ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หมื่นความแค้นไม่แม้นจดจำ

หมื่นความแค้นไม่แม้นจดจำ

ท่ามกลางความขัดแย้งในวังหลวง จิตใจของพระสนมกลับแตกสลายจนไม่อาจรับรู้ถึงความเป็นจริงรอบกายได้อีกต่อไป นางเลือกที่จะขังตัวเองไว้ในโลกแห่งจินตนาการที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลบหนีความทุกข์ระทม โดยในจักรวาลส่วนตัวนั้นมีเพียงตัวนางเองและลูกน้อยทั้งสองเพียงลำพัง แม้แต่ฝ่าบาทก็มิอาจก้าวล่วงเข้าไปในพื้นที่แห่งความทรงจำที่บิดเบี้ยวนี้ได้ กลายเป็นโศกนาฏกรรมแห่งความรักและความแค้นที่ถูกลืมเลือนไปพร้อมกับสติสัมปชัญญะของนางที่หลุดลอย
ตอน
แชร์

ตอน 3

“พี่หญิงหากไม่ใช่ท่านแล้วจะใครที่สมควรจะสั่งสอนนางให้รู้จักที่ต่ำที่สูงท่านเป็นถึงพระญาติของไทเฮา”

ฟางจิวยี่สนมอันดับสองต่อจากกู้สุ่ยเอ่อพูดขึ้นด้วยท่าทีนอบน้อม

“เจ้าเอาแต่ยุยงข้าแล้วอิงจื่อคนนั้นเล่านางทำอะไรอยู่”

จิวยี่เแค่นยิ้ม

“นางนะหรือวันๆ เอาแต่เย็บถุงหอม อยู่ในตำหนักวันก่อนนางอุตส่าห์ย้ายก้นนางไปที่ตำหนักสวรรค์ประทานไปยินดีกับสนมคนใหม่หลี่หนิงอัน เหอะนางคงหวังพึ่งบารมีสนมหลี่หารู้ไม่ว่าคนที่ควรจะฝากชีวิตไว้คือพี่หญิงกู้สุ่ยเอ่อ”

สุ่ยเอ่อยิ้มมุมปาก

“ไปที่ตำหนักสวรรค์ประทานกับข้า เราไปยินดีกับสนมหลี่ด้วยกันดีไหม”

จิวยี่หน้าถอดสี

แค่ยุยงไม่อยากไปที่นั่นเพราะเกรงว่าหากฝ่าบาทรู้ว่าพวกนางไประรานสนมคนโปรดจะต้องถูกลงทัณฑ์ หลายวันมานี้ข่าวลือหนาหูบ้างก็ว่าฝ่าบาทเอาใจนางราวกับคนรัก บ้างก็ว่าก่อนนั้นฝ่าบาท มีรักแรกพบคือ..สนมหลี่

“เอ่อ เอ่อข้าว่าข้าไม่อยากไปที่นั่น”

“เฮอะ เจ้ามันก็แค่สุนัขที่มีไว้เพื่อช่วยตรวจตราหาได้ช่วยขบกัดขโมยอย่างที่ตั้งใจ (ดีแต่เห่า) ”

สนมจิวยี่กัดฟันแน่น นางน่าจะโกรธแต่ทว่า

“แหมพี่หญิงท่านก็รู้บิดาข้าก็แค่ขุนนางต่ำต้อย หากเกิดอะไรขึ้นกระทบกับบิดาข้าขึ้นมา ข้าก็แย่ ไม่เหมือนพี่หญิงที่มีไทเฮาหนุนหลังจะคิดอ่านเรื่องไหนก็ยังมีคนคอยเกรงใจช่วยเหลือ”

สุยเอ่อยิ้มหยัน

“ข้ารับรองว่าไม่ให้เจ้าเดือดร้อนในเมื่อไปกับข้าหากเกิดอะไรขึ้นข้ารับไว้คนเดียว”

จิวยี่ซ่อนยิ้ม วังหลังแห่งนี้การเป็นที่โปรดปรานนับว่าเป็นโอกาส สนมสุยเอ่อก่อนหน้านั้นมีแต่คนคอยเอาใจนางเพราะเป็นพระญาติของไทเฮา ฝ่าบาทอย่างไรเสียก็ไม่กล้าทอดทิ้งนางไม่วันไหนก็วันหนึ่งในเจ็ดวัน จะต้องแวะเวียนที่นี่เสียให้ได้วันหนึ่ง ต่างกับจิวยี่และอิงจื่อที่แรมเดือนก็ยังไม่พบหน้าฝ่าบาทเพียงแต่นั่งเฝ้าตำหนักกลัวว่ามันจะหายกระนั้น

สนมสุยเอ่อเดินออกจากตำหนัก จิวยี่สาวเท้าตามไปติดๆ

ตำหนักฟ้าประทาน

หนิงอันนอนบนแท่นนอน เสี่ยวเอิงเคี่ยวยากลิ่นหอมไปทั่วตำหนัก เฉินหยวนฮ่องเต้นั่งลงข้างๆ แท่นนอน

“ตามหมอหลวงหรือยัง”เสี่ยวโอหันหน้าหันหลัง

“พ่ะย่ะค่ะข้าน้อยสั่งให้คนไปตามท่านหมอแล้ว อีกประเดี๋ยวก็คงจะมาถึง”

เฉินหยวนฮ่องเต้เอื้อมมืออังที่หน้าผาก หนิงอันส่ายหน้าไปมา

“ทำไมให้ข้า ได้วัดไข้ให้เจ้า”

หนิงอัน ฝืนยิ้มสดใส

“หนิงอันไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อยปกติก็แค่ฮัดชิ้ว….เป็นหวัด”

เสี่ยวโอเดินถอยออกไปยืนรอด้านหน้าห้องบรรทม

“เจ้ามีไข้”

เอื้อมมือแตะที่หน้าผากอีกครั้งหนิงอันยกมือขึ้นกำมือเฉินหยวนไว้แน่นแล้วเอาไปแนบที่แก้มแทนใบหน้าออดอ้อนนั้นทำเอาเฉินหยวนใจอ่อน ลูบไล้แก้มนวลเบาๆ

“เป็นอะไรไป ให้ข้าดูว่าเจ้า ดีหรือแย่แค่ไหน”

น้ำเสียงอ่อนโยนยิ้งนัก

“หนิงอันไม่ชอบให้คนเอามือแตะหน้าผาก มันเหมือนกับจะบอกว่าข้าป่วยต้องพักแล้วนะ หนิงอันไม่อยากป่วย”

เฉินหยวนยิ้ม โน้มกายลงใช้ริมฝีปากเย็นเฉียบแตะที่หน้าผากนิ่งอยู่แบบนั้นหนิงอันใจเต้นตึกตัก

“พอแล้วเพคะ”

เฉินหยวนยิ้มดวงตาพร่างพราว

“อืมมมร้อนนิดหน่อยกินยาแล้วก็คงหาย วันนี้ข้าไม่ออกว่าราชการคอยอยู่เป็นเพื่อนเจ้าดีไหม”

หนิงอันยิ้มร่าเริงจนเห็นได้ชัด

“ดีจัง เบื่อเดินหมากกับเสี่ยวเอิงแล้ว ท่านพี่หมอไป๋ก็แวะมาเดี๋ยวๆ ก็กลับ สนมอิงจื่อก็เดินหมากไม่เก่งแพ้ข้าตลอด เพราะฉะนั้นวันนี้ฝ่าบาทจะต้องมาประลองฝีมือกับหนิงอัน จริงด้วยสนมหนิงอันฝากถุงหอมให้มอบให้กับฝ่าบาท หนิงอันลืมเสียสนิทนางเย็บด้วยมือนางเอง”

