ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้ายอุบายปรารถนา

เล่ห์ร้ายอุบายปรารถนา

เมื่อความรักกลายเป็นความแค้น วันนี้เธอกลับมาพร้อมกับผู้ช่วยมือดีและแผนการร้อยเล่ห์ที่จะทั้งมัดใจและเอาคืนเขาให้สาสม! “อะไรนะคะ” นราวดีหันมองปฐพีทันที “คุณพูดใหม่สิ ลูกอยู่กับใคร” นราวดีเดินกระทืบเท้าเบาๆ มือก็จับศีรษะสลับกับชี้ไปที่ปฐพี “คุณ...คุณทำอย่างนี้กับฉันได้ไงคุณปฐพี ทำได้ไง ให้ลูกอยู่กับยายแก่ใจร้ายได้ยังไงกัน คุณ...คุณนี่มัน...” ฟันขาวขบกัดบนกลีบปาก มองปฐพีตาเขียวเข้ม ดุร้าย แต่ซ่อนความหวาดกลัวไว้ไม่มิด ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงเดินตรงมาหานราวดีหวังจะใช้อ้อมแขนโอบประคองให้เธอคลายความร้อนรุ่มร้อนรนในใจ กายน้อยๆ สั่นจนแทบจะทรงตัวยืนไม่อยู่ แต่หญิงสาวกลับสะบัดออก สองมือทุบตีจิกทึ้งด้วยแรงทั้งหมดที่มีสลับกับแกะแขนใหญ่ออกจากเอว “คนใจร้าย คนใจดำ ทำอย่างนี้กับนาราได้ไง ทำได้ไง” “ไม่เอานาราไม่ทำอย่างนี้ ใจเย็นๆ นะ ผมขอโทษ” เพี๊ยะ!! นราวดีตบหน้าปฐพีอย่างรุนแรงจนหน้าหันไปอีกด้าน “ขอโทษ เวลาคุณทำอะไรผิด คุณก็พูดแต่คำว่าขอโทษๆ มันเทียบกันไม่ได้กับความรู้สึกที่ฉันเสียไป คราวนี้คุณทำแรงเกินไปคุณปฐพี ฉันให้อภัยคุณไม่ได้ ฉันหวัง..หวังว่าวันหนึ่งคุณจะคิดได้ เปลี่ยนแปลงนิสัยจากผู้ชายรักสนุกเห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่ของเล่นกลับเป็นคนปกติ แต่มาตอนนี้ ฉันเชื่อแล้วว่าคุณเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้ ถือว่าฉันของร้อง.....” นราวดีทรุดตัวลงจนเข่าวางอยู่บนพื้น ร่างทั้งร่างสั่นจนเหมือนคนเป็นไข้ หัวใจเจ็บปวดทรมานเหมือนถูกใครกำลังเอามีดแหลมคมมากรีดจนเหวอะหวะ แล้วกระชากมันออกไปจากร่างกาย น้ำตาที่เอ่อล้นไหลออกมาด้วยความเจ็บปวดและชอกช้ำ ใบหน้าสวยและดวงตากลมโตแดงก่ำ มองชายหนุ่มด้วยสายตาอ้อนวอนขอร้อง
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2

นราวดียกมือจับแก้ม มองพ่อด้วยสายตาปวดร้าว พ่อไม่เชื่อเธอยังจะพอทำใจได้ แต่ถึงกับตบหน้าเธอ เพราะคำพูดของคนที่เพิ่งจะเขามาอยู่ได้แค่ไม่นาน

“พ่อไม่นึกเลยว่าหนูจะทำตัวอย่างนี้ ทำไมหนูถึงทำตัวเหลวไหล พ่อกับแม่ไม่เคยสอนให้หนูทำตัวอย่างนี้เลยนะ” นราวดียังจำคำพูดที่พ่อตัดพ้อได้ขึ้นใจ

“หนูเปล่านะคะพ่อ หนูไม่ได้ทำ พ่อต้องเชื่อหนูสิ”

เธอพูดจนคอแห้ง แต่พ่อก็ไม่เชื่อ ได้แต่ส่ายหน้าและห้ามไม่ให้พูดถึงอีก พร้อมว่ากล่าวตักเตือนไม่ให้ทำตัวอย่างที่ก้าน ก่อนจะเดินหนีเธอไปหาน้องสาวที่นอนหลับอยู่ใกล้ๆ

จินดาก็เข้ามายืนใกล้ๆ ก้มกระซิบข้างหู “วันนี้แกหนีน้องชายฉันไปได้ แต่วันต่อไปอย่างหวังว่าจะรอดเลยนังนารา พอน้องชายฉันได้แกจนเบื่อเมื่อไหร่ แกก็เตรียมตัวไปเป็นเมียน้อยไอ้อ้วนหมูตอนเจ้าของร้านขายหมูในตลาดโน้น ฉันจะไม่เก็บแกไว้รกหูรกตาฉันกับครอบครัวแน่!”

