ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รุ่นพี่ที่รัก

รุ่นพี่ที่รัก

ของขวัญแอบหลงรักรุ่นพี่คนสนิทมาเป็นเวลานานแสนนาน เธอเฝ้าทุ่มเทความรู้สึกและคอยอยู่เคียงข้างเขาเสมอ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมองเธอเป็นเพียงน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยคืบหน้าเริ่มทำให้หัวใจของเธอเหนื่อยล้าและท้อแท้กับความรักที่ไร้จุดหมายครั้งนี้ จนต้องตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่เขาจะยอมเปิดใจรับรักจากเธอสักที หรือเธอควรจะหยุดความพยายามไว้เพียงเท่านี้ดีนะ
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ไอเซนโตะ ใช่….ร้านนี้จริงๆ เหรอวะ? ที่หวานมันบอกว่าจะเลี้ยงเหล้าพวกเราอ่ะ” ของขวัญสาวสวยในชุดเสื้อกล้ามรัดรูปและกางเกงยีนส์ขาสั้นหันไปสะกิดเซนโตะที่เอาแต่ส่งสายตาหว่านเสน่ห์ผู้หญิงไปทั่ว

สาเหตุที่ถามเป็นเพราะเริ่มไม่แน่ใจ เธอไม่รู้ว่านี้คือร้านที่เพื่อนในกลุ่มนัดมาพบปะกันหรือเปล่า นอกจากนี้ยังเป็นร้านที่เธอไม่เคยมาและไม่คุ้นตาสักเท่าไหร่นักด้วย แถมยังอยู่ไกลจากร้านประจำ อีกทั้งยังมีแต่เด็กมหาลัยเสียส่วนใหญ่ด้วย

หลังจากจัดงานวันเกิดเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป ซึ่งของขวัญเองก็มีฉลองวันเกิดกับกลุ่มเพื่อนของเธอด้วยเช่นกัน และพวกเธอก็เลือกร้านนี้ เพราะเห็นว่าเป็นร้านที่มีเด็กมหา’ลัย BK เยอะมาก พวกเธอนัดกันเอาไว้ว่าจะพากันเข้าที่ BK ให้ได้ และครั้งนี้ก็มาเพื่อดูลาดเลาเอาไว้ก่อน เพราะคิดว่าหากติดมหา’ลัย BK กันครบองค์ประชุม แล้วร้านนี้ก็อาจจะเป็นร้านประจำสำหรับกลุ่มของพวกเธอในอนาคตก็เป็นได้

“เออดิ! มึงดูดิ มีแต่เด็ก BK ทั้งนั้นเลย กูแม่งอยากรีบขึ้นปี 1 เร็ว ๆ แล้วเมื่อไรจะเปิดรับสักทีวะ” เซนโตะบ่นพึมพำ

“ไอ้เซนโตะ! มึงได้ฟังที่กูพูดมั้ยเนี่ย?”

“ห๊ะ? มึงว่าไงนะ…ของขวัญ”

“ก็กูถามว่า...” เธอพยายามจะหันไปถามเซนโตะอีกครั้ง แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเข้าเสียก่อน ซึ่งเขาคนนั้นก็คือคนที่เธอคิดถึงมาโดยตลอด คนที่เธอคิดว่าเขากำลังไปติวหนังสือกับเพื่อน แต่ที่ไหนได้กลับมานัวหญิงอยู่ตรงโซนมืดต่อหน้าเพื่อน ๆ

อันที่จริงเธอไม่แน่ใจว่าใช่เขาหรือเปล่า… แต่แผ่นหลังกว้างนั้นมันช่างเหมือนเขาซะเหลือเกิน เหมือนจนเธออยากจะเดินเข้าไปดูให้แน่ใจ ทว่ากลับมีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเสียก่อน ทำให้เธอจำต้องละสายตาจากเขาโดยปริยาย แล้วมองไปยังต้นทางเสียงที่ดังขึ้น

“ของขวัญ! เซนโตะ! ทางนี้เว้ย!”

“กูนึกว่ามึงจะหลอกกูแล้วซะอีก”

“กูจะหลอกมึงทำไมล่ะ? เลี้ยงเหล้าก็คือเลี้ยงดิวะ กูว่านี่แหละผับประจำในอนาคตของพวกเราเว้ย! ดูดิมีแต่ผู้งานดีๆ ดูโต๊ะข้างๆ ดิ โคตรหล่อเลยอ่ะ….”

“ผู้หญิงก็เด็ดไม่แพ้กัน เห็นทีกูคงต้องตั้งใจทำข้อสอบและเตรียมสัมภาษณ์ดี ๆ ซะแล้ว”

“นี่มึงกะจะตั้งใจเรียนเพื่อสิ่งนี้เลยเหรอวะไอ้เซน ยอมใจว่ะ ฮ่าๆ”

“ของขวัญ! ผู้โต๊ะนั้นมองมึงด้วยหล่อมาก”

“ไหน?!” ไอ้คนที่ถามมันไม่ใช่ฉันหรอก แต่เป็นไอ้คนที่นั่งข้าง ๆ ฉันต่างหาก

อ๋อใช่…ฉันลืมเล่าเรื่องคนที่สำคัญในชีวิตฉันไปเลย ซึ่งคนคนนั้นก็คือเซนโตะยังไงล่ะ… มันเป็นเพื่อนฉันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เพราะแม่ของพวกเราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน แถมบ้านยังอยู่ข้างกันอีกต่างหาก จึงทำให้เซนโตะสนิทกับฉันมาก เรียกได้ว่าโตมาด้วยกันเลยทีเดียว พวกเรารักกันมากจนเหมือนไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท แต่เป็นเหมือนพี่เหมือนน้องกันไปแล้ว

โดยส่วนตัวแล้วฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของที่บ้าน จึงมองว่าบางทีเซนโตะก็เป็นเหมือนพี่ชายที่คอยสแกนคนนั้นคนนี้ให้ในเวลาที่ฉันตั้งใจอยากจะคบกับใครอย่างจริงจัง ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีแหละนะ

แต่ถึงแม้บางคนเซนโตะจะยืนกรานว่าเขาเป็นคนดีและสามารถทำให้ฉันมีความสุขได้ ก็กลับเป็นฉันเสียเองเนี่ยะแหละที่ไม่ยอมเปิดใจให้ใครเข้ามา

เพียงเพราะว่า...ฉันกำลังรอความรักลมๆ แล้งๆ จากพี่เซจิ พี่ชายแท้ ๆ ของเซนโตะนั่นแหละ ซึ่งเป็นผู้ชายที่ไม่เคยจะมองฉันเลยด้วยซ้ำ แต่ฉันเองก็ยังแอบหวังว่าอาจมีสักวันที่เขาจะหันมามองกันบ้าง

“ดูแม่งก็รู้แล้วว่าขี้หลีอะ”

“แหม...พูดเหมือนมึงคนดียังงั้นแหละเนอะ”

“เอ้า! เพราะกูไม่ใช่คนดีไง กูถึงมองผีด้วยกันออก ยังไงของขวัญก็ต้องเจอคนดี ๆ ไม่อย่างนั้นกูไม่ยอม”

“คนดีจังเลยนะมึง ไหนมาหอมแก้มทีดิ” ฉันพูดชมมันอย่างหมั่นไส้ พลางทำเป็นยื่นหน้าไปหอมแก้มมันแบบที่ชอบทำ แต่กลับถูกมือของเซนโตะดันหน้าเอาไว้ซะก่อน

“หยุดดิ มึงทำงี้เดี๋ยวผู้หญิงในผับก็หาว่ากูมากับเมียกันพอดี แล้วกูจะขายออกมั้ย?”

“ขายไม่ออกก็เรื่องของมึงดิวะ ” ฉันบ่นมันอุบอิบ แต่เหมือนเซนโตะจะแอบได้ยิน จึงผลักหัวฉันอย่างเบามือด้วยความหมั่นไส้

“กวนตีนละของขวัญ…” เซนโตะบ่นฉันกลับพลางหยิบแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นกระดก

ส่วนฉันก็ได้แลบลิ้นใส่มันกลับไป หยอกล้อกันไปสักพัก เซนโตะก็ดูเหมือนมันจะนิ่งไปแล้ว สายตาของมันจับจ้องไปยังผู้หญิงที่อยู่ถัดจากโต๊ะของพวกฉันไปประมาณสองสามโต๊ะ ซึ่งฉันก็รู้ได้ทันทีว่ามันคงเจอเหยื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“มึง… กูว่ากูต้องไปแล้วว่ะ ถึงเวลาเฉิดฉาย”

“เช็คให้ดีด้วยนะมึง ไม่ใช่ว่าเขามากับผัวนะเว้ย” ฉันบอกมันไล่หลังไป

“รอดูแล้วกัน…” มันโบกมือแล้วเดินไปยังโต๊ะผู้หญิงคนนั้นทันที ส่วนฉันอาศัยจังหวะนี้หันไปมองหาพี่เซจิอีกครั้ง โต๊ะของเขาอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะของฉันมากเท่าไรนัก แต่หากไม่โฟกัสก็คงไมองไม่เห็นโต๊ะนั้นอย่างแน่นอน เพราะมุมค่อนข้างเป็นส่วนตัว

และในตอนนี้ ฉันก็มั่นใจแล้วว่าเป็นพี่เซจิจริง ๆ นอกจากนี้เขายังมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนตักด้วย

อ่า…เจ็บชะมัด! แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ฉันละสายตาจากภาพบาดตานั้นแล้วหันไปยิ้มให้ทั้งน้ำหวาน และมิ้ง ซึ่งแต่ละคนก็ต่างเป็นเพื่อนในกลุ่มของฉันด้วยกันทั้งนั้น

“ตอนเข้ามา กูเหมือนเห็นพี่เซจิเลยว่ะ มึงว่าไอ้เซนโตะมันจะเจอพี่ชายมันมั้ย” มิ้งชะโงกหน้ามาถามฉัน

“อ้าวพี่เซจิมาร้านนี้ด้วยเหรอ? กูเห็นพี่เซจิบอกแม่ว่าจะไปติวหนังสือกับเพื่อนนะ” ฉันโกหกพวกมันไป พยายามทำตัวให้แนบเนียนและปกติที่สุดว่าตัวเองไม่ได้สนใจอะไรพี่เซจิมากมายนัก เพราะเพื่อนในกลุ่มของฉันแต่ละคนมันก็แสดงอาการออกอย่างชัดเจนว่าชอบพี่เซจิเหมือนกัน แต่ก็แค่กรี๊ดกร๊าดตามประสานั่นแหละ พวกมันเองก็มีแฟนกันหมดแล้ว เหลือเพียงฉันกับไอ้เซนโตะ…

แต่แบบเซนโตะจะเรียกว่าโสดเต็มปากก็ไม่ได้หรอก ก็อย่างที่ทุกคนรู้ว่ามันเจ้าชู้ขนาดไหน

“กูถามจริงนะ…ของขวัญ มึงก็สนิทกับครอบครัวไอ้เซนโตะมาตั้งนาน ทำไมถึงไม่พยายามตีสนิทกับพี่เซจิบ้างวะ ตีสนิทพี่เซจิให้พวกกูหน่อยดิ…นะนะนะ”

“ไหนใครอยากให้กูตีสนิทกับพี่เซจิบ้าง” พวกมันทั้งหมดพร้อมใจกันยกมือขึ้น

“เออดีกูจะได้ฟ้องผัวมึงเรียงตัวเลย กูไม่ทำให้หรอกเว้ย! ไปเอาคนน้องนู้น” แล้วฉันก็ชี้ไปที่ไอ้เซนโตะที่กำลังคุยกับผู้หญิงอยู่ทางโต๊ะไกลอย่างสนุกสนาน โดยที่มือมันเองก็พยายามลวนลามขาอ่อนผู้หญิงคนนั้นด้วย ดูความเจ้าเล่ห์ของมันสิ…

“เหอะ กูคงน้ำตาเช็ดหัวเข่าอะ”

“ต่างกันตรงไหนก็นิสัยเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องปะ” ฉันพูดไปตามตรง จริง ๆ ก็ดูเจ้าชู้ทั้งเซจิเซนโตะนั่นแหละ เพียงแต่คนละสไตล์เท่านั้น อย่างที่ฉันบอกไปตั้งแต่ตอนแรกก็คือ พี่เซจิชอบกินแบบเงียบ ๆ ส่วนไอเซนโตะ รายนี้ชอบกินแบบโจ่งแจ้ง

น่าแปลกที่ผู้หญิงยังยอม ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่าต่อให้ยอมพี่เซจิหรือเซนโตะ พวกเขาก็ไม่ยอมหยุดที่พวกเธออย่างแน่นอน แต่ก็คงเหมือนกับฉันแหละมั้ง ที่หัวใจยังปักหมุดรักพี่เซจิ ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่เคยแม้แต่จะปรายตามองฉัน

“ไม่จริงอ่ะ! อย่าว่าพี่เซจิของกูนะ พี่เขาดีกว่าไอ้เซนโตะตั้งเยอะ”

“อีหวานได้ข่าวว่าผัวมึงก็อยู่ร้านนี้ไม่ใช่เหรอวะ? เก็บอาการหน่อยนะมึง”

“มาไม่เท่าไร เดี๋ยวเสือกนั่งโต๊ะเดียวกับพี่เซจิด้วยจะโป๊ะไปอีกจ้า ฮ่าๆ”

“ให้กูเดินไปฟ้องผัวมึงเลยมั้ยล่ะ”

“พวกมึงอ่ะใจร้าย” แล้วหวานมันก็ทำหน้าเศร้าสร้อยแบบเสแสร้ง พวกเราก็นั่งขำและนั่งคุยกันอย่างเพลิดเพลินพลางจิบเหล้าที่หวานซื้อมาเลี้ยงให้ไปด้วย รู้ตัวอีกที ฉันก็นอนหน้าฟุ๊บลงกับโต๊ะซะแล้ว หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเมานั่นแหละ

หวานกับมิ้งก็เริ่มเบลอแล้วเหมือนกัน ส่วนจีนเพื่อนในกลุ่มของฉันอีกคนที่ตามมาทีหลัง มันยังไม่ทันจะได้เมา ผัวมันก็มาลากกลับบ้านซะงั้น หวงอะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้ ตอนนี้กลุ่มของพวกเราก็เหลือแค่ฉัน หวาน และมิ้ง ส่วนไอ้เซนโตะก็หายไปกับผู้หญิงตั้งแต่ชั่วโมงแรกแล้ว จะเจอมันอีกทีก็คงเป็นช่วงร้านใกล้ปิด ก็คือตอนที่มารับฉันนั่นแหละ

“นี่กี่โมงแล้ววะ” ฉันเงยหน้าไปถามพวกที่เหลืออยู่ด้วยสภาพมึนๆ

“ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว มึงกลับตอนไหน?”

“ก็ต้องรอไอ้เซนโตะนั่นแหละ เดี๋ยวกูไปห้องน้ำแปปนะ”

“อือ ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนเปล่า”

“ไม่เป็นไรอะ กูยังไหว” ไหวของฉันคือภาพเบลอเดินเซ แต่ยังพอมีสติอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เดินชนคนนั้นคนนี้นะ แล้วฉันก็เดินไปยังตามทางที่คิดว่าจะเป็นห้องน้ำ เอ๊ะ! ทำไมมันอยู่ลึก นอกจากนี้ยังดูแปลกพิกล เพราะเหมือนจะมีเตียงอยู่ในห้องด้วย แต่ก็เอาเถอะ…ฉันอยากเข้าห้องน้ำจะแย่แล้ว รีบเข้าแล้วรีบไปดีกว่า

กึก กึก

“อะ...อื้อ เซจิ…ถอดให้เฟย์หน่อยสิ” อยู่ ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงแหลมของผู้หญิงที่พูดด้วยน้ำเสียงกระเส่า ว่าแต่เมื่อกี้หูฉันไม่ได้ฝาดใช่มั้ย! ยัยนั่นเหมือนเรียกชื่อพี่เซจิ!

ฉันรีบจัดการธุระให้เสร็จเรียบร้อยแล้วออกจากห้องน้ำมาด้วยสภาพเซนิดหน่อย แล้วภาพที่เห็นทำเอาฉันถึงกับผงะตาสว่างขึ้นมาทันใด

ฉันพอจะเห็นภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่ถึงแม้สายตาจะค่อนข้างเบลอ แต่ก็จำได้ว่าคือ “พี่เซจิ” สภาพของเขาเปลือยท่อนบนกำลังคร่อมร่างผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ซึ่งตอนนี้ด้านบนของเธอเหลือเพียงแต่บราเซียลูกไม้สีดำเท่านั้น ไม่ต้องบอกฉันก็พอจะเข้าใจได้ในทันทีว่าทั้งสองคนกำลังจะทำอะไรกัน

“พะ...พี่เซจิ!” ฉันเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ

“ของขวัญ!?” พี่เซจิเองก็เช่นกัน

“...!?” ส่วนยัยผู้หญิงคนนั้นก็อ้ำอึ้ง

“เธอเข้ามาทำอะไรที่ห้องนี้?”

“อ...เอ่อ...”

“ฉันถามว่าเธอมาทำอะไรที่ห้องนี้ นัดใครไว้!”

พี่เซจิใส่เสื้อตัวเองให้เข้าที่แล้วลากฉันออกมาจากห้อง จนฉันแทบจะก้าวตามไม่ทัน ดูท่าเขาคงจะโกรธฉันมากเลยสินะที่ไปขัดจังหวะความสุขของเขากับผู้หญิงคนนั้น

“เปล่านะ ของขวัญแค่...”

“อย่าโกหก! ฉันถามว่านัดใครไว้ อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูแม่เธอใช่มั้ย…ของขวัญ”

“ยะ...อย่าบอกแม่ของขวัญนะ(เรื่องที่ฉันแอบแม่หนีเที่ยว)”

“แล้วเพื่อนเธอไปไหนหมด”

“อยู่ข้างโซนนั้นค่ะ” ฉันชี้ไปที่โซนของตัวเอง แต่บัดนี้มันกลับว่างเปล่า

“ไหนเพื่อนเธอ” พี่เซจิยืนกอดอกอย่างไม่ลดละ แล้วยิงคำถามเดิมใส่ ราวกับคิดว่าฉันกำลังโกหก

“มันคงไปห้องน้ำกัน พี่ปล่อยของขวัญได้แล้ว กลับไปทำธุระของตัวเองให้เสร็จเถอะค่ะ”

“แล้วไอ้เซนโตะมันไปไหน”

“...” ถ้าหากพี่เซจิรู้ว่าเซนโตะไปทำอะไร มีหวังเขาได้เอาไปฟ้องอาน้ำแน่ ๆ ฉันไม่ยอมให้เพื่อนของฉันถูกแม่บ่นหรอก และตัวฉันเองก็จะไม่ยอมถูกแม่บ่นด้วยเหมือนกัน

“ฉันถะ…”

“ของขวัญว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะรอพี่อยู่ เพราะฉะนั้นอย่ามาเสียเวลากับน้องเลยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวน้องจะรอเพื่อนอยู่ตรงนี้เอง” ฉันพูดตัดบทไปพลางเดินไปนั่งลงที่โต๊ะเดิม ซวยแล้ว! พวกนั้นหายไปไหนกันนะ แถมยังเอากระเป๋าฉันไปด้วยอีกต่างหาก โทรศัพท์อะไรก็อยู่ในกระเป๋าหมดเลยด้วย แล้วอย่างนี้ฉันจะติดต่อกับพวกมันยังไงเนี่ยอีกอย่างพี่เซจิก็เดินออกไปจริง ๆ ด้วย ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวอยู่นานสองนาน และแล้วก็เหมือนสวรรค์มาโปรดฉันอีกครั้ง เมื่อเพื่อนรักสองคนเดินกลับมา

“ของขวัญ มึงไปไหนมา รู้มั้ยกูตามหามึงตั้งนาน ไหนบอกว่าไปห้องน้ำมาไง พวกกูก็ไปดักรอก็ไม่เห็นเจอ บอกแล้วไงว่าให้พวกกูไปเป็นเพื่อน อะ…นี่กระเป๋ามึง นึกว่าโดนผู้ชายลากไปซะแล้ว” หวานมันบ่นฉันยาวเหยียดจนถึงขนาดต้องยกมืออุดหูกันเลยทีเดียว

“กูไปห้องน้ำชั้นบนมา”

“บนไหนของมึง ห้องน้ำอยู่ชั้นล่างฝั่งนั้นเองนะ”

“ชั้นบนก็มี”

“มึงกูได้ข่าวว่าชั้นบนของร้านมัน....”

“มึงจะหยุดทำไมเนี้ย พูดต่อดิ”

“นั่นมันห้องเชือดไม่ใช่เหรอวะ”

“!!!!”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย (ไม่)ตั้งใจรัก
8.8
มาริสา สาวมั่นผู้มีสัมผัสพิเศษมองเห็นวิญญาณได้ แต่พลังนี้จะหายไปหากเธอมีความรัก เธอไม่เคยเชื่อว่าจะมีใครอยู่เคียงข้างเธอได้จริง จนกระทั่งได้พบกับ รัตติ ชายหนุ่มลึกลับผิวขาวจัดผู้มีดวงตาสีแดง เขาตามติดและพยายามพิชิตใจเธอทุกวิถีทาง แม้เธอจะปฏิเสธเพราะเขาไม่ใช่คนธรรมดาแต่เป็นแวมไพร์ผู้ทรงพลัง ทว่ารัตติกลับไม่ยอมแพ้และรุกหนักด้วยข้อเสนอสุดเร้าใจที่สั่นคลอนหัวใจเธอ ความรักต่างเผ่าพันธุ์ครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อหัวใจเธอเริ่มหวั่นไหวให้กับอมนุษย์
หน้าปกนวนิยาย CHECKMATE อยากรัก ต้องรีบรุก
8.6
เมื่อรุ่นน้องจอมตื๊ออย่างอาร์เดินหน้าจีบฉันไม่หยุด แต่ใจฉันกลับมีเพียงโย เพื่อนสนิทที่แอบรักข้างเดียวมาตลอด ทว่าเหตุการณ์กลับวุ่นวายเมื่อโยประกาศต่อหน้าทุกคนว่าฉันคือเมียเขาเพียงเพื่อจะกันท่าคนอื่น แต่เขากลับขอให้ฉันช่วยจีบผู้หญิงอีกคนเป็นการแลกเปลี่ยน ความเจ็บปวดนี้ทำให้อาร์ก้าวเข้ามาเยียวยาหัวใจจนความผูกพันเริ่มก่อตัว ในขณะที่ท่าทีของโยก็เริ่มเปลี่ยนไปจนเกินคาดเดา สุดท้ายแล้วความรักที่วุ่นวายครั้งนี้จะจบลงที่ใคร
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักกลางตะวัน
8.5
เพลิง ชายหนุ่มผู้ฝังใจเจ็บจากความรักจนแอนตี้ผู้หญิงอย่างหนัก ต้องพบกับบททดสอบหัวใจเมื่อ ตวงรัก ก้าวเข้ามาป่วนในสวนส้มตะวันฉาย เธอรับภารกิจลับเป็นสปายเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นเกย์ แลกกับตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ ทว่าเพลิงผู้เจ้าเล่ห์กลับซ้อนแผนแกล้งทำเป็นอ่อนแอและเมามายเพื่อดึงดูดความสงสาร เขาหลอกล่อให้เธอตายใจด้วยคำสารภาพสุดช็อกว่าตนเองชอบผู้ชาย ท่ามกลางบรรยากาศที่ใกล้ชิดเกินห้ามใจ ตวงรักจะรับมือกับแผนการอันแนบเนียนของคนเจ้าแผนการนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ดาวอังคารผู้ไม่เคยพ่ายแพ้
8.3
เมื่อ 5 ปีก่อน เขาตัดสินใจทิ้งคนรักไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยความหวังว่าจะพิสูจน์ตนเองให้มีคุณค่าพอสำหรับเธอ วันนี้เขากลับมาในฐานะผู้ที่มีทั้งความสามารถและเกียรติยศอันสูงสุดเหนือใคร ทว่าสิ่งที่รอคอยเขาอยู่กลับไม่ใช่เพียงแค่หญิงสาวที่โหยหา แต่เขายังได้พบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าตนเองมีลูกสาวตัวน้อยเพิ่มมาหนึ่งคน บทพิสูจน์ความรักและความรับผิดชอบในฐานะพ่อและคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถม
หน้าปกนวนิยาย เดิมพันแห่งโชคชะตา
8.8
ชูเหอถูกบังคับให้แต่งงานกับนักเลงแทนลูกสาวแท้ๆ ของครอบครัวบุญธรรม ท่ามกลางเสียงดูถูกว่าชีวิตเธอต้องพังพินาศ ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบแต่ความโชคดีและได้รับชัยชนะเหนือทุกคนที่เคยรังแก จนกระทั่งความจริงเปิดเผยว่า กู้เฉิน สามีของเธอไม่ใช่คนธรรมดาแต่เป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เมื่อความลับถูกเปิดโปงจนเธอขอหย่า เขากลับกอดเธอไว้แน่นพร้อมประกาศมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้เพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไปไหน ชีวิตการแต่งงานครั้งนี้จึงกลายเป็นเดิมพันที่เปลี่ยนโลกของเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย คุณพ่อทวงรัก
9.1
นิยายรักร่วมสมัยในชื่อ คุณพ่อทวงรัก ซึ่งเคยได้รับการตีพิมพ์ภายใต้ชื่อเดิมว่า คุณพ่อแบดบอยทวงรัก โดยสำนักพิมพ์อินเลิฟ เรื่องราวเข้มข้นที่ถ่ายทอดผ่านตัวละครนำที่ต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ของหัวใจและการกลับมาทวงคืนความรู้สึกที่เคยขาดหายไป พบกับมิติตัวละครที่มีเสน่ห์น่าติดตามในรูปแบบฉบับปรับปรุงใหม่ที่ยังคงความประทับใจของเนื้อหาดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับนักอ่านที่ชื่นชอบงานเขียนแนวโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นและปมปัญหาครอบครัวที่รอการประสานรอยร้าวให้กลับมาสวยงามดังเดิม