็เอาไปคืนพระสนมหวังเสีย บอกกับนางว่าเรื่องที่นางไหว้วานพระสนมไม่อาจตัดใจทำให้นางได้”

“ไม่ได้นะนางน่าสงสาร แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี พวกเจ้าสองคนหวังดีแล้วเกี่ยวอะไรกับถุงหอมเล่า”

“พระสนมฝ่าบาทโปรดปรานถือว่าเป็นโชคและเป็นโชคใหญ่ไม่มีใครแบ่งปันโชคใหญ่ของตัวเองให้คนอื่นหรอกเจ้าค่ะ ถึงพระสนมหวังจะน่าสงสารแต่ พระสนมในวังหลวงแห่งนี้ไม่มีใครใจดีกับใครหรอกเจ้าค่ะ พระสนมตัวคนเดียวอย่าหวังว่าจะไว้ใจคนอื่นได้”หนิงอันยิ้มตาหยี

“ไม่ได้ตัวคนเดียวมีเจ้าอย่างไรเล่าเสี่ยวเอิง อ๋อแล้วก็ฝ่าบาทด้วยแค่นี้…ข้าก็ดีใจแล้ว”ยิ้มสดใส

“แค่ไหนกัน แค่สองคนหรือ ลืมข้าไป๋เยว่เทียนได้อย่างไรกัน”

ร่างสูงที่สวมแว่นตาขาเดียวคล้องสายสร้อยทองคำรับกับใบหน้าขาวสะอาดท่าทีองอาจแต่สูงไปหน่อย เดินเข้ามาพร้อมกับหลวมยาในมือ

“ว้า สิ่งที่ไม่อยากเจอที่สุดกำลังมาแล้ว”

หนิงอันบ่นงึมงำ เสี่ยวเอิงหัวเราะเบาๆ ไป๋เยว่เทียนอมยิ้ม

“ท่านหมอรีบมาพระสนมคิดถึงแย่แล้วเจ้าค่ะ”

เสี่ยวเอิงพูดยกจานขนมหลบไปให้ไป๋เยว่เทียนได้ตรวจร่างกายหนิงอัน หลวมยาถูกวางลงข้างๆ คนมาใหม่ขยับแว่นตาใสมองลอดแว่นตาดวงตาอบอุ่นห่วงใย

“ได้เวลาตรวจร่างกายแล้วพ่ะย่ะค่ะพระสนม เข้าวังมาตั้งแต่เมื่อวานเยว่เทียนไม่ได้มาตรวจอาการป่วย เพราะเห็นว่าพระสนมจะต้องพบหน้าฝ่าบาทเสียก่อนวันนี้ได้โอกาสจึงรีบมา”

“รีบมาหรือ นี่ใกล้จะค่ำแล้วนะ”

“ทันเวลาอาหารเย็นพอดี กินข้าวแล้วก็กินยา”

“เฮ้อข้าเบื่อกินยา เมื่อไรจะได้เลิกกินเสียที”

“จนกว่า…จะดีขึ้นขอรับ ตอนนี้ก็ต้องดูแลกันไปก่อนรอจนกว่าจะมียารักษา ท่านพ่อของพระสนมขอประทานอนุญาตให้เย่วเทียนเข้ามาในวังหลวงในตำแหน่งผู้ช่วยหมอหลวงเผื่อว่าจะได้ดูแลพระสนมได้ใกล้ชิด”

“ข้าก็แค่เป็นหวัดบ่อยๆ ก็เท่านั้น อย่างอื่นไม่มีอะไรน่าห่วงเสียหน่อย”หนิงอันงอแง

“นั่นก็ไม่ควรประมาทท่านพ่อกับท่านแม่ของพระสนมห่วงพระสนมมากจริงๆ ฉะนั้นอย่าดื้อให้ตรวจร่างกายแล้วก็ ….วันนี้ตั้งใจมาตรวจว่าพร้อมจะตั้งครรภ์ได้ทันทีเลยไหม”

“หะ ต้องตรวจอะไรแบบนั้นด้วยหรือ ข้าจะต้องตั้งครรภ์แล้วหรือ บรื้อน่ากลัวจังนี่พวกท่านจะให้ข้าตั้งครรภ์เลยหรือไรข้าเพิ่งเข้าวังนะ”

ไป๋เยว่เทียนยิ้ม เสี่ยวเอิงกลั้นขำ

“หืม ตรวจคร่าวๆ พ่ะย่ะค่ะ แค่สอบถามเรื่องทั่วไปแล้วก็ดูสีหน้า ซึ่งตอนนี้ก็แช่มชื่นดีก็คงจะพร้อมอย่างไม่ต้องสงสัย”

“แต่ข้ายังไม่อยากตั้งครรภ์นี่”

พูดอ้อมแอ้มแก้มแดงแปร๊ด ไป๋เยว่เทียนส่ายหน้าไปมา

“ใครๆ ที่เขาถวายตัวก็อยากจะตั้งครรภ์กับฝ่าบาท แต่เท่าที่รู้ว่าฝ่าบาทเองต่างหากที่ไม่เปิดโอกาสให้กับเหล่าสนม หากว่าพระสนมคนดื้อคนนี้มีโอกาสก็ควรจะรีบคว้าไว้”หนิงอันนิ่งฟัง

“ด้วยความหวังดีเจ้าค่ะ”

เสี่ยวเอิงแทรกขึ้นดังๆ ไป๋เยว่เทียนยิ้ม พยักหน้าขึ้นลงสนับสนุนคำพูดของเสี่ยวเอิง

หนิงอันทำหน้าเง้า

“ว่าแต่ถ้าจะตั้งครรภ์จะต้องทำอย่างไร”

ไป๋เยว่เทียนกับเสี่ยวเอิงหัวเราะเสียงดังลั่นตำหนักสวรรค์ประทาน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ
8.6
จากชีวิตที่แสนสุขสบาย หญิงสาวกลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อประสบอุบัติเหตุจนหลุดมาอยู่ในยุคโบราณ ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเธอต้องมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางครอบครัวที่ยากลำบาก ทั้งมารดาที่ล้มป่วยและบิดาที่พิการไร้ความสามารถในการทำงาน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการออกไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตทุกคนให้รอดพ้นจากความอดอยากในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้
หน้าปกนวนิยาย เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
เมื่อสุดยอดทหารรับจ้างจากศตวรรษที่ 26 กลับชาติมาเกิดเป็นลูกเลี้ยงไร้ค่าในตระกูลดัง นางจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ด้วยพลังทุกธาตุและศาสตร์ลัทธิภูตผีที่สร้างขึ้นเอง จนก้าวข้ามอัจฉริยะทั้งห้าภพในฐานะราชาผีผู้สั่งการวิญญาณนับหมื่น ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นและการสยบศัตรู นางกลับต้องรับมือกับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิก แม้เย่วเฉิงเฟิงจะมองว่าบุรุษคือตัวถ่วง แต่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้กลับท้าทายหัวใจของนางในเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ได้เกิดใหม่ข้าจะร่ำรวย
9.5
เมื่อสาวโสดสุดสวยอย่างลูกปลาจากยุค 2022 ต้องย้อนเวลากลับไปสู่ยุคจีนโบราณอย่างไม่คาดคิด เธอตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว ท่ามกลางความยากจนข้นแค้นที่แสนรันทดและสามีจอมหื่นที่จ้องจะเผด็จศึกเธออยู่ตลอดเวลา งานนี้ลูกปลาต้องใช้ไหวพริบทั้งหมดที่มีเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันตรายรอบด้าน พร้อมกับภารกิจสำคัญในการสร้างฐานะให้ร่ำรวยเพื่อพลิกชีวิตใหม่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย...ท่านอ๋องสายโหด
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับอู๋หงถิง นางขอทานใบ้ที่ตื่นขึ้นมาในชุดมงคลสีแดงแทนที่พี่สาวฝาแฝดผู้หายตัวไป หลังก่อเหตุลอบสังหารหวาเซียงอ๋องในคืนวิวาห์จนเกือบสิ้นชีพ เมื่อความแค้นของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมปะทุขึ้น นางจึงต้องตกอยู่ในฐานะชายาทาสผู้รองรับอารมณ์แทนพี่สาวที่พลัดพราก ท่ามกลางความขัดแย้งและการเอาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย อดีตหญิงไร้ค่าจะรับมือกับโทสะของอ๋องสายโหดได้อย่างไรในวันที่ชีวิตพลิกผันไปตลอดกาล