ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กรุ่นรักผลิบาน

กรุ่นรักผลิบาน

เมื่อศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากคู่หมั้นที่ไร้ใจ หญิงสาวจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอถอนหมั้นอย่างเด็ดขาดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าท่ามกลางความบอบช้ำจากการลาจากในครั้งนี้ เธอกลับได้พบความจริงที่ซ่อนเร้นมานานว่ายังมีบุรุษอีกผู้หนึ่งซึ่งเฝ้ารักและภักดีต่อเธออย่างไม่เคยเสื่อมคลาย มาร่วมลุ้นไปกับเส้นทางรักครั้งใหม่ที่กำลังจะค่อยๆ เริ่มต้นและผลิบานขึ้นอย่างอ่อนโยนในหัวใจของเธออีกครั้ง
ตอน
แชร์

ตอน 2

"อาเหิง ลูกแม่"

"ท่านแม่... ท่านแม่เจ้าคะ"

เฟิ่งอวี่เหิงวิ่งเข้าไปสวมกอดมารดา พร้อมกับปล่อยน้ำตาออกมาอย่างไม่อาจยั้ง เฟิ่งฮูหยินเห็นบุตรสาวร้องไห้อย่างน่าสงสาร ตนผู้เป็นมารดาก็อดน้ำตาไหลไม่ได้ ลูกเจ็บ แม่เองก็เจ็บไม่ต่างกัน

"อาเหิง แม่อยู่ตรงนี้เจ้าไม่ต้องกลัว แม่ว่าเรากลับเข้าไปในเรือนกันก่อนเถิด" เฟิ่งฮูหยินพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

ทั้งสองคนเดินเข้าไปในเรือนของตนเอง โดยเฟิ่งฮูหยินประคองบุตรสาวตนเองไปตลอดทาง

เมื่อมาถึงเรือนกลางแล้วทั้งคู่พากันนั่งลงเก้าอี้ เสียงสะอื้นจากเฟิ่งอวี่เหิงเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ

"ท่านแม่ ข้าเจ็บเหลือเกินเจ้าค่ะ ข้าเจ็บจนไม่รู้จะเจ็บอย่างไรแล้ว ข้าเจ็บเหลือเกิน" น้ำเสียงเจือปนไปด้วยความเศร้า

เฟิ่งฮูหยินเห็นบุตรสาวตนกล่าวออกมาพร้อมน้ำตา ก็เจ็บปวดใจไม่ต่างจากบุตรสาวอันเป็นที่รัก คนเป็นมารดาได้แต่คอยซับน้ำตาให้บุตรสาวของตนเองอย่างทะนุถนอม

"อาเหิงลูกแม่ เจ้าร้องไห้ออกมาให้เถิด ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องใด ระบายออกมาให้แม่ได้รับรู้ พ่อกับแม่ยังอยู่ตรงนี้อยู่ข้างเจ้าไม่ไปไหน"

ยิ่งได้ยินมารดาพูดเช่นนั้นเฟิ่งอวี่เหิงร้องไห้หนักกว่าเดิม นางปล่อยน้ำตาที่ไหลรินจนเปียกในอกมารดาของตน เฟิ่งอวี่เหิงมองใบหน้าของมารดาที่เต็มด้วยความเศร้าเสียใจไม่ต่างจากตน ก่อเกิดความรู้สึกมากมายแต่อีกใจหนึ่งนางก็ฉุกคิด

เหตุใดถึงต้องร้องไห้ให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่บิดามารดา

เหตุใดถึงต้องทำให้ท่านแม่เป็นห่วงอยู่เสมอ

เหตุใดตนถึงได้เป็นบุตรอกตัญญูเช่นนี้ ทำให้มารดาตนต้องเสียน้ำตา...

ยิ่งเห็นมารดาเศร้าเช่นนี้ นางจึงสัญญาใจกับตัวเอง ท่านแม่ข้าขอร้องไห้เพื่อชายคนนั้นเป็นครั้งนี้ครั้งสุดท้าย ต่อจากนี้ไปข้าจะไม่ร้องไห้ เสียน้ำตาให้ชายคนไหนอีก ข้าสัญญา...

หลังจากคลายความเศร้าแล้ว เฟิ่งอวี่เหิงปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มใสแล้วเอ่ยกับมารดาด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย

"ท่านแม่ ข้ามีเรื่องจะขอร้องเจ้าค่ะ"

"..." เฟิ่งฮูหยิน

"ข้าอยากถอนหมั้นกับองค์ชายเจ้าค่ะ"

"แน่ใจแล้วรึ?"

เฟิ่งอวี่เหิงพยักหน้าพร้อมกับส่งสายตาแน่วแน่ให้มารดาของตน

"ข้าแน่ใจ ข้าต้องการถอนหมั้นจริง ๆ เจ้าค่ะ"

เฟิ่งฮูหยินเม้มปากเป็นเส้นตรง บุตรสาวรักท่านอ๋องสามเพียงใดนางรู้ดี นางจึงเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

"ลูกตัดใจจากองค์ชายสามได้แล้วจริง ๆ แล้วรึ ไม่ใช่ว่าเป็นเพียงอารมณ์แง่งอนอย่างที่เคยเป็นนะ"

เฟิ่งอวี่เหิงพยักหน้าอีกครั้ง "ข้าตัดใจได้แล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ ข้าเหนื่อยที่ต้องไปแย่งชิงตบตีกับสตรีอื่น แต่กลับไม่เคยได้ความรักกลับคืน...”

ที่ผ่านมานางคอยไล่ดุด่าและตบตีหญิงสาวมากมายที่เข้ามาเกี่ยวพันกับฟู่อวิ้นหลง ทำให้ชื่อเสียงของสกุลต้องมาด่างพร้อยเพราะนางคนเดียว แต่ตอนนี้นางพอแล้วจริง ๆ

ขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีเสียงของคนคนหนึ่งดังขึ้นมา

"พ่อจะทูลขอกับฝ่าบาทเรื่องถอนหมั้นให้เจ้าเอง"

"ท่านพี่//ท่านพ่อ"

ทั้งสองคนหันหน้าไปตามเสียงทุ้มที่เอ่ย ปรากฏว่าเป็นประมุขของจวนสกุลเฟิ่ง 'เสนาบดีเฟิ่งจินหยวน'

ความจริงเฟิ่งจินหยวนกลับมาถึงจวนได้สักพักแล้ว เนื่องจากได้ยินข่าวลือของบุตรสาวที่เกิดขึ้นในวันนี้ จึงรีบกลับมาที่จวนทันที

เมื่อมาถึงจวนก็ได้ยืนมองดูสองแม่ลูกที่เป็นแก้วตาดวงใจของตนเองกอดกันร้องไห้ คนเป็นพ่อเห็นบุตรสาวของตนเองร้องไห้ปานจะขาดใจ เพราะเรื่องที่คู่หมั้นของตนเองไปกับหญิงอื่น เมื่อเฟิ่งอวี่เหิงรู้จึงตามไปอาละวาดถึงขั้นลงไม้ลงมือ จนองค์ชายสามได้ประกาศว่าจะแต่งอี้หลิงฟางเข้าวัง ทำให้เป็นข่าวลือทั่วทั้งเมืองหลวง

"ลูกพ่อ"

"ท่านพ่อ... ฮือออ" เฟิ่งอวี่เหิงเห็นเช่นนั้นก็วิ่งเข้าไปสวมกอดบิดาทันที ทางเสนาบดีเฟิ่งก็อ้าแขนรับอ้อมกอดของลูกสาวที่ตนรัก พร้อมลูบหัวเพื่อปลอบโยน

"เจ้าไม่ต้องคิดสิ่งใดให้ปวดหัว เรื่องถอนหมั้นพ่อจะไปทูลขอกับฝ่าบาทเอง"

"ฝ่าบาทจะทรงยอมให้ถอนหมั้นหรือเจ้าคะ"

เสนาบดีเฟิ่งไม่พูดเปล่า นำนิ้วเกลี่ยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลใสของบุตรสาวตนเองอย่างเบามือ ในใจนึกโกรธแค้นฟู่อวิ้นหลงคนนั้นที่ทำให้บุตรสาวตนเองเสียน้ำตาขนาดนี้

ตนเลี้ยงนางมาด้วยความรักและอย่างทะนุถนอมไม่เคยให้บุตรสาวมีเรื่องเสียใจ องค์ชายสามนั้นกล้าดียังไงมาทำให้นางเสียน้ำตาเช่นนี้ ยิ่งคิดยิ่งแค้น นึกแล้วโกรธตัวเองไม่น่ายอมให้นางไปหมั้นกับผู้ชายใจโลเลแบบนั้นเลย

หากไม่ใช่เพราะบุตรสาวมาขอร้องว่าชอบพอกับฟู่อวิ้นหลง มีรึที่ตนจะยินยอมให้หมั้นหมาย เพราะตนนั้นไม่ได้คิดอยากให้บุตรสาวที่รักปานดวงใจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับราชวงศ์เลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าวังหลังนั้น สตรีแก่งแย่งกันเพียงใด เพื่อให้ได้เป็นที่โปรดปราน

หึ!! ดีเหมือนกันที่เกิดเรื่องแบบนี้ ทำให้บุตรสาวของตนคิดได้

"เจ้าไม่ต้องกังวลไม่ว่าฝ่าบาทจะกล่าวเช่นไร พ่อจะเป็นคนรับไว้เอง"

เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินเช่นนั้นก็กอดพ่อของตนเองอีกรอบพร้อมทั้งคุกเข่าขอโทษต่อหน้าบิดามารดา ทำเอาทั้งสองคนตกใจกับการกระทำของบุตรสาว

"ข้าขอบคุณท่านพ่อกับท่านแม่มากเจ้าค่ะ ลูกอกตัญญูยิ่งนักทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นทุกข์ ได้โปรดอภัยให้ลูกที่ไม่เอาไหนคนนี้ด้วยนะเจ้าคะ"

"โธ่... อาเหิงลูกแม่ลุกขึ้นเถิด พ่อกับแม่ไม่ได้โกรธเจ้าเลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้พ่อกับแม่เองก็มีความผิดที่ปล่อยให้เจ้าได้เจอเรื่องเจ็บปวด เจ้าอย่าโทษตัวเองเลยนะ" เฟิ่งฮูหยินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปลอบโยน

"ท่านพ่อ ท่านแม่"

ภาพของสามคนพ่อแม่ลูกที่กอดกันอย่างรักใคร่ บ่าวในจวนถึงกับพากันเช็ดน้ำตา เรื่องข่าวลือเหล่านั้นจริงเท็จเพียงใดพวกเขารู้ดี คุณหนูของพวกเขาไม่ได้มีนิสัยร้ายกาจแบบที่ผู้คนเขาลือกัน

ยิ่งมาเห็นภาพแบบนี้ยิ่งทำให้พวกบ่าวรู้สึกสงสารคุณหนูจับใจ แต่อีกใจก็รู้สึกยินดี ในไม่ช้าคุณหนูกำลังจะได้ถอนหมั้นกับชายที่ไม่เห็นคุณค่าความรักที่มอบให้สักที

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม เขาก็สูญเสียคู่ชีวิต
8.9
ไคอัน คู่ชีวิตเบต้าของฉันอ้างว่าสูญเสียความทรงจำหลังถูกหมาป่าทำร้าย เขาลืมเลือนว่าฉันกำลังตั้งครรภ์และหันไปหาเอเวลิน แกมม่าสาวที่เขาปักใจเชื่อว่าเป็นรักแท้ พร้อมดูแคลนว่าโอเมก้าอย่างฉันไม่คู่ควร เมื่อความรักพังทลาย ฉันจึงยอมยกเลิกพันธะเพื่อให้เขาได้สมหวัง ทว่าในวันที่ฉันเข้าพิธีแต่งงานกับราชาอัลฟ่าผู้เป็นคู่ชีวิตคนใหม่ ไคอันกลับมาทวงถามถึงลูกด้วยความคลุ้มคลั่ง ฉันจึงตอกกลับอย่างเย็นชาว่าเด็กคนนั้นไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน
7.9
หลังสูญเสียมารดา หลี่อันหนิงในวัยห้าขวบต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อน้องชายฝาแฝดถูกพรากไป ส่วนเธอต้องกระเสือกกระสนปกป้องน้องสาวท่ามกลางความเย็นชาของครอบครัวและบิดาแท้ๆ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ทว่าสวรรค์กลับให้โอกาสเธอเกิดใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญ พร้อมพลังพิเศษที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์ทั่วไป อันหนิงจึงเริ่มต้นแผนการทวงแค้นและแก้ไขโชคชะตาเพื่อปกป้องน้องทั้งสองไม่ให้ต้องพบจุดจบอันแสนเศร้าเหมือนในอดีตที่เธอเคยผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค3
8.2
โชคชะตาพาเธอย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในยุค 90 อันแสนคิดถึง แต่การกลับมาในหนนี้มีเป้าหมายที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เคยเป็นฝ่ายวิ่งตามความรักและคอยตื้อชายในดวงใจจนเหนื่อยล้า ในชีวิตใหม่นี้เธอตัดสินใจที่จะวางตัวให้มีเสน่ห์และน่าค้นหา เพื่อเปลี่ยนกระดานให้เขากลายเป็นฝ่ายที่ต้องมาคอยตามจีบและตื้อเธอแทน เรื่องราวความรักที่ผสมผสานกลิ่นอายย้อนยุคจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับบทพิสูจน์ใจครั้งใหม่ที่เธอเป็นคนคุมเกม
หน้าปกนวนิยาย ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง ยอดอัจฉริยะจากองค์กรฝึกสายลับลับของจีนต้องจบชีวิตลงอย่างปริศนาขณะทำภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามมิติมาสวมร่างคุณหนูห้าบุตรสาวอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากผู้คนที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง 'ตัวไร้ค่า' แห่งยุคสมัย เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อดีตสายลับมือหนึ่งจึงตัดสินใจทิ้งความอ่อนแอไว้เบื้องหลัง เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกกดขี่หรือเป็นขยะให้ใครรังแกได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย นางคือสตรีแกร่ง
7.8
หลังข้ามมิติมาเส้าหยวนหยวนต้องสมรสกับเทพสงครามผู้สูญเสียความมั่นคงทางจิตใจจากอาการบาดเจ็บสาหัส แม้เธอจะตั้งใจหลีกหนีแผนการร้ายเพื่อไขว่คว้าอิสรภาพร่วมกับเขา แต่ความสามารถในการรักษาผู้คนและการสร้างธุรกิจที่รุ่งเรืองกลับทำให้เธอกลายเป็นยอดหญิงคู่กายที่เขาขาดไม่ได้ ทว่าเมื่อถึงเวลาต้องแยกทางตามข้อตกลง แม่ทัพหนุ่มกลับผิดสัญญาและไม่ยอมปล่อยมือจากภรรยาผู้แสนล้ำค่าคนนี้ไปง่ายๆ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย หญิงหม้ายบ้านสือ
9.3
ถานเจ๋อวางแผนเดินทางไกลเพื่อเผชิญหน้ากับเฉิงหยางปิง ท่ามกลางความกังวลของสือจิ่วที่เกรงว่าอดีตจะย้อนกลับมาทำร้ายลูกชายตัวน้อยของเธอ ทว่าถานเจ๋อกลับยืนหยัดอย่างมั่นคงพร้อมประกาศกร้าวว่าเขาจะขอรับบทพระเอกในชีวิตจริงเพื่อปกป้องครอบครัวเอง เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากความสุขไปได้ แม้ต้องเปลี่ยนชะตากรรมในนิยายและแย่งชิงตำแหน่งตัวเอกมาครอง เพื่อให้สือจิ่วและลูกได้อยู่อย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของเขาตลอดไป