ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รุ่นพี่ที่รัก

รุ่นพี่ที่รัก

ของขวัญแอบหลงรักรุ่นพี่คนสนิทมาเป็นเวลานานแสนนาน เธอเฝ้าทุ่มเทความรู้สึกและคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมองเธอเป็นเพียงน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยคืบหน้าเริ่มทำให้หัวใจของเธอเหนื่อยล้าและท้อแท้กับความรักที่ไร้จุดหมายครั้งนี้ จนต้องตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่เขาจะยอมเปิดใจรับรักจากเธอสักที หรือเธอควรจะหยุดความพยายามไว้เพียงเท่านี้ดีนะ
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ไอเซนโตะ ใช่….ร้านนี้จริงๆ เหรอวะ? ที่หวานมันบอกว่าจะเลี้ยงเหล้าพวกเราอ่ะ” ของขวัญสาวสวยในชุดเสื้อกล้ามรัดรูปและกางเกงยีนส์ขาสั้นหันไปสะกิดเซนโตะที่เอาแต่ส่งสายตาหว่านเสน่ห์ผู้หญิงไปทั่ว

สาเหตุที่ถามเป็นเพราะเริ่มไม่แน่ใจ เธอไม่รู้ว่านี้คือร้านที่เพื่อนในกลุ่มนัดมาพบปะกันหรือเปล่า นอกจากนี้ยังเป็นร้านที่เธอไม่เคยมาและไม่คุ้นตาสักเท่าไหร่นักด้วย แถมยังอยู่ไกลจากร้านประจำ อีกทั้งยังมีแต่เด็กมหาลัยเสียส่วนใหญ่ด้วย

หลังจากจัดงานวันเกิดเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป ซึ่งของขวัญเองก็มีฉลองวันเกิดกับกลุ่มเพื่อนของเธอด้วยเช่นกัน และพวกเธอก็เลือกร้านนี้ เพราะเห็นว่าเป็นร้านที่มีเด็กมหา’ลัย BK เยอะมาก พวกเธอนัดกันเอาไว้ว่าจะพากันเข้าที่ BK ให้ได้ และครั้งนี้ก็มาเพื่อดูลาดเลาเอาไว้ก่อน เพราะคิดว่าหากติดมหา’ลัย BK กันครบองค์ประชุม แล้วร้านนี้ก็อาจจะเป็นร้านประจำสำหรับกลุ่มของพวกเธอในอนาคตก็เป็นได้

“เออดิ! มึงดูดิ มีแต่เด็ก BK ทั้งนั้นเลย กูแม่งอยากรีบขึ้นปี 1 เร็ว ๆ แล้วเมื่อไรจะเปิดรับสักทีวะ” เซนโตะบ่นพึมพำ

“ไอ้เซนโตะ! มึงได้ฟังที่กูพูดมั้ยเนี่ย?”

“ห๊ะ? มึงว่าไงนะ…ของขวัญ”

“ก็กูถามว่า...” เธอพยายามจะหันไปถามเซนโตะอีกครั้ง แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเข้าเสียก่อน ซึ่งเขาคนนั้นก็คือคนที่เธอคิดถึงมาโดยตลอด คนที่เธอคิดว่าเขากำลังไปติวหนังสือกับเพื่อน แต่ที่ไหนได้กลับมานัวหญิงอยู่ตรงโซนมืดต่อหน้าเพื่อน ๆ

อันที่จริงเธอไม่แน่ใจว่าใช่เขาหรือเปล่า… แต่แผ่นหลังกว้างนั้นมันช่างเหมือนเขาซะเหลือเกิน เหมือนจนเธออยากจะเดินเข้าไปดูให้แน่ใจ ทว่ากลับมีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเสียก่อน ทำให้เธอจำต้องละสายตาจากเขาโดยปริยาย แล้วมองไปยังต้นทางเสียงที่ดังขึ้น

“ของขวัญ! เซนโตะ! ทางนี้เว้ย!”

“กูนึกว่ามึงจะหลอกกูแล้วซะอีก”

“กูจะหลอกมึงทำไมล่ะ? เลี้ยงเหล้าก็คือเลี้ยงดิวะ กูว่านี่แหละผับประจำในอนาคตของพวกเราเว้ย! ดูดิมีแต่ผู้งานดีๆ ดูโต๊ะข้างๆ ดิ โคตรหล่อเลยอ่ะ….”

“ผู้หญิงก็เด็ดไม่แพ้กัน เห็นทีกูคงต้องตั้งใจทำข้อสอบและเตรียมสัมภาษณ์ดี ๆ ซะแล้ว”

“นี่มึงกะจะตั้งใจเรียนเพื่อสิ่งนี้เลยเหรอวะไอ้เซน ยอมใจว่ะ ฮ่าๆ”

“ของขวัญ! ผู้โต๊ะนั้นมองมึงด้วยหล่อมาก”

“ไหน?!” ไอ้คนที่ถามมันไม่ใช่ฉันหรอก แต่เป็นไอ้คนที่นั่งข้าง ๆ ฉันต่างหาก

อ๋อใช่…ฉันลืมเล่าเรื่องคนที่สำคัญในชีวิตฉันไปเลย ซึ่งคนคนนั้นก็คือเซนโตะยังไงล่ะ… มันเป็นเพื่อนฉันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เพราะแม่ของพวกเราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน แถมบ้านยังอยู่ข้างกันอีกต่างหาก จึงทำให้เซนโตะสนิทกับฉันมาก เรียกได้ว่าโตมาด้วยกันเลยทีเดียว พวกเรารักกันมากจนเหมือนไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท แต่เป็นเหมือนพี่เหมือนน้องกันไปแล้ว

โดยส่วนตัวแล้วฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของที่บ้าน จึงมองว่าบางทีเซนโตะก็เป็นเหมือนพี่ชายที่คอยสแกนคนนั้นคนนี้ให้ในเวลาที่ฉันตั้งใจอยากจะคบกับใครอย่างจริงจัง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีแหละนะ

แต่ถึงแม้บางคนเซนโตะจะยืนกรานว่าเขาเป็นคนดีและสามารถทำให้ฉันมีความสุขได้ ก็กลับเป็นฉันเสียเองเนี่ยะแหละที่ไม่ยอมเปิดใจให้ใครเข้ามา

เพียงเพราะว่า...ฉันกำลังรอความรักลมๆ แล้งๆ จากพี่เซจิ พี่ชายแท้ ๆ ของเซนโตะนั่นแหละ ซึ่งเป็นผู้ชายที่ไม่เคยจะมองฉันเลยด้วยซ้ำ แต่ฉันเองก็ยังแอบหวังว่าอาจมีสักวันที่เขาจะหันมามองกันบ้าง

“ดูแม่งก็รู้แล้วว่าขี้หลีอะ”

“แหม...พูดเหมือนมึงคนดียังงั้นแหละเนอะ”

“เอ้า! เพราะกูไม่ใช่คนดีไง กูถึงมองผีด้วยกันออก ยังไงของขวัญก็ต้องเจอคนดี ๆ ไม่อย่างนั้นกูไม่ยอม”

“คนดีจังเลยนะมึง ไหนมาหอมแก้มทีดิ” ฉันพูดชมมันอย่างหมั่นไส้ พลางทำเป็นยื่นหน้าไปหอมแก้มมันแบบที่ชอบทำ แต่กลับถูกมือของเซนโตะดันหน้าเอาไว้ซะก่อน

“หยุดดิ มึงทำงี้เดี๋ยวผู้หญิงในผับก็หาว่ากูมากับเมียกันพอดี แล้วกูจะขายออกมั้ย?”

“ขายไม่ออกก็เรื่องของมึงดิวะ ” ฉันบ่นมันอุบอิบ แต่เหมือนเซนโตะจะแอบได้ยิน จึงผลักหัวฉันอย่างเบามือด้วยความหมั่นไส้

“กวนตีนละของขวัญ…” เซนโตะบ่นฉันกลับพลางหยิบแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นกระดก

ส่วนฉันก็ได้แลบลิ้นใส่มันกลับไป หยอกล้อกันไปสักพัก เซนโตะก็ดูเหมือนมันจะนิ่งไปแล้ว สายตาของมันจับจ้องไปยังผู้หญิงที่อยู่ถัดจากโต๊ะของพวกฉันไปประมาณสองสามโต๊ะ ซึ่งฉันก็รู้ได้ทันทีว่ามันคงเจอเหยื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“มึง… กูว่ากูต้องไปแล้วว่ะ ถึงเวลาเฉิดฉาย”

“เช็คให้ดีด้วยนะมึง ไม่ใช่ว่าเขามากับผัวนะเว้ย” ฉันบอกมันไล่หลังไป

“รอดูแล้วกัน…” มันโบกมือแล้วเดินไปยังโต๊ะผู้หญิงคนนั้นทันที ส่วนฉันอาศัยจังหวะนี้หันไปมองหาพี่เซจิอีกครั้ง โต๊ะของเขาอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะของฉันมากเท่าไรนัก แต่หากไม่โฟกัสก็คงไมองไม่เห็นโต๊ะนั้นอย่างแน่นอน เพราะมุมค่อนข้างเป็นส่วนตัว

และในตอนนี้ ฉันก็มั่นใจแล้วว่าเป็นพี่เซจิจริง ๆ นอกจากนี้เขายังมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนตักด้วย

อ่า…เจ็บชะมัด! แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ฉันละสายตาจากภาพบาดตานั้นแล้วหันไปยิ้มให้ทั้งน้ำหวาน และมิ้ง ซึ่งแต่ละคนก็ต่างเป็นเพื่อนในกลุ่มของฉันด้วยกันทั้งนั้น

“ตอนเข้ามา กูเหมือนเห็นพี่เซจิเลยว่ะ มึงว่าไอ้เซนโตะมันจะเจอพี่ชายมันมั้ย” มิ้งชะโงกหน้ามาถามฉัน

“อ้าวพี่เซจิมาร้านนี้ด้วยเหรอ? กูเห็นพี่เซจิบอกแม่ว่าจะไปติวหนังสือกับเพื่อนนะ” ฉันโกหกพวกมันไป พยายามทำตัวให้แนบเนียนและปกติที่สุดว่าตัวเองไม่ได้สนใจอะไรพี่เซจิมากมายนัก เพราะเพื่อนในกลุ่มของฉันแต่ละคนมันก็แสดงอาการออกอย่างชัดเจนว่าชอบพี่เซจิเหมือนกัน แต่ก็แค่กรี๊ดกร๊าดตามประสานั่นแหละ พวกมันเองก็มีแฟนกันหมดแล้ว เหลือเพียงฉันกับไอ้เซนโตะ…

แต่แบบเซนโตะจะเรียกว่าโสดเต็มปากก็ไม่ได้หรอก ก็อย่างที่ทุกคนรู้ว่ามันเจ้าชู้ขนาดไหน

“กูถามจริงนะ…ของขวัญ มึงก็สนิทกับครอบครัวไอ้เซนโตะมาตั้งนาน ทำไมถึงไม่พยายามตีสนิทกับพี่เซจิบ้างวะ ตีสนิทพี่เซจิให้พวกกูหน่อยดิ…นะนะนะ”

“ไหนใครอยากให้กูตีสนิทกับพี่เซจิบ้าง” พวกมันทั้งหมดพร้อมใจกันยกมือขึ้น

“เออดีกูจะได้ฟ้องผัวมึงเรียงตัวเลย กูไม่ทำให้หรอกเว้ย! ไปเอาคนน้องนู้น” แล้วฉันก็ชี้ไปที่ไอ้เซนโตะที่กำลังคุยกับผู้หญิงอยู่ทางโต๊ะไกลอย่างสนุกสนาน โดยที่มือมันเองก็พยายามลวนลามขาอ่อนผู้หญิงคนนั้นด้วย ดูความเจ้าเล่ห์ของมันสิ…

“เหอะ กูคงน้ำตาเช็ดหัวเข่าอะ”

“ต่างกันตรงไหนก็นิสัยเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องปะ” ฉันพูดไปตามตรง จริง ๆ ก็ดูเจ้าชู้ทั้งเซจิเซนโตะนั่นแหละ เพียงแต่คนละสไตล์เท่านั้น อย่างที่ฉันบอกไปตั้งแต่ตอนแรกก็คือ พี่เซจิชอบกินแบบเงียบ ๆ ส่วนไอเซนโตะ รายนี้ชอบกินแบบโจ่งแจ้ง

น่าแปลกที่ผู้หญิงยังยอม ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่าต่อให้ยอมพี่เซจิหรือเซนโตะ พวกเขาก็ไม่ยอมหยุดที่พวกเธออย่างแน่นอน แต่ก็คงเหมือนกับฉันแหละมั้ง ที่หัวใจยังปักหมุดรักพี่เซจิ ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่เคยแม้แต่จะปรายตามองฉัน

“ไม่จริงอ่ะ! อย่าว่าพี่เซจิของกูนะ พี่เขาดีกว่าไอ้เซนโตะตั้งเยอะ”

“อีหวานได้ข่าวว่าผัวมึงก็อยู่ร้านนี้ไม่ใช่เหรอวะ? เก็บอาการหน่อยนะมึง”

“มาไม่เท่าไร เดี๋ยวเสือกนั่งโต๊ะเดียวกับพี่เซจิด้วยจะโป๊ะไปอีกจ้า ฮ่าๆ”

“ให้กูเดินไปฟ้องผัวมึงเลยมั้ยล่ะ”

“พวกมึงอ่ะใจร้าย” แล้วหวานมันก็ทำหน้าเศร้าสร้อยแบบเสแสร้ง พวกเราก็นั่งขำและนั่งคุยกันอย่างเพลิดเพลินพลางจิบเหล้าที่หวานซื้อมาเลี้ยงให้ไปด้วย รู้ตัวอีกที ฉันก็นอนหน้าฟุ๊บลงกับโต๊ะซะแล้ว หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเมานั่นแหละ

หวานกับมิ้งก็เริ่มเบลอแล้วเหมือนกัน ส่วนจีนเพื่อนในกลุ่มของฉันอีกคนที่ตามมาทีหลัง มันยังไม่ทันจะได้เมา ผัวมันก็มาลากกลับบ้านซะงั้น หวงอะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้ ตอนนี้กลุ่มของพวกเราก็เหลือแค่ฉัน หวาน และมิ้ง ส่วนไอ้เซนโตะก็หายไปกับผู้หญิงตั้งแต่ชั่วโมงแรกแล้ว จะเจอมันอีกทีก็คงเป็นช่วงร้านใกล้ปิด ก็คือตอนที่มารับฉันนั่นแหละ

“นี่กี่โมงแล้ววะ” ฉันเงยหน้าไปถามพวกที่เหลืออยู่ด้วยสภาพมึนๆ

“ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว มึงกลับตอนไหน?”

“ก็ต้องรอไอ้เซนโตะนั่นแหละ เดี๋ยวกูไปห้องน้ำแปปนะ”

“อือ ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนเปล่า”

“ไม่เป็นไรอะ กูยังไหว” ไหวของฉันคือภาพเบลอเดินเซ แต่ยังพอมีสติอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เดินชนคนนั้นคนนี้นะ แล้วฉันก็เดินไปยังตามทางที่คิดว่าจะเป็นห้องน้ำ เอ๊ะ! ทำไมมันอยู่ลึก นอกจากนี้ยังดูแปลกพิกล เพราะเหมือนจะมีเตียงอยู่ในห้องด้วย แต่ก็เอาเถอะ…ฉันอยากเข้าห้องน้ำจะแย่แล้ว รีบเข้าแล้วรีบไปดีกว่า

กึก กึก

“อะ...อื้อ เซจิ…ถอดให้เฟย์หน่อยสิ” อยู่ ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงแหลมของผู้หญิงที่พูดด้วยน้ำเสียงกระเส่า ว่าแต่เมื่อกี้หูฉันไม่ได้ฝาดใช่มั้ย! ยัยนั่นเหมือนเรียกชื่อพี่เซจิ!

ฉันรีบจัดการธุระให้เสร็จเรียบร้อยแล้วออกจากห้องน้ำมาด้วยสภาพเซนิดหน่อย แล้วภาพที่เห็นทำเอาฉันถึงกับผงะตาสว่างขึ้นมาทันใด

ฉันพอจะเห็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ถึงแม้สายตาจะค่อนข้างเบลอ แต่ก็จำได้ว่าคือ “พี่เซจิ” สภาพของเขาเปลือยท่อนบนกำลังคร่อมร่างผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ซึ่งตอนนี้ด้านบนของเธอเหลือเพียงแต่บราเซียลูกไม้สีดำเท่านั้น ไม่ต้องบอกฉันก็พอจะเข้าใจได้ในทันทีว่าทั้งสองคนกำลังจะทำอะไรกัน

“พะ...พี่เซจิ!” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ

“ของขวัญ!?” พี่เซจิเองก็เช่นกัน

“...!?” ส่วนยัยผู้หญิงคนนั้นก็อ้ำอึ้ง

“เธอเข้ามาทำอะไรที่ห้องนี้?”

“อ...เอ่อ...”

“ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่ห้องนี้ นัดใครไว้!”

พี่เซจิใส่เสื้อตัวเองให้เข้าที่แล้วลากฉันออกมาจากห้อง จนฉันแทบจะก้าวตามไม่ทัน ดูท่าเขาคงจะโกรธฉันมากเลยสินะที่ไปขัดจังหวะความสุขของเขากับผู้หญิงคนนั้น

“เปล่านะ ของขวัญแค่...”

“อย่าโกหก! ฉันถามว่านัดใครไว้ อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูแม่เธอใช่มั้ย…ของขวัญ”

“ยะ...อย่าบอกแม่ของขวัญนะ(เรื่องที่ฉันแอบแม่หนีเที่ยว)”

“แล้วเพื่อนเธอไปไหนหมด”

“อยู่ข้างโซนนั้นค่ะ” ฉันชี้ไปที่โซนของตัวเอง แต่บัดนี้มันกลับว่างเปล่า

“ไหนเพื่อนเธอ” พี่เซจิยืนกอดอกอย่างไม่ลดละ แล้วยิงคำถามเดิมใส่ ราวกับคิดว่าฉันกำลังโกหก

“มันคงไปห้องน้ำกัน พี่ปล่อยของขวัญได้แล้ว กลับไปทำธุระของตัวเองให้เสร็จเถอะค่ะ”

“แล้วไอ้เซนโตะมันไปไหน”

“...” ถ้าหากพี่เซจิรู้ว่าเซนโตะไปทำอะไร มีหวังเขาได้เอาไปฟ้องอาน้ำแน่ ๆ ฉันไม่ยอมให้เพื่อนของฉันถูกแม่บ่นหรอก และตัวฉันเองก็จะไม่ยอมถูกแม่บ่นด้วยเหมือนกัน

“ฉันถะ…”

“ของขวัญว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะรอพี่อยู่ เพราะฉะนั้นอย่ามาเสียเวลากับน้องเลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวน้องจะรอเพื่อนอยู่ตรงนี้เอง” ฉันพูดตัดบทไปพลางเดินไปนั่งลงที่โต๊ะเดิม ซวยแล้ว! พวกนั้นหายไปไหนกันนะ แถมยังเอากระเป๋าฉันไปด้วยอีกต่างหาก โทรศัพท์อะไรก็อยู่ในกระเป๋าหมดเลยด้วย แล้วอย่างนี้ฉันจะติดต่อกับพวกมันยังไงเนี่ยอีกอย่างพี่เซจิก็เดินออกไปจริง ๆ ด้วย ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวอยู่นานสองนาน และแล้วก็เหมือนสวรรค์มาโปรดฉันอีกครั้ง เมื่อเพื่อนรักสองคนเดินกลับมา

“ของขวัญ มึงไปไหนมา รู้มั้ยกูตามหามึงตั้งนาน ไหนบอกว่าไปห้องน้ำมาไง พวกกูก็ไปดักรอก็ไม่เห็นเจอ บอกแล้วไงว่าให้พวกกูไปเป็นเพื่อน อะ…นี่กระเป๋ามึง นึกว่าโดนผู้ชายลากไปซะแล้ว” หวานมันบ่นฉันยาวเหยียดจนถึงขนาดต้องยกมืออุดหูกันเลยทีเดียว

“กูไปห้องน้ำชั้นบนมา”

“บนไหนของมึง ห้องน้ำอยู่ชั้นล่างฝั่งนั้นเองนะ”

“ชั้นบนก็มี”

“มึงกูได้ข่าวว่าชั้นบนของร้านมัน....”

“มึงจะหยุดทำไมเนี้ย พูดต่อดิ”

“นั่นมันห้องเชือดไม่ใช่เหรอวะ”

“!!!!”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KSY” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KSY
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้าย พ่ายรัก
8.1
โชคชะตาที่ผูกพันด้วยคำสัญญาในวัยเยาว์ทำให้คนสองคนปิดตายหัวใจจากความรักอื่น เพื่อเฝ้ารอวันที่เหมาะสมในการกลับมาพบกันอีกครั้ง แม้ความจริงที่เผชิญจะผิดเพี้ยนไปจากภาพฝันที่เคยคาดหวังไว้ ทว่าหัวใจกลับยังคงดื้อรั้นและเลือกที่จะมอบความรู้สึกทั้งหมดให้แก่คนเดิมอย่างมั่นคง ด้วยความเชื่อมั่นในรักแรกที่ตราตรึงใจตั้งแต่แรกเห็น เธอจึงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะก้าวขึ้นเป็นเจ้าสาวของเขาเพียงผู้เดียวตลอดไปแม้อุปสรรคจะถาโถมเข้ามาก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย พันธะร้ายเจ้านายเถื่อน (Series of my bad boy)
7.9
ภายใต้เงาของอำนาจมืดในโลกมาเฟียยุคใหม่ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตราหน้าหญิงสาวข้างกายว่าเป็นเพียงทาสรับใช้ที่ไร้ทางสู้ เขาบีบบังคับให้เธอต้องยอมสยบต่อคำสั่งทุกอย่างโดยไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง สถานะอันต่ำต้อยกลายเป็นพันธะร้ายที่จองจำเธอไว้ในกรงขังแห่งความเถื่อนทราม ท่ามกลางความตึงเครียดและบรรยากาศที่กดดัน เธอต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดในฐานะขี้ข้าผู้ภักดีเพียงแค่ในนามเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย แซ่บ
8.1
ซีรีส์นิยายรักร่วมสมัยชุด แซ่บ รวบรวมเรื่องราวความสัมพันธ์อันร้อนแรงหลากหลายรูปแบบ เริ่มต้นด้วย สาวใข้วัยละอ่อน เจ้าหญิงแมวเหมียว และเพื่อนสวาท ตามด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝันใน คืนนั้น และบทเรียนแห่ง พิศวาส ต่อด้วยความเร่าร้อนกับ คุณหมอซ่านรัก พร้อมความมั่นใจใน สวยมากๆ ท่ายากหนูก็เยอะ ปิดท้ายด้วยมุมมองที่ว่า ความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง ไปที่ระเบียงบ้างก็ได้ ทั้งหมดนี้คือความบันเทิงครบรสที่เน้นอารมณ์รักและเสน่หาอย่างจัดจ้าน
หน้าปกนวนิยาย ปรารถนารัก แรงแค้น
8.6
ความรักของนายหัวอานนท์และแพรวาพังทลายลงทันที เมื่อเขาพบความจริงว่าพี่ชายของเธอคือต้นเหตุการตายของน้องสาวตนเอง ความแค้นที่สุมอกทำให้เขาเลือกใช้เธอเป็นเครื่องมือระบายโทสะเพื่อแก้แค้นพี่ชายของเธออย่างเลือดเย็น แม้แพรวาจะพยายามถามถึงความรักที่เคยมีให้กัน แต่อานนท์กลับตอบด้วยคำพูดทำร้ายจิตใจว่าไม่เคยรักเธอเลย พร้อมขับไล่อย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้หญิงสาวต้องจากไปทั้งน้ำตาพร้อมหัวใจที่แตกสลายและบอบช้ำเกินกว่าจะเยียวยาได้