เฉินหยวนฮ่องเต้ทำเป็นไม่ได้ยินเสีย ไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้นนอกจากหนิงอันที่อยู่ตรงหน้าเขา นางคือรอยยิ้มของเขา

“มีเดิมพันหรือไม่”

สนใจเรื่องเดินหมากกับหนิงอันมากกว่าถุงหอมของสนมอิงจือ

“เดิมพันหรือปกติก็แค่เงินเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าเล่นไพ่ได้เสียกันเยอะหน่อยหนิงอันกำลังตีสนิทกับเหล่านางกำนัลชวนพวกนางมีเล่นไพ่กัน อุ้ย…ฝ่าบาทคงไม่ใจแคบใช่ไหมเวลาว่างข้าจึงชวนพวกนาง ไม่ได้สุมหัวกันเล่นไพ่เวลางานหรอกนะ…เพคะ”ยิ้มแห้งๆ

เฉินหยวนฮ่องเต้เลิกคิ้วสูงใบหน้าอ่อนโยนผ่อนคลายไม่ได้เคร่งเครียดเหมือนยามประชุมเหล่าขุนนาง

“ข้าถามว่ามีเดิมพันไหม ถ้าเจ้าเดินหมากแพ้จะให้อะไรข้า”

หนิงอันยิ้มสดใสยิ้มที่เฉินหยวนไม่อาจละสายตาได้

“ปกติแล้ว ถ้าหนิงอันแพ้เสี่ยวเอิงจะต้อง….ยอมลงให้เสี่ยวเอิงวันหนึ่ง”

“ยอมลง…ให้นาง หมายความว่าอย่างไร เจ้าเป็นพระสนมเป็นคุณหนูบ้านหลี่”

“ไม่ไม่ ไม่เสี่ยวเอิงกับหนิงอันเราเติบโตมาด้วยกันรวมทั้งท่านพี่หมอไป๋ด้วย เรื่องเล็กน้อยเสี่ยวเอิงนางก็ไม่ได้ใช้เอ๊ยหนิงอันหมายถึงไม่ได้บงการ จะใช้คำไหนดีนางไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าที่ตกลงกัน”

เฉินหยวนฮ่องเต้พยักหน้าขึ้นลง

“เจ้าเป็นสนมของข้า คนที่ทำอะไรแบบนี้ได้มีแค่เสี่ยวเอิงคนเดียวเท่านั้นจำไว้ถือว่านางเป็นดั่งพี่น้องกับเจ้า นางกำนัลในวังหลวงล้วนต่ำกว่าเจ้าแม้เจ้าจะดีกับพวกนางนั่งร่วมวงเล่นไพ่กับพวกนางได้ แต่อยากให้รู้ว่าเจ้าสูงส่งกว่าพวกนาง”

“เพคะหนิงอันจะจำใส่ใจฝ่าบาทไม่ต้องกังวล”

“เอาหล่ะคราวนี้ข้ากำลังคิดว่า หากข้าชนะเดิมพันเจ้าข้าจะ ขอให้เจ้ายอมลงให้ข้าเหมือนที่เคยเดิมพันกับเสี่ยวเอิงดีไหม”

พูดไปยิ้มไป หนิงอันยิ้มสดใสเช่นกัน

“เพคะ หากชนะฝ่าบาทก็ต้องยอมลงให้หนิงอันเช่นกัน”

ชักหวั่นๆ ว่าหนิงอันจะชนะเขาได้เสียกระมั่ง

“ท่านหมอไป๋มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เสี่ยวโอเดินเข้ามาก้มหน้า

“เชิญท่านหมอเข้ามา”

ไป๋เยว่เทียนเดินเข้ามาพร้อมกับหลวมยา

“ถวายพระพรฝ่าบาท พระสนมหนิงอัน”

ประสานมือนอบน้อม สายตาที่มองไปยังหนิงอันอ่อนโยนจนเฉินหยวนสัมผัสได้

ขยับกายตั้งใจจะจับชีพจร เฉินหยวนในฮ่องเต้ขึ้นไปนั่งบนแท่นนอน ดึงตัวหนิงอันให้พิงอกกว้าง ให้หมอไป๋ได้ตรวจดูอาการป่วย

“สนมสุ่ยเอ่อ สนมจิวยี่ สนมอิงจื่อ เสด็จจจจ”เสี่ยวโอขานดังๆ

เฉินหยวนฮ่องเต้ กระชับอ้อมกอดแนบแน่นจนหนิงอันรู้สึกอึดอัด

“สุยเอ่อถวายพระพรฝ่าบาท จิวยี่ถวายพระพรฝ่าบาท อิงจื่อถวายพระพรฝ่าบาท”ย่อกายลงพร้อมกัน อิงจื่อยังมาพร้อมกับใบหน้าเศร้าสร้อย จิวยี่ที่มองภาพเฉินหยวนฮ่องเต้กอดประคองหนิงอันด้วยสายตาริษยา ไม่ต่างจากสุ่ยเอ่อแต่ทว่าสุ่ยเอ่อนางเจ็บแค้นในใจไม่น้อยด้วยนางไม่เคยเจียมตัวถูกเลี้ยงดูมาว่าสูงส่งเกินใคร

“ออกไปรอด้านนอก ท่านหมอกำลังตรวจดูอาการป่วยของสนมหนิงอัน”

น้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเฉียบขาดของเฉินหยวนฮ่องเต้ที่คนฟังรู้สึกได้

“ฝ่าบาทสุยเอ่อแวะมายินดีกับสนมหนิงอัน”

“นางป่วยเจ้ามายินดีเรื่องอะไรกัน”

เสียงเข้มมีแววตำหนิ สุ่ยเอ่อหน้าเสีย

“เอ่อ พี่หญิงไม่ได้หมายความอย่างนั้นหรอกเพคะ พี่หญิงคงไม่รู้ว่าน้องหญิงหนิงอันกำลังป่วยคงแค่แวะมายินดีที่ได้เข้าวัง”

จิวยี่รีบแก้ตัวแทน และอยากมีตัวตนขึ้นมาในตอนนั้น หากจะเห็นว่าสายตาของเฉินหยวนมองจิวยี่และสนมทั้งสองราวกับอากาศธาตุ

“พวกเจ้าพร้อมใจกันมาขนาดนี้ ทำให้สนมหนิงอันไม่ได้พักผ่อน”

สุ่ยเอ่อยิ้มมุมปาก

สุ่ยเอ่อกับฝ่าบาทเป็นศัตรูกันหรือไร ฝ่าบาทจึงทำเหมือนว่าสุ่ยเอ่อมารบกวนหนิงอัน สุ่ยเอ่อเองก็มิได้อยากจะอ่อนข้อให้ใคร

หมอไป๋จับชีพจรที่เต้นตึกตัก ตีรวนของหนิงอัน เหงื่อผุดเต็มใบหน้าเพราะเฉินหยวนกอดไว้ต่อหน้าคนหมู่มากเสียแน่น

“ฝ่าบาท อิงจื่อแวะมาประจำในทุกวันเพื่อเป็นเพื่อนคุยกับน้องหญิงหนิงอัน พอได้เวลาที่ฝ่าบาทจะมาอิงจื่อจึงกลับ วันนี้ก็เช่นกัน …น้องหญิงฝ่าบาทอยู่นี่แล้ว เจ้าคงไม่เหงาแล้ว ข้ากลับตำหนักก่อนไว้พรุ่งนี้เจ้าเหงาๆ จึงจะมาเป็นเพื่อนคุยกับเจ้าเช่นเดิม”

น้ำเสียงเศร้าสร้อยอ่อนหวานเหมือนเช่นทุกครั้ง อิงจื่อย่อกายจากไปง่ายดาย

สนมอีกสองคนก็ย่อกายเดินออกจากห้อง เฉินหยวนคลายอ้อมกอดออกเหลือเพียงการกอดแบบหลวมๆ เอ่ยปากถามหมอไป๋

“อาการป่วยของนางเป็นอย่างไรบ้าง”หมอไป๋ยิ้มบางๆ

“ทูลฝ่าบาทพระสนมต้องไอเย็น ตำหนักสวรรค์ประทานลมผ่านเข้าออกปลอดโปร่งดี ข้าน้อยจึงเห็นว่าควรจะจัดห้องบรรทมให้มิดชิดอบอุ่นกว่าที่อื่น เพราะพระสนมเวลาที่หลับไปแล้วมักจะถีบผ้าห่มออกเสมอ”

เฉินหยานฮ่องเต้พยักหน้าขึ้นลง

“เสี่ยวโอรับบัญชาข้า ให้คนมาสร้างเตาพิงด้านในเพื่อยามที่อากาศหนาว”หนิงอันยิ้มสดใส

“ดีจังต่อไปไม่ต้องห่มผ้าแล้ว”

“ไม่ได้นะขอรับพระสนม ยามอยู่ที่บ้านหลี่ก็ไม่ห่มผ้าเช่นนั้นจะต้องกินยาบ่อยๆ และยังต้องป่วยไข้ อีกอย่างพระสนมกินยายากหากป่วยไข้ก็ต้องกินยาไปตลอด ต่อไปข้าน้อยจะกำชับเสี่ยวเอิงให้คอยห่มผ้าให้พระสนม”

“ไม่ต้องต่อไปข้าจะดูแลนางเอง ท่านหมอวางใจเถิดข้าจะมานอนที่นี่จนกว่านางจะยอมห่มผ้าเสียที”ไป๋เยว่เทียนยิ้ม

ทุกอย่างเหมือนจะดูราบรื่นดี แต่นั่นเท่ากับดาบสองคม ฝ่าบาทยิ่งโปรดปรานยิ่งเท่ากับผูกเชือกเตรียมไว้สำหรับแขนคอตัวเองวังหลวงแห่งนี้มีสิ่งใดแน่นอนก้าวพลาดเท่ากับจบชีวิต

หนิงอันยังคงยิ้มสว่างสดใสเช่นเดิม

“เราเข้าไม่ถึงตัวนางด้วยซ้ำฝ่าบาทดูแลนาง ..ราวกับกลัวว่าพวกเราจะขย้ำนาง”

“แล้วเราจะต้องทำอย่างไร พี่หญิงยอมไม่ได้นะเจ้าค่ะฝ่าบาทเปลี่ยนไปเพียงนั้นข้าเดิมก็ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว แต่ท่านนะสิเมื่อวานก่อนข้าเห็นเหล่านางกำนัลต่างนินทาว่าท่านกำลังจะเป็นช่วงขาลง”

“ใครพูดข้าจะตัดลิ้นมันเสีย”จิวยี่ลอบยิ้ม

“ใครบ้างจะไม่พูดหลายวันมานี้ทุกคนล้วนพูดถึงสนมหลี่ แล้วยังพาดพิงถึงพี่หญิงทั้งนั้นท่านทำใจเย็นหน่อยรอให้นางอับโชค ฝ่าบาทเบื่อนางแล้วเราจึงค่อยทำคะแนนดีไหม” สุ่ยเอ่อเม้มริมฝีปาก

“ฝ่าบาทไม่ยอมให้พวกเราตั้งครรภ์ แล้วจะยอมให้นางตั้งครรภ์หรือไม่นั่นไม่มีใครรู้ใต้เท้าหลี่บิดาของสนมหลี่เป็นขุนนางตงฉินฝ่าบาทเองยังใม่กล้าว่ากล่าวด้วยทำดีไม่มีที่ติ เจ้ากลัวไหมว่านางจะตั้งครรภ์”จิวยี่หน้าเสีย

“เช่นนั้นนางก็รุดหน้าไปกว่าพวกเรานะสิ หาทางเล่นงานนางดีไหม”

“เจ้านั่นแหละที่ควรจะหาทางจัดการนาง แล้วข้าจะคอยแก้ต่างให้เจ้าเอง”

จิวยี่ยิ้มแห้งๆ เพียงสติปัญหาของจิวยี่จะทำอะไรได้ สนมอิงจื่อก็อีกคนวันๆ ไม่ทุกข์ร้อนสิ่งใด จิวยี่ถอนหายใจยาว

“คงต้องหาช่องทางใช่ไหม”

“ใช่ ข้าเองก็รอโอกาสที่จะกำจัดนางเช่นกัน”

ตำหนักพระพันปี

“เฉินหยวนฮ่องเต้โปรดปรานสนมหลี่เกินกว่าสนมคนไหน ข้าพูดเรื่องนี้กับเฉินหยวนฮ่องเต้ทว่ากลับเฉยชา หึไม่เห็นหัวข้าอย่างนั้นหรือให้ข้าเป็นไทเฮาแต่ไม่เชื่อฟังข้า สนมสุ่ยเอ่อก็ไร้ความสามารถทุกวันนี้ฝ่าบาทไม่เคยเรียกหานาง ข้าเห็นจะต้องลงแรงด้วยตัวเองตระกูลกู้ของเราเป็นฮองเฮาและไทเฮามาช้านาน จะมายอมง่ายดายให้กับสนมไร้ชื่อเช่นนั้นหรือ”

นางกำนัลข้างกายย่อกายลงช้าๆ

“มีวิธีตั้งมากมายกำจัดสนมเล็กๆ ปลายแถวเช่นสนมหลี่หากแต่จะใช้วิธีไหนที่ฝ่าบาทไม่อาจคาดเดาหรือสาวมาถึงตัวได้”

“เช่นนั้นจึงต้องเป็นเจ้า”

“ไทเฮาวางใจหม่อมฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้แนบเนียนที่สุด”

ตำหนักกุ้ยฮวา

“พระสนม พระสนมสบายดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ร่างสูงเร้นกายเข้ามาในอาภรณ์ขันทีประสานมือตรงหน้าอิงจื่อน้ำเสียงแสดงความตื่นเต้นดีใจที่ได้พบหน้า

“สบายหรือไม่ ใครให้เจ้าบังอาจถามที่ผ่านมาท่านหายไปไหนมาทิ้งข้าเพียงลำพังในวังหลวงแห่งนี้”

น้ำเสียงตัดพ้อจริงจัง

“พระสนม โจต้าเหมิงไม่เคยโดดเดี่ยวพระสนมที่หายไปเพราะกำลังหาทางเข้ามาในวังหลวงเพื่อรับใช้ใกล้ชิด”

“ดีพูดแบบนี้ ดีมาก อยากช่วยข้าก็ช่วยให้ฝ่าบาทหันมาเหลียวแลข้าบ้าง ท่านทำได้ไหม ท่านรู้ไหมข้าอยู่ที่นี่ต้องทนทุกข์ทรมานและเจ็บปวดเพียงใดทุกวันข้านั่งมองประตูทางเข้าตำหนักว่าเมื่อไหร่ฝ่าบาทจะมา คอยมองว่าเมื่อไหร่ขันทีจะนำป้ายชื่อมายื่นให้ข้า รอว่าเมื่อไหร่จะได้ร่วมเสวยกับฝ่าบาท รอ รอ เฝ้ารอ สุดท้ายก็ได้แค่…รอ”

โจต้าเหมิงถอนหายใจยาว

สามเดือนต่อมา

“ตั้งครรภ์อย่างนั้นหรือ หนิงอันนางตั้งครรภ์อย่างนั้นหรือเป็นเรื่องดีเป็นเรื่องดีจริงๆ” 

วางฎีกาลงโบกมือไล่ขุนนางให้กลับออกไปจนหมด

ไป๋เยว่เทียนยิ้มกว้างประสานมือตรงหน้าเฉินหยวนฮ่องเต้

“พ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้พระสนมตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วไม่มีอาการแพ้ท้องหากแต่ มีอาการ อยากกินอาหารรสหวานรสเปรี้ยวเพิ่มขึ้น”

“ส่งข่าวยังบ้านหลี่ เสี่ยวโอมอบของกำนัลมีค่าควรเมืองแก่พระสนมหนิงอัน เพื่อรับขวัญนางที่อุตส่าห์ตั้งครรภ์ให้ข้าจัดงานเฉลิมฉลองเจ็ดวันเจ็ดคืน งดจัดเก็บภาษีจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ผู้คนสรรเสริญพระสนมหลี่หนิงอัน”

“น้อมบัญชาฝ่าบาท”

เสี่ยวโอยิ้มระรื่นดีใจกับเฉินหยวนฮ่องเต้อย่างที่สุด

“ท่านหมอครรภ์ของหนิงอันแข็งแรงดีใช่ไหม”

“แข็งแรงดีพ่ะย่ะค่ะน่าแปลกมากพระสนมไม่มีอาการแพ้ท้องหรืออ่อนเพลียแต่เมื่อข้าน้อยจับชีพจรเมื่อเช้าแล้วนำเรื่องที่พบเจอไปปรึกษาอาจารย์ (หมอหลวง) อาจารย์ก็ให้กระหม่อมมาทูลเรื่องน่ายินดีนี้กับฝ่าบาท”

“ต่อไปท่านหมอต้องแวะที่ตำหนักสวรรค์ประทานเช้า กลางวัน เย็นดูแลครรภ์ของหนิงอันให้ดีที่สุด ข้าวางใจเพียงท่านหมอเท่านั้น”

“รับบัญชาฝ่าบาท”

เฉินหยวนฮ่องเต้ลุกขึ้นสาวเท้าไปยังตำหนักสวรรค์ประทานในทันที

“ไม่ต้องลุก ไม่ต้องเดิน ไม่ต้องอะไรทั้งนั้น”หนิงอันยิ้ม

“แล้วจะถวายพระพรอย่างไรเล่าเพคะวันนี้ฝ่าบาทรีบมา หนิงอันยังไม่ทันได้อาบน้ำ”

เฉินหยวนกอดร่างเล็กแน่นจุมพิตที่หน้าผากด้วยความรัก มองสบตาในดวงตามีแต่แววรักใคร่เต็มเปี่ยม

“เจ้า ไม่ต้องถวายพระพรแล้วก็ในเมื่อเจ้าต้องแบกลูกของข้าในท้อง จะต้องลำบากเพียงใด”

น้ำเสียงอ่อนโยน หนิงอันทำตาโตยิ้มสดใสเช่นเดิม

“ หา หนิงอันแบกลูกของฝ่าบาท”

ทำสีหน้าประหลาดใจ

เฉินหยวนยกมือขึ้นลูบที่หน้าท้องของหนิงอันอย่างอ่อนโยน

“ข้าไม่เคยยอมให้สนมคนไหนตั้งครรภ์ มีเพียงเจ้าเท่านั้นหนิงอัน”

โน้มตัวลงเอาหูแนบกับหน้าท้องเนียน

“ลูกพ่อลำบากแม่เจ้าแล้ว รีบออกมาพบหน้ากันเร็วๆ แม่เจ้าจะได้ไม่ต้องลำบาก”หนิงอันยิ้มตาหยี

ก่อนหน้านั้นเฉินหยวนฮ่องเต้รู้ดีว่าเขาจะไม่ยอมให้ใครได้ตั้งครรภ์กับเขาจนกระทั่งหนิงอันเข้าวัง

“ขอบพระทัยเพคะ หนิงอันจะอุ้มท้องลูกของฝ่าบาทให้ดีที่สุด”

เฉินหยวนกอดร่างบางแนบกายจุมพิตที่หน้าผากไล่ลงมาที่แก้มทั้งสองข้างและหยุดที่ริมฝีปากอวบอิ่ม ป้อนจูบหวานที่สุดนุ่มนวลที่สุดให้กับหนิงอัน

“เจ้าควรจะรู้ว่าข้ารักเจ้าเพียงใด”หนิงอันยิ้มหวาน

“เพคะ หนิงอันเชื่อแล้วเพคะ และหนิงอันก็รักฝ่าบาทคนเดียวเช่นกัน”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ
8.6
จากชีวิตที่แสนสุขสบาย หญิงสาวกลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อประสบอุบัติเหตุจนหลุดมาอยู่ในยุคโบราณ ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเธอต้องมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางครอบครัวที่ยากลำบาก ทั้งมารดาที่ล้มป่วยและบิดาที่พิการไร้ความสามารถในการทำงาน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการออกไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตทุกคนให้รอดพ้นจากความอดอยากในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้
หน้าปกนวนิยาย เทพเจ้าแห่งอสูร: พิชิตทุกพิภพด้วยหมื่นภูตผี
8.9
เมื่อสุดยอดทหารรับจ้างจากศตวรรษที่ 26 กลับชาติมาเกิดเป็นลูกเลี้ยงไร้ค่าในตระกูลดัง นางจึงลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ด้วยพลังทุกธาตุและศาสตร์ลัทธิภูตผีที่สร้างขึ้นเอง จนก้าวข้ามอัจฉริยะทั้งห้าภพในฐานะราชาผีผู้สั่งการวิญญาณนับหมื่น ทว่าท่ามกลางการแก้แค้นและการสยบศัตรู นางกลับต้องรับมือกับจักรพรรดิหนุ่มลึกลับที่ตามตื้อไม่เลิก แม้เย่วเฉิงเฟิงจะมองว่าบุรุษคือตัวถ่วง แต่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้กลับท้าทายหัวใจของนางในเส้นทางสู่การเป็นเทพเจ้าแห่งอสูร
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ได้เกิดใหม่ข้าจะร่ำรวย
9.5
เมื่อสาวโสดสุดสวยอย่างลูกปลาจากยุค 2022 ต้องย้อนเวลากลับไปสู่ยุคจีนโบราณอย่างไม่คาดคิด เธอตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว ท่ามกลางความยากจนข้นแค้นที่แสนรันทดและสามีจอมหื่นที่จ้องจะเผด็จศึกเธออยู่ตลอดเวลา งานนี้ลูกปลาต้องใช้ไหวพริบทั้งหมดที่มีเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันตรายรอบด้าน พร้อมกับภารกิจสำคัญในการสร้างฐานะให้ร่ำรวยเพื่อพลิกชีวิตใหม่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย...ท่านอ๋องสายโหด
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับอู๋หงถิง นางขอทานใบ้ที่ตื่นขึ้นมาในชุดมงคลสีแดงแทนที่พี่สาวฝาแฝดผู้หายตัวไป หลังก่อเหตุลอบสังหารหวาเซียงอ๋องในคืนวิวาห์จนเกือบสิ้นชีพ เมื่อความแค้นของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมปะทุขึ้น นางจึงต้องตกอยู่ในฐานะชายาทาสผู้รองรับอารมณ์แทนพี่สาวที่พลัดพราก ท่ามกลางความขัดแย้งและการเอาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย อดีตหญิงไร้ค่าจะรับมือกับโทสะของอ๋องสายโหดได้อย่างไรในวันที่ชีวิตพลิกผันไปตลอดกาล