จินดายิ้มเยาะ กวาดตาประเมินราคานราวดีอยู่ในใจ “หุ่นอย่างแก ไอ้อ้วนบอกว่าจะให้หลายหมื่นอยู่หรอกนะ ถ้าแกป่อง...เป็นหญิงมันก็จะให้ฉันหนึ่งแสน แต่ถ้าเป็นเด็กชายฉัน กับครอบครัวก็จะได้สบายไปตลอดชีวิตทีเดียว” จินดาเดินหัวเราะออกไปจากห้อง พร้อมกับบ่นว่าน้องชายที่ทำไม่สำเร็จ

คืนนั้นนราวดีน้ำตาไหลอาบแก้ม ทรุดตัวลงกองกับพื้นห้องทั้งน้อยใจและเสียใจที่เชื่อจินดากับน้องชาย ผลจากการนอนร้องไห้ทั้งคืน ใบหน้าเธอบวมเป่ง ตอนเช้าก็แทบจะลุกไปทำงานไม่ไหว อาการเจ็บปวดทางกายยังพอทน แต่เจ็บใจทำให้เธอใจลอย ทำงานพลาดจนถูกหัวหน้างานเรียกไปตักเตือน

รอดได้ครั้งหนึ่งแต่โชคไม่เข้าข้างเธอเสมอไป หากจะคอยแต่ระวังตัว สักวันมันก็จะต้องพลาด ยังมีเวลาอีกหลายวันกว่าจินดากับก้านจะลงนอกจากเธอจะเอามือปลายแหลมในครัวมาแอบไว้ใต้หมอน เพื่อรอวันเงินเดือนออก จะได้มีทุนในการหนีออกจากบ้าน พร้อมสร้อยคอทองเส้นเล็กที่แม่มอบให้เธอไว้ก่อนตาย

แล้ววันที่เธอรอคอยก็มาถึง จดหมายบอกลาวางไว้บนหนอนในห้องนอน ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กบรรจุเสื้อผ้าสามชุด รวมถึงหลักฐานเอกสารทางราชการทุกอย่างหิ้วออกไปจากบ้านโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต หรือพวกเขาคงจะไม่ทันคิดมากกว่า ผู้หญิงอ่อนแอและอ่อนต่อโลกจะกล้าหนีออกจากบ้าน

ในวันนั้นเธอสัญญากับตัวเอง จะไม่ขายสร้อยเส้นนี้เด็ดขาดถ้าไม่จำเป็นและจะไม่ขอกลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีกถ้ายังไม่ได้ดี!

นราวดียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้า เมื่อคิดถึงเรื่องราวแต่หนหลังที่ทำให้เธอเป็นคนบ่อน้ำตาตื่นไปในทันที แม้จะบอกกับใจให้เข้มแข็ง อย่ายอมแพ้กับอุปสรรคที่ผ่านมา แต่ความปวดร้าวที่มีมันฝังลึกเกาะกินใจและคอยติดตามหลอกหลอนเธอบ่อยครั้ง

ก่อนหญิงสาวถอนหายใจ เลิกคิดเรื่องเศร้าและหดหู่ใจ ลุกจากเก้าอี้พร้อมหยิบซองใส่เอกสารสีน้ำตาลและกระเป๋าใบที่ใช้ใส่เงินและของจุกจิก เพื่อกลับไปบอกข่าวดีกับป้านวลคุณป้าเจ้าของบ้านเช่าที่แสนจะน่ารักและใจที่รักเธอเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่งดีกว่า

แม้จะห้ามไม่ให้คิด แต่เรื่องราวที่ผ่านมาก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวสมอง นราวดีเดินกลับบ้านอย่างเหงาหงอยและหนาวเหน็บ ราวกับมีน้ำแข็งเกาะกัดกินใจ ก่อนเธอจะหยุดเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูง นัยน์ตาชวนฝันที่เคยเห็นจากนิตยสารที่เพื่อนข้างห้องนำมาให้ดู

“นี่นะนารา ผู้ชายคนนี้เป็นถึงลูกชายคุณหญิงเลยนะ ทั้งรูปหล่อพ่อแม่รวย หุ่นก็แหม...ดาร์กทอร์แอนด์แฮนด์ซั่มเลยนะ นาราไม่สนใจบ้างหรือไง ถ้าได้เป็นแฟน ถือเป็นโชคดีเลยล่ะ หน้าตาเราก็สวย...ใบหน้านวลเนียน ปากนิดจมูกหน่อย ดวงตาก็กลมสวย สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น”

ชมเธอจบ เพื่อนสาวข้างห้องก็หันไปให้สนใจและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของคนในรูปต่อ เธอได้แต่ยิ้มขำๆ กับใบหน้าเพ้อช่างฝันของแต่ละคน

“ดูนี่สิดูที่ตานะนารา แค่เห็นในหนังสือ ยังทำเอาเราแทบหัวใจแทบจะละลายกองไปกองอยู่ตรงหน้า ถ้าได้เห็นตัวเป็นๆ หรือได้อยู่ใกล้ๆ พี่คงจะต้องละลายเป็นน้ำกองอยู่ตรงหน้านั่นแหละ”

นับตั้งแต่ออกจากบ้านมา นราวดีจำได้ว่าวันนั้นเธอหัวเราะมากที่สุด หัวเราะจนเจ็บท้องไปหมด

หญิงสาวมองชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนหลังพิงฝาผนัง ขาไขว้กัน สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แต่นราวดีไม่เห็นหรอกว่าหน้าตาที่แท้จริงของผู้ชายที่ยืนแอ็คท่าเก๊กหล่อกับคนในรูปที่เธอได้แค่ดูผ่านๆ ตาจะหล่อเหลาและเรียกความสนใจได้แต่ไหน หากเธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้โดดเด่น ดึงดูดสายตาให้ใครหลายคนอยากเข้าจะเข้าใกล้ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเธอเอง

หัวใจนราวดีเต้นระรัว ร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าอย่างที่เธอไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมถึงเป็นแบบนั้น หญิงสาวสะบัดศีรษะสลัดความคิดเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายที่เห็นทิ้งไป

อย่าคิดมากไปเลยนารา ผู้หญิงหน้าตาพอไปวัดไปวาอย่างแก เขาไม่แลหรอกน่าให้เสียสายตาหรอกน่า

ถึงจะมีหลายคนเคยชมว่าเธอสวยและน่ารักแต่นราวดีก็ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองให้มีความหวัง เพราะไม่อยากเจ็บปวดเมื่อต้องผิดหวัง แต่ถึงจะคิดแบบนั้น เธอก็อดเหลียวไปมองชายหนุ่มร่างสูง ที่เดินลับหายไปทางกลางฝูงชนกลุ่มใหญ่ไม่ได้

นราวดีเดินมองต้นไม้และดอกไม้ข้างทาง ก่อนจะหยุดเมื่อเห็นอะไรไหวๆ อยู่ที่พุ่มไม้ด้านหน้า ก่อนมีจะเสียงร้องไห้เธอเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ ทรุดตัวลงนั่งและแยกใบไม้ออกด้วยหัวใจที่เต้นแรงด้วยความอยากรู้

“เมี้ยว เมี้ยว”

สิ่งที่เห็นทำให้เธอยิ้มได้ขณะเดียวกันก็สลดหดหู่กับอีกภาพ...

แมวตัวใหญ่สีดำปลอดตลอดทั้งตัว มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ท้องและขา เลือดไหลนองทั่วพื้นนอนหายใจรวยริน ขาหน้ากระดิกยิก ๆ ดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากกว้างเพื่อหายใจ แมลงวันบินวนรอบบาดแผลและปาก ระหว่างขาหน้าและขาหลังมีลูกแมวตัวเล็กสีดำเหมือนแม่หนึ่งตัวและอีกสองตัวเป็นสีขาวปนดำนอนตัวแข็งขาแข็งน้ำลายฟูมปากนอนตายคาอก แต่ก็ยังมีอีกตัวที่กระเสือกกระสนหาทางเอาชีวิตรอดด้วยการดูดนมจากแม่

นราวดีใช้มือหนึ่งหยิบเนื้อบริเวณลำคอลูกแมวตัวน้อย ทำเหมือนกับที่แม่ของมันคาบเอาเวลาจะพาลูกที่ไปหาที่ซ่อน อีกมือก็เอื้อมไปลูบหัวแม่แมวอย่างสงสาร

“ไม่ต้องห่วงลูกนะเจ้าเหมียว ลูกตัวนี้ของแกฉันจะเอาไปเลี้ยงให้ดีที่สุดเท่าที่คนอย่างฉันจะเลี้ยงดูมันได้”

เพียงแค่สิ้นคำพูดนราวดีราวกับว่าแม่แมวจะรับรู้ได้ ขาหน้าของมันหยุดเคลื่อนไหว ปากและดวงตาปิดลง นราวดีเอามือไปแตะปลายจมูกก็พบว่าแม่แมวสิ้นลมหายใจไปแล้ว หญิงสาวมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะก้มลงมองลูกแมวตัวน้อยที่ดูดนิ้วเธออย่างหิวโหย

นราวดีควานหาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ามาห่อตัวลูกแมวไว้ ก่อนจะหาไม้ขนาดพอเหมาะมือมาขุดดินขุดหญ้าเพื่อนำร่างไร้วิญญาณของแม่แมวและลูกแมวที่ตายทั้งหมดฝังกลบ

“ไปดีนะเจ้าเหมียว”

นราวดีอุ้มลูกตัวน้อยที่ร้องหานมไม่ยอมหยุด พอนิ้วเธอไปถูกที่ปากมันก็เริ่มต้นดูดอย่างหิวกระหาย

“อดทนหน่อยนะเจ้าเหมียว เดี๋ยวนะฉันจะพาแกไปซื้อนม” นราวดีมัวแต่ก้มเจ้าลูกแมวตัวน้อยจนลืมดูถนน

เอี๊ยด!

“ว้าย!! ..” นราวดีมองด้านหน้าของรถที่เบรกจนควันสีขาวฟุ้งตลบอย่างตื่นตระหนก กายอรชรสั่นเทา

"เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ นี่ถ้าผมหยุดไม่ทันมีหวังได้ไปเจอยมบาลแล้วนะ แถมผมยังมีความผิดขับรถชนคนตายอีก"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
หน้าปกนวนิยาย เงื่อนลวง
8.4
อัญมณี ช่างภาพสาวผู้มีชื่อพ้องกับนามปากกานักเขียนดัง ต้องเผชิญอันตรายเมื่อเธอถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการตายปริศนาของดวงดาว หลังไปร่วมงานศพในฐานะตัวแทนนักเขียน หมอชลทิศน้องชายผู้ตายและหลานสาวต่างสงสัยว่าเธอคือผู้อยู่เบื้องหลังตามข่าวลือ ขณะที่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนเร่ร่อนกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าสยดสยอง อัญมณีและชลทิศต้องร่วมกันไขปริศนาเพื่อหาตัวฆาตกรตัวจริง ท่ามกลางความลับและเงื่อนงำที่ก่อตัวเป็นความรักท่ามกลางอันตรายที่ล้อมรอบตัวพวกเขา
หน้าปกนวนิยาย แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ
8.6
เมื่อเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจำต้องผ่าศพลูกชายตัวเอง เธอพบว่าการตายที่ถูกระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตายคือคดีฆาตกรรม แต่ระบบยุติธรรมกลับปกป้องคนผิดและปัดตกคำร้องของเธอถึงเจ็ดครั้ง ความแค้นนำไปสู่การลักพาตัวลูกสาวอธิบดีอัยการเพื่อทรมานออกสื่อหวังทวงคืนความจริง แม้คนรอบข้างจะพยายามเป่าหูว่าลูกเธอเป็นโรคซึมเศร้าผ่านจดหมายลาตายปลอม แต่รหัสลับในจดหมายกลับยืนยันว่าเขาถูกสังหาร เธอจึงเดินหน้าล้างแค้นด้วยเครื่องมือนิติเวชโดยไม่สนการบุกจับของเจ้าหน้าที่
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
8.4
จือหลิน เด็กกำพร้าที่เติบโตในองค์กรลับฐานะหนูทดลองผู้มีเลือดพิเศษ เธอถูกหล่อหลอมให้เป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไร้ความรู้สึก และได้รับชิปมิติอัจฉริยะฝังในสมองเพื่อจัดเก็บทรัพยากร ทว่าความผิดพลาดจากการคิดค้นยายื้อชีวิตกลับเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นซอมบี้กระหายเลือดจนหายนะแพร่กระจายไปทั่วตึกวิจัย เพื่อชดใช้ความผิดเธอจึงตัดสินใจระเบิดตึกทิ้งพร้อมกับตัวเอง แต่โชคชะตากลับนำพาเธอลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างเด็กน้อยกลางป่าทึบ พร้อมความทรงจำใหม่ที่พรั่งพรูเข้ามา
หน้าปกนวนิยาย หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก
8.1
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย บ่วงมะลุลี
9.6
มะลุลี นักเขียนสาวผู้ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เดินหน้าพิชิตใจ เอเลียต หนุ่มดุดันผู้แสนเย็นชา แม้จะถูกเขาขับไล่อย่างไร้เยื่อใย แต่เธอกลับยิ่งมุ่งมั่นที่จะปราบพยศกระทิงหนุ่มตัวนี้ให้สำเร็จ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังก่อตัว เธอกลับเอาตัวเข้าเสี่ยงด้วยการร่วมมือกับทนายเพื่อสืบหาตัวตนที่แท้จริงของ ชาโดว์ เดวิล ฆาตกรต่อเนื่องสุดโหด หวังนำข้อมูลมาเขียนนิยายเล่มใหม่ จนกลายเป็นภัยร้ายที่หมายเอาชีวิต มะลุลีจะจัดการกับภารกิจรักและเอาตัวรอดจากเงื้อมมือปิศาจในเงามืดนี้ได้หรือไม่