
ฝากฟ้าเขียนฝัน
ตอน 2
บรรณาธิการสาววัย26ปีอย่างฝากฟ้าที่กำลังนั่งอ่านต้นฉบับนิยายที่นักเขียนหน้าใหม่ส่งมาให้ในอีเมลในห้องทำงานช่วงหัวค่ำ เธอต้องละสายตามองไปยังหน้าประตูเมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของน้องสาวตัวเล็กวัย22ย่าง23อย่างเขียนฝันที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาในห้องของเธอพร้อมจานขนมในมือ
“นิยายเรื่องที่ตัวเขียนดังเป็นพลุแตกแล้วนะ”
“หืม..รู้ได้ไงว่าเค้าเขียนนิยาย”
ฝากฟ้า เปรมวิโรจน์ สาวสวยแสนเรียบร้อยวัย26 ตอนนี้เธอเป็นบรรณาธิการอยู่ในสำนักพิมพ์หญิงใหญ่เป็นพี่สาวของเขียนฝัน หญิงสาวเป็นคนตัวเล็กหุ่นนาฬิกาทรายอกเป็นอกเอวเป็นเอวผิวขาวอมชมพูใบหน้ารูปไข่ผมดกดำยาวตรงถึงกลางหลัง หญิงสาวเป็นคนที่ชอบแต่งตัวเรียบร้อยมิดชิดจนดูเชยเฉิ่มแถมใบหน้าสวยๆตาหวานๆของเธอก็ถูกบดบังด้วยแว่นหนาๆเพราะสายตาสั้น เธอเป็นคนขยันทำการทำงานเพราะเกิดมาเป็นลูกคนโตเลยมีความรับผิดชอบสูงยิ่งตอนนี้สูญเสียพ่อแม่ไปเหลือเพียงน้องสาวแค่คนเดียวเธอจึงต้องทำหน้าที่พี่สาวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เค้าเห็นในไฟล์ตอนยืมโน๊ตบุ๊คตัวไปทำงานอะ”
เขียนฝันทิ้งตัวนั่งตรงข้ามคนเป็นพี่ก่อนจะตอบอย่างลอยหน้าลอยตาแตกต่างกับสีหน้าของพี่สาวเธอโดยสิ้นเชิงเพราะฝากฟ้าในตอนนี้ค่อนข้างตกใจพอสมควรเมื่อรู้ว่าน้องนั้นเจอความลับที่เธอไม่ได้อยากเปิดเผย แถมยังเคืองพอสมควรที่เขียนฝันนั้นซนไม่เข้าเรื่อง
“นี่ตัวไม่มีมารยาทเลยอะคราวหลังไม่ต้องมายืมของเค้าเลย แล้วก็ห้ามบอกใครด้วยว่าเค้าเขียนนิยายเรื่องนี้”
“โอเคโอเคเค้าสัญญา อย่างอนน้าเดี๋ยวทำข้าวผัดปูแสนอร่อยให้ทาน”
เขียนฝันที่เห็นสีหน้าของพี่สาวที่ดูจะไม่ชอบใจเลยใช้ลูกอ้อนแบบเดิม โดยการเข้าไปกอดพร้อมพูดคำว่าขอโทษหวานๆเธอรู้ว่าแค่นี้ก็ทำให้พี่สาวสุดที่รักใจอ่อนลงได้แล้ว
“นี่รูปอะไรเหรอ”
หลังจากผละออกจากการกอดตัวพี่สาวได้ดวงตากลมโตของสาวแสนซนก็ดันไปเห็นรูปวาดบนโต๊ะทำงานของคนเป็นพี่ รูปภาพนั้นคือสิงโตที่ร่างด้วยดินสอดูสง่าพอสมควร แต่ดูๆแล้วไม่เหมือนรูปวาดที่เอาไปประกอบทำหนังสือนิยาย แต่มันเหมือนกับรูปภาพตามร้านสักมากกว่า
“เปล่าแค่วาดเล่นๆน่ะ”
ฝากฟ้ารีบเก็บกระดาษที่เธอวาดรูปเอาไว้ลงลิ้นชักก่อนที่น้องสาวขี้สงสัยของเธอจะหยิบขึ้นมาดูและถามอะไรมากมายไปกว่านี้ เพราะเธอไม่อยากตอบคำถามเรื่องภาพวาดนี้เท่าไรนักก่อนจะรีบหาเรื่องคุยเรื่องอื่นกับเขียนฝัน
“แล้วที่ร้านเป็นไงบ้าง”
“ขายดีนะวันนี้หักค่าใช้จ่ายได้กำไร300”
สาวเจ้าว่าพร้อมหยิบขนมคุ้กกี้ชิ้นโตเข้าปากอย่างอารมณ์ดี
เขียนฝัน เปรมวิโรจน์ หญิงสาวช่างฝันวัย 22ย่าง23 ตัวเล็กหน้าตาน่ารักน่าชังผิวขาวอมชมพูคิ้วบางได้รูปดวงตากลมโตมีขนตางอนยาวปากนิดจมูกหน่อยมีแก้มลักยิ้มสองข้างผมหยักศกยาวถึงกลางหลังสูงเพียง155cm หนัก42 เธอเป็นสาวช่างฝันมองโลกในแง่ดีมาตั้งแต่เด็กๆ ในชีวิตแม้นจะเจอเรื่องอะไรเธอก็พยายามมองทุกอย่างเป็นเรื่องบวกเสมอ ความฝันสูงสุดของเธอก็คือการได้เป็นแม่คนได้มีครอบครัวเล็กๆที่อบอุ่น เธอเป็นคนที่ไม่โลภเงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้ส่วนมากจะเป็นการช่วยเหลือแบ่งปันผู้อื่นเสียส่วนใหญ่ เธอจึงกลายเป็นที่รักของคนหลายๆคนที่ได้พบเจอ
“300”
คำตอบของเขียนฝันดูจะทำฝากฟ้าเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด พอจะเดาออกแล้วว่าเงินที่เธอลงทุนทำร้านอาหารตามสั่งให้น้องสาวคนนี้น่าจะไม่ได้ทุนคืนแน่นอน และพอจะเดาออกว่าทำไมเป็นเช่นนี้คงไม่วายที่เขียนฝันได้แจกข้าวทำการกุศลทุกวันเป็นแน่
“อืม”
เป็นอีกครั้งที่เขียนฝันตอบคนเป็นพี่ด้วยสีหน้าอารมณ์ดีขัดกับสีหน้าของพี่สาว
“เรียกขายดี”
“ใช่”
“ให้เดาชุมชนข้างๆหมู่บ้านเราคงอิ่มทั่วกันเลยล่ะสิ”
“ก็..เค้าน่าสงสารกันนี่นา”
เขียนฝันเอ่ยถึงคนในชุมชนแออัดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านของเธอนัก แต่ละคนที่อยู่ที่นั่นเธอรู้ดีว่าลำบากกันขนาดไหนหากเธอพอมีกำลังช่วยได้เธอก็ทำในทันทีโดยที่ไม่คิดอะไรมาก
“ตัวค่าเช่าร้านตัวเดือนละหมื่นกำไรวันละ300ร้านตัวจะอยู่ได้อีกเท่าไร”
ฝากฟ้าไม่ได้มองว่าความใจดีของน้องสาวมันไม่ดีแต่เธออยากให้น้องของเธอมีกินมีใช้อย่างสบายจริงๆก่อนแล้วค่อยช่วยเหลือคนอื่น
“เค้ายังได้รายได้จากนิยายที่เค้าเขียนยังไงก็ไปรอด”
เขียนฝันคิดว่าวันนี้เธอยังมีกินมีใช้ถึงไม่ได้มากแต่ก็ไม่ถึงกับอดในเมื่อเธอยังมีแรงมีกำลังเรื่องเงินทองเธอหาใช้ได้อยู่แล้ว
“น้องฉันเปิดร้านอาหารหรือเปิดมูลนิธิการกุศลกันแน่เนี่ย”
ฝากฟ้ารู้ว่าเขียนฝันเป็นคนจิตใจดีมาแต่เล็กแต่น้อยโดยที่บางครั้งช่วยคนอื่นจนตัวเองเดือดร้อนก็มีคิดว่าน้องสาวโตแล้วน่าจะลดเรื่องนี้ลงแต่ไม่เลยเธอเองที่เป็นพี่ทำได้ดีที่สุดก็แค่สอนน้องและคอยซัพพอร์ตเท่านั้นเพราะครั้นจะไปห้ามน้องสาวคนนี้ทำดีเลยก็คงห้ามไม่ได้
เย็นวันนี้หลังจากปราณเลิกงานได้เขาก็ขับรถยนต์คันเก่งตรงมาที่บ้านหรูริมแม่น้ำย่านชานเมืองสมุทรปราการที่ที่คนเป็นย่าอาศัยอยู่
“นึกยังไงมาหาย่าได้ล่ะวันนี้”
พิมทองจ้องมองหลานชายคนเล็กอย่างประหลาดใจเพราะร้อยวันพันปีไม่ยักเห็นจะเข้ามาหา
“ผมก็คิดถึงคุณย่าไงครับตั้งแต่กลับมาเจอคุณย่าไม่กี่ครั้งเองงานที่คุณพ่อให้ผมทำก็ยุ๊งยุ่งนี่ผมว่างปุ๊ปก็มาปั๊ปเลยนะครับ”
ปราณหวังว่าคำพูดหวานๆของเขาจะทำให้ย่านั้นใจอ่อนง่ายๆกับเรื่องที่เขาขอ
“ปากหวานแบบนี้อยากได้อะไรหรือเปล่าเราน่ะ”
พิมทองอมยิ้มกรุ้มกริ่มพอจะกระชุ่มกระชวยหัวใจอยู่บ้าง เมื่อหลานมาออดอ้อนแต่พอจะมองออกว่าหลานชายคงอยากจะขออะไรเธอเป็นแน่เพราะพิสุทธิ์พ่อของปราณก็ออดอ้อนเช่นนี้ไม่มีผิดเพี้ยนเมื่ออยากจะขออะไรจากเธอ
“คุณย่านี่รู้ใจผมจริงๆ...คือผมรู้สึกว่าผมมีประสบการณ์การทำงานมากพอแล้วครับ เลยอยากจะสร้างธุรกิจของตัวเองอย่างพี่โปรดแต่ผมไม่มีเงินทุนครับขอคุณพ่อแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่ยอมให้เงินผมมาลงทุนทำกิจการของตัวเองอยู่ดีผมเลยมาขอความเห็นใจจากคุณย่าครับ”
ปราณยิ้มหน้าแหยเมื่อถูกจับได้พอคนเป็นย่าตรงไปตรงมาแบบนี้เขาก็ไม่อ้อมค้อม เพราะเขาไม่ประสบผลสำเร็จในการทำธุรกิจจากเงินก้อนแรกที่คนเป็นพ่อให้อย่างกับพี่ชายเขาจึงไม่มีโอกาสในเร็วๆนี้ที่จะได้เงินทำทุนก้อนที่สองจึงหวังพึ่งคนเป็นย่า
คุณอาจจะชอบ





