
ห้องฮันนีมูนซ่อนกลกล้องวงจรปิด
ตอน 3
พิมพ์ชนก POV:
การเดินทางไปต่างจังหวัดครั้งนั้นเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น
ฉันพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่นับตั้งแต่วินาทีที่คุณหทัยประกาศว่านภดลจะเดินทางไปด้วย ความรู้สึกไม่สบายใจก็เกาะกินใจฉันไม่หาย
รถบริษัทขับพาเราเดินทางไปยังจังหวัดทางภาคเหนือ
ตลอดทาง นภดลพยายามชวนฉันคุยเรื่องงานบ้าง เรื่องทั่วไปบ้าง
เขาเป็นคนสุภาพและอ่อนโยนมาก ฉันรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่อ่อนล้าจากตัวเขา
ฉันก็ตอบคำถามเขาบ้าง ถามกลับบ้าง เพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดเกินไป
แต่ในใจฉันกลับเต็มไปด้วยคำถามและความระแวง
คุณหทัยวางแผนอะไรกันแน่?
เมื่อเราเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ
ทีมงานของบริษัทได้จัดการจองห้องพักไว้ให้เราที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมือง
ฉันเดินเข้าไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
พนักงานต้อนรับยิ้มแย้มต้อนรับเราอย่างอบอุ่น
"สวัสดีค่ะคุณพิมพ์ชนก คุณนภดล ทางเราได้เตรียมห้องพักไว้ให้แล้วค่ะ" พนักงานพูดพลางยื่นคีย์การ์ดมาให้ฉันสองอัน
"เอ่อ... ห้องของดิฉันกับของคุณนภดลแยกกันใช่ไหมคะ" ฉันถามออกไปอย่างไม่มั่นใจนัก
พนักงานต้อนรับกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงงเล็กน้อย
"อ้อ... คุณลูกค้าคงเข้าใจผิดนะคะ ทางคุณหทัยได้แจ้งไว้ว่าให้เตรียมห้องสวีทสำหรับฮันนีมูนไว้ให้คุณลูกค้าทั้งสองท่านค่ะ บอกว่าคุณนภดลเป็นสามีของคุณพิมพ์ชนก"
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจฉัน
ฉันมองไปที่คีย์การ์ดในมือ ภาพห้องสวีทสำหรับฮันนีมูนผุดขึ้นมาในหัว
ฉันหันไปมองหน้านภดล เขาก็ดูตกใจไม่แพ้กัน
ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
"คุณหทัย... พูดอย่างนั้นเหรอครับ" นภดลถามพนักงานเสียงเบา
พนักงานพยักหน้ายิ้มๆ "ใช่ค่ะ ทางคุณหทัยกำชับมาเป็นพิเศษเลยค่ะ บอกว่าคุณทั้งสองจะมาดูงานและถือโอกาสพักผ่อนไปในตัว"
ฉันรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง
นี่มันอะไรกัน? คุณหทัยเล่นเกมอะไรอยู่?
ฉันพยายามสงบสติอารมณ์ แล้วหันไปมองนภดล
"ไม่เป็นไรครับพิมพ์ชนก เดี๋ยวผมไปคุยกับทางโรงแรมเอง หาห้องอื่นให้ผมก็ได้" นภดลพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่พยายามปลอบโยน
แต่พนักงานต้อนรับกลับส่ายหน้าเบาๆ
"ต้องขออภัยด้วยนะคะคุณนภดล คืนนี้ห้องพักของเราเต็มหมดทุกห้องเลยค่ะ เป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยวพอดี"
ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง โรงแรมแห่งนี้อยู่กลางป่าเขา ข้างนอกมีแต่ความมืดปกคลุม
ตัวเลือกอื่น... ไม่มีเลย
พนักงานต้อนรับเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเรา จึงเสนอทางออก
"แต่ห้องสวีทฮันนีมูนที่เราจัดเตรียมไว้ให้ ใหญ่มากนะคะ มีสองห้องนอนในตัว และมีประตูเชื่อมต่อกันค่ะ สะดวกสบายมากๆ เลยค่ะ"
ฉันมองไปที่นภดล เขายืนเงียบๆ ไม่พูดอะไร
"คุณพิมพ์ชนกคะ... คุณนภดลคงไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรอกค่ะ" พนักงานกระซิบกับฉัน
ฉันรับรู้ได้ถึงความเข้าใจผิดของพนักงาน แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง
ฉันถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันพูดกับพนักงานเสียงเบา
ฉันหันไปมองนภดล เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย
ฉันรู้ว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ
เราเดินขึ้นลิฟต์มายังห้องสวีทที่อยู่ชั้นบนสุด
เมื่อประตูเปิดออก ฉันเห็นห้องที่ใหญ่โตโอ่อ่า เตียงคิงไซส์สองเตียงอยู่ในห้องที่แยกจากกัน แต่มีประตูเชื่อมถึงกัน
มันดูเหมือนห้องที่ถูกออกแบบมาเพื่อคู่รักจริงๆ
ฉันเลือกห้องด้านในสุด พยายามเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวให้เรียบร้อย
นภดลเลือกห้องอีกฝั่งหนึ่ง เขาก็ดูเหมือนจะพยายามรักษาระยะห่างจากฉันเช่นกัน
หลังจากดูงานและทานอาหารเย็นกับทีมงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ฉันกลับมาที่ห้องด้วยความเหนื่อยล้า
ฉันรู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่ที่มาถึงโรงแรมแห่งนี้
ฉันหยิบยาคลายเครียดที่หมอเคยให้ไว้ตอนที่แม่ป่วยหนักออกมาจากกระเป๋า
ปกติฉันไม่ค่อยกินมันหรอก แต่คืนนี้ฉันต้องการมันจริงๆ เพื่อให้ฉันนอนหลับได้สนิท
ฉันเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระร่างกาย
เมื่อฉันเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมอาบน้ำ นภดลก็เดินออกมาจากห้องของเขาพอดี
เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ผมของเขายังเปียกชื้นเล็กน้อย
เสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมที่เขาใส่อยู่เปิดเผยแผงอกแข็งแรงของเขา
ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
เราต่างคนต่างยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
"เอ่อ... คุณกำลังจะนอนแล้วเหรอครับ" นภดลถามเสียงเบา ทำลายความเงียบ
ฉันพยักหน้า "ค่ะ ฉันคิดว่าจะกินยานอนหลับนิดหน่อย จะได้นอนหลับสบาย"
นภดลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ยานอนหลับเหรอครับ" เขาถาม
ฉันชี้ไปที่เม็ดยาในมือ "ค่ะ เป็นยาคลายเครียดที่หมอเคยให้ไว้ตอนแม่ป่วยหนักๆ มันจะช่วยให้ฉันหลับง่ายขึ้น"
นภดลมองเม็ดยาในมือฉันด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"อืม... มันจะช่วยให้คุณพักผ่อนได้เต็มที่" เขากล่าวเสียงเรียบ
ฉันพยักหน้า แล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มพร้อมกับเม็ดยา
ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะคิดอะไรได้มากกว่านี้
ความง่วงงุนเริ่มโรยตัวเข้ามา
ฉันเดินไปที่เตียง แล้วทิ้งตัวลงนอนทันที
ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลง ภาพของคืนนั้นที่โรงแรม ภาพของนภดลที่เมามาย
และรอยยิ้มของคุณหทัย... มันวนเวียนอยู่ในสมองฉัน
ฉันพยายามขับไล่มันออกไป
บอกกับตัวเองว่าคืนนั้นมันเป็นแค่ความฝันร้าย
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ หรอก
และแล้วสติของฉันก็ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิดของห้วงนิทรา
ฉันไม่รู้เลยว่าความฝันร้ายที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
คุณอาจจะชอบ





