ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พ่อเลี้ยงเคียงรัก

พ่อเลี้ยงเคียงรัก

เมื่อคนหนึ่งปิดตายหัวใจเพราะไม่เชื่อมั่นในความรัก โคจรมาพบกับอีกคนที่รักอิสระเหนือสิ่งอื่นใดและไม่เคยคิดจะสร้างครอบครัว ทว่าความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวกลับค่อยๆ ทลายกำแพงสูงชันในใจของทั้งคู่ลงอย่างช้าๆ ความผูกพันที่เพิ่มพูนขึ้นเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนสนิทให้กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมโดยที่พวกเขาไม่ทันได้ระวังตัว ท้ายที่สุดแล้วความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นนี้จะนำพาคนสองคนก้าวข้ามขีดจำกัดที่เคยตั้งไว้ได้หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 1

ณ ผับแห่งหนึ่งกลางเมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกามนสิชาสาวไทยเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มกำลังออกไปเต้นกับเพื่อนร่วมงานอย่างสนุกสนาน วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้สนุกสุดเหวี่ยงแบบนี้เพราะเธอเพิ่งลาออกจากบริษัทและกำลังจะกลับประเทศไทย

หญิงสาววัย 26 มาทำงานที่นี่ได้ 4 ปีแล้ว เธอเรียนจบการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศและได้เข้าทำงานเป็นเลขานุการของผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สาขาประเทศไทย พอถึงคราวที่เขาต้องย้ายกลับมาประจำที่สาขานิวยอร์กเขาเลยชวนเธอมาทำงานที่นี่ด้วย

“แพทต้องคิดถึงมอลลี่มากแน่ๆ” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งพูดกับมนสิชาด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันระหว่างที่หญิงสาวเดินกลับเข้ามานั่งพักเหนื่อย

“เอาไว้มอลลี่จะวิดีโอคอลมาหาบ่อยๆ นะ” เธอตอบด้วยภาษาเดียวกัน

“แพทว่ามอลลี่น่าจะพาแกรนด์มาย้ายมาอยู่ที่นี่นะ”

“มอลลี่ชวนตั้งหลายครั้งแล้วแต่ท่านไม่ยอมมา” มนสิชาเคยชวนยายของเธออยู่ด้วยกันที่นี่หลายครั้งแล้วแต่คุณยายก็ไม่ยอมมาอยู่ด้วย และที่มนสิชาต้องลาออกแล้วกลับไปอยู่ที่บ้านก็เพราะคุณยายของเธอไม่ค่อยสบายและคนที่เธอจ้างให้ดูแลก็ทนกับความดื้อของยายเธอไม่ได้

“แล้วกลับไปจะไปทำงานอะไรล่ะ สาขาที่ไทยตอนนี้ก็ตำแหน่งไม่ว่างเลย”

“ยังไม่รู้เหมือนกัน” มนสิชายังไม่ได้วางแผนอะไรเลยสักอย่างเพราะยังสนุกกับงานและไม่เคยคิดว่าจะต้องกลับประเทศบ้านเกิดเร็วแบบนี้

“มอลลี่ต้องกลับไปอยู่ที่เมืองไทยอย่างนี้อลันเขาว่ายังไงบ้าง”

อลันที่แพทริเซียพูดถึงคือแฟนหนุ่มของมนสิชาทั้งสองคบกันหลังจากที่หญิงสาวย้ายมาทำงานที่นี่ได้สองปีเขากับเธอคบหากันในฐานะคนรักแต่ยังไม่เคยพูดถึงเรื่องอนาคตเพราะต่างก็ยังอายุน้อยด้วยกันทั้งคู่

“แล้วมอลลี่บอกเขาหรือยังว่าจะเดินทางพรุ่งนี้”

“บอกแล้ว”

“เขาว่ายังไงบ้าง”

“ก็มีบ่นๆ บ้าง” เธอรู้สึกเห็นใจแฟนหนุ่มอยู่บ้างเพราะจู่ๆ ตนเองก็ต้องกลับเมืองไทยอย่างกะทันหัน ซึ่งก่อนหน้านี้เธอไม่เคยพูดถึงการกลับไปอยู่ที่บ้านเลย

“แต่ถ้ากลับไปอยู่เมืองไทยแล้วก็อาจจะลองดูว่ามีงานอะไรที่อลันพอจะทำได้บ้าง”

“มอลลี่พูดเหมือนจะไม่กลับมาที่นี่อีกเลย อย่าลืมนะว่าหัวหน้ายังไม่เซ็นใบลาออก”

หัวหน้าของมนสิชาอนุญาตให้เธอกลับบ้านได้ตามที่เธอต้องการโดยยังไม่ต้องลาออกเพราะคิดว่าเธอคงไปไม่นานและก็กลับมาทำงานอีกครั้งถ้าทุกอย่างเรียบร้อย

“ก็พูดเผื่อไว้ก่อน ตอนนี้ยายของมอลลี่ก็อายุมากแล้ว ท่านไม่มีลูกหลานคนอื่นดูแล”

“แล้วทำไมงานเลี้ยงวันนี้อลันถึงไม่มาด้วยล่ะ”

“เขายังติดงานอยู่นะ แต่ตอนกลับเดี๋ยวอลันจะมารับ”

“แพทขออวยพรให้มอลลี่โชคดีนะ ไปถึงที่นั่นแล้วก็ส่งข่าวคราวมาบ้าง บางทีแพทกับเพื่อนๆ ที่นี่อาจจะไปเที่ยวหา”

“ได้เลยมอลลี่ยินดีต้อนรับทุกคน บ้านของมอลลี่อยู่ทางภาคเหนืออากาศไม่ได้ร้อนมาก”

“ดีเหมือนกันพวกเรา พวกเราก็ไม่เคยไปเที่ยวเมืองไทยสักทีสงสัยจะได้ไปกันก็คราวนี้แหละ”

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราความจริงข้อนี้คงไม่มีใครปฏิเสธ เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังอวยพรให้กับมนสิชาหรือเพื่อนๆ ที่นี่จะเรียกเธอว่ามอลลี่เพราะง่ายต่อการออกเสียง

หญิงสาวรู้สึกใจหายที่จะต้องจากทุกคน แต่เทคโนโลยีสมัยนี้ก็ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้และมันคงทำให้เธอคลายความคิดถึงลงได้บ้าง ขนาดเพื่อร่วมงานยังรู้สึกขนาดนี้แล้วกับอลันล่ะ เธอไม่รู้เลยว่าถึงนาทีที่ต้องจากเขาจะรู้สึกใจหายมาแค่ไหน

มนสิชาเดินแยกจากเพื่อนแล้วก็เดินมายืนรอแฟนหนุ่มซึ่งเขาโทรมาบอกว่ากำลังลงจากรถไฟและจะเดินมารับเธอที่หน้าผับ

“มอลลี่รอนานไหม” อลันมาถึงหลังจากผ่านไปสิบนาทีตามที่เขาบอก ชายหนุ่มเป็นชาวอเมริกันแท้ที่มีรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวจมูกโด่งคิ้วเข้มมีไรหนวดสีเขียวครึ้มบริเวณสันกรามเสริมให้ใบหน้านั้นดูหล่อเหล่าจนบางครั้งก็เคยมีคนมาเสนอให้เขาไปเป็นนายแบบถ่ายภาพนิ่งซึ่งก็มีหลายงานที่อลันรับเพราะค่าจ้างที่ได้ค่อนข้างจะมากอยู่พอสมควร

“ไม่นานเลย อลันมาตรงเวลา”

“หิวไหมเมื่อกี้ได้กินอะไรหรือเปล่า ผมเอาเบอร์เกอร์มาด้วย”

“ขอบใจนะ” มนสิชารับแฮมเบอร์เกอร์ที่เขาแกะกระดาษออกให้เรียบร้อยแล้วเข้าปากด้วยท่าทางอย่างเอร็ดอร่อย

“เราจะเดินกลับหรือเรียกรถดีละมอลลี่” อลันและมนสิชาไม่มีรถขับเพราะการเดินทางที่นี่สะดวกสบายจนไม่คิดจะซื้อรถ

“เดินไปดีกว่า มอลลี่อยากเดินคุยกับอลันไปเรื่อยๆ”

“ได้สิ ผมก็อยากเดินจับมอลลี่ไปแบบนี้เหมือนกัน”

หญิงสาวมองหน้าเขาแล้วยิ้มก่อนจะหันมาสนใจแฮมเบอร์เกอร์เจ้าดังที่เธอชอบทาน แต่วันนี้กลับรู้สึกว่ารสชาติของมันช่างฝืดคอจนแทบกลืนไม่ลง

“ไม่อร่อยเหรอ” อลันเห็นว่าคนรักกัดไปเพียงไม่กี่คำขณะที่เขานั้นกำลังจะกัดคำสุดท้ายเข้าปาก

“อร่อย แต่เมื่อหัวค่ำมอลลี่กินข้าวไปเยอะ อลันเอาของมอลลี่ไปกินนะ”

“ได้สิ” ชายหนุ่มรับแฮมเบอเกอร์ในมือของแฟนสาวมากัดอย่างไม่รังเกียจ กัดเพียงไม่กี่คำแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโตก็หมด เขาทิ้งกระดาษลงถังขยะแล้วรับน้ำในมือของหญิงสาวมาดื่มก่อนจะทิ้งขวดลงในถังขยะแล้วจับมือกันเดินไปตามถนนที่ทอดยาวที่ดูเหมือนว่าบรรยากาศมันจะดูเหงาๆ กว่าทุกครั้ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักเมียครึ่งคืน
8.3
สำหรับเขาแล้ว คำว่ารักนั้นมีความหมายที่แสนเรียบง่ายแต่ทว่าหนักแน่นและมั่นคงอย่างยิ่ง นั่นคือไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอจะต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ความปรารถนาที่จะครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จกลายเป็นแรงผลักดันเดียวที่ทำให้เขาทำทุกวิถีทางเพื่อผูกมัดเธอไว้ในอ้อมกอดของตนตลอดไป โดยไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแทรกกลางในความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้เลยแม้แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว นี่คือเรื่องราวความหลงใหลที่ไร้ซึ่งทางออก
หน้าปกนวนิยาย คนโกง ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง
8.0
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สิบ ภาคินสามีมหาเศรษฐีของฉันแอบส่งรหัสลับนัดพบชู้รักต่อหน้าฉัน ก่อนจะทิ้งงานเลี้ยงไปหาเธอพร้อมคำโกหก เมื่อเธอมาหาที่บ้านพร้อมข่าวการตั้งครรภ์ ฉันจึงได้เห็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยมีให้ฉัน รวมถึงภาพการขอแต่งงานลับหลัง ทั้งที่ฉันเป็นภรรยาผู้ซื่อสัตย์และใช้ทักษะไซเบอร์กู้บริษัทเขาไว้ แต่เขากลับทรยศอย่างเลือดเย็น ในขณะที่ฉันกำลังหนีไปเริ่มต้นใหม่ รถของเรากลับจอดขนานกันในวันแต่งงานของเขา ฉันสบตาเขาก่อนจะทิ้งอดีตไว้เบื้องหลังตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติลับมาอยู่ที่เดิมยุค60
8.7
โชคชะตาพาเธอย้อนเวลากลับมาสู่ยุค 60 อีกครั้งเพื่อสะสางบัญชีแค้นในอดีตอันแสนแร้นแค้น เมื่อแม่เลี้ยงของสามีคอยกดขี่และเอารัดเอาเปรียบครอบครัวของเธอมาโดยตลอด ทั้งบ้านใหญ่และบ้านรองที่เคยถูกรังแกถึงเวลาต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม การทะลุมิติครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนโชคชะตาและทำให้คนที่เคยทำร้ายพวกเขาต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่ทำไว้ในอดีตที่ผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์วิวาห์ร้อนเสน่หา
9.1
มธุรดาถูกบีบให้เข้าพิธีวิวาห์กับราช ชายหนุ่มผู้เย็นชาจากแผนร้ายของคนรอบข้างที่ทำให้เขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์ แม้ความเข้าใจผิดจะกัดกินใจมานานถึงเจ็ดปี แต่เธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่สั่นคลอนหัวใจเขาได้ตั้งแต่แรกพบ เมื่อโชคชะตานำพาเธอกลับมาอีกครั้งในวันที่เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้อง พันธะรักที่ไม่ได้ตั้งใจจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ไม่อาจแยกจาก และเขาจะไม่มีวันยอมให้หัวใจดวงนี้เป็นของใครอื่นอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย ทอมโน (ลำดับที่ 1 ใน ซีรี่ส์ทอรักปักสวาท)
7.8
มโนยืนปลดกระดุมเสื้ออย่างเย็นชาต่อหน้าภรรยาที่นั่งอยู่บนเตียง พร้อมเอ่ยคำพูดดูแคลนว่าเธอเป็นเพียงนางบำเรอที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น และสั่งห้ามไม่ให้เธอมาต่อปากต่อคำกับเขา ทว่าฝ่ายหญิงกลับไม่ได้เกรงกลัวต่อท่าทีคุกคามนั้น เธอเลือกที่จะตอกกลับสามีด้วยถ้อยคำย้อนถามที่แฝงไปด้วยความท้าทายว่า อย่างน้อยเธอก็เข้ามาอยู่ในชีวิตเขาอย่างถูกต้องไม่ใช่หรือ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในซีรีส์ทอรักปักสวาทจึงเริ่มต้นขึ